ตอนที่7 :ปู้ฉืออี
เมื่อกลับถึงห้องปู้หลี่เกอจึงไม่ได้ตระหนักถึงสายตาแปลกประหลาดจากผู้อื่นตลอดทาง ตัวเขายังคงจมกับความสุขสมของตนเอง
ปู้หลี่เกอคือนายน้อยแห่งคฤหาสน์ขุนนางใต้ เป็ปกติที่จะมีกำลังดีเยี่ยม ตัวเขานั้นอยู่ระดับััขั้นที่แปด และอยู่ห่างจากขั้นที่เก้าเพียงแค่หนึ่งเก้าเท่านั้น!
ทว่าเป็เพราะอาการาเ็ภายในที่ไม่อาจรักษา ดังนั้นจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะก้าวหน้า
แต่แล้วหลังได้ดื่มโคล่าที่ซื้อจากร้านของลั่วฉวน ไม่เพียงอาการาเ็ถูกรักษา แต่พลังิญญาในร่างได้กลับคืนสู่สภาวะขีดสุดดังนั้นความก้าวหน้าทางระดับพลังก็เพียงอยู่ที่เวลา!
“อีกเพียงก้าวเดียวเราจะก้าวหน้าสู่ระดับััิญญาขั้นที่เก้าได้แล้ว!”
ดวงตาปู้หลี่เกอเผยประกาย เขาตัดสินใจได้แล้ว
ตัวเขานั่งหลับตาลงทำสมาธิ คลื่นความผันแปรของออร่าเริ่มปรากฏจากกาย
ไม่นานจากนั้น ราวกับเสียงปริแตกดังขึ้น ร่างกายปู้หลี่เกอจึงสะท้าน ดวงตาค่อยลืมขึ้น มันราวกับฉายออกซึ่งแสงสว่างวูบ
ขณะเดียวกันนี้ลมหายใจของเขาจึงเริ่มมั่นคง ฝ่ามือเหยียดออก พลังิญญาจึงไหลเวียนออกมา
รับรู้ถึงพลังิญญาภายในร่างที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า ปู้หลี่เกอต้องสะท้านไปครู่หนึ่ง ไม่ช้าเขาจึงเผยยิ้มและหัวเราะออก
“ฮ่าฮ่า นายน้อยผู้นี้ถึงกับก้าวหน้าสู่ขอบเขตโชคชะตาได้!”
เพราะสภาพที่ดีพร้อม ปู้หลี่เกอจึงสามารถผ่านขอบเขตััิญญาระดับที่เก้า มุ่งตรงเข้าสู่ขอบเขตโชคชะตาได้โดยตรง!
“ปู้หลี่เกอ นี่เ้ามาทำบ้าอะไรที่นี่!”
ความสุขคงอยู่ได้ไม่นานประตูที่เปิดอยู่พลันต้องเปิดออก เสียงหนึ่งได้ดังขึ้น อีกฝ่ายเป็สตรีเรือนร่างงดงามเดินเข้ามาในห้อง
สตรีผู้นี้สวมใส่ชุดสีขาวเรียบง่าย ดวงตาสุกสว่าง พร้อมทั้งเผยฟันขาว
เส้นผมยาวดำขลับนั้นปล่อยยาว มันสะท้อนซึ่งประกายเป็ครั้งคราว นางคือโฉมงามผู้หนึ่ง
“พี่หญิง ท่านอยู่ที่นี่เอง!”
พบเห็นผู้มาเยือน ปู้หลี่เกอจึงเผยยิ้มแย้ม
นางมองมายังน้องชายตนเอง ปู้ฉืออีจึงเผยดวงตาที่อดกลั้น
“วันนี้เ้าไปยังนครจิ่วเหยามาใช่หรือไม่ พบเจอทางรักษาแล้วหรือ?” ปู้ฉืออีกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
การตระเวนไปทั่วนครจิ่วเหยาเพื่อค้นหาทางรักษา นั่นถือเป็เื่ที่ปู้หลี่เกอทำเป็ประจำอยู่แล้ว
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเช่นทุกครั้ง ปู้หลี่เกอพยักหน้ารับ “ข้าได้พบแล้ว”
“ข้าพบเจอวิธีรักษาแล้ว อย่าได้ห่วงไปอาการาเ็ไม่ช้าก็หายดี”
ปู้ฉืออีที่ตอนแรกคิดกล่าวปลอบ แต่แล้วยามนี้ถึงกับได้คำตอบเกินคาดว่ารักษาหายแล้ว สายตานั้นจับจ้องปู้หลี่เกอไม่วางตา
“ว่าอะไร? นี่เ้าหาทางรักษาได้แล้ว?!”
“ถูกต้อง!”
ปู้หลี่เกอหัวเราะรับ จากนั้นจึงรวบรวมพลังิญญาไว้ที่มือ บอลแสงพลังิญญาจึงปรากฏจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันเผยแสงสุกสว่างเล็กน้อยออกมา
ออร่าที่ััได้จากร่าง มันคือเอกลักษณ์ของขอบเขตโชคชะตา!
“ออร่านี่มัน? นี่เ้าถึงกับก้าวหน้าถึงขอบเขตโชคชะตาแล้ว?!”
ความประหลาดใจยามนี้ฉายชัดผ่านใบหน้างดงามของปู้ฉืออี
ไม่กี่เดือนก่อน เพราะาแทมิฬที่มือสังหารฝากเอาไว้ ระดับการฝึกฝนของปู้หลี่เกอจึงไม่อาจคืบหน้า
เพราะสาเหตุนี้ขุนนางใต้ทั้งหลายจึงได้พยายามค้นหายาวิเศษมากมายเท่าที่จะสามารถ ทว่าไม่มียาวิเศษใดที่ช่วยรักษาาแได้เลย ดังนั้นสุดท้ายแล้วจึงได้แต่จำยอมรับ
“ปู้หลี่เกอคงไม่ใช่เ้าทำลายรากฐานการฝึกฝนตนเองเพราะไม่อาจคืบหน้า จากนั้นจึงใช้วิธีการอะไรบางอย่างเพื่อก้าวหน้ารวดเร็วเพียงนี้กระมัง?” ใบหน้าปู้ฉืออีเผยความสงสัย นางกล่าวออกด้วยน้ำเสียงลุ่มลึกขณะครุ่นคิด
“พี่หญิง ข้าหรือจะเป็คนไร้เหตุผลเช่นนั้น?” ปู้หลี่เกอไม่ทราบว่าควรกล่าวอะไร เขาจึงตัดสินใจสลายกลุ่มก้อนพลังิญญา
ปู้ฉืออีพยักหน้าว่านางคิดเช่นนั้น
ปู้หลี่เกอถึงกับกล่าวไม่ออก
“พี่หญิง! ท่านเป็พี่ข้านะ คิดอย่างนั้นได้อย่างไร” ปู้หลี่เกอแทบคลุ้มคลั่งต่อความคิดของนาง
......