กระบี่ฟ้าสังหาร

    กระบี่ฟ้าสังหาร ตอนที่ 54 : ข้ามาแล้ว

    “ เนื่องจากมันฝึกได้ยากเย็นเหล่าปรมาจารย์จึงได้สร้างขั้นฝึกรูปแบบใหม่ แลเรียกขั้นฝึกต่างๆตามที่เป็นในทุกวันนี้ “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ พวกเขาใช้วิธีรับรู้ปราณมาเป็นขั้นแรก รับรู้วิญญาณมาเป็นขั้นที่สอง แลรับรู้กายามาเป็นขั้นที่สาม “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ พวกเขาได้ตัดทอนขั้นตอนต่างๆลงออย่างมาก เพื่อให้ทุกคนสามารถที่จะฝึกฝนได้ “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ

     

    “ เช่นนั้นแล้ว ท่านเองก็ผ่านกระบวนการรับรู้ทั้งสามมาแล้ว “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ ถูกต้อง “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ แล้วเป็นเช่นใดหากต้องสู้กัน “ ชิงหยางเอ่ยถาม

     

    “ แน่นอนคนในยุคเก่าจะล้มเจ้าได้เพียงดีดนิ้ว “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ อ้า “ ชิงหยางร้องลั่น

     

    “ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น “ ชิงหยางร้องออกมา

     

    “ เจ้าอย่าลืมว่าคนในยุคเก่านั้นต้องผ่านกระบวนการรับรู้ทั้งสามมาแล้ว ฐานพลังของเขาจึงแก่กล้ากว่าเจ้าถึงสามเท่า ทั้งยังมีกายาที่กล้าแกร่ง “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า

     

    “ เวลานี้ดีนักที่เจ้าจะทำการฝึกฝนในรูปแบบเก่า เพราะเจ้านั้นอยู่ในขั้นรับรู้ปราณแล้ว เจ้าเพียงฝึกอีกสองอย่างเจ้าก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นหลอมกายาโดยสมบูรณ์ได้  “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า

     

    “ ข้าสงสัยอยู่ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ รับรู้กายาต้องฝึกเช่นใด “ ชิงหยางเอ่ยถาม

     

    “ เจ้าเพียงใช้โอสถผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกให้ครบเก้าครั้ง เจ้าก็จะเข้าสู่การรับรู้พลังกาย “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ แล้วพลังวิญญาณ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ เจ้าก็เพียงฝึกฝนวิถีแห่งวิญญาณเก้าขั้นจนสมบูรณ์ เจ้าก็จะเข้าสู่การรับรู้พลังวิญญาณ “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ เมื่อเจ้านำทั้งสามสิ่งมาหลอมเข้าด้วยกัน นั่นจึงจะเรียกว่าขั้นหลอมกายาโดยแท้จริง “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า

     

    “ เมื่อข้าเข้าสู่หลอมกายาโดยแท้จริงได้ พลังของข้าจะเป็นเช่นใด “ ชิงหยางเอ่ยถาม

     

    “ ใต้ขั้นฝึกในปัจจุบันขั้นสัมผัสฟ้าดิน เจ้านั้นไร้พ่าย “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ ถึงขนาดนั้นเลยรึ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ ใช่ “ หวงตี้เอ่ยแลยกยิ้ม

     

    “ เวลานี้เจ้าควรเร่งฝึก เพราะเวลามิคอยท่า “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า

     

    “ เริ่มจากรับรู้วิญญาณเสียก่อน “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ ก่อนอื่นเจ้าจงกำหนดจิตไปยังห้วงแห่งวิญญาณ แลกำหนดให้พลังวิญญาณแปรรูปให้เป็นอย่างที่เจ้าต้องการ “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า

     

    เด็กหนุ่มกำหนดจิตของตนเข้าไปในห้วงแห่งวิญญาณที่ขาวโพลน ในห้วงแห่งวิญญาณนั้นเต็มไปด้วยหมอกสีขาวที่แผ่ปกคลุมทั่ว “ กำหนดพลังวิญญาณให้เป็นรูปแบบที่ต้องการ “ เขาพึมพำ

     

    “ จงกลายเป็นภูเขาวิญญาณ “ ชิงหยางร้องตะโกนลั่น

     

    “ ครืนนน “ พลันห้วงแห่งวิญญาณสั่นไหวอย่างรุนแรง

     

    “ ฟู่ “ หมอกวิญญาณมากมายทั่วสาระทิศพลันหลั่งไหลเข้ารวมศูนย์ กลายเป็นภูเขาวิญญาณใหญ่

