"ลูกพี่ เราควรทำเช่นไรดีล่ะ?"
หลังจากที่ยืนนิ่งอยู่เป็เวลานานก็เป็ตอนที่วัยรุ่นที่มีรอยสักถามหลี่คังหลงด้วยความกังวล
"ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ... ฉันทำได้แค่ยอมรับความพ่ายแพ้ของฉันในวันนี้เท่านั้น ปล่อยให้นักเรียนนั้นเล่นอะไรก็ได้ที่เขาชอบ ตราบเท่าที่เขามีความสุข นายน้อยหลงก็จะได้สงบสติลงและเราจะยังคงสามารถเปิดห้องเกมส์ต่อไปได้"
หลี่คังหลงกล่าวขณะที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและรู้สึกท้อแท้ ขณะที่ระลึกถึงอำนาจของพ่อของหลงเซ้งหลินในเมืองสตาร์ซิตี้ก็ทำให้เขาอยากที่จะตบหน้าของตัวเองแรงๆหลายครั้ง ถ้าหากว่าเขาเป็คนใจกว้างและเต็มใจที่จะจ่ายเงินให้กับนักเรียนคนนั้น สถานการณ์เช่นนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น ตอนนี้ไม่เพียงแต่เขารู้สึกไม่พอใจหลงเซ้งหลินแต่เขาอาจจะต้องสูญเงินเป็จำนวนที่มากขึ้น
"ลูกพี่ ถ้านักเรียนคนนั้นได้ค้นพบวิธีคำนวณสำหรับการถูกรางวัลสล็อตแล้ว เราจะต้องเสียเป็จำนวนมากเนื่องจากเรายังไม่ได้เอาเหรียญในเครื่องสล็อตออกมาเกือบอาทิตย์แล้ว"
หนุ่มรอยสักพูดด้วยความกังวลใจ
"การคาดเดารูปแบบของสล็อตเพื่อที่จะชนะรางวัลรึ? แกคิดมากเกินไปแล้ว! มันจะไปมีอัจฉริยะอย่างนั้นในเมืองสตาร์ซิตี้นี้ได้อย่างไร? ถ้ามีอัจฉริยะอย่างนั้นจริง ไปเล่นการพนันที่มาเก๊าน่าจะดีกว่า ทำไมเขาถึงต้องมาที่ร้านเล็กๆของฉันล่ะ?"
หลี่คังหลงไม่เห็นด้วยเมื่อได้ยินคำพูดของหนุ่มที่มีรอยสัก แม้ว่าหลี่คังหลงจะกล่าวว่าถังซิ่วนั้นไม่ได้คำนวณรูปแบบของการแจ็คพอตแตกของเครื่องสล็อตแต่กระนั้นก็เกิดความกระวนกระวายใจในหัวใจของเขาเต็มไปหมด ถ้าไม่ได้เป็เพราะอำนาจและความกลัวของผู้มีอำนาจที่อยู่เื้ัของหลงเซ้งหลิน หลี่คังหลงก็คงจะเตะถังซิ่วออกจากร้านเขาอย่างรวดเร็ว
ขณะที่หลี่คังหลงและลูกน้องของเขากำลังจมอยู่กับความคิดไม่สบายใจนี้ ถังซิ่วกวาดทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่เหลือไว้แม้แต่น้อย หลังจากที่ได้รับแจ็คพอตสามครั้ง ถังซิ่วได้กลายเป็ที่รู้จักในร้านแห่งนี้แล้ว เมื่อใดก็ตามที่เขาอยู่ตรงหน้าเครื่องสล็อต คนส่วนใหญ่จะต่อคิวอยู่ข้างหลังเครื่องของเขาและปล่อยให้เขาแสดงทักษะเฉพาะในการควบคุมให้เครื่องสล็อตนั้นพ่นเหรียญเกมส์ออกมา
อย่างไรก็ตามเมื่อคนอื่นๆ เห็นถังซิ่วไปต่อแถวหลังพวกเขานั้น พวกเขาจะคิดว่าเครื่องสล็อตเครื่องนี้จะต้องถูกแจ็คพอตอย่างแน่นอน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เต็มใจที่จะออกจากจุดของพวกเขาแต่ถังซิ่วก็หัวเราะและไม่พูดอะไรพลางไม่ลังเลที่จะย้ายไปอยู่หน้าเครื่องสล็อตอื่นๆถึงได้ทำให้คนเ่าั้รู้สึกอึดอัดใจและรู้สึกสูญเสียไม่รู้ตัวว่าจะทำอย่างไร
เนื่องจากท่าทีก้าวร้าวของเ้าของร้านนั้นทำให้ถังซิ่วโกรธเป็อย่างมาก เขาจึงไม่ไว้หน้าพวกเขาอีกแล้ว หลังจากนั้นทุกคนในห้องเกมส์ก็เห็นฉากของเหรียญเกมส์ที่ฉีดพ่นเหรียญออกมาจากเครื่องสล็อต ใช้สามเหรียญเกมส์มีหนึ่งหมื่นสองพันเหรียญที่ถูกพ่นกลับออกมา ใช้สิบเจ็ดเหรียญเกมส์แต่กลับมีหกพันเหรียญที่ถูกพ่นกลับออกมา ใช้เก้าสิบเก้าเหรียญเกมส์แต่กลับมีสองหมื่นสองพันเหรียญ ที่ถูกพ่นกลับมา
ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ถังซิ่วกวาดเครื่องสล็อตในร้านนี้ไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมดโดยแต่ละเครื่องให้นั้นเหรียญนับพันนับหมื่นเหรียญเกมส์ ในขณะที่เกมส์ที่น่าประทับใจที่สุดก็ทำให้เขาได้มากกว่าสองหมื่นเหรียญเกมส์ เมื่อคนอื่นๆที่ชมอยู่ตระหนักว่าพวกเขาไม่สามารถทำเงินได้ด้วยการจองที่สล็อตได้นั้นก็ทำให้ไม่มีใครใช้เทคนิคเล็กน้อยเหล่านี้อีกเลย ระหว่างนี้คนอื่นๆภายในห้องเกมส์นี้ก็ล้วนแล้วแต่ชื่นชมถังซิ่วเป็อย่างมาก
ในที่สุดผู้เล่นทุกคนในห้องเกมส์ก็ถูกดึงดูดโดยถังซิ่ว พวกเขาก็ไม่ได้เล่นเครื่องสล็อตกันต่อแล้ว แต่รีบวิ่งตามหลังถังซิ่วไป เมื่อใดก็ตามที่เขาเดิน พวกผู้ชมก็มักจะตามเขาไปข้างหลังขณะที่ลุ้นว่าจะเกิดเื่มหัศจรรย์ขึ้นต่อไปหรือไม่
เมื่อถังซิ่วกำลังกวาดเหรียญรางวัลนับพันนับหมื่นในห้องเกมส์ หลี่คังหลงก็เกือบที่จะร้องไห้เพราะเขาตระหนักดีว่าถึงแม้ว่ากำไรของห้องเกมส์นี้จะเยอะมากแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากำไรทั้งหมดจะตกเป็ของเขาแต่เพียงผู้เดียว ในความเป็จริงหลี่คังหลงนั้นเป็เพียงเ้าของห้องเกมส์นี้โดยผิวเผินเท่านั้นเนื่องจากหุ้นส่วนใหญ่เป็ของคนอื่นๆดังนั้นเมื่อเขาสูญเสียมากเกินไป ไม่เพียงแต่เขาจะถูกเตะออกจากตำแหน่งเ้าของห้องเกมส์แต่อาจจะต้องควักเงินเขาเองเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดทุน
แต่เมื่อเผชิญกับภัยคุกคามของหลงเซ้งหลินนั้น หลี่คังหลงไม่กล้าที่จะทำการใดๆ เขายังพอจะชดใช้ในส่วนที่ขาดทุนไปของห้องเกมส์ได้ด้วยเงินของเขาเอง แต่ถ้าเขากล้าที่จะไม่สนใจคำพูดของหลงเซ้งหลินก็อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ ในตอนนี้ตัวเขารู้สึกเสียใจเป็อย่างมากราวกับมีเืออกจากหัวใจเขา หลี่คังหลงรู้สึกเสียใจที่เขาตระหนี่เกินไปและเสียใจที่ทำเป็หัวแข็งต่อหน้าถังซิ่วด้วยเช่นกัน
ถ้าหากว่าหลงเซ้งหลินให้อนุญาตเขา เขาก็อยากจะรีบวิ่งไปคุกเข่าต่อถังซิ่วและขอร้องให้อีกฝ่ายเลิกเล่นต่อ ทว่าภายใต้การยิ้มที่แสดงออกถึงการคุกคามของหลงเซ้งหลินก็ทำให้หลี่คังหลงไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ถังซิ่วเพื่อขอโทษเขา
"พระเ้าช่วย ถังซิ่วนั้นสุดยอดจริงๆ ไม่น่าแปลกใจที่เขาได้รับคะแนนดีในการสอบและได้ที่หนึ่งตลอดแถมยังได้รับเหรียญโอลิมปิกจำนวนมากในการแข่งขันของโรงเรียน"
"หะ มันไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าพี่ชายเฟยบอกว่าสมองของถังซิ่วนั้นเสียหายหรอกรึ? แต่ฉันมั่นใจว่าการแสดงของเขาในตอนนี้ไม่สามารถที่จะพึ่งพาโชคเพียงอย่างเดียว ถังซิ่วต้องคำนวณอัตราการออกของเครื่องสล็อตและรูปแบบในการทำแจ็คพอตแตก"
ซู่ตวนซินและถานหลีเขวียนมองไปที่หน้าของซูเชียงเฟย์ซึ่งตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็ซีดขาวและน่าเกลียดได้ยินเมื่อทั้งคู่กระซิบกระซาบกัน
"พวกนายคิดเหรอว่าถังซิ่วนั้นฉลาดมาก? อิจฉาเขางั้นเหรอ เพราะเขาได้เงินเป็จำนวนมากสินะ?"
