อาอู่เดิน ออกจากโบสถ์ เอามือไพร่หลัง แล้วมองเห็นเด็กอายุสิบกว่าปี 7-8 คนยืนอยู่ ยังไม่ทันพูดอะไร องค์ชายอาฑิตย์ก็สั่งลูกน้องตัวใหญ่อายุราว 14-15 ปี
จำนวน 2 คนปรี่เข้ามาเพื่อจะจับตัวอาอู่ มือขวาอาอู่ขยับนิดเดียวกลับมีไม้สีดำอันหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากมือ แล้วลอยไปโดนหน้าผากของคนแรกที่ยังมาไม่ถึงอาอู่ เปรี้ยง! แล้วไม้ก็ลอยกลับมาที่มืออาอู่อีก
อีกคนเห็นเพื่อนล้มไปแล้วก็ยังจะพยายามไปจับอาอู่ให้ได้แต่อาอู่ก็ใช้ไม้สีดำอันเดิม ฟาดไปที่กลางหัวเด็กโตคนที่สองที่ใกล้เข้ามา เด็กโตคนนี้มองแล้วว่าไม้สั้นขนาดนี้อยู่ไกลยังไงก็ไม่โดนเลยชลอยังไม่เข้าไป แต่ไม้กลับยืดยาว กว่าปกติ ฟาดโดนหัวดัง โป๊ก ! ร้องลั่นลงไปนอกกลิ้งกับพื้นไม่ยอมลุก
องค์ชายอาฑิตย์ จากละโว้ โมโหมากสั่งให้อีก สองคน เข้าไปจับให้ได้ ส่วนองค์ชาย สี่ กับลูกน้องไม่กล้าเข้าไปเลยยืนดูอย่างเดียว จนองค์ชายอาฑิตย์มองแล้วบอกว่า
” พวกเ้าก็ส่งคนไปช่วยกันจับมันด้วยซิ ช้าอยู่ไยเล่า” องค์ชายสี่จึงสั่งลูกน้องไปอีก 3 คน ตอนนี้อาอู่เผชิญหน้ากับ เด็กโต ห้าคน
อาอู่ไม่สนใจ คว้าไม้สีดำ แล้วปล่อยให้มันยาวเหมือนไม้พลอง เริ่มไล่ฟาดขาแขน หัว ไหล่ ขา ทั้ง 5 คนล้มลุกคลุกคลานกันทั้งหมดไม่แค่นั้น อาอู่ยังพุ่งเข้าไปฟาดที่ก้านคอ ขององค์ชายอาฑิตย์ ที่กำลังชี้นิ้วสั่งการ อยู่สลบคาไม้พลอง ทันที
แล้วหันไปตีที่ก้นองค์ชายสี่แห่งสุพรรณ อีก 4-5 ที แล้วหันหน้าไปที่ พี่มั่น และพยักหน้า พี่มั่น จึงรีบวิ่งไปหาท่านเ้าอาวาสทันที
องครักษ์ทั้งของทั้งสองเมืองรีบวิ่งมาดูทันที แต่ว่าอาอู่เก็บไม้เข้ามือเรียบร้อยแล้วแล้วปัดมือไปมา แล้วเดินไปรอบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
องครักษ์รีบปลุกองค์ชายอาฑิตย์ ให้ตื่น ไม่นาน ก็ลืมตาขึ้นมาตาลอย ชี้นิ้วไปที่ลูกน้องที่ร้องโอดโอย บอกว่า
“จัดการมัน จัดการมัน” เหมือนละเมอพูดมากกว่า จนองครักษ์ต้องรีบนวดขมับให้ต่อเพื่อให้สติกลับมาโดยเร็ว
ส่วนองค์ชายสี่นั้นถูกตีที่ก้น เจ็บแสบ มากไม่ยอมนั่งได้ให้องครักษ์ยืนพยุงบอกว่าให้องครักษ์จัดการกับอาอู่ให้ที แต่องค์รักษ์เห็นอาอู่เที่ยวะโโลดเต้นไปมา
