วาสเคลื่อนที่มาหยุดอยู่ใกล้บริเวณพื้นที่ต่อสู้อีกครั้ง
ชายหนุ่มผมดำจ้องเขม็งไปที่ยักษ์ใหญ่ทั้งสอง ในห้วงความคิดกำลังเรียบเรียงแผนการอยู่เงียบ
ผ่านไปเพียงครู่เดียวแผนการในหัวของเขาก็เสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามตอนนี้ราชันแห่งความตายกำลังอยู่ในภาวะคับขันเต็มที
แขนข้างหนึ่งขาดออกจากตัว เขี้ยวยาวแหลมโค้งข้างหนึ่งหักเป็น2ท่อน ดวงตาข้างหนึ่งกลวงโบ๋ ที่กลางลำตัวมีรอยยุบเข้าไปอย่างน่ากลัว อาการร่อแร่เต็มทน
"ต้องรีบแล้ว"วาสเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ ชายหนุ่มไม่รอช้าดำเนินแผนการที่เตรียมไว้ทันที
"จัดการขามันซะ! ทำให้มันล้มลงให้ได้"วาสเอ่ยสั่งดังลั่น ราชันแห่งความตายคำรามรับคำ สติปัญญาของมันมีมากพอที่จะเข้าใจคำสั่งของวาส
ราชันแห่งความตายก้มศีรษะหลบหมัดยักษ์ที่แหวกอากาศมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่จะพุ่งไปใช้ไหล่กระแทกที่ขาของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์และใช้แขนเพียงข้างเดียวรวบขาทั้งสองไว้
ฮูมมมม!
น่าเสียดายที่ราชันแห่งความตายไม่อาจทำให้หุ่นเหล็กสีดำยักษ์ล้มลงตามที่วาสสั่งได้จึงถูกหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ระดมทุบลงที่หลังของมันอย่างต่อเนื่อง
"จับไว้อย่างนั้นอย่าปล่อยนะโว้ย!"วาสตะคอกอย่างตื่นเต้น
ชายหนุ่มไม่รอช้าสวมแหวนสีแดงเพลิงไว้ที่นิ้วชี้ข้างขวาของตน ก่อนจะใช้งานสกิลที่ได้รับมาใหม่ทันที
สกิลทลายขีดจำกัด!
ร่างของวาสสั่นสะท้านเฮือกใหญ่ เขารู้สึกถึงขุมพลังมหาศาลที่กำลังเอ่อล้นอยู่ภายในร่างของเขา กล้ามเนื้อทุกส่วนของวาสพองหนาขึ้น ผิวกายแดงเถือก ขมับปูดบวมไปด้วยเส้นเลือดหนาที่โผล่ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
ฮ่าห์!!!
วาสเปล่งออกมาดังลั่นราวกับกำลังประกาศศักดา เขาย่อตัวลงก่อนจะยกขาข้างหนึ่งถีบพื้นเต็มแรง!
เสียงกระแทกดังขึ้นสนั่นลั่นห้อง พรมสีขาวที่ชุ่มไปด้วยเลือดยุบลงไปเป็นรูปฝ่าเท้า ส่วนเจ้าของรอยฝ่าเท้านั้นตอนนี้กำลังพุ่งขึ้นตัดอากาศไปยังตำแหน่งหลังศีรษะของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์
วาสหมุนตัวกลางอากาศสะบัดขาข้างหนึ่งหวดเข้าใส่หลังศีรษะหุ่นเหล็กสีดำยักษ์เต็มแรง!
เสียงกระแทกของโลหะระหว่างเกราะระดับ7และเหล็กสีดำด้านดังขึ้น ในที่สุดร่างของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ก็เริ่มที่จะเซถลาไปด้านหน้าแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้มันล้มลงได้
แรงปะทะส่งผลให้วาสลอยสูงขึ้นกว่าเดิมชายหนุ่มสบถเบาๆอย่างหงุดหงิดก่อนจะนำหอกสีเงินส่องประกายระดับ7ออกมา และเกร็งแขนเต็มที่
"ล้มไปซะ!!"หอกสีเงินพุ่งตัดอากาศด้วยความเร็วสูงจนสามารถมองเห็นเป็นเส้นสีเงินบางๆ จนไปกระแทกเข้ากับหลังศีรษะหุ่นเหล็กสีดำยักษ์อีกครั้ง
เปรี้ยง!