เมื่อได้เห็นความอิจฉาของซู่ตวนซินและถานหลีเขวียน ซูเชียงเฟย์ก็ได้เผยรอยยิ้มออกมาพลางพูดว่า"ฉันเชื่อว่าสมองของมันจะต้องมีปัญหาอยู่บ้าง!"
"พวกนายลืมคิดถึงเื่นี้ได้อย่างไร ทำไมห้องเกมส์แห่งนี้ถึงสามารถดำเนินธุรกิจในถนนที่คึกคักที่สุดในสตาร์ซิตี้ได้ รู้หรือไม่? คิดว่าเ้าของห้องเกมส์นี้เป็แค่คนปกติธรรมดางั้นเหรอ? ถ้าเขาปล่อยให้ถังซิ่วยังคงสร้างปัญหาเช่นนี้ เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? ถังซิ่วนั้นก็แค่ทำเงินได้โดยการแลกกับชีวิตของเขา!"
เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่แสดงถึงความภาคภูมิใจของถังซิ่ว ซูเชียงเฟย์ได้แสดงออกถึงความสงสาร หลังจากฟังการวิเคราะห์ของซูเชียงเฟย์ ซู่ตวนซินและถานหลีเขวียนมองอย่างช่วยไม่ได้ ในเวลาต่อไปพวกเขาไม่ได้มองไปที่ถังซิ่วด้วยสายตาอิจฉาอีกแล้วแต่กลับมองไปด้วยหน้าตาสงสารและเห็นอกเห็นใจ
ซู่ตวนซินและถานหลีเขวียนก็รู้ดีว่าภายในโลกนี้นั้นไม่ได้ดูสะอาดเหมือนเปลือกนอก ดังนั้นเงินที่ถังซิ่วได้มาในขณะนี้นั้น มันเป็ไปไม่ได้เลยที่ห้องเกมส์จะปล่อยเขาไป ถ้าถังซิ่วตระหนักและรู้ว่าต้องทำอะไร เขาควรจะเต็มใจแลกเหรียญเกมส์ทั้งหมดเพื่อซื้อทางออกจากห้องเกมส์นี้
ถ้าถังซิ่วไม่ได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเขา อาจเป็ที่รู้กันว่าชะตากรรมของถังซิ่วนั้นจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าสังเวชมาก ดังนั้นไม่ว่าถังซิ่วจะได้รับรางวัลครั้งนี้เท่าไร ความพยายามของเขาก็ไร้ประโยชน์อย่างเคย ซู่ตวนซินและถานหลีเขวียนไม่รู้ว่าซูเชียงเฟย์ตอนนี้นั้นกำลังคิดว่า เขานั้นไม่สามารถระบุได้ว่าถังซิ่วจะสามารถออกจากห้องเกมส์นี้ไปได้หรือไม่ แต่เขาได้ระบุสิ่งหนึ่งได้อย่างแน่นอน นั่นคือสมองของถังซิ่วได้กลับมาเป็ปกติและมันก็ยิ่งดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนที่เขาจะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์
นอกจากนี้การแสดงออกที่ดูมั่นใจของถังซิ่วและพฤติกรรมที่ไร้ยางอายของเขายังทำให้หัวใจของซูเชียงเฟย์รู้สึกหงุดหงิดเพราะเขารู้สึกว่าถังซิ่วนั้นไม่รู้สึกกลัวอะไรถึงแม้ว่าเขาจะได้เงินรางวัลมากมายจากห้องเกมส์แห่งนี้ เสมือนว่าเขามีผู้หนุนหลังทรงพลัง ถังซิ่วควรจะเตรียมตัวออกจากห้องเกมส์แห่งนี้ตั้งนานแล้ว ไม่อย่างนั้นมันดูไม่น่าจะเป็ไปได้เลยเพราะสมองของเขาก็กลับมาเป็ปกติแล้วแต่เื่แค่นี้กลับคิดไม่ได้
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ถังซิ่วได้กวาดเงินรางวัลของเครื่องสล็อตทั้งหมดในห้องเกมส์แห่งนี้ ในตอนนี้เขาได้รับเหรียญเกมส์ในจำนวนที่น่าใเป็อย่างมาก มันเป็จำนวนถึงสี่แสนเจ็ดหมื่นเหรียญ
