จารึกที่ 143 : กำเนิดใหม่ : ราชันแห่งเงามืดแมงมุมเงาจันทรา
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างเชื่องช้าภายในห้องใต้ดินที่ถูกปิดตาย แสงเทียนในตะเกียงน้ำมันมอดดับไปนานแล้ว เหลือเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมทุกตารางนิ้ว ทว่าในใจกลางความมืดนั้น กลับมีแสงสว่างสีเงินยวดยิ่งส่องประกายวูบวาบออกมาจากวัตถุทรงรีขนาดเท่ากำปั้น ราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจสิ่งมีชีวิต
รุ่งสางของวันใหม่มาเยือน แสงแดดรำไรส่องลอดผ่านช่องระบายอากาศเล็กๆ เข้ามาเป็นเส้นสายฝุ่นละอองที่เต้นระบำ กระทบกับรังไหมสีเงินจนเกิดประกายวิบวับ
อาเจีย ตื่นขึ้นจากห้วงสมาธิเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของอากาศที่เปลี่ยนไป เขาขยับกายที่เมื่อยล้าจากการเฝ้ารอมานานกว่าสิบชั่วยาม ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ "รังไหมสีเงิน" ที่วางอยู่กลางวงเวทย์
เปรี๊ยะ...
เสียงแตกหักที่เบาราวกับเสียงเข็มตกกระทบพื้นดังก้องกังวานในความเงียบ รอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวโลหะสีเงินของรังไหม แสงสีเงินที่สว่างจ้าเริ่มรั่วไหลออกมาตามรอยแตกนั้น พร้อมกับกลิ่นอายที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
มันไม่ใช่กลิ่นอายของสัตว์เดรัจฉานระดับต่ำอีกต่อไป... แต่เป็นกลิ่นอายที่ลึกลับ เย็นยะเยือก และคมกริบดุจใบมีดที่มองไม่เห็น มันคือกลิ่นอายของนักล่าชั้นสูงที่ซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด
กร๊อบ!
รังไหมแตกออกเป็นสองเสี่ยง! เศษเปลือกสีเงินร่วงกราวลงสู่พื้น
ท่ามกลางแสงสว่างที่ค่อยๆ จางลง สิ่งมีชีวิตรูปร่างคุ้นตาก็ค่อยๆ คลานออกมาอย่างเชื่องช้า
เจ้าถุงเงิน ในร่างใหม่!
ขนาดตัวของมันไม่ได้ใหญ่โตขึ้นจนน่าเกรงขามเหมือนสัตว์อสูรทั่วไปที่วิวัฒนาการ มันยังคงมีขนาดเท่าฝ่ามือมนุษย์ ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะที่สุดสำหรับการลอบเร้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ "รูปลักษณ์" และ "รัศมีพลัง"
เปลือกกระดองที่เคยเป็นสีดำด้านหยาบกร้าน บัดนี้กลายเป็น "สีดำเหลือบเงิน" ที่เรียบเนียนและมันวาวราวกับกระจกเงา ขาแปดข้างยาวขึ้นและเรียวเล็กจนดูเหมือนเข็มโลหะ ปลายขาแหลมคมจนสามารถจิกทะลุพื้นหินแข็งๆ ได้โดยไร้เสียง ดวงตาทั้งแปดดวงที่เรียงรายอยู่บนส่วนหัว ส่องประกายสีแดงทับทิมวาวโรจน์ ตัดกับสีดำของลำตัวอย่างน่าเกรงขาม
บนหลังของมัน... มีลวดลายสีทองจางๆ เป็นรูปอักขระ "ผสาน" ที่อาเจียจารึกด้วยพู่กันนิรันดร์ มันไม่ได้เลือนหายไป แต่กลับกลายเป็นปานศักดิ์สิทธิ์ที่ประทับแน่นอยู่ในจิตวิญญาณ ช่วยเสริมพลังให้กับเจ้าถุงเงินตลอดเวลา
[ นายท่าน... การวิวัฒนาการเสร็จสมบูรณ์... ]
เสียงของ เจ้าสัวทมิฬ ดังขึ้นในจิต รายงานผลการวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความตื่นเต้น
[ ระดับพลัง : ก้าวกระโดดสู่ระดับสัตว์อสูรปฐพี ขั้นต้น... สายเลือด : แมงมุมเงาจันทรา ... ความเข้ากันได้กับนายท่าน : สมบูรณ์แบบ ]
เจ้าถุงเงินขยับตัวบิดขี้เกียจเล็กน้อย เสียงข้อต่อขาดัง กริ๊กๆ เบาๆ เหมือนเสียงโลหะกระทบกัน
มันเงยหน้ามองอาเจีย แล้วส่งเสียงร้องทักทาย
จี๊ดดด!
