บทที่ 85 การสังหารนองเลือด!
“บ้าเอ๊ย!”
ดวงตาของฉู่อวิ๋นแดงก่ำเขากรีดร้องอยู่ในใจ อยากจะก้าวข้ามภูเขาซากศพถือกระบี่ไปช่วยเหลือมู่หรงซิน
แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้วเขาอยู่ห่างจากมู่หรงซินร้อยกว่าหมี่ แม้ว่าตอนนี้เขาจะรีบไปช่วยแต่ก็ไม่สามารถไปถึงได้ทันเวลา
ในขณะเดียวกัน มู่หรงซินก็มองมาด้วยความประหลาดใจใบหน้าของนางซีดลงด้วยความหวาดกลัว นางต้องการสู้กลับแต่เพราะเมื่อครู่ต้องสนับสนุนฉู่อวิ๋น นางจึงใช้ทักษะธนูศรเก้าตะวันไม่เพียงแต่ใช้พลังปราณจนหมดแต่ยังทำให้มือเรียวหยกชาหนึบอีกด้วย
ดังนั้น ตอนนี้นางจึงไม่มีแรงต่อสู้ทำได้เพียงนั่งรอความตายเท่านั้น
คนที่มาโจมตีนั้นแข็งแกร่งมากเขาเป็นนักรบระดับเก้าของขอบเขตควบแน่นพลังปราณร่างกายฝึกยุทธ์ของมู่หรงซินไม่อาจต้านทานได้!
“ตายซะเถอะ!”
นักรบคำรามด้วยความโกรธ สีหน้าดุร้ายดาบโผขึ้นไปในอากาศ พลังปราณปะทุออกมา โดยตั้งใจจะตัดเอวคอดของมู่หรงซิน
“ควั่บ!”
ตัวดาบเร็วมากจนมู่หรงซินมองไม่ทันดวงตาของนางหรี่ลง ได้แต่เพียงมองดูฉู่อวิ๋นที่ยืนอยู่ในทะเลศพจากไกลๆ
ยามนี้ ดวงตาของนางราวชลธารเปล่งประกายด้วยความอ่อนโยนทุกรูปแบบ ปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ แต่งแต้มบนริมฝีปากนางอยากบอกเล่าให้เขาฟังนับพันคำ
“อ๊าก!!!” เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ จู่ๆฉู่อวิ๋นก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก ในใจราวกับถูกแทงด้วยลูกศรนับพันดอก มู่หรงซินผูกพันกับเขาอย่างอันลึกซึ้งทั้งยังร่วมเดินทางฆ่าสัตว์ปีศาจมากับเขาตลอดทาง เข้าไปในสุสาน บุกประตูเมืองข้ามป่าสีเลือด
เขาปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ตายไม่ได้
เขาจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนี้ตาย!
“ลาก่อน”
ข้างแม่น้ำมีเสียงตะโกนเข่นฆ่าชิ้นเนื้อปลิวว่อนไปทั่ว ได้ยินเสียงอำลาอย่างเงียบๆ พร้อมกับแสงดาบที่ส่องกระทบตามู่หรงซินดูโล่งใจและไม่รู้สึกเสียใจนางกำลังจะถูกตัดร่างออกเป็นสองท่อนในวินาทีถัดไป
“ไม่!"
ในช่วงเวลาวิกฤติเมื่อมู่หรงซินกำลังจะตาย
“เจ้ากล้าฆ่านางหรือ!? ตาย!”
ฉู่อวิ๋นจ้องมองด้วยความโกรธแค้นอย่างไม่คิดอะไรและทำไปโดยไม่รู้ตัวเขาระดมพลังปราณฮุ่นหยวนทั้งหมดในร่างกายทันที รังสีแสงเปล่งออกมาก่อนจะถูกถ่ายเทเข้าสู่กระบี่ชื่อยวน ตัวกระบี่เรืองแสงสีแดงตามอักขระเส้นร่างคล้ายเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์เก้าชั้นฟ้าช่างเป็นอาวุธสมบัติที่ยอดเยี่ยม!
เขาตั้งสมาธิแน่วแน่สะบัดแขนอย่างรวดเร็ว และขว้างกระบี่ชื่อยวนออกไปทันที!
