TREE WORLD
ปฐพีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็ก มายโซล : เขียน
บทที่ 35
ฐานที่มั่นสุดท้าย(2)
...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ครอบครัวตระกลูแกรนด์พีชมาร่วมวางแผนและเดินทางไปพร้อมกับครอบครัวของผมถึงแม้พ่อแม่ของการ์เซีย คือชอร์นกับสไปร์ริทจะมีอายุน้อยกว่าและนับวัยห่างจากผมอยู่มากก็ตาม แต่พวกเขาก็นับได้ว่าเป็นนักเดินทางที่ดีมีประสบการณ์มากพอควร
ชอร์นบอกกับผมว่าสมัครพรรคพวกและขบวนการสัมภาระส่วนใหญ่ของเขาซ่อนตัวอยู่ใกล้ทางขึ้นทรีเวิร์ดไม่ไกลจากกระทรวงกลาโหม ที่ๆซึ่งผมกับเจทพึ่งจะรอดพ้นออกมา นั่นนับเป็นแผนที่ดีเอื้อในการอพยพ ก่อนหน้านี้ถ้าผมไม่มีปัญหากับทางการซะก่อน คงทำแบบเดียวกับพวกเขาและกลุ่มของพวกเราคงได้โควต้าขึ้นทรีเวิร์ดเป็นพวกแรกๆในฐานะอภิสิทธิ์ชนของฝ่ายรัฐ
แต่ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆที่กลายเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารเผลอไปแตะเกล็ดย้อนของรัฐบาลจนสะดุ้ง เพราะแค่ผมไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับสกายลูสกับโครงการกู้โลกของเจทมาก่อน ยอมผ่อนปรนตนเองจนยอมตามใจเธอมากเกินไป สุดท้ายต้องกลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แค่ตอนนั้นแข็งใจดึงตัวเธอออกมาโดยไม่เข้าไปแตะอะไรที่เป็นความลับของรัฐบาลแผนการเดินทางของเราคงราบรื่นกว่านี้
ดูเหมือนเจทจะไม่ยอมพูดจาหรือตอบรับอะไรในเรื่องทำนองนี้ผมคิดว่าเธอเองย่อมต้องรู้ตัวดีว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องหนีตายหัวซุกหัวซุนและทำให้ทุกคนต้องพลอยลำบากเปลี่ยนมาใช้แผนฉุกเฉินที่ต้องเสี่ยงภัยและไร้ความแน่นอนเช่นนี้หนทางข้างหน้ามันคงเต็มไปด้วยอุปสรรคและอันตรายอย่างแท้จริง พวกเราต้องจำใจละทิ้งหนทางขึ้นทรีเวิลด์โดยสวัสดิภาพที่แสนจะสะดวกสบายไปอย่างสุดแสนเสียดายแต่โดยนิสัยส่วนลึกของเธอ คงไม่แสดงตัวออกมารับผิดเองง่ายๆและผมเองก็ไม่อยากพูดถึงมันอีกต่อไป
แต่ทั้งหมดต้องโทษตัวผมเองด้วยที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปตามแผน ...ผมเป็นผู้นำที่ล้มเหลว...