ก็ไม่กล้าทำอะไร ก็ยังเด็กอยู่เลยแค่ 5 ขวบ องค์ชายจะให้องครักษ์อย่างเขาไปรังแกเด็กเช่นนั้นได้อย่างไร ไม่นานเท่าไร หลวงปู่ก็เดินออกมาตามที่เ้ามั่นไปบอกทันที อาอู่เห็นหลวงปู่มาก็วิ่งเข้าไปหาทันที
“หลวงปู่” อาอู่ส่งเสียงเรียกแล้วเข้าไปอยู่ข้างหลังหลวงปู่ทันที
“เกิดอะไรขึ้นท่านองครักษ์” หลวงปู่ถามทั้งสองเมืองพร้อมกัน
“ กระผมก็ไม่เห็นอะไร เพียงแต่ องค์ชายสี่บอกถูกอาอู่ตีก้นนะขอรับ” องครักษ์พูดไม่ค่อยเต็มปากเท่าไร
“ แล้วฝั่งพวกท่านล่ะ” หลวงปู่ถามต่อ
“ กระผมก็ไม่เห็นอะไร แต่เด็กพวกนี้บอกโดนไม้ของอาอู่ ไล่ตี และองค์ชายก็โดนตีด้วยขอรับ” องครักษ์ละโว้ บอกแบบไม่ค่อยอยากจะเชื่อเด็กพวกนี้เท่าไร
“ ไหนใครเห็นไม้ที่อาอู่ใช้ตีบ้างไหม” หลวงปู่ถาม
เด็กแต่ละคนมองหาไม้สีดำที่ตีพวกตน ต่างก็หาไม่เจอ ได้แต่มองตากันปริบปริบ
องค์รักษ์เริ่มโมโหเด็กพวกนี้ ไม่มีหลักฐานอะไร ไปกล่าวหาเด็กน้อยขนาดนี้
องค์ชายสี่ก็งงเป็ไก่ตาแตก เหมือนกันเมื่อซักครู่ มันยังใช้มาตีก้นตัวเองอยู่เลย
แล้วมันหายไปไหน ตัวอาอู่ก็ไม่ได้หายไปกลับวิ่งไปวิ่งมาด้วยซ้ำ
ส่วนองค์ชายอาฑิตย์ ไม่ต้องถาม ตอนนี้ยังไม่หายมึน ยังชี้นิ้วให้องค์รักษ์ตีลูกน้องตัวเองอยู่ไม่เลิก
” เอาล่ะเมื่อทุกคนก็ไม่เป็อะไรมาก ก็ให้เลิกแล้วต่อกันไปแต่อย่าให้รู้นะ ว่ามีเื่กันอีกข้า จะลงโทษคนก่อเื่ให้ หลาบจำเลยทีเดียว” เ้าอาวาสพูดจบก็จูงมือ อาอู่ขึ้นกุฏิไป
“เล่ามา” หลวงปู่ถามสั้นสั้น
อาอู่ไม่ตอบ ยื่นมือให้หลวงปู่ดูทีมือ แล้วก็มีไม้พญางิ้วดำปรากฏขึ้น หลวงปู่พูดขึ้น
“ท่านเทพธิดา ท่านตามใจอาอู่มากไปหรือเปล่า” อาอู่สะดุ้ง
“ คงไม่หรอกแค่เด็กน้อยเค้าเล่นกันไม่เป็อะไรกันมากหรอก” เสียงเทพธิดาออกมาจากตระกรุดในคอของอาอู่
“ อาอู่ต่อไปนี้ หลวงปู่จะให้เ้าแช่น้ำว่านทุกวันละครึ่งชั่วยาม ก่อนกลับบ้านต่อไปข้างหน้าเวลาเกิดเภทภัยอะไร จะได้ช่วยตัวเองได้” หลวงปู่เตรียมสมุนไพร
สำหรับแช่ให้อาอู่ั้แ่นี้เป็ต้นไปจะได้มีผิวที่ทนต่ออาวุธทุกชนิดวันนี้ซ่งอี้ มารับปกติหลวงพ่อเล่าเื่ให้ฟัง ซ่งอีกก็ได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไรแล้วหลวงพ่อให้ซ่งอี้ ช่วยให้หาสมุนไพรมาให้อาอู่แช่ เพื่อจะให้อาอู่มีพลังอยู่ยงคงกระพัน และเพิ่มพลังแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปซ่งอี้ดีใจอย่างยิ่งรับปากพรุ่งนี้จะขนมาให้ตอนเช้าเลย...
