สายฝนเบื้องนอกยังคงกระหน่ำอย่างไม่หยุดยั้งทำให้เกิดละอองน้ำเย็นเยียบพัดมาตามสายลมที่กระโชกอย่างรุนแรง
ฝนตกเช่นนี้มา 3 วันติดกันแล้ว เบื้องนอกอากาศหนาวเย็นแต่ภายในถ้ำกลับร้อนระอุไปด้วยเพลิงราคะของคนทั้งสอง หลังจากที่นางมารเสื้อม่วงผ่านค่ำคืนเร่าร้อน ร่างกายและจิตใจของนางตอนนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
“ซูดดดดด..” เสียงสูดปากราวกับกินของเผ็ดของนางดังแ่เบา
นางที่อายุห้าสิบเศษไม่เคยผ่านมือชาย หลังจากได้รับหยาดพิรุณหล่อเลี้ยงหลายครั้งถึงรับรู้ในรสชาติของบุรุษสตรี
“พับ พับ พับ” เสียงกระทบกันของหนันเนื้อดังขึ้นอย่างเร่งเร้า
เ้าโง่ที่ควบขี่นางอยู่ทางด้านหลังหลังเร่งขยับสะโพกอย่างเอาแต่ใจ นางที่คลานสี่ขาอยู่บนเตียงหิน ต้องสูดปากด้วยความเสียวซ่านสุดที่จะกลั้นได้ นางในตอนนี้นับว่า “เสพติดแล้ว”
ความจริงหลายวันมานี้นางเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของตนเอง หลังจากวันนั้นนางรู้สึกได้ว่านางเริ่มมีความ้ามากขึ้น ใจจริงแล้ว เวลานางเหลียวมองเ้าโง่เดินผ่านไปผ่านมา นางมีความรู้สึกอยากจะจับมันโยนขึ้นไปบนเตียงกระชากเสื้อผ้าย่ำยีมันด้วยมือตนเองให้สะใจซักตั้ง
แต่นางก็หน้าบางเกินไป นางมีความขัดแย้งในจิตใจตนเอง นางมองออกว่าเ้าโง่ที่อยู่ตรงหน้าเองก็หลงใหลไปกับรสราคะที่ได้ซ่องเสพจากตัวนาง เพียงแต่นางหน้าบางทุกครั้งที่มีอารมณ์ก็จะอดกลั้นเอาไว้ได้ แต่ไม่ใช่กับเ้าโง่ที่หน้าชังนั่น
เ้าโง่ที่ั้แ่พบกันมาจนถึงวันนี้ นางไม่เคยได้ยินมันพูดแม้คำเดียว นางจึงสรุปเอาเองว่ามันเป็ใบ้
เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เื่อัปยศที่เกิดขึ้นกับนางและมัน ยังคงปล่อยให้เป็ความลับอย่าให้ผู้คนได้รับรู้ ตัวนางเองไม่มีทางพูดออกไป มันเองก็เป็ใบ้ หนำซ้ำยังโง่เขลาต้องไม่เอาไปบอกกล่าวภายนอกแน่นอน
นางพอคิดได้ดังนั้นพลันรู้สึกโล่งใจ ความรู้สึกอัปยศอดสูที่ต้องมาถูกเ้าเด็กโง่บ้าใบ้กระทำชำเราตามอำเภอใจเป็อันลดน้อยลง
ที่จริงนางเองก็ชอบ เพียงแต่นางรู้สึกอับอายทุกครั้งที่เ้าโง่มีอารมณ์ มันจะไม่สนว่าตอนนั้นเป็เวลาใดฟ้ามืดหรือว่าสว่าง อยู่ในป่าหรืออยู่ในถ้ำ บนบกหรือในน้ำ
ขอเพียงมัน้ามันจะพลุ่งเข้าใส่นาง มือดึงทึ้งเสื้อผ้าไม่สนใจว่านางจะยินยอมหรือไม่ ทุกครั้งที่มันพลุ่งเข้ามานางล้วนไม่ยินยอมต้องยกเท้าถีบมันลอยลิ่วไปทุกครั้ง
เพียงแต่ว่าเ้าคนผู้นี้มีพลังชีวิตทนทานราวกับแมลงสาบ ไม่ว่าจะยันออกไปกี่ครั้งมันก็จะลุกขึ้นมาได้ทุกครั้งไป ใจจริงนางอยากจะปล่อยตัวปล่อยใจให้มันกระทำชำเรานางเสียตรงนั้น เพียงแต่นางอับอาย เพียงแค่มองเห็นมันอยู่ตรงหน้าเวลามันเข้ามาพัวพัน นางก็หน้าร้อนผ่าวอับอายจนแทบจะมุดลงไปในดินซะเดี๋ยวนั้น