ตอนนี้ทุกคนต้องควบคุมอารมณ์ส่วนตัวและต้องการความสามัคคีมากที่สุด ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปขุดคุ้ยเรื่องนี้มันจะเป็นการประจานเธอ จนทำให้ต้องหงุดหงิดกันไปทุกฝ่าย
“...ตอนนี้เราจึงถูกตัดสิทธิ์จากโควตาโดยปริยาย”
ผมเล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาและสรุปสถานการณ์ให้ชอร์นกับสไปร์ริทรับรู้จากผมปากคำของผมอีกครั้งเพราะมันมีผลราวกับได้รับประทับตราว่าข่าวลือเรื่องโควตามีปัญหานั้นเป็นความจริง และต้นเหตุสองตัวนี้ยังนั่งหน้าตายอยู่ข้างๆแน่นอนว่าพวกเขาย่อมต้องรับรู้ข่าวสารก่อนหน้ามาเป็นอย่างดีแล้ว
หวังว่าชอร์นคงเข้าใจและจะไม่ไล่เบี้ยคาดโทษถึงต้นเหตุแห่งปัญหาเพราะเขาเป็นคนสุขุม คิดก่อนพูด แต่ที่ไม่คิดอะไรเลยคือสไปร์ริท
“แปลว่าเจททะเลาะกับคนของรัฐบาลเลยโดนยึดบัตรเชิญไปงานเลี้ยงที่ทำเนียบทำให้พวกเราพลอยซวยโดนไล่ออกจากทรีเวิร์ดไปด้วย” สไปร์ริทเปรียบเปรยชนิดแดกดันทั้งแสบทั้งคันโดยไม่ตั้งใจ นี่แหละคุณแม่ปากไวของการ์เซีย
โป๊ะแตก!!!
ความซวยกำลังมาเยือนอีกรอบไม่รู้เจทจะของขึ้นหรือไม่ ผมเหลือบมองเธอด้วยหางตา เห็นเจทชะงักงัน ดวงตาแข็งทื่อลมหายใจเริ่มติดขัด ฝ่ามือกำเป็นหมัดแน่น ในใจภาวนาให้เธอเยือกเย็นเจทเย็นไว้...เย็นไว้เจท...เย็นไว้ที่รัก...
“แต่ฉันก็นับถือเธอนะเจทเธอนี่มัน...ไอดอลของฉันเลยล่ะ ฉันมั่นใจว่าเธอทำถูกแล้ว...” สไปร์ริทพล่ามไม่หยุดผมไม่มีโอกาสพูดแทรก ได้แต่แอบถอนหายใจ
“เป็นฉันก็ต้องทำแบบเธอไม่ใช่สิ...ไม่รู้ว่าฉันจะมีความกล้าพอด้วยซ้ำ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม สกายลูสจะเป็นความหวังเดียวของมนุษยชาติขอภาวนาให้โครงการของเธอสำเร็จ” สไปร์ริทเผยรอยยิ้มออกมาอย่างจริงใจแววตาใสกระจ่างไร้ความวิตกกังวล
“เอ้อ...!!!”เป็นเจทเองกลับอับจนคำพูดที่จะโต้ตอบสไปร์ริทคำพูดของอีกฝ่ายทั้งสีหน้าและอารมณ์บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นเช่นนั้นอย่างจริงใจคำพูดแดกดันในตอนแรกแต่ความหมายกลับกลายเป็นตรงข้าม แล้วในน้ำเสียงของเธอเจทค้นไม่พบถึงการโป้ปดแม้แต่น้อย และยังไร้การสร้างภาพหรืออคติเสแสร้ง
ความจริงครอบครัวสเปนเซอร์กับแกรนด์พีชรู้จักกันมานานในฐานะสหายร่วมทางและอีกไม่นานอาจปรับเปลี่ยนสถานะเป็นเครือญาติเพราะฟิวท์กับการ์เซียเป็นคู่รักที่เหมาะสมและจะลงตัวกันในไม่ช้าหากเวิร์มไม่บุกมาเสียก่อน
ความสัมพันธ์ระหว่างเจทกับสไปร์ริทว่าที่แม่สามีกับว่าที่แม่ภรรยา แม้ส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กันบ่อยครั้งนักแต่ต่างก็รู้นิสัยกันดี สไปร์ริทมักทำอะไรทะลุกลางป้องพูดจาขวานผ่าซากแต่ก็เปิดเผยจริงใจ เธอทำให้เจทมักมองเห็นเงาตัวเองในอดีตที่มักแสดงอุปนิสัยคล้ายคลึงกัน
“ผมขอภาวนาให้โครงการสกายลูสของคุณสัมฤทธิ์ผล” ชอร์นเผยรอยยิ้มให้กับเจทคำพูดแสดงความเห็นเช่นเดียวกับภรรยาของเขา
ชอร์นไม่ใช่คนพูดมากพร่ำเพรื่อทุกครั้งที่เอ่ยปากมักกลั่นกรองแล้ว จึงเป็นคำพูดที่กระชับสั้นง่าย แต่สรุปใจความได้ชัดเจน
“งั้นเข้าเรื่องกันเลย...เวิร์มมันกำลังขึ้นมาอย่างช้า1ปีอย่างเร็ว1วัน ใครมีความเห็นอย่างไรบ้าง” ผมเริ่มประเด็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดที่ต้องแก้ปัญหา คือเรื่องการเอาชีวิตรอดจากเวิร์มอย่างไรปัญหาหนักหน่วงสาหัสสากรรจ์เช่นนี้ มันทำให้พวกเราไม่มีเวลาแม้จะข่มตาหลับ
“ฉันพอมีเส้นสายในกระทรวงคมนาคม...” สไปร์ริทเริ่มออกความเห็นแต่ต้องชะงักปากค้าง
กลับเป็นเจทเองที่ยกมือห้ามกลางครัน!