ตอนเช้าวันใหม่ซ่งอี้ให้ลูกน้องที่ร้านนำสมุนไพรมาเต็มลำเรือแล้วขนไปให้ท่านเ้าอาวาสทั้งหมด อาอู่วันนี้เลยได้ลองแช่น้ำว่านวันแรกหลวงปู่บอกว่าให้ท่องมนต์ตามที่หลวงปู่ไปตลอดห้ามหยุด อาอู่ก็ทำตามตลอดทำให้หลวงปู่ชื่นชมมาก เด็กตัวแค่นี้กลับมีความอดทนเป็เลิศ
อาอู่นั้นตามความเป็จริงแล้วได้พรให้รู้เื่ราวในชาติก่อนได้ แต่ท่านสุวรรณบอกว่า อย่างเพิ่งรู้ในตอนวัยเด็กเลยเพราะจะทำให้ ความอาฆาต ความแค้น ที่ชาติก่อนจะทำร้ายเขาได้ใน่วันเด็ก จึงให้รู้เื่ราวในชาติก่อนเมื่อจิตใจของเขาพร้อมที่รับรู้ได้เอง จะดีกว่า แต่ว่าในบางครั้ง อาอู่ก็เคลื่อนไหว
ร่างกาย การกระทำ ความอดทน เริ่มคล้ายกับ ชาติก่อนบ้างแล้ว
1 เดือนผ่านไป ร่างกายที่แช่น้ำว่านเริ่มเปลี่ยนไป เพียงเล็กน้อย อาอู่ก็ยังไม่รู้เื่อะไร ทุกวันได้แต่ไปเรียน ครูชัยก็ปวดหัวเื่เรียนให้อาอู่ เพราะสอนอะไรให้ไปอาอู่ก็เรียนได้หมด แล้วใช้เวลารวดเร็วด้วย จนเครียดไม่รู้ว่าจะหาอะไรมาสอนอาอู่ต่อ ตอนนี้เลยให้อาอู่ เรียนภาษาไปให้มากที่สุดแล้วตอนนี้
ทุกวันหยุด อาจารย์ฉีก็เริ่มให้อาอู่ฝึกมวยจีนขั้นพื้นฐานด้วย อาอู่รู้สึกสนุกสนานกับมวยจีนมาก นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วพื้นฐานของการต่อสู้ส่วนใหญ่ ท่ามวยจีนดูจะให้ความสำคัญที่สุด อาอู่ทำการฝึก และก็ไปเรียนที่วัดพนัญเชิง ชีวิตมีแต่ร่ำเรียน จนผ่านปีตอนนี้ อาอู่ได้มีอายุ 8 ปี แล้ว ตอนนี้ครูชัยบอกว่าไม่มีอะไรจะสอนอาอู่อีกแล้ว ตอนนี้วิชาส่วนใหญ่ที่วัดพนัญเชิง อาอู่ก็ได้เรียนจนครบ แต่วิชาอาคมหลวงปู่ยังไม่สอนให้ซักที ได้แต่แช่น้ำว่านอยู่ทุกวัน
วันนี้หลวงปู่เรียกอาอู่เข้าพบ แล้วบอกว่า
” อาอู่ตอนนี้เ้าก็ได้ฝึกจิตทำสมาธิมาได้ 3 ปีแล้วซิ ข้าคิดว่าจะน่าจะพร้อมศึกษา วิชาเวทมนต์ ได้แล้ว “ หลวงปู่พูดต่อ
“วิชาเวทมนต์ นั้นแบ่งเป็ 3 ประเภท คือ้
หนึ่ง เวทมนต์ดำ เป็วิชาทำร้ายหรือสังหารคน มีอยู่หลายวิธี นี่คือสิ่งทีเ้าต้องเรียนรู้เพื่อป้องกัน เท่านั้น ไม่ใช่ให้ไปทำร้ายใคร จำไว้
