ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 147 ลูเวนเทียร์

    Chapter 147 ลูเวนเทียร์ 


       ยามนี้สายฝนกำลังเดินเลือกหนังสือภายในห้องสมุดอันกว้างใหญ่ หนังสือที่เขาอ่านไปยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของหนังสือทั้งหมดที่ห้องสมุดมีเลย ไม่สิ หนึ่งในร้อยก็ไม่น่าจะถึง บางทีอาจใช้เวลาห้าร้อยปีหรือมากกว่านั้นเพื่ออ่านหนังสือที่นี่ทั้งหมด หากอ่านหมดแล้วจะมีความรู้มากขนาดไหน? สายฝนได้แต่คาดเดา เขาไม่เคยมีความรู้มากขนาดนั้นมาก่อน 


       เวลานั้นสายฝนพลันหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากชั้นวาง เปิดหนังสือและอ่านแบบผ่านๆจากนั้นก็ตัดสินใจได้ วันนี้เขาจะอ่านหนังสือเล่มนี้ สายฝนเดินขึ้นไปบนชั้นสาม เลือกหนังสือมาอีกสี่เล่ม ในตอนที่สายฝนกำลังจะไปอ่านหนังสือเหมือนกับที่เขาเคยทำทุกวัน เท้าเขาพลันหยุดเดิน ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นภายในใจสายฝน 


       ชายหนุ่มผมดำหันไปมองยังทิศทางหนึ่ง สิ่งที่เขามองคือหนังสือเล่มหนึ่ง ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นถึงจุดสุดขณะเดินไปหยิบหนังสือเล่มนั้น เมื่อเห็นว่าเปิดหนังสือแล้วไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นสายฝนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ความระมัดระวังยังคงอยู่จุดเดิม ไม่คิดจะลดแม้แต่น้อย หนังสือซึ่งเขาถืออยู่ไม่ใช่หนังสือธรรมดา มันเป็นหนังสือโบราณ 


       โดยปกติหนังสือโบราณเป็นสิ่งที่อันตรายมาก แม้ชายชราครีเทลจะตรวจสอบหนังสือก่อนนำมาวางบนชั้นแล้วแต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่ามันจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังถอนหายใจชายหนุ่มก็เริ่มมองไปที่หน้าแรกหนังสือ ข้อความสั้นๆซึ่งเป็นอักษรสมัยก่อนถูกเขียนเอาใว้ตรงกลาง 


       สายฝนเอียงหัวสงสัย มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ทำไมอักษรโบราณยังไม่ถูกแปล วินาทีต่อมาอักษรกลางหน้ากระดาษก็ได้รับการแปล ดูเหมือนว่าการแปลภาษาบางภาษาจำเป็นต้องใช้เวลา ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นและก็ตึงเครียดยิ่งขึ้นเช่นกัน ภาษาที่เขาเห็นต้องไม่ใช่ภาษาธรรมดาทั่วไปแม้จะเป็นในสมัยก่อนก็ตาม 


       คนเลี้ยงแกะ? แน่ใจใช่ไหมว่าแปลถูก? อ่านข้อความจบหัวสายฝนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นี่คงไม่ไช่เป็นหนังสือนิทานใช่หรือไม่? อย่างรวดเร็วชายหนุ่มระงับความสงสัยของคนเองก่อนพลิกกระดาษไปหน้าถัดไป เขาใช้แรงให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในการพลิกกระดาษ เกรงว่าหากใช้แรงมากไปกระดาษจะได้รับความเสียหาย หนังสือโบราณเล่มนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีนัก สภาพมันค่อนข้างแย่ โชคดี มันยังพออ่านได้บ้าง 