“ซีดดด...” พับ พับ พับ นางต้องร้องซีดอย่างลืมตัวเมื่อเ้าโง่ที่อยู่ข้างหลังซอยเอวเข้าออกเร็วขึ้น
นางที่คลานเข่าคุดคู้ กำลังซ่องเสพกับรสชาติที่เ้าโง่ประเคนให้อดคิดถึงสิ่งละอันพันละน้อยที่ผ่านมาไม่ได้
หลังจากที่เ้าโง่ได้รับทราบถึงรสชาติจากร่างกายนาง มันที่เมื่อก่อนจะขึ้นเขาตอนเช้า ลงเขาตอนค่ำ ของทุกวัน พลันกลับกลายเป็ว่าจะลงเขาเพียงแค่เจ็ดวันต่อหนึ่งครั้ง
มันที่ตัวสูงเพียงแค่ราวนมของนาง ยามหน้ามืดตามัวพลุ่งตัวเข้ามากอดรัดนางช่างน่าขันสิ้นดี ด้วยวิชาฝีมือของนางเพียงแค่กระดิกนิ้วก็สังหารมันได้ แต่มันกลับหากลัวไม่ ราวกับว่าของเพียงได้ลิ้มรสชาตินางแม้ตายก็ยอม
นางยามอับอายล้วนไม่เคยให้มันสมปรารถนา มันในยามนี้ยังคนเป็เพียงเด็กน้อย แต่ด้วยสายตาของนางกลับมองออกว่า ใบหน้าเช่นนี้หากเติบโตเป็ชายหนุ่มย่อมต้องหล่อเหลาไม่เบา
แต่ระหว่างนางกับมันกลับมีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่ได้บอกกล่าวกัน
มีอยู่ครั้งหนึ่งมันที่เืราคะขึ้นหน้า ตอนนั้นนางออกจากถ้ำไปเดินเล่นในป่า นางเดินลึกเข้าไปตามทางที่แม่น้ำไหลไป เดินจนถึงยามเที่ยงนางพลันรู้สึกเหนียวตัวเพราะอากาศที่ร้อนจนเหงื่อออก รอบด้านเป็ป่าเขามีเพียงกระรอกกระแต
นางเป็สตรีกล้าแกร่งย้อมไม่เกรงกลัวสิ่งใด ยามนั้นเห็นน้ำใสไหลรินก็นึกอยากจะอาบน้ำ นางปลดเสื้อผ้าออกจนหมดลงไปแช่น้ำเล่นอย่างสบายอารมณ์
แช่ไปได้ซักพักนางรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองดูนางจากบนฝั่ง นางย่อมรู้ว่าเป็เ้าโง่ที่ตามนางมา นางเดินโทงๆ ไม่มีเสื้อผ้าปกปิดซักชิ้นขึ้นไปบนฝั่งหวังจะแกล้งหยอกเย้ามัน คิก คิก
นางสวมเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยก็เดินหายเข้าไปในป่า เดิมกลับไปยังทิศทางขามา นางทราบว่าเ้าโง่ติดตามนางอยู่ห่างๆ ตลอด ยิ่งเดินยิ่งขยับเข้ามาใกล้ ใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นไปอีก
ในที่สุดมันเดินตามติดหลังนางต้อยๆ แล้ว นางพลันอยากทราบว่าเ้าผู้นี้วันนี้จะมาลวดลายใด
ด้านหน้าเป็ก้อนหินก้อนใหญ่ใต้ร่มไม้ นางเดินตรงไปนั่งเอนกายไปด้านหลังจ้องมองเ้าโง่ที่อยู่ด้านหน้าส่งสายตาให้มันอย่างท้าทาย
นางนอนเอนกายอยู่อย่างนั้นมือทั้งสองถูกนำมาเป็เครื่องหนุนศีรษะ เ้าโง่ที่ยืนจ้องนางอยู่นานแล้ว รู้สึกเืราคะขึ้นหน้า สายตาที่ท้าทายนั่น คิ้วนางที่เลิกขึ้นท้าทายอย่างถือดีนั้น ในที่สุดเ้าโง่ธาตุไฟแตกแล้ว
มันพลุ่งเข้าใส่นางอย่างรวดเร็ว เพียงแต่ว่าเท้าของนางที่นอนเอนกายอยู่ตรงนั้นรวดเร็วกว่า เป็อีกครั้งที่ร่างเล็กของมันปลิวเคว้งตกไปในโพรงหญ้า ช่างเป็เท้าที่รุนแรงนักลูกถีบนี้ ถีบจนมันจุกลุกไม่ขึ้นไปพักใหญ่