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ชิงหยางระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

     

    “ สำเร็จแล้วรึ “ หวงตี้ร้องลั่น เขาเองยังมิอาจเชื่อว่าเด็กหนุ่มจะทำสำเร็จเร็วเช่นนี้

     

    แม้นแต่เขาเองก็ยังใช้เวลานับปีในการกำหนดรูปแบบของพลังวิญญาณ

     

    หลังจากที่สงบจิตใจได้ “ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ถือว่าเจ้าสำเร็จรับรู้วิญญาณขั้นแรกแล้ว “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ ขั้นที่สอง “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ กำหนดพลังวิญญาณให้แยกออกเป็นหลายรูปแบบ ยิ่งรูปแบบมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นผลดีกับตัวเจ้า “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า

     

    เขากำหนดจิตอีกคราแลเข้าไปในห้วงแห่งวิญญาณ ร่างจิตของเด็กหนุ่มลอยตัวอยู่กลางอาณา เขาวาดสองมือออก “ เปลี่ยนเป็นพลอง ทวน กระบี่ ดาบ ค้อน ธนู “

     

    “ ครืนน “ พลันภูเขาวิญญาณแยกสลายออกจากกัน แลเริ่มก่อร่างเป็นสิ่งต่างๆตามที่เขาต้องการ

     

    “ สำเร็จแล้วรึ “ หวงตี้พลันร้องลั่น

     

    เขาให้แปลกใจเด็กหนุ่มยิ่งนัก ที่เวลานี้เด็กหนุ่มใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อสามารถฝึกพลังวิญญาณได้ถึงสองขั้น เรื่องราวเช่นนี้หากเป็นในกาลก่อน เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องถูกกำจัดทิ้งอย่างมิต้องสงสัย

     

    “ ขั้นตอนที่สาม “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ เจ้าต้องกำหนดจิตแลแผดพลังวิญญาณออกจากร่าง “ เขาเอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า

     

    “ ครืนนน “ พลังวิญญาณมากมายไหลเวียนรายรอบร่างของเด็กหนุ่ม

     

    หวงตี้พลันสะท้านทั่วกายา เพราะพลังวิญญาณที่แสนพิสุทธิ์ของเด็กหนุ่มนั้นมันหาได้ยากยิ่ง

     

    “ นี่สินะสายโลหิตของ “ หวงตี้ก็ยังมิกล้าแม้นแต่จะพูดคำนั้น

     

    “ ยอดเยี่ยม “ เขาพึมพำ

     

    ชายชราแลเด็กหนุ่มใช้เวลานับวันกว่าที่จะสำเร็จรับรู้วิญญาณทั้งเก้า

     

    หวงตี้ได้แต่ทึ่งในความสามารถของเด็กหนุ่ม เพราะเขาในกาลก่อนนั้นก็ยังมิเคยพบเจอกับตัวประหลาดเช่นนี้มาก่อน

     

    “ ช่างสมกับเป็นนายน้อยยิ่งนัก “ หวงตี้พูดในใจ

     

    “ ผู้เฒ่า สองสิ่งแล้ว “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ มาถึงสิ่งที่ยากที่สุดแล้ว “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ ใช่ “ ชิงหยางพยักหน้า

     

    “ ผู้เฒ่าแท้จริงแล้วข้าผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกมาแล้วสองครา “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ ดียิ่ง เช่นนั้นแล้วเจ้าก็แค่ผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกอีกเพียงเจ็ดครา “ หวงตี้เอ่ย

     

    ชิงหยางเหลือบหางตามองยังชายชรา “ หึ “ เขาแค่นเสียงออกในทันใด

     

    “ ท่านว่ามันง่ายเช่นนั้นรึ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ ข้ารู้ว่ามันมิง่าย แต่ในเมื่อเจ้าเดินทางมาถึงจุดนี้แล้ว ก็มีเพียงไปต่อ “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ ใช่ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ แต่ข้ามิมีโอสถ “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ ข้าก็มิมี “ ชายชราเอ่ย

     

    ชิงหยางครุ่นคิดถึงเคล็ดวิชาชิงสวรรค์ เขากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องราวให้กับชายชราได้รับรู้ดีรึไม่ หากชายชรามิโลภก็คงดีมิน้อย

     