       หน้าที่สองใช้เวลาเกินกว่าหนึ่งวินาทีในการแปล หน้านี้เป็นการกล่าวถึงตัวผู้เขียน ผู้ที่เขียนหนังสือเล่มนนี้มีนามว่าลูเวนเทียร์ เขาเริ่มต้นเขียนเพราะเขาต้องการจดบันทึกเรื่องราวตนเอง ลูเวนเทียร์เชื่อว่าตัวเขาไม่มีความสามารถมากพอจะมีชีวิตอยู่เกินแปดสิบปี เขาเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา กลัวความตาย ไม่ต้องการหายไปตลอดกาล ดังนั้นจึงตัดสินใจเริ่มต้นเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา จะต้องมีคนรุ่นหลังได้รู้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมีตัวตนอยู่ หน้าสองจบแค่นั้น สายฝนเกิดความสนใจลูเวนเทียร์ผู้นี้ อีกฝ่ายคล้ายกับเขามาก แตกต่างกันตรงที่สายฝนไม่ได้ตัดสินใจเขียนเรื่องราวตนเองลงในกระดาษ ส่วนชายคนนั้นตัดสินใจเขียน 


       ชายหนุ่มนั่งลงกับพื้นจากนั้นพลันพลิกไปหน้าสาม 


    /// 


       หน้าที่สาม… ลูเวนเทียร์เป็นเพียงคนเลี้ยงแกะของครอบครัวขุนนางสกุลฟี แม้ว่าเขาจะมีฐานะอันตํ่าต้อยทว่าลูเวนเทียร์กลับได้เรียนรู้วิธีการเขียนอักษร ครอบครัวขุนนางฟียิ่งใหญ่และรํ่ารวยมาก คนรับใช้ถูกบังคับให้เรียนการเขียนกับอ่าน ซึ่งตระกูลขุนนางธรรมดาไม่อาจทำได้ 


       หากภายในสามปีไม่สามารถเขียนอ่านได้จะถูกสังหารอย่างโหดร้ายทันที ถือว่าไม่ควรค่าให้เก็บใว้เป็นคนรับใช้ นั่นคือสิ่งที่ลูเวนเทียร์เขียน ตัวเขาไม่ได้ฉลาดมากนัก การเรียนเขียนอ่านจึงเป็นเรื่องยาก แต่เพราะความกลัวตายลูเวนเทียร์กัดฟันแน่น ทนความยากลำบากมากมายนับไม่ถ้วน ปีที่สองนับตั้งแต่เรียนรู้อักษรเขาสามารถอ่านได้ น่าเสียดาย การเขียนมันยังเป็นเรื่องยากสำหรับเขาอยู่ 


       หน้าที่สี่… โชคดี หนึ่งวันก่อนครบกำหนดสามปีลูเวนเทียร์สามารถเขียนประโยคง่ายๆได้ เขารอดชีวิตจากการถูกสังหารแล้ว! เป็นเรื่องน่ายินดี ลูเวนเทียร์กลับมาใช้ชีวิตดั่งเดิม เหมืองเมื่อสามปีก่อน เป็นคนเลี้ยงแกะซึ่งถือว่าไม่ได้มีชีวิตดีมาก แกะที่ครอบครัวขุนนางฟีเลี้ยงไม่ใช่แกะธรรมดา พวกมันเลี้ยงยาก 


       หน้าที่ห้า… แกะที่ตระกูลฟีเลี้ยงเป็นแกะสายพันธุ์ชั้นสูง เนื้อและขนของพวกมันถูกส่งออกไปขายที่อาณาจักรอื่นในราคาแพง ทำไมราคาถึงแพง? การดูแลพวกมันไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากจะต้องใช้จ่ายจำนวนเงินมหาศาลแล้วยังต้องใช้คนเลี้ยงฝีมือดีด้วย 

     

       หน้าที่หก… ลูเวนเทียร์ถูกขายให้ครอบครัวขุนนางฟีตอนเขาอายุห้าปี เมื่อกลายมาเป็นคนรับใช้ตระกูลนี้ลูเวนเทียร์ก็ได้รับการฝึกฝนการเลี้ยงแกะจากปรมาจารย์คนเลี้ยงแกะทันที อายุสิบหกปีลูเวนเทียร์กลายเป็นปรมาจารย์คนเลี้ยงแกะ คนเลี้ยงแกะอื่นๆในตระกูลฟีชื่นชมและอิจฉาพรสวรรค์ในด้านนี้ของเขา ไม่มีใครรู้เลยว่าลูเวนเทียร์ต้องพยายามอย่างหนักขนาดไหนกว่าจะกลายเป็นปรมาจารย์คนเลี้ยงแกะได้ 