“ควั่บ!”
ในความว่างเปล่ากระบี่ชื่อยวนกลายเป็นกระแสเปลวไฟ ราวกับมังกรเพลิงที่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสังหารสิ่งมีชีวิตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พยายามเข่นฆ่าทุกสิ่งอย่างไม่หยุดยั้ง!
“ควั่บ ควั่บ ควั่บ!!!”
มองเห็นแสงกระบี่แวบวาบบินข้ามอากาศด้วยความเร็วสูง มุ่งสังหารไปทุกทิศทาง!กระบี่มังกรเพลิงทะลุร่างของศัตรูนับไม่ถ้วนจนชิ้นเนื้อขาดวิ่น อวัยวะภายในฉีกขาดแม้แต่นักรบขั้นมหาสมุทรที่ไม่ทันระวังบางคนก็โดนตัดนิ้วขาดไปด้วย
“ชึบ ชึบ ชึบ!”
กระบี่ตัดผ่านอากาศ พุ่งผ่านฝูงชนโปรยปรายหยาดโลหิตไปทั่วท้องฟ้า ในที่สุด ด้วยความแม่นยำอย่างยิ่งมันก็ทะลุผ่านด้านหลังศีรษะของนักรบที่โจมตีมู่หรงซิน เจาะกะโหลกของเขา เสียชีวิตในทันที
ดวงตาของชายคนนั้นเบิกกว้างพร้อมกระบี่ที่หยุดลงเขาล้มลงกับพื้นเสียงดังตึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองตายอย่างไรจนกระทั่งแสงแห่งความหวังในชีวิตทั้งหมดดับมอดลง
“ฮู่ว ฮู่ว...” ดวงตาของมู่หรงซินพร่ามัว นางหายใจเข้าลึกๆเมื่อก้มลงมองก็เห็นว่าองค์เอวอันเพรียวบางที่สุดแสนภาคภูมิใจของนางมีเพียงรอยเลือดแต่ไม่ได้ถูกตัดออก
ทันใดนั้น นางก็รู้สึกตัวดวงตาคู่งามเป็นประกาย อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปที่ฉู่อวิ๋นอีกครั้งหัวใจของนางสั่นไหว เจ้าหนุ่มนี่ช่วยชีวิตนางไว้อีกครั้ง!
เมื่อเห็นเช่นนี้ฉู่อวิ๋นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกอย่างไรเสียเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้มู่หรงซินตายต่อหน้าเขาเป็นแน่ไม่เช่นนั้นเขาจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต
“รีบดูเร็ว! เจ้านั่นทำกระบี่หายแล้ว!”
“บัดซบ! เมื่อกี้ยังเก่งอยู่เลยนี่? ตอนนี้ไม่มีอาวุธแล้ว รอดูข้าไล่บี้เจ้าจนจนตายเสียเถอะ!”
“ทุกคนบุกเลย! ฆ่ามันซะ!ล้างแค้นให้พี่น้องของเรา!”
ก่อนที่ฉู่อวิ๋นจะได้หายใจนักรบที่แข็งแกร่งสามคนก็พุ่งมาหาเขา อาวุธครบมือที่มาพร้อมความน่ากลัวพวกเขาต้องการใช้ประโยชน์จากการเสียเปรียบของฉู่อวิ๋น ปลิดชีพเขาในทันทีที่เผลอ
“ควั่บ!”
เงาของวิญญาณยุทธ์ทั้งสามปรากฏขึ้นพวกเขาทั้งหมดเปิดใช้พรสวรรค์วิญญาณยุทธ์คิดจะสังหารฉู่อวิ๋นด้วยการโจมตีที่ทรงพลังเพียงครั้งเดียวเพราะเจ้าหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งเกินไปเขาเข้าสู่สนามรบด้วยระดับหกของขอบเขตควบแน่นพลังปราณทว่าทุกย่างก้าวกลับชโลมเลือด
ยกเว้นจะเป็นนักรบขั้นมหาสมุทรไม่เช่นนั้นเขาคงหนังเหนียวฟันแทงไม่เข้า
แต่ถึงกระนั้นกระบี่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ฝึกกระบี่ หากไม่มีกระบี่ความแข็งแกร่งของผู้ฝึกกระบี่จะลดลงอย่างมาก และจะตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายนี่เป็นโอกาสดีที่สุดในการฆ่าฉู่อวิ๋น!
