“ เนื่องจากมันฝึกได้ยากเย็นเหล่าปรมาจารย์จึงได้สร้างขั้นฝึกรูปแบบใหม่ แลเรียกขั้นฝึกต่างๆตามที่เป็นในทุกวันนี้ “ หวงตี้เอ่ย
“ พวกเขาใช้วิธีรับรู้ปราณมาเป็นขั้นแรก รับรู้วิญญาณมาเป็นขั้นที่สอง แลรับรู้กายามาเป็นขั้นที่สาม “ หวงตี้เอ่ย
“ พวกเขาได้ตัดทอนขั้นตอนต่างๆลงออย่างมาก เพื่อให้ทุกคนสามารถที่จะฝึกฝนได้ “ หวงตี้เอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
“ เช่นนั้นแล้ว ท่านเองก็ผ่านกระบวนการรับรู้ทั้งสามมาแล้ว “ ชิงหยางเอ่ย
“ ถูกต้อง “ หวงตี้เอ่ย
“ แล้วเป็นเช่นใดหากต้องสู้กัน “ ชิงหยางเอ่ยถาม
“ แน่นอนคนในยุคเก่าจะล้มเจ้าได้เพียงดีดนิ้ว “ หวงตี้เอ่ย
“ อ้า “ ชิงหยางร้องลั่น
“ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น “ ชิงหยางร้องออกมา
“ เจ้าอย่าลืมว่าคนในยุคเก่านั้นต้องผ่านกระบวนการรับรู้ทั้งสามมาแล้ว ฐานพลังของเขาจึงแก่กล้ากว่าเจ้าถึงสามเท่า ทั้งยังมีกายาที่กล้าแกร่ง “ หวงตี้เอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า
“ เวลานี้ดีนักที่เจ้าจะทำการฝึกฝนในรูปแบบเก่า เพราะเจ้านั้นอยู่ในขั้นรับรู้ปราณแล้ว เจ้าเพียงฝึกอีกสองอย่างเจ้าก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นหลอมกายาโดยสมบูรณ์ได้ “ หวงตี้เอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า
“ ข้าสงสัยอยู่ “ ชิงหยางเอ่ย
“ รับรู้กายาต้องฝึกเช่นใด “ ชิงหยางเอ่ยถาม
“ เจ้าเพียงใช้โอสถผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกให้ครบเก้าครั้ง เจ้าก็จะเข้าสู่การรับรู้พลังกาย “ หวงตี้เอ่ย
“ แล้วพลังวิญญาณ “ ชิงหยางเอ่ย
“ เจ้าก็เพียงฝึกฝนวิถีแห่งวิญญาณเก้าขั้นจนสมบูรณ์ เจ้าก็จะเข้าสู่การรับรู้พลังวิญญาณ “ หวงตี้เอ่ย
“ เมื่อเจ้านำทั้งสามสิ่งมาหลอมเข้าด้วยกัน นั่นจึงจะเรียกว่าขั้นหลอมกายาโดยแท้จริง “ หวงตี้เอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า
“ เมื่อข้าเข้าสู่หลอมกายาโดยแท้จริงได้ พลังของข้าจะเป็นเช่นใด “ ชิงหยางเอ่ยถาม
“ ใต้ขั้นฝึกในปัจจุบันขั้นสัมผัสฟ้าดิน เจ้านั้นไร้พ่าย “ หวงตี้เอ่ย
“ ถึงขนาดนั้นเลยรึ “ ชิงหยางเอ่ย
“ ใช่ “ หวงตี้เอ่ยแลยกยิ้ม
“ เวลานี้เจ้าควรเร่งฝึก เพราะเวลามิคอยท่า “ หวงตี้เอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า
“ เริ่มจากรับรู้วิญญาณเสียก่อน “ หวงตี้เอ่ย
“ ก่อนอื่นเจ้าจงกำหนดจิตไปยังห้วงแห่งวิญญาณ แลกำหนดให้พลังวิญญาณแปรรูปให้เป็นอย่างที่เจ้าต้องการ “ หวงตี้เอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า
เด็กหนุ่มกำหนดจิตของตนเข้าไปในห้วงแห่งวิญญาณที่ขาวโพลน ในห้วงแห่งวิญญาณนั้นเต็มไปด้วยหมอกสีขาวที่แผ่ปกคลุมทั่ว “ กำหนดพลังวิญญาณให้เป็นรูปแบบที่ต้องการ “ เขาพึมพำ
“ จงกลายเป็นภูเขาวิญญาณ “ ชิงหยางร้องตะโกนลั่น
“ ครืนนน “ พลันห้วงแห่งวิญญาณสั่นไหวอย่างรุนแรง
“ ฟู่ “ หมอกวิญญาณมากมายทั่วสาระทิศพลันหลั่งไหลเข้ารวมศูนย์ กลายเป็นภูเขาวิญญาณใหญ่