    “ เจ้ามีสิ่งใด รึมีบางอย่างที่อยากจะบอกข้า แต่กลัวว่าข้าจะสังหารเจ้าเพื่อช่วงชิง “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ แน่นอน “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ เช่นนั้นแล้ว ข้าจะสาบานต่อสวรรค์หากข้าหักหลังเจ้าแลช่วงชิงสิ่งที่เจ้ามี ให้สวรรค์ลงทัณฑ์สลายวิญญาณของข้าให้ตกตายแลมิได้ผุดได้เกิดตลอดชั่วกัลปาวสาน “ หวงตี้เอ่ยอออกมาอย่างหนักแน่น

     

    ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ

     

    “ เช่นนั้นแล้ว “ ชิงหยางเล่าเรื่องของเขาให้กับชายชราได้ฟัง

     

    น้ำตาของชายชราพลันไหลหลั่งอาบสองแก้มสองแก้มในทันใด เขาพ่นลมหายใจออกมอย่างแรง

     

    “ ช่างเป็นชีวิตที่รันทดยิ่งนัก “ เขาเอ่ย

     

    “ แต่เวลานี้เจ้ามิได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะเจ้ามีข้าแล้ว ข้าจะอยู่ข้างเคียงเจ้าแลพูดคุยกับเจ้าเอง “ ชายชราเอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า

     

    “ เคล็ดวิชาชิงสวรรค์ในกาลก่อนนั้นมิเคยปรากฏ มันอาจถูกสร้างขึ้นในยุคกลาง “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ ส่วนเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายดารานั้น ข้าว่าน่าที่จะเป็นเคล็ดวิชาที่มากจากยุคก่อน เพราะมันลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก ทั้งยังต้องผสานกับเลือดของอสูร “ เขาเอ่ย

     

    “ เพราะเลือดอสูรของอสูรในยุคก่อนนั้นมันบริสุทธิ์มิได้บ้าคลั่งเช่นนี้ มนุษย์ทุกคนในยุคก่อนจึงสามารถดื่มกินได้โดยมิมีสิ่งผิดปกติ “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า

     

    “ ข้าว่าจะลองทะลวงขั้นพลังไปยังผสานวิญญาณขั้นที่ห้าแลจะได้ผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกอีกครั้ง “ ชิงหยางเอ่ย

     

    “ มิดี “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ เหตุใดรึ “ ชิงหยางเอ่ยถาม

     

    “ ฐานพลังของเจ้ามันจะเสียศูนย์ “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ อืม “ ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ

     

    “ เช่นนั้นแล้วก็ต้องหาวิธีผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกให้ได้โดยเร็ว “ ชิงหยางพึมพำ

     

    ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นาน

     

    “ ผู้เฒ่า วิถีแห่งวิญญาณเป็นเช่นใด “ ชิงหยางเอ่ยถาม

     

    “ เจ้าครบแล้วนี่ “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ รับรู้วิญญาณทั้งเก้า “ เด็กหนุ่มเอ่ย

     

    “ ใช่ “ หวงตี้พยักหน้า

     

    “ เช่นนั้นแล้วก็เหลือเพียงอย่างเดียว “ ชิงหยางพึมพำ

     

    “ เจ้าลองเรียบเรียงอักษรจากเคล็ดวิชาชิงสวรรค์ดู เผื่อว่าจะสามารถเข้าใจมันได้ “ หวงตี้เอ่ย

     

    “ ได้ “ เด็กหนุ่มพยักหน้า

     

    ภายนอกถ้ำในเวลานี้เริ่มโกลาหล เมื่อผู้คนมากมายเข้ารื้อค้นทั่วอาณาอย่างบ้าคลั่ง ผู้คนที่มาจากแดนไกลนั้นต่างก็แสดงอำนาจบาตรใหญ่กดขี่ข่มเหงผู้คนมากมาย พวกเขาทั้งฆ่า ทั้งข่มขืน ทั้งช่วงชิง พวกเขาทำกับคนเมืองตะวันเป็นผักปลา อยากจะฆ่าก็ฆ่า อยากจะข่มขืนก็ข่มขืน อยากจะปล้นก็ปล้น

     

    ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปีความเคียดแค้นก็ยิ่งลุกลาม แต่คนของเมืองตะวันก็มิมีผู้ใดกล้าที่จะต่อต้าน มีเพียงก้มหน้าก้มตารับเอาชะตากรรมที่พวกเขามิได้ก่อ

     

    “ ข้ามาแล้ว “ ชิงหยางร้องตะโกนลั่น

     

    “ ศิษย์พี่ใหญ่ “

    คล้ายกับเรื่องกระบี่ฟ้าสังหาร ที่คุณอ่าน