“ฆ่า!"
“ฆ่า!"
“โห่——”
นักรบทั้งสามตะโกนด้วยเสียงอาฆาตมาดร้ายอาวุธทั้งสามบินข้ามท้องฟ้า โจมตีจากทุกทิศทาง เกิดห่าฝนนองเลือดและลมกระโชกแรง
“หึ! ต่อให้ไม่มีกระบี่ ข้าก็ยังฆ่าพวกเจ้าได้หมดจดอยู่ดี!”
ฉู่อวิ๋นรวบรวมพลังปราณอีกครั้งกระทืบเท้าอย่างแรงจนศพบนพื้นกระจายออก เขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากางปีกโผบินอย่างวิหคปักษา หลีกเลี่ยงท่าสังหารที่มาจากสามทิศทาง
ทันใดนั้นฉู่อวิ๋นก็พลิกตัวกลางอากาศ เผยฝ่ามือที่เต็มไปด้วยแสงเจิดจ้ามองเห็นแสงฝ่ามือรูปมังกรสามตัวตกลงมาจากท้องฟ้าและพุ่งใส่ศีรษะของนักรบทั้งสาม
“มังกรหมอบเคลื่อนภพ!”
“ปัง ปัง ปัง!”
เงาฝ่ามือเต็มไปทั่วท้องฟ้าราวกับมังกรหมอบที่กำลังตื่นศีรษะของทั้งสามคนถูกทุบจนแตกร้าว เนื้อและเลือดกระเซ็นออกมาจนมองไม่ชัดการตายของพวกเขาช่างน่าสยดสยอง ศพสดใหม่อีกสามศพถูกเพิ่มลงในทะเลศพที่อยู่บนพื้น
ฉู่อวิ๋นร่อนลงบนพื้นเหยียบย่ำบดขยี้ศพเมื่อครู่ ก่อนจะมองไปรอบๆเขามองเห็นนักรบสองคนที่ระดับสูงสุดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณพุ่งเข้ามาจากด้านหลังเพื่อโจมตีเขาอย่างบ้าคลั่ง!
“กระบี่!”
คำคำหนึ่งผุดขึ้นมาในใจฉู่อวิ๋นวิ่งไปยังทิศทางของมู่หรงซินทันที
แม้ว่าตอนนี้เขาจะสามารถใช้ฝ่ามือมังกรพเนจรจัดการกับศัตรูได้แต่ทักษะการต่อสู้นี้ได้รับการฝึกฝนจนถึงระดับเริ่มต้นเท่านั้นจะใช้มันเพื่อต่อกรกับนักรบระดับสูงสุดของควบเขตควบแน่นพลังปราณยังคงฝืนเกินไป
ต้องมีกระบี่ จึงจะเข่นฆ่าต่อไปได้!
“ไอ้หนู! จะหนีไปไหน!?”
“คอยดูข้าหั่นเจ้าเป็นชิ้นๆ เสีย!”
“บุกเร็ว!”
“ฆ่า!!”
ในเวลานี้ ทุกคนต่างบ้าคลั่งร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยเลือด พวกเขาต่างก็อิจฉาที่เห็นว่าชายหนุ่มอย่างฉู่อวิ๋นไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
นักรบหลายสิบคนมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังค่ายแม้ว่าจะได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังอยากจะฆ่าคนน่าชังอย่างฉู่อวิ๋นเพื่อระบายความคับแค้นใจ
“แย่แล้ว! คนเยอะเกินไป จอมยุทธ์ฉู่กำลังตกอยู่ในอันตราย!!”เฟิงเยี่ยนตอบโต้กับศัตรูและสังเกตเห็นว่ามีฝูงมนุษย์พุ่งเข้าหาฉู่อวิ๋นก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา
“ฟุ้งซ่าน? ตาย!”