สุดท้ายร่างของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ก็กำลังจะล้มลงจนได้ วาสฉีกยิ้มอย่างยินดี
สกิลช่องว่างมิติ!
ระหว่างที่หุ่นเหล็กสีดำยักษ์กำลังล้มลง เบื้องหน้าของมันก็ปรากฏวังวนสีฟ้าขึ้น ศีรษะของมันจมหายเข้าไปในวังวน
วาสไม่รอช้าสลายวังวนสีฟ้าทิ้งไปทันที ทำให้ศีรษะของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ขาดหายออกไปจากร่าง รอยตัดที่คอของมันเรียบสนิทราวกับเนื้อที่ถูกตัดโดยมีดชั้นดี
ตึง!
ร่างไร้ศีรษะของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ล้มทับลงบนร่างของราชันแห่งความตายก่อนจะพากันกระแทกลงพื้นเสียงดังสนั่น
วาสเฝ้ามองร่างไร้ศีรษะของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ด้วยใจลุ้นระทึก ในใจภาวนาอย่าให้มันลุกขึ้นอีกเลย
วาสเฝ้ามองอยู่สักพักสุดท้ายเขาก็ไม่เห็นร่างไร้ศีรษะของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ลุกขึ้นมาอีก
"เฮ้อ!..จบสักที"วาสพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยล้า
นับว่าโชคดีที่เขาค้นพบความสามารถใหม่ของสกิลช่องว่างมิติได้ทันเวลา ความสามารถที่ว่านี้ก็คือหากวังวนมิติที่ถูกเปิดอยู่ปิดลงเมื่อไหร่ก็สามารถตัดทุกสิ่งให้ขาดได้โดยไม่ต้องออกแรงด้วยซ้ำ
"รีบออกไปจากที่นี้ก่อนที่ผลของสกิลทลายขีดจำกัดจะหมดดีกว่า"วาสพึมพำเบาๆ สายตาเขาเบือนไปมองราชันแห่งความตายที่อยู่ในอาการปางตายก็ตัดสินใจไม่นำมันไปด้วย แต่ที่มุมหนึ่งยังมีเหล่าซากทัพกลายพันธุ์ทั้ง3ตัวที่เขานำออกมาจากภายในช่องว่างมิติก่อน
หากจะเก็บเข้าไปตอนนี้ก็คงไม่ได้แล้ว เพราะว่าภายในนั้นคงถูกยึดครองไปด้วยศีรษะของหุ่นเหล็กสีดำยักษ์ วาสจึงสั่งให้พวกมันมาพันอยู่รอบตัวเขา
ชายหนุ่มกวาดตาไปมองรอบๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรที่ต้องทำอีกแล้วจึงหันหลังออกตัววิ่งด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นเป็นเพียงเงาพร่าเลือน
ระหว่างทางวาสก้มมองสำรวจตัวเองก่อนจะพบว่าบาดแผลของเขากำลังสมานตัวอย่างรวดเร็วจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ชายหนุ่มหัวเราะร่วนด้วยความพอใจตอนนี้เขาได้สกิลสุดโกงเพิ่มมาอีกหนึ่งแล้ว แม้ว่าจะน่าเสียดายที่มันไม่สามารถเพิ่มเลเวลได้อีก
วาสใช้เวลาผ่านกับดักต่างๆด้วยความรวดเร็ว จากค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นและความคุ้นเคยกับกับดักเหล่านี้ทำให้เขาสามารถผ่านพวกมันไปได้อย่างง่ายดาย
เพียงพักเดียววาสก็กลับออกมาจากเขาวงกตได้ระหว่างทางเขาพยายามคำนวณเวลาตลอดเวลา
"เหลืออีกประมาณ15นาที..."วาสพูดเบาๆ น่าเสียดายตอนเข้าไปในเขาวงกตด้านหลังงของเขาเต็มไปด้วยเหล่าซากทัพจำนวนมาก แต่ตอนนี้ที่กลับออกมาได้กลับเหลือตัวเขาและเหล่าซากทัพกลายพันธุ์ทั้ง3ตัวเท่านั้น
ก่อนที่ดวงตาเขาจะหันไปมองยังจุดหนึ่งซึ่งมีก็อบลินกลุ่มหนึ่งถูกมันไว้และมีซากทัพจำนวนหนึ่งคอยเฝ้าอยู่
ตอนนี้พวกมันฟื้นขึ้นมาหมดแล้วและกำลังมองหน้าวาสสอย่างโกรธแค้น เอ่ยปากร้องตะโกนเป็นภาษาของพวกมันดังสับสนวุ่นวาย
"พวกนี้คงหมดประโยชน์แล้วสินะ"วาสเอ่ยเบาๆ เขาเดินตรงไปหาพวกมันอย่างช้าๆ
"กี้ๆๆ เจ้า!...พวกมนุษย์โสโครก"ก็อบลินที่สวมเกราะดูหรูหราทั้งตัวเอ่ยขึ้น
วาสเลิกคิ้วขึ้นสูงนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินก็อบลินพูดภาษากลางของโลกนี้
" เจ้าบังอาจนักนะ ที่มาจับพวกข้าไว้อย่างนี้"มันเอ่ยเสียงแหลมเล็ก แต่วาสไม่สนใจยังคงเดินไปหาพวกมันก่อนจะบิดศีรษะของก็อบลินตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้มือและกำลังพ่นคำพูดใส่เขาอยู่ ศีรษะของมันหมุนรอบคอของมันรอบหนึ่ง
กร็อบ!