ถังซิ่วเล่นเครื่องเกมส์ทั้งหมดที่นี่ เขาไม่ได้มาเพื่อจะเล่นแต่มาเพื่อจะชนะ ถังซิ่วไม่รอให้พนักงานของห้องเกมส์ตอบสนองใดๆ เขาเอาเหรียญเกมส์ทั้งหมดที่เขาได้รับพร้อมเดินไปที่แผนกต้อนรับเพื่อแลกเปลี่ยนเป็เงินทั้งหมด เมื่อเห็นทิศทางการเดินของถังซิ่วแล้วนั้น ผู้คนทั่วทั้งห้องเกมส์จึงหันไปมองอย่างเงียบๆเพราะความคิดของทุกคนนั้นติดอยู่ในลำคอ ทุกคนรู้ดีว่าการแสดงที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น
แม้ว่าถังซิ่วจะได้รับเหรียญเกมส์เป็จำนวนมากแต่ถ้าเขาไม่สามารถที่จะแลกเหรียญเ่าั้ให้เป็เงินได้ ความพยายามครั้งใหญ่ครั้งก่อนหน้านี้ของเขานั้นเป็การเสียเวลาเท่านั้น ทุกคนมีความคิดแบบเดียวกันที่ห้องเกมส์จะไม่อนุญาตให้ถังซิ่วแลกเปลี่ยนเหรียญเกมส์เป็เงินหรือปล่อยให้ถังซิ่วออกจากห้องเกมส์ได้อย่างปลอดภัยแต่สิ่งที่แปลกก็คือ เ้าของห้องเกมส์ไม่เพียงแต่ไม่ได้ขัดขวางถังซิ่วแต่ก็ยังเผยให้เห็นรอยยิ้มที่ขอโทษและส่งเงินทั้งหมดให้กับมือของถังซิ่ว ในขณะที่พยักหน้าไปทางเขาและเดินไปส่งเขาข้างนอกด้วยความเคารพ
เมื่อเห็นอย่างชัดเจนด้วยตาของตัวเองว่าเ้าของห้องเกมส์ได้แต่พยักหน้าและนอบน้อมต่อถังซิ่วก็ทำให้ทุกคนได้แต่โง่งมไปโดยทันที พวกเขาทั้งหมดคิดว่าดวงตาของพวกเขามีปัญหาหรือพวกเขาตกอยู่ในความฝัน พวกเขาเพียงยืนนิ่งเฉยอยู่กับที่โดยไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้น ตัวของถังซิ่วเองก็รู้สึกสับสนเพราะเขาได้เตรียมใจมานานแล้วว่าเขาจะแก้ปัญหานี้ด้วยความรุนแรง เขาไม่เคยคิดว่าห้องเกมส์นี้จะปล่อยเขาออกมาแบบนี้
"มันเป็ยังไงกัน เ้าของห้องเกมส์จะปล่อยให้ถังซิ่วออกไปได้อย่างไร? หรือเ้าของห้องเกมส์กังวลเกี่ยวกับผลพวงอันเลวร้ายที่จะตามมาได้ดังนั้นเขาจึงไม่อยากจัดการถังซิ่วภายในห้องเกมส์นี้แต่ตั้งใจจะรอให้ถังซิ่วออกไปยังที่ห่างไกลและจัดการเขาหลังจากนั้น ใช่แล้ว! มันควรจะเป็แบบนี้ ฉากในหนังก็มักจะเป็เช่นนี้"
เมื่อเห็นความแตกต่างระหว่างฉากในหนังกับจินตนาการของเขา การแสดงออกที่รู้สึกประหลาดใจได้ครอบคลุมใบหน้าของซูเชียงเฟย์ ซู่ตวนซินและถานหลีเขวียนผู้ซึ่งกำลังรอดูฉากละครเื่สำคัญนี้ก็พบว่าการแสดงดีๆที่เขาเฝ้ารออยู่นั้นไม่ได้เกิดขึ้น พวกเขารู้สึกเหมือนว่าพวกเขาคิดไปเองแต่หลังจากฟังการวิเคราะห์ของซูเชียงเฟย์ก็ทำให้หัวใจของพวกเขารู้สึกดีขึ้น
"พี่ชายเฟย เราตามถังซิ่วอย่างเงียบๆกันดีกว่าและดูว่าชะตากรรมเขาจะจบแบบไหน?"