นักรบขั้นมหาสมุทรหลายคนที่ต่อสู้กับเฟิงเยี่ยนต่างรุมล้อมเขาไว้แน่นโจมตีเขาไม่หยุดหย่อน แสงกระบี่ เงาดาบและหมัดมือล้วนพุ่งเข้ามาหาเขายากจะหลุดออกจากวงล้อมได้ เขาทำได้เพียงแค่มองดูอย่างโกรธเกรี้ยวเท่านั้น
นี่มันจะมากเกินไปแล้วนักรบขั้นสูงสุดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณเกือบยี่สิบคนเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อตามฆ๋าฉู่อวิ๋น
“โฮก! สหายฉู่! โฮกโฮก!!” เมื่อเห็นนักรบหลายคนไล่ตามฉู่อวิ๋นสือเหล่ยก็ตะโกนออกมาเสียงดังด้วยอยากจะช่วยเหลือเขา
แต่บนร่างกายสูงใหญ่ของเขามีนักรบอีกห้าหกคนที่คอยกัดมือมัดเท้าเขาอยู่พัวพันวุ่นวายเสียเต็มประดาร่างกายกำยำเต็มไปด้วยชิ้นเนื้อและรอยเลือดทั้งใหม่และเก่าเขาปลีกตัวไปไม่ได้จริงๆ
“ทุกคนบุกโจมตีเสีย!ฆ่าเจ้าหนุ่มเวรนี่และสาวน้อยที่ยิงธนูมาจากด้านหลังนั่นซะ!”
“ฆ่าพวกมัน!”
แรงกดดันของนักรบทั้งยี่สิบคนล้นหลามจนกลายเป็นคลื่นมนุษย์อาวุธของพวกเขาคมกริบและพุ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้คนในกลุ่มมังกรเหล็กตกตะลึง ช่างน่ากลัวจริงๆ ยกเว้นนักรบขั้นมหาสมุทรแล้วบรรดานักรบระดับสูงสุดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณล้วนติดตามฉู่อวิ๋นไป!
เมื่อหันหลังไปฉู่อวิ๋นก็เห็นคนติดตามมาข้างหลังด้วยพลังอันแรงกล้าเขาอดรู้สึกหนาวสั่นในใจไม่ได้ หากถูกจับได้ขึ้นมาก็คงตายหยังเขียดจริงๆต้องถูกสับเป็นชิ้นๆ จนไม่มีเหลือแม้แต่กระดูกให้เห็น
“ควั่บ! ควั่บ!”
ยามนี้นักรบทรงพลังสองคนตามมาทันก่อน แสงกระบี่หนึ่งแดงหนึ่งน้ำเงินสะท้อนวาววับยกโค้งราวพระจันทร์และพุ่งเข้าโจมตี!
“เชอะ ใช้กระบี่หรือ? พวกเจ้าไม่คู่ควร!”
ฉู่อวิ๋นแค่นเสียงอย่างเย็นชาก่อนจะหันกลับมาโจมตีด้วยฝ่ามือทั้งสองข้าง แสงฝ่ามือรูปมังกรพุ่งออกมาทำให้กระบี่ทั้งสองเล่มแตกเป็นเสี่ยงๆ ในขณะเดียวกันเขาก็ยังคงถอยหลังต่อไปด้วยแรงส่งจากกระบวนท่าเมื่อครู่ ก้าวเงาบินวาบวับไปในอากาศ
“ย๊า! ไอ้สารเลว! รับค้อนของข้า!”
ก่อนที่ฉู่อวิ๋นจะทรงตัวได้ชายที่แข็งแกร่งอีกคนก็พุ่งออกมา ทั่วร่างกายมีชิ้นเนื้อห้อยต่องแต่งใบหน้าน่าสะพรึงกลัว
เขากระโดดขึ้นไปและร่อนลงมาจากกลางอากาศอย่างรวดเร็วเต็มไปด้วยพลังอันล้นเหลือ ค้อนขนาดยักษ์ในมือเปล่งแสงราวฟ้าร้องและหนักอึ้งราวกับเทพฟ้าร้องลงมาสู่โลก สั่นสะเทือนไปทุกทิศทาง พลังช่างน่าพรั่นพรึง!