สีหน้าของเธอยังส่งผ่านความด้านชาทุกคนพลางหยุดแข็งค้าง ราวกับบรรยากาศชวนให้รู้สึกถึงความขัดแย้งอีกครั้ง เมื่อสไปร์ริทออกความเห็นกลับถูกขัดจังหวะ
คราวนี้รัศมีกดดันแผ่พุ่งไม่ได้มาจากผมแต่มาจากเจท เธอเป็นคนเดียวที่ลุกขึ้นยืน ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเธอจะทำอะไรที่เป็นการกระตุ้นรอยร้าวในที่ประชุมหรือไม่
“ก่อนอื่น...ฉันอยากขอโทษทุกคน...”เจทก้มหน้ากล่าวออกมา คำพูดแสดงความสำนึกเสียใจ
“เป็นเพราะฉันเอง ทำให้ทุกคนต้องตกที่นั่งลำบากทำให้การขึ้นทรีเวิลด์ต้องล้มเหลว” เจทสารภาพบาปออกมาเอง ผมไม่อยากเชื่อ
ไม่ใช่เจทที่อยากขัดแย้งกับใครแต่เธอต้องการปลดปล่อยสิ่งติดค้างในใจออกมา
“โธ่...ไม่เอาน่าเจท...”สไปร์ริทโผเข้ามากุมมือเจท เป็นการปลอบประโลม “ฉันบอกแล้วว่าทุกคนเห็นด้วยกับเธอแล้วเธอก็ทำเพื่อทุกคนอย่าได้โทษตัวเองอีกเลย...สัญญากับฉันว่าเราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก”
“แล้วการขึ้นทรีเวิลด์ก็ยังไม่ได้ล้มเหลวเรื่องยากกว่านี้เราก็ผ่านกันมาแล้ว” ชอร์นเอ่ยปากปลอบเธอบ้าง
เจทผ่อนคลายความตึงเครียดของตนเองค่อยเผยรอยยิ้มออกมาแทนการเอ่ยคำ
ผมลอบถอนหายใจอีกครั้งที่บรรยากาศการประชุมไม่พาลสะดุดลงเพราะการโต้เถียงของสตรีเป็นเหตุแต่กลับไหลตามไปในทิศทางเดียวกัน
คำพูดของสองสามีภรรยาส่งเสริมสอดคล้องกันและถือเป็นอุปสรรคแรกที่พวกเราสองครองครัวต่างเคลียร์มันไปด้วยกันเป็นการส่งสัญญาณที่ดีในการร่วมมือกันแก้ปัญหาที่ไร้ทางออกในครั้งนี้
หลังจากนั้นพวกเราทุกคนในที่ประชุมต่างแสดงความเห็นเสนอแนะแนวทางที่เป็นไปได้ตลอดทั้งคืน ไม่ยินยอมเสียเวลาอันมีค่าแม้เพียงน้อยนิด แล้วตอนนี้แสงแดดจางอ่อนสาดรอดทะลุผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาขับไล่ความมืดมิดค่อยหดหายไป พร้อมกับได้ข้อสรุปในเช้าวันนี้
เป็นเวลาเดียวกับที่พวกเหล่าคนงานเริ่มตื่นขึ้นมาจัดแจงภารกิจประจำวันของตนเองเต็นท์ที่ใช้ทำครัวประกอบอาหาร กำลังครุด้วยควันโขมงพร้อมส่งกลิ่นหอมยั่วกระเพาะ