ซู่ตวนซินที่ลังเลที่จะพูดออกมา ได้แนะนำไปที่ซูเชียงเฟย์ เมื่อซูเชียงเฟย์ได้ยินคำพูดนั้น ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นและไม่ลังเลที่จะพยักหน้าเห็นด้วยและทั้งสามคนก็ไล่ตามถังซิ่วไปอย่างรวดเร็ว
ถังซิ่วเพิ่งก้าวออกมาจากหน้าประตูก็มีหลงเซ้งหลินขวางทางเขาเอาไว้
"พี่ชาย คุณขาดแคลนเงินมากแค่ไหน? ถ้าคุณขาดเงิน ผมมีวิธีที่จะทำให้คุณร่ำรวยได้ในชั่วข้ามคืน!"
หลังจากเกือบหนึ่งชั่วโมงของเื่ยุ่งเหยิง หลงเซ้งหลินได้รับความสำเร็จในการเข้าใกล้ถังซิ่วพร้อมตั้งใจว่าจะเป็เพื่อนกับเขาและแม้กระทั่งเรียกเขาเป็อาจารย์อย่างหน้าด้าน แม้ว่าถังซิ่วไม่ได้ยินยอมหรือยินดีที่จะรับหลงเซ้งหลินเป็น้องชายแต่อีกฝ่ายก็ไม่สนใจการมองข้ามของเขาพร้อมกับะโเรียกเขาว่าพี่ชาย
"นายเพียง้าความสามารถในการคำนวณของฉันและ้าให้ฉันทำเงินจากการเล่นการพนันแต่ตอนนี้ฉันได้รับเงินรางวัลเพียงสามหมื่นหยวนหน่อยๆจากห้องเกมส์นี้และฉันกลายเป็เป้าหมายของพวกเขา นายคิดว่าจะใช้ฉันจะสร้างความร่ำรวยในชั่วข้ามคืนผ่านการเล่นการพนันใช่หรือไม่?"
ถังซิ่วเหลือบมองหลงเซ้งหลินและตบหัวของอีกฝ่าย
"พี่...พี่...พี่รู้ได้อย่างไรว่าผม้าให้พี่ไปเล่นการพนัน? โอ้ ลืมไปว่าพี่มีสมองที่ฉลาดมากอยู่ในหัว แน่นอนว่าพี่สามารถเดาใจของผมด้วยการสะบัดนิ้วเท้าของพี่"
เมื่อเห็นว่าถังซิ่วตระหนักได้ถึงความตั้งใจของเขาอย่างง่ายดายก็ทำให้หลงเซ้งหลินรู้สึกหมดหนทางและประหลาดใจในเวลาเดียวกัน แต่แล้วเมื่อเขานึกถึงปฏิกิริยาของถังซิ่วภายในห้องเกมส์ก็ทำให้เขารู้สึกโล่งใจอย่างมาก
"พี่ชาย ถ้าคุณมั่นใจเกี่ยวกับความสามารถในการเล่นการพนันของพี่จริงๆ ไม่เพียงแค่ผมจะทำให้คุณร่ำรวยในชั่วข้ามคืนเท่านั้นแต่ยังมีโอกาสที่จะทำให้ใครบางคนติดหนี้บุญคุณอีกด้วย ด้วยหนี้บุญคุณของคนคนนั้นก็ทำให้คุณสามารถทำสิ่งต่างๆในจังหวัดฉวนชิงได้อย่างสะดวกสบาย"
เมื่อเห็นว่าถังซิ่วคาดเดาจุดประสงค์ของเขาได้แล้ว หลงเซ้งหลินก็ไม่ได้ปกปิดอีกต่อไปแต่พูดอย่างกระวนกระวายออกมาพร้อมด้วยท่าทางที่ตื่นเต้น