“คิก คิก” หลังลูกถีบอย่างไร้ปราณีของนางเป็เสียงหัวเราะขบขัน
เ้าโง่ที่ลุกขึ้นมาได้ยังคงพลุ่งเข้าใส่นางอย่างหน้ามืดตามัว นางถีบมันออกไปอีกเจ็ดทีแปดทีหลังเสียงหัวเราะร่า นางพลันรู้สึกหิวโหยแล้ว นางที่นอนอยู่อย่างนั้นพรางยันกายขึ้นหันหน้าเดินกลับไปยังถ้ำ
เดินออกไปได้เพียงสองสามก้าว พลันรู้สึกถึงแรงกอดรัดจากด้านหลัง เป็เ้าโง่เอง
เ้าโง่ที่กอดรัดนางมื้อไม้สะเปะสะปะ บัดเดียวลูบคลำท้องน้อย บัดเดียวลูบต่ำลงมาหว่างขา บัดเดียวลูบคลำขึ้นมาบนหน้าอกปัดป่ายเฉียดประทุมถันนาง
นางสะท้านขึ้นด้วยความโมโห เท้าที่ยกขึ้นเงื้อจากพื้นตั้งใจจะใช้ออกด้วยกระบวนท่าถีบกลับหลังต้องชะงักอยู่กลางอากาศ เนื่องจากนางพบว่านอกจากโมโหนางหารู้สึกอับอายไม่
โมโหก็ส่วนโมโห ปกติเวลาเ้าโง่นี้พลุ่งเข้ามาพัวพันนาง นางจะรู้สึกอับอาย จากความอับอายกลายเป็ความอัปยศอดสู นางที่อายุครึ่งร้อยซ้ำยังเป็ชนชั้นปรมาจารย์ ไหนเลยถูกผู้คนลูบคลำตามอำเภอใจ มิหนำซ้ำผู้คนนั้นยังเป็เพียงเด็กปัญญาอ่อนคนหนึ่ง
นางตั้งสติกับรู้สึกว่าตอนนี้นางไม่โมโหแล้ว นางยืนอยู่ตรงนั้นรับรู้ถึงแรงมือจากเ้าผู้นั้นนางพลันเกิดความรู้สึกเวทนามันขึ้นมาเล็กน้อย มันที่สติไม่สมประกอบ ยามนั้นไม่ทราบหอบหิ้วนางขึ้นเขามาได้อย่างไร นางที่าเ็สาหัสยามตื่นขึ้นมาไม่รู้วันรู้คืน เป็มันรักษาาแกรอกข้าวกรอกยาจนนางรอดจากประตูผีมาได้
มันในเมื่อเคยชิมรสชาติกายนางมาแล้วหนึ่งครั้งด้วยสติปัญญาของมันไหนเลยหักห้ามใจได้
นางยืนนิ่งปล่อยให้มันลูบคลำตามความพอใจ นางรู้สึกว่าเมื่อไม่ได้มองเห็นตัวมันก็ไม่รู้สึกอับอาย ยังคงยึดถือมันเป็ท่อนไม้ท่อนหนึ่งเถอะนางยืนนิ่งปล่อยให้ท่อนไม้ลูบคลำมั่วซั้ว
ตาไม่เห็นจิตใจไม่ว้าวุ่น ท่อนไม้ที่อยู่ด้านหลังรู้สึกว่าคนด้านหน้าไม่มีความคิดต่อต้านแล้ว มันยินดียิ่งทางหนึ่งยื่นมือขึ้นไปกอบกำหน้าอกนางมืออีกข้างกอดเอวนางไว้แน่นกลัวนางจะหลุดหนีไป
มือมันออกแรงบีบเค้นหน้าอกนางองเอวนาง พลางออกแรงที่มีน้อยนิดดุนดันนางให้ขยับไปด้านหน้า
นางที่ต่อให้บุรุษหนุ่มร่างกำยำสิบยี่สิบคนยังไม่อาดโยกคลอนให้ขยับเขยื้อนได้ กลับขยับก้าวไปตามแรงดันของมันอย่างว่าง่าย
นางเดินไปข้างหน้าทีละนิดๆ พลันคิดในใจ
“เอาเถอะ ไม่ว่ามันคิดทำอะไรเราล้วนยินยอมมัน”
“จะอย่างไรเราเวทนามัน”
“ในชีวิตมันอาจไม่ได้เติบโตเป็ผู้ใหญ่ที่มีสามภรรยาสี่อนุ”
“นอกจากเราแล้วด้วยสติปัญญามันชั่วชีวิตอาจไม่ได้ลิ้มรสสตรีอีก” ยิ่งคิดในใจนางยิ่งเกิดความเวทนา อาจจะเป็เพราะว่าเมื่อนางมองไม่เห็นมันจึงไม่ขวยเขินอันใด จิตใจของนางความจริงมีความ้ามากอยู่แล้ว เพียงแต่ด้วยศักดิ์ฐานะและวัยวุฒิทำให้นางเกิดความอัปยศอดสู