ก็อบลินตัวนั้นคอตกลงตายสนิท ก็อบลินที่เหลือต่างหน้าซีดเผือดนิ่งเงียบลงทันที
" เจ้าบังอาจฆ่าสมุนข้า!!!"ก็อบลินสวมเกราะร้องตะโกนขึ้น
กร็อบ! กร็อบ! กร็อบ! กร็อบ!...
วาสยังคงฆ่าพวกมันทีละตัวอย่างเลือดเย็น ก่อนจะเหลือก็อบลินสวมเกราะตัวเดียว
ตอนนี้ริมฝีปากของมันกำลังสั่นระริก เมื่อเห็นสายตาที่วาสมองมาก็สะดุ้งเฮือกใหญ่
"ยะ..อย่าเข้ามานะโว้ย เจ้าไม่รู้หรือไงว่าข้าเป็นใคร หะ..หากเจ้าทำอะไรข้าเผ่าพันธุ์ของเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับหายนะแน่ๆ"ก็อบลินสวมเกราะพูดเสียงสั่นระรัว แต่วาสไม่สนใจเขาเอื้อมมือไปจับที่หูข้างหนึ่งของมันและออกแรงกระชากจนขาดออกทันที
"อ๊ากกก! เจ้า!! ไอ้มนุษย์บัดซบ"มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแต่วาสกลับเอ่ยสวนขึ้นมาเรียบๆ
"พูดมากจริงนะแก เอาละ เตรียมตัวตายได้แล้ว"ก็อบลินสวมเกราะมองหน้าวาสด้วยสายตาแดงก่ำ มันรู้ตัวแล้วว่ามันคงไม่รอดแน่ จึงเอ่ยคำพูดสุดท้ายกับเขาว่า
"หึหึ! มนุษย์เอ๋ย เหตุผลที่เจ้าสามารถสังหารพวกข้าได้ก็เพราะว่าเจ้านั้นแข็งแกร่งกว่าพวกข้า แต่หากเทียบกับเผ่าพันธุ์ของเจ้าแล้วมันไม่ใช่ พวกเจ้าเตรียมตัวรับหายนะได้เลย ตอนนี้พวกข้าเตรียมตัวพร้อมแล้ว เผ่าพันธุ์ของเจ้ากำลังจะเผชิญกับสิ่งที่น่าหวาดกลัวที่สุด! เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าจะต้องถูกพวกพ้องของข้าฆ่าตาย แต่ก่อนจะตายนั้นเจ้าจะต้องถูกถลกหนังทั้งเป็น ควักไส้ออกมาสับให้เจ้าดู ผู้หญิงเผ่าเจ้าจะต้องกลายเป็.."
กร็อบ!
ลำคอของก็อบลินสวมเกราะบิดผิดรูป วาสมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะหันหลังเดินจากไปพร้อมกับเหล่าซากทัพที่เหลืออยู่ ในหัวคิดบางอย่างเงียบๆ**
'สิ่งที่น่าหวาดกลัวงั้นหรอ เหอะ! ของอย่างนั้นฉันเจอจนเอียนแล้ววะ!'