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ชิงหยางระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
“ สำเร็จแล้วรึ “ หวงตี้ร้องลั่น เขาเองยังมิอาจเชื่อว่าเด็กหนุ่มจะทำสำเร็จเร็วเช่นนี้
แม้นแต่เขาเองก็ยังใช้เวลานับปีในการกำหนดรูปแบบของพลังวิญญาณ
หลังจากที่สงบจิตใจได้ “ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ถือว่าเจ้าสำเร็จรับรู้วิญญาณขั้นแรกแล้ว “ หวงตี้เอ่ย
“ ขั้นที่สอง “ หวงตี้เอ่ย
“ กำหนดพลังวิญญาณให้แยกออกเป็นหลายรูปแบบ ยิ่งรูปแบบมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นผลดีกับตัวเจ้า “ หวงตี้เอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า
เขากำหนดจิตอีกคราแลเข้าไปในห้วงแห่งวิญญาณ ร่างจิตของเด็กหนุ่มลอยตัวอยู่กลางอาณา เขาวาดสองมือออก “ เปลี่ยนเป็นพลอง ทวน กระบี่ ดาบ ค้อน ธนู “
“ ครืนน “ พลันภูเขาวิญญาณแยกสลายออกจากกัน แลเริ่มก่อร่างเป็นสิ่งต่างๆตามที่เขาต้องการ
“ สำเร็จแล้วรึ “ หวงตี้พลันร้องลั่น
เขาให้แปลกใจเด็กหนุ่มยิ่งนัก ที่เวลานี้เด็กหนุ่มใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อสามารถฝึกพลังวิญญาณได้ถึงสองขั้น เรื่องราวเช่นนี้หากเป็นในกาลก่อน เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องถูกกำจัดทิ้งอย่างมิต้องสงสัย
“ ขั้นตอนที่สาม “ หวงตี้เอ่ย
“ เจ้าต้องกำหนดจิตแลแผดพลังวิญญาณออกจากร่าง “ เขาเอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า
“ ครืนนน “ พลังวิญญาณมากมายไหลเวียนรายรอบร่างของเด็กหนุ่ม
หวงตี้พลันสะท้านทั่วกายา เพราะพลังวิญญาณที่แสนพิสุทธิ์ของเด็กหนุ่มนั้นมันหาได้ยากยิ่ง
“ นี่สินะสายโลหิตของ “ หวงตี้ก็ยังมิกล้าแม้นแต่จะพูดคำนั้น
“ ยอดเยี่ยม “ เขาพึมพำ
ชายชราแลเด็กหนุ่มใช้เวลานับวันกว่าที่จะสำเร็จรับรู้วิญญาณทั้งเก้า
หวงตี้ได้แต่ทึ่งในความสามารถของเด็กหนุ่ม เพราะเขาในกาลก่อนนั้นก็ยังมิเคยพบเจอกับตัวประหลาดเช่นนี้มาก่อน
“ ช่างสมกับเป็นนายน้อยยิ่งนัก “ หวงตี้พูดในใจ
“ ผู้เฒ่า สองสิ่งแล้ว “ ชิงหยางเอ่ย
“ มาถึงสิ่งที่ยากที่สุดแล้ว “ หวงตี้เอ่ย
“ ใช่ “ ชิงหยางพยักหน้า
“ ผู้เฒ่าแท้จริงแล้วข้าผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกมาแล้วสองครา “ ชิงหยางเอ่ย
“ ดียิ่ง เช่นนั้นแล้วเจ้าก็แค่ผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกอีกเพียงเจ็ดครา “ หวงตี้เอ่ย
ชิงหยางเหลือบหางตามองยังชายชรา “ หึ “ เขาแค่นเสียงออกในทันใด
“ ท่านว่ามันง่ายเช่นนั้นรึ “ ชิงหยางเอ่ย
“ ข้ารู้ว่ามันมิง่าย แต่ในเมื่อเจ้าเดินทางมาถึงจุดนี้แล้ว ก็มีเพียงไปต่อ “ หวงตี้เอ่ย
“ ใช่ “ ชิงหยางเอ่ย
“ แต่ข้ามิมีโอสถ “ ชิงหยางเอ่ย
“ ข้าก็มิมี “ ชายชราเอ่ย
ชิงหยางครุ่นคิดถึงเคล็ดวิชาชิงสวรรค์ เขากำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเปิดเผยเรื่องราวให้กับชายชราได้รับรู้ดีรึไม่ หากชายชรามิโลภก็คงดีมิน้อย