“เป็นพลังที่แข็งแกร่งมาก ใช้วิชาฝ่ามือต้านรับไม่ได้!” ฉู่อวิ๋นตกใจ พลังปราณของชายร่างใหญ่คนนี้น่ากลัวเกินไปคาดว่าความแข็งแกร่งของเขาคงอยู่ที่แปดพันจินซึ่งเป็นจุดสูงสุดของระดับเก้าของขอบเขตควบแน่นพลังปราณ!
“ฆ่า!!!”
ค้อนยักษ์ตกลงมากระแทกพื้นจนสั่นสะเทือนฉู่อวิ๋นย่อตัวหลบ เขาพยายามเร่งฝีเท้าอย่างเต็มที่ก่อนจะกระโดดไปข้างหน้าเพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีที่น่าหวาดเสียวเมื่อครู่นี้ได้ทันเวลา
“ตึง!”
ค้อนฟ้าร้องตกลงกระแทกพื้นพื้นดินแตกแขนงจนกลายเป็นปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ทั่วท้องฟ้าเต็มไปด้วยฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
แค่คิดก็รู้ว่าหากเมื่อครู่นี้ฉู่อวิ๋นหลบไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น
“ค้อนของชายคนนี้ทรงพลังมาก มีเพียงกระบี่ชื่อยวนเท่านั้นที่จะต่อกรกับมันได้!”ดวงตาของฉู่อวิ๋นหรี่ลง เขารีบลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งต่อไปกลุ่มนักรบจากด้านหลังกำลังจะพุ่งเข้ามาอีกครั้งระยะห่างของทั้งสองฝ่ายใกล้กันมากขึ้น
“ขอข้าดูหน่อยว่าเจ้าจะหลบไปได้อีกนานแค่ไหน!? ฮ่าๆๆ!”
ชายร่างใหญ่พลาดการโจมตีแต่ไม่ย่อท้อเขากลับหัวเราะเสียงดัง ก้าวไปข้างหน้า และคิดจะโจมตีอีกครั้งกลางอากาศคราวนี้ระยะห่างของเขาเข้าใกล้ขึ้นมาก ฉู่อวิ๋นไม่อาจหลบเลี่ยงได้!
“โอกาสมาแล้ว ฆ่ามันซะ!”
“ฆ่า!"
ฝูงชนวิ่งพล่านราวกับฝูงหมาป่าช่างน่าตระหนกตกใจ เสียงตะโกนเข่นฆ่าดังลั่นจนครอบคลุมไปทั่วบริเวณเล็กๆ นี้
“กระบี่!"
ในขณะนี้จิตใจของฉู่อวิ๋นเองก็รับรู้ชัดเจนเขารู้ว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงการโจมตีนี้ได้อีกครั้งทำเพียงจ้องมองไปข้างหน้าและสบถด่าในใจ
ทว่าเสียงตะโกนสาปแช่งรอบตัวเขาช่างน่ากลัวจนฟังไม่เป็นคำซ้ำยังปนเปกันจนฟังไม่ได้ศัพท์
“ฉู่อวิ๋น!!!”
ในระยะไกลมู่หรงซินเองก็ทั้งตกใจและเป็นกังวลเมื่อเห็นฉู่อวิ๋นถูกทุกคนไล่ล่านางสูญเสียพลังปราณและไม่อาจช่วยเหลือเขาได้ จึงทำได้เพียงมองดูเท่านั้น
แต่ในยามนี้ นางรู้สึกได้ถึงวิญญาณยุทธ์ที่ล้นทะลักออกมาจากดวงตาของฉู่อวิ๋น!
ชายหนุ่มคนนี้ไม่อยากหนี เขาอยากสู้!
ดวงตาคู่งามของมู่หรงซินเบิกกว้างนางเข้าใจในทันที นางใช้มือซ้ายปิดรอยแผลที่เอว ดึงกระบี่ชื่อยวนออกมาและขว้างมันไปข้างหน้าสุดกำลังพร้อมตะโกนด้วยเสียงอันดัง “รับกระบี่!"