สอง เวทมนต์ขาว แน่นอนต่างกันตรงกันข้ามกันมนต์ดำโดยสิ้นเชิง เ้าต้องเรียนรู้เพื่อแก้ใขผู้ที่ถูกมนต์ดำ จัดการกับสัตว์อาคม นอกจากช่วยเหลือผู้คน แล้วไว้แก้ไขอันตรายด้วยตัวเ้าเองด้วย
สาม เวทมนต์ปกป้อง มนต์นี้หลวงปู่จะเน้นให้เ้าฝึกเขียนยันต์ประเภทต่างๆ จะไว้เพื่อป้องกัน และเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ในอาวุธ และขจัดพวกคำสาป อาคมของพวกเดรฉานวิชา
เวทมนต์ยังมีอีกมากมายแต่ข้าเ้าเรียนแค่นี้ก็พอที่จะทำให้เ้าผ่านอุปสรรคทีจะเจอได้ในอนาคต แต่ว่าเวทมนต์ทั้งหมดที่ข้าพูดมาจะไม่สามารถทำได้เลยถ้าเ้าไม่เป็ผู้ที่คิดดี ทำดีเอาล่ะ วันนี้ให้เ้าอ่านตำราอย่างเดียวให้ขึ้นใจก่อน แล้วหลังจากนั้นข้าจะสอนเพิ่มสิ่งที่ไม่มีในตำรา แล้วสุดท้าย ค่อยปฏิบัติจริง “ หลวงปู่อธิบายจนจบ
อาอู่อ่านตำราไปสองรอบ จนท่องจำขึ้นใจ แล้วออกมาเดิน มานั่งสมาธิ ในโบสถ์ก็มองเห็นองค์ชายสี่อีกแล้ว กำลังกลั่นแกล้งคนสองคน คนหนึ่งเป็เด็กผู้หญิงวัย 6 ปี และอีกคนเป็เด็กผู้ชายวัย 12 ปี ต่างถูกคนองค์ชายสี่จับแขนเอาไว้ ทั้งคู่ องค์ชายสี่เข้าตบเด็กชาย เพี้ยะ เพี้ยะ และต่อยไปท้องอีกที โดยที่เด็กสาวร้องไห้ะโให้หยุด....อย่าทำพี่ห้า
“เป็แค่ลูกสนมยังจะกล้ามาเรียนที่เดียวกับพวกข้า ต้องถูกสั่งสอนแบบนี้”องค์ชายกำหมัดใส่ไปอีกรอบหนึ่ง โป๊ก! “โอ้ย” มีเศษไม้ขว้างมาโดนหัวองค์ชายสี่ ร้องเสียงดังลั่น อาอู่ เดินเข้ามาใกล้ๆ
“ องค์ชายสี่ไม่เจอกันนาน นิสัยชอบแกล้งคนนี่ ไม่เปลี่ยนเลยนะ” อาอู่พูดด้วยน้ำเสียงยั่วโทสะ
“ อาอู่ เ้าเกี่ยวอะไรด้วย เื่นี้ไม่เกี่ยวกับเ้า อย่ามายุ่ง” องค์ชายสี่พูดอย่างกลัวเกรง แต่สร้างความงุนงงให้กับเด็กชายและเด็กหญิงทั้งสองมาก
ที่เด็กอายุแค่ ไม่ถึง 8 ปี กับกล้าที่ทำร้ายองค์ชายสี่ แห่งสุพรรณภูมิและพวกซึ่งแต่ละคนมีอายุ เกือบ 14 ปีแทบจะโตเป็หนุ่มกันแล้ว
“ ถ้าข้าอยากยุ่ง องค์ชายสี่จะทำไมหรือ " อาอู่เดินเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น