ยามเช้าณ จุดชมวิวบนยอดเขา ซึ่งเป็นตำแหน่งดีที่สุดบนฐานที่มั่นสุดท้ายแห่งนี้ที่จะชื่นชมทัศนียภาพของธรรมชาติได้รอบทิศอย่างงดงามที่สุด
เพื่อหลบเลี่ยงบรรยากาศอัปมงคลที่เป็นทิวทัศน์ของหุบเขาหมอกอาถรรพ์จอสส์จึงพาปู่กับหลานสาวหันไปชมวิวทางฝั่งที่เป็นเมืองหลวงชั้นใน พวกเขายืนมองพฤกษาบรรพกาลไร้ยอดต้นหนึ่งซึ่งห่างไกลออกไปจนเกือบเห็นเป็นภาพสีจางซึ่งมันคือแลนด์มาร์กแห่งสรวงสวรรค์แห่งอิทัป ที่รอบตัวประดับด้วยหมู่ตึกระฟ้า จอสส์ชื่นชมบรรยากาศอย่างปลอดโปร่งโล่งใจเผยสีหน้าสบายอารมณ์ทั้งที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเฝือกอ่อนและผ้าพันแผลก็ไม่ใช่ปัญหาผิดกับสองปู่หลานที่ยืนมองพฤกษาบรรพกาลต้นนั้นตาปริบๆ หัวไหล่ห่อเหี่ยวหางตาพลันตกลง จะยิ้มก็ไม่ใช่จะร้องไห้ก็ไม่เชิง
บัดนี้สองปู่หลานคงยอมรับแล้วว่าพิภพแห่งนี้ยังมิใช่อิทัปดินแดนสุดยอดไม้ที่แอบวาดฝัน แต่มันเป็นแค่ที่พักเท้าในพิภพหนึ่งที่พวกเขาต้องไปต่อเพราะภาพทิวทัศน์ตรงหน้าบอกชัดแล้วว่ามันคือทรีเวิลด์...อันที่จริงพวกเขาก็พอจะรับรู้ความผิดหวังได้อยู่ก่อนแล้วจากสภาพที่เห็นในเมืองก่อนหน้านี้แต่เพียงต้องการได้รับการยืนยันจากปากคำใครสักคนอีกครั้งเท่านั้น สองปู่หลานยืนมองแลนด์มาร์กตรงนั้นค้างแข็งไม่รู้ทำไมในใจรู้สึกว่าเจ้าทรีเวิลด์ต้นนั้นมันก็อัปมงคลพอๆกับหุบเขาหมอกอาถรรพ์อย่างไรอย่างนั้น...
ทุกคนในห้องประชุมต่างขอตัวแยกย้ายกันไปดำเนินการตามแผนที่ได้ตระเตรียมขึ้นใหม่ตลอดทั้งคืน...
ชอร์นกับสไปร์ทริทกำลังจะเดินทางกลับออกไปจากยอดเขามีขบวนผู้ติดตามและหัวหน้าพ่อบ้านเดินนำหน้าไปยังรถตู้สีดำที่ดูล้ำยุคมีเจทเดินไปส่งพวกเขาตามหลัง ก่อนจากกันสไปร์ทริทยังโผเข้าสวมกอดเจทคล้ายเป็นการอวยพรให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
ผมเดินออกจากฐานบัญชาการกระท่อมไม้ไผ่ทรงโดมเป็นคนสุดท้ายทั้งที่ยังไม่ได้งีบนอนตลอดทั้งคืน แต่ดวงตากลับสว่างค้างนาน
และมันยังข่มตาหลับไม่ได้เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมต้องไปจัดการ