       หน้าที่เจ็ด… เป็นวันที่แสนธรรมดา ลูเวนเทียร์นั่งบนก้อนหิน มองท้องฟ้าสีคราม สายลมเย็นสบายพัดผ่านร่างเขา บนท้องฟ้าเวลานั้นจู่ๆชายชราผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น ด้วยความที่ลูเวนเทียร์เป็นเพียงคนธรรมดา เขาตกใจกลัวสุดๆ รีบไปซ่อนหลังก้อนหิน 


       หน้าที่แปดขาดหายไป หน้าที่เก้าขาดหายไป หน้าสิบ สิบเอ็ด สิบสอง ขาดหายไป 


       หน้าที่สิบสาม… ลูเวนเทียร์ตกตะลึง ร่างชายแก่ตกลงจากฟ้าก่อนจะเสียชีวิต เมื่อมันตายท้องฟ้าก็ร้องคำราม ฝนตกอย่างรุนแรง ฟ้าผ่าไม่หยุด ลูเวนเทียร์หน้าซีดด้วยความหวาดกลัว เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ศัตรูของชายชรามองมาทางเขา มันต้องการสังหารลูเวนเทียร์ 


       หน้าที่สิบสี่… ลูเวนเทียร์ไม่อาจขยับร่างกายเพื่อหนีได้ จุดจบชีวิตกำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ เขาคิดเช่นนั้นทว่าในความเป็นจริงกลับแตกต่างออกไป ศัตรูของชายชราสูญเสียการบิน ร่างร่วงลงบนพื้น มันได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้เมื่อครู่ ก่อนที่จะได้สังหารลูเวนเทียร์มันพลันเสียชีวิตก่อน 


       หน้าสิบห้าถึงสามสิบขาดหายไป 


       หน้าที่สามสิบเอ็ด… ลูเวนเทียร์มองร่างผู้หญิงที่เขารักซึ่งตอนนี้เธอหมดลมหายใจไปเรียบร้อยแล้ว ความเสียใจและความโกรธแค้นเกิดขึ้นภายในจิตใจ เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนตลอดชีวิตที่ผ่านมา ต้องทำลายตระกูลขุนนางฟีให้ได้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม! 


       หน้าที่สามสิบสอง… ลูเวนเทียร์เผาร่างผู้หญิงที่เขารักด้วยความเศร้ามหาศาล ต่อมาเขาก็กลับมายังที่พักตนเอง ค้นหาอะไรบางอย่าอยู่หลายนาทีก่อนในท้ายที่สุดจะเจอ พวกมันคือหนังสือสามเล่ม ได้รับจากชายชราและศัตรูของมันเมื่อสามปีก่อน ลูเวนเทียร์ไม่เคยคิดจะเปิดพวกมันอ่านมาก่อน ที่ผ่านมาเขาคิดว่าชีวิตที่เป็นอยู่ดีพอแล้ว เวลานี้เขาได้รู้ว่าความคิดตนโง่แค่ไหน ถ้าตอนนั้นเขามีความแข็งแกร่งเพียงพอ คนที่เขารักจะไม่ตาย 


    /// 


       สายฝนอ่านหน้าสามสิบสามจบเขาพลันพึมพำกับตัวเอง “อะไรคือเส้นทาง? หน้าที่สามสิบสามไม่ได้บอกว่ามันคืออะไร หน้าต่อจากสามสิบสามขาดหายไปทั้งหมด เหลือเพียงหน้าสุดท้ายเท่านั้น” 


       วินาทีต่อมา ชายหนุ่มผมดำเปิดหนังสือไปยังหน้าสุดท้ายแล้วเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ สายฝนเจอสิ่งที่คุ้นเคย