ทำให้ลูกน้องทั้งสี่คน หนีไปอยู่ข้างหลังองค์ชายสี่ทั้งหมด องค์ชายสี่ถอยหลังไปหลายก้าว
“ได้ ข้าปล่อยพวกนี้ไปก่อน อย่าให้ข้าเจอที่นี่อีกนะมีเื่แน่” พูดเสร็จก็รีบวิ่งออกไปไกล เพราะว่าโดนมา 2 รอบ ครั้งนั้นทำให้ทั้งหมด
หวาดกลัวอาอู่มาก เพราะคิดว่า อาอู่ได้ไม้วิเศษจากเ้าอาวาสมาทำให้ไม่มีใครกล้าสู้ด้วย
“ขอบคุณนะ” เด็กหญิงน้อยกล่าวขอบคุณด้วยกิริยาน่ารัก
“ขอบคุณเ้าจริงๆ” เด็กชายวัย 12 ปีกล่าวเช่นกัน
“ ไม่เป็ไร พวกเ้าทั้งสองมาเรียนที่นี่กันหรือ” อาอู่ถาม
“ ถูกต้อง ท่านแม่ส่งให้มาเรียนที่นี่” เด็กชายคนโตบอก
“ แล้วผู้หญิงก็มาเรียนได้ด้วย?” อาอู่สงสัย
“ ได้ซิ ตอนนี้หลวงปู่อนุญาตใหเด็กหญิงได้ร่ำเรียนแล้ว แต่ครบ15 ปีก็ต้องหยุดเรียน” เด็กหญิงกล่าวแทน
“ ปีนี้คงจะมีคนมาเรียนเยอะแน่เลย” อาอู่พูดเปรยออกมา
“ ข้าชื่อ เดช นี้น้องสาวข้า ชื่อ แก้วฟ้า มาจากเมืองสุพรรณภูมิ” เดชแนะนำ
“ ข้าชื่อ อาอู่ “ อาอู่ ยิ้มให้
“ อาอู่ทำไม่องค์ชายสี่ถึงได้ดูกลัวเ้านัก “ เดชถามด้วยความสงสัย
“ ข้าเคยจับเขาตีก้นไป 4-5 ทีน่ะ คงกลัวโดนอีกเลยไม่กล้ากับข้า” อาอู่หัวเราะ
“ เ้าเนี่ยนะ ตีก้นองค์ชายสี่ แห่งสุพรรณบุรีไป 5 ที” เดชร้องเสียงหลง และ แก้วฟ้าเอามือป้องที่ปากด้วยความใเช่นกัน
“ จะใทำไมกัน แค่ตีก้นเท่านั้นเอง” อาอู่พูดเหมือนเป็เื่ปกติ
“ เ้านี่ใจกล้าจริง ข้าถูกพวกเขารังแกมาตลอดเลยข้าอยากจะสู้ให้เก่ง ข้าพยายามฝึกทุกวัน แต่พอเจอพวกมันรุม ทีไรสู้ไม่ได้ซักที” เดชบอกไปอย่างท้อใจ
“ ต่อไปไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ที่นี่พวกเขาไม่กล้าหรอก ส่วนเื่ต่อสู้ ไว้มีเวลาเราลองมาสู้ซ้อมมือกัน เผื่อวันข้างหน้าจะได้ต่อสู้กับคนอื่นได้ “ อาอู่กล่าว
“ อาอู่ อาอู่ หลวงปู่เรียก ไปด่วน มีคนถูกผีเข้ามา หลวงปู่ให้เ้าไปดูด้วย”
เ้ามั่น รีบบอกอย่างเร็ว “ ได้ ไปดูกันเลย” อาอู่ เดช แล้วแก้วฟ้าต่างรีบไปดูด้วยกันทั้งหมด