“ เจ้ามีสิ่งใด รึมีบางอย่างที่อยากจะบอกข้า แต่กลัวว่าข้าจะสังหารเจ้าเพื่อช่วงชิง “ หวงตี้เอ่ย
“ แน่นอน “ ชิงหยางเอ่ย
“ เช่นนั้นแล้ว ข้าจะสาบานต่อสวรรค์หากข้าหักหลังเจ้าแลช่วงชิงสิ่งที่เจ้ามี ให้สวรรค์ลงทัณฑ์สลายวิญญาณของข้าให้ตกตายแลมิได้ผุดได้เกิดตลอดชั่วกัลปาวสาน “ หวงตี้เอ่ยอออกมาอย่างหนักแน่น
ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
“ เช่นนั้นแล้ว “ ชิงหยางเล่าเรื่องของเขาให้กับชายชราได้ฟัง
น้ำตาของชายชราพลันไหลหลั่งอาบสองแก้มสองแก้มในทันใด เขาพ่นลมหายใจออกมอย่างแรง
“ ช่างเป็นชีวิตที่รันทดยิ่งนัก “ เขาเอ่ย
“ แต่เวลานี้เจ้ามิได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป เพราะเจ้ามีข้าแล้ว ข้าจะอยู่ข้างเคียงเจ้าแลพูดคุยกับเจ้าเอง “ ชายชราเอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า
“ เคล็ดวิชาชิงสวรรค์ในกาลก่อนนั้นมิเคยปรากฏ มันอาจถูกสร้างขึ้นในยุคกลาง “ หวงตี้เอ่ย
“ ส่วนเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายดารานั้น ข้าว่าน่าที่จะเป็นเคล็ดวิชาที่มากจากยุคก่อน เพราะมันลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก ทั้งยังต้องผสานกับเลือดของอสูร “ เขาเอ่ย
“ เพราะเลือดอสูรของอสูรในยุคก่อนนั้นมันบริสุทธิ์มิได้บ้าคลั่งเช่นนี้ มนุษย์ทุกคนในยุคก่อนจึงสามารถดื่มกินได้โดยมิมีสิ่งผิดปกติ “ หวงตี้เอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้า
“ ข้าว่าจะลองทะลวงขั้นพลังไปยังผสานวิญญาณขั้นที่ห้าแลจะได้ผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกอีกครั้ง “ ชิงหยางเอ่ย
“ มิดี “ หวงตี้เอ่ย
“ เหตุใดรึ “ ชิงหยางเอ่ยถาม
“ ฐานพลังของเจ้ามันจะเสียศูนย์ “ หวงตี้เอ่ย
“ อืม “ ชิงหยางพยักหน้าช้าๆ
“ เช่นนั้นแล้วก็ต้องหาวิธีผลัดเอ็นเปลี่ยนกระดูกให้ได้โดยเร็ว “ ชิงหยางพึมพำ
ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นาน
“ ผู้เฒ่า วิถีแห่งวิญญาณเป็นเช่นใด “ ชิงหยางเอ่ยถาม
“ เจ้าครบแล้วนี่ “ หวงตี้เอ่ย
“ รับรู้วิญญาณทั้งเก้า “ เด็กหนุ่มเอ่ย
“ ใช่ “ หวงตี้พยักหน้า
“ เช่นนั้นแล้วก็เหลือเพียงอย่างเดียว “ ชิงหยางพึมพำ
“ เจ้าลองเรียบเรียงอักษรจากเคล็ดวิชาชิงสวรรค์ดู เผื่อว่าจะสามารถเข้าใจมันได้ “ หวงตี้เอ่ย
“ ได้ “ เด็กหนุ่มพยักหน้า
ภายนอกถ้ำในเวลานี้เริ่มโกลาหล เมื่อผู้คนมากมายเข้ารื้อค้นทั่วอาณาอย่างบ้าคลั่ง ผู้คนที่มาจากแดนไกลนั้นต่างก็แสดงอำนาจบาตรใหญ่กดขี่ข่มเหงผู้คนมากมาย พวกเขาทั้งฆ่า ทั้งข่มขืน ทั้งช่วงชิง พวกเขาทำกับคนเมืองตะวันเป็นผักปลา อยากจะฆ่าก็ฆ่า อยากจะข่มขืนก็ข่มขืน อยากจะปล้นก็ปล้น
ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปีความเคียดแค้นก็ยิ่งลุกลาม แต่คนของเมืองตะวันก็มิมีผู้ใดกล้าที่จะต่อต้าน มีเพียงก้มหน้าก้มตารับเอาชะตากรรมที่พวกเขามิได้ก่อ
“ ข้ามาแล้ว “ ชิงหยางร้องตะโกนลั่น
“ ศิษย์พี่ใหญ่ “