แต่เสียงนั้นไม่ได้แหลมเล็กเหมือนหนูอีกแล้ว มันมีความกังวานและทรงพลังขึ้น คล้ายเสียงลมหวีดหวิว
มันกระโดด วูบ! จากพื้นห้อง พุ่งเข้าหาอาเจีย
"เร็วมาก!" อาเจียเบิกตากว้าง
เขาแทบมองตามไม่ทัน เห็นเพียงเส้นแสงสีเงินวาบผ่านตาไปในเสี้ยววินาที
รู้ตัวอีกที... เจ้าถุงเงินก็มายืนเกาะอยู่บนไหล่เขาแล้ว! น้ำหนักตัวของมันเบาหวิวราวกับขนนก ทั้งที่เปลือกนอกดูแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล
"สุดยอด..." อาเจียลูบไล้เปลือกหลังที่เย็นเฉียบของมัน "เจ้าเปลี่ยนไปมากจริงๆ... ไหนลองดูซิว่าคุ้มค่าเงินหมื่นแต้มไหม"
อาเจียจับมันวางลงบนโต๊ะ แล้วสั่งการ
"เจ้าถุงเงิน... แสดงความสามารถใหม่หน่อย!"
เจ้าแมงมุมน้อยผงกหัวรับคำสั่งอย่างชาญฉลาด (ยาเร่งสติปัญญาก็ทำงานได้ดี)
มันหันก้นไปทางผนังห้อง แล้วขยับขาหลังอย่างรวดเร็วราวกับการร่ายรำ
ฟุ่บ!
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น... อย่างน้อยก็ในสายตาปกติของมนุษย์
อาเจียขมวดคิ้ว "ทำอะไรน่ะ? ใยไม่ออก? หรือว่ายาหมดอายุ?"
ทันใดนั้น เขารู้สึกเย็นวาบที่แก้ม เหมือนมีเส้นผมบางๆ มาสัมผัส
เมื่อเขาลองยื่นมือออกไปสัมผัสอากาศตรงหน้า... นิ้วของเขาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่เหนียวหนึบและคมกริบ!
"นี่มัน..."
อาเจียรีบโคจรลมปราณไปที่ดวงตา "เนตรอักขระ... เปิด!"
ภาพที่เห็นทำเอาเขาขนลุกซู่
อากาศตรงหน้าเขา... เต็มไปด้วย "เส้นใยโปร่งแสง" นับร้อยเส้นที่ขึงโยงเป็นตาข่ายดักจับ เส้นใยเหล่านี้บางกว่าเส้นผมมนุษย์ถึงสิบเท่า และไม่มีการสะท้อนแสงใดๆ ทำให้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย!
"ใยไร้สภาพ!" อาเจียอุทานด้วยความทึ่ง "ร้ายกาจมาก! ถ้าศัตรูวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามา คงโดนบาดคอขาดโดยไม่รู้ตัว!"
เจ้าถุงเงินยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
แต่มันยังไม่หยุดแค่นั้น...
มันหมอบตัวลงต่ำ ขาแปดข้างแนบไปกับพื้นโต๊ะ
บรรยากาศรอบตัวมันเริ่มบิดเบี้ยว... แสงและเงารอบตัวถูกหักเหด้วยพลังมายาบางอย่าง
วูบ...
ร่างของแมงมุมสีดำเหลือบเงินค่อยๆ "เลือนหายไป"!
ไม่ใช่แค่การพรางตาด้วยสี... แต่เป็นการ "ลบตัวตน" ออกไปจากประสาทสัมผัส! แม้แต่อาเจียที่ยืนอยู่ตรงหน้า ถ้าไม่ใช้พันธะสัญญาทางจิตช่วย ก็แทบจะสัมผัสไม่ได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ตรงนั้น
"วิชาพรางจิต!" อาเจียยิ้มกว้างจนแก้มปริ "สมชื่อ 'เงาจันทรา' จริงๆ... แบบนี้เจ้าเข้าออกที่ไหนก็ได้ในโลกหล้า ไม่มีใครจับได้แน่!"
อาเจียหัวเราะร่าอย่างมีความสุข ความเหนื่อยล้าจากการทำพิธีหายเป็นปลิดทิ้ง
เขามองดูทีมของเขา... เจ้าสัวทมิฬ (สายชน/สายทุบ/สายดูดวิญญาณ) และ เจ้าถุงเงิน (สายลอบสังหาร/สายป่วน/สายขโมย)
"ทีม 'เรือนไผ่ม่วง' สมบูรณ์แบบแล้ว!"
อาเจียกำหมัดแน่น แววตาเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นและ... โลภมาก
"ถึงเวลาถอนทุนคืนแล้วพวกเรา... โลกภายนอกยังมี 'ขุมทรัพย์' รอให้เราไปกอบโกยอีกเพียบ!"
แต่ก่อนจะไปกอบโกย...
อาเจียเหลือบไปมองถุงมิติของตัวเองที่แฟบลงจนน่าใจหาย
"เอ่อ... แต่ก่อนอื่น... เราต้องหาเงินกินข้าวก่อน..."
เขาหันไปมองเจ้าถุงเงินที่ปรากฏกายกลับมา
"เจ้าตัวเล็ก... คืนนี้ข้ามีงานแรกให้เจ้าทำ... งานที่ต้องใช้ความสามารถใหม่ของเจ้าให้คุ้มค่าที่สุด... สนใจไหม?"
เจ้าถุงเงินดวงตาสีแดงแปดดวงส่องประกายวาววับ มันส่งเสียง จี๊ด! ตอบรับทันที
งานอะไรก็ได้... ขอแค่มีของกินอร่อยๆ และได้แกล้งคน!
อาเจียแสยะยิ้ม
"งานนี้เจ้าได้สนุกแน่... เพราะเราจะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าที่คฤหาสน์ตระกูลหลิวกัน!"