เมื่อเห็นกระบี่โบราณที่คุ้นเคยพุ่งมาจากท้องฟ้าฉู่อวิ๋นก็หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วเอื้อมมือออกไปรับมัน
“ตึง!"
ทันใดนั้นค้อนฟ้าร้องของชายร่างใหญ่ก็ฟาดลงมาสายฟ้าวาบวับราวกับงูยักษ์ที่รัดคอจนหายใจไม่ออก
“ย๊า!!”
ดวงตาของฉู่อวิ๋นเบิกกว้างและท่ามกลางแสงสายฟ้า เขากระทืบพื้นด้วยขาข้างเดียว ส่งร่างกายให้ล่องลอยอยู่ในอากาศก่อนจะพุ่งไปข้างหน้า เมื่อรับกระบี่ได้ พลังปราณของเขาก็ระเบิดออกมาทันที
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ สายฟ้าฟาดสะเปะสะปะ และในขณะเดียวกันค้อนฟ้าร้องก็ตกลงมาจากท้องฟ้าด้วยพลังอันยิ่งใหญ่และหนักหน่วงและกำลังจะโจมตีลงมาอีกครั้ง!
“ค้อนมารดาเจ้าเถอะ! หักไปซะ!!!”
ฉู่อวิ๋นถือกระบี่ไว้ในมือขวาก่อนจะร่อนลงพื้น เขาก็ออกแรงส่งเปลี่ยนกระบี่ไปที่มือซ้าย พื้นดินแตกกระจายใช้แรงเหวี่ยงกระบี่ไปในอากาศ ตัวกระบี่ส่องแสงสีแดงกะพริบระยับตา
“ควั่บ!”
ในความว่างเปล่าคลื่นกระบี่ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ปรากฏดาราเพลิงนับไม่ถ้วนออกมาส่องแสงศักดิ์สิทธิ์แวววาว และปรากฏเป็นลำแสงพุ่งตัดค้อนยักษ์ที่เข้ามาด้วยกระบวนท่าเดียวทำให้มันกลายเป็นลูกตะกร้อเหล็กสองลูกที่ไร้พลังก่อนจะร่วงลงไป
ขณะเดียวกันแสงกระบี่อันคมปลาบก็ยังไม่หมดซึ่งพลัง มันพุ่งไปในอากาศตัดร่างของชายร่างใหญ่ออกเป็นสองส่วน แยกออกสองข้าง หลั่งเลือดออกมาในพริบตา
กระบี่เดียวฟันคนขาดเป็นสองท่อน!
ทุกคนตกตะลึงฉากนี้น่าตกใจเกินไปแล้ว เจ้าหนุ่มนี้ต่อให้อยู่สถานการณ์ร้ายแรงเพียงใดแค่มีกระบี่ก็พลิกกลับมาตอบโต้ได้ น่าเหลือเชื่อจริงๆ
ความสามารถในการต่อสู้และศักยภาพด้านวิชายุทธ์ของฉู่อวิ๋นแตกต่างจากคนทั่วไปน่าประหลาดใจจริงๆ
“บ้าไปแล้ว! เด็กคนนี้เก็บไว้ไม่ได้! บุกเลย!”
“เจ้าหนุ่มนี่น่ากลัวเกินไป ในอนาคตเขาต้องไม่ธรรมดาแน่ต้องฆ่าเขาเสีย!”
กลุ่มหมาป่าต่างเร่งรุดมาอย่างดุเดือดอาวุธของพวกเขาเรืองแสงก่อนจะก้าวข้ามศพของชายร่างใหญ่มาอย่างไม่สนสิ่งใดเพื่อฆ่าฉู่อวิ๋น
มิฉะนั้น หากพวกเขาเสียโอกาสนี้ไปการแก้แค้นในอนาคตก็เป็นไปไม่ได้อีก
“อย่าได้คิดจะฆ่าข้า! อย่าได้คิดจะก้าวผ่านที่นี่ไปเลย!”
ฉู่อวิ๋นตะโกนอย่างโกรธแค้นและยืนหยัดอย่างภาคภูมิเพื่อความอยู่รอด และเพื่อปกป้องคนที่เขารัก เช่นนั้นก็มาตกตายกันไปข้างหนึ่ง!