วันต่อมา หลี่ซวนเดินออกจากบ้านของตนเอง มุ่งหน้าไปยังลานกลางหมู่บ้านซีเหอ ระหว่างทางที่เขาเดินผ่าน เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุที่กำลังทำกิจวัตรประจำวันของตนเอง
บางคนกำลังซ่อมแซมเครื่องมือทำไร่ บางคนกำลังพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารกันหน้าบ้าน ขณะที่เด็กๆ หลายคนวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานไปตามตรอกเล็กๆ ภายในหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าเล็กๆ ตั้งอยู่ตามทางเป็ระยะ ส่วนใหญ่เป็ร้านสำหรับแลกเปลี่ยนสิ่งของที่ชาวบ้านหาได้จากในป่า ไม่ว่าจะเป็สมุนไพรธรรมดา เนื้อสัตว์ ผลไม้ป่า หรือเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่จำเป็ต่อการดำรงชีวิต
แม้หมู่บ้านซีเหอจะไม่ได้เจริญรุ่งเรืองเหมือนเมืองใหญ่ แต่สำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ มันก็เป็สถานที่ที่สงบสุขและเต็มไปด้วยความคุ้นเคย และหลี่ซวนเองก็เป็หนึ่งในเด็กหนุ่มที่ทุกคนในหมู่บ้านชื่นชอบ ด้วยใบหน้าที่หมดจด นิสัยสุภาพอ่อนโยน และการช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ทำให้เขาเป็ที่เอ็นดูของผู้ใหญ่หลายคน บางครั้งเมื่อเขาเดินผ่านบ้านของชาวบ้าน ก็ยังได้รับผลไม้หรืออาหารเล็กๆ น้อยๆ ติดมือกลับมาอยู่เสมอ
"หลี่ซวน วันนี้จะไปหาท่านซ่งิอีกแล้วหรือ?" หญิงชราคนหนึ่งเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
หลี่ซวนพยักหน้ารับ "ขอรับท่านยาย ข้าอยากฟังเื่ที่ท่านลุงซ่งเล่าต่อจากเมื่อวาน"
หญิงชราหัวเราะเบาๆ "เ้าหนูเอ๋ย อย่าไปเชื่อเื่ที่ชายแก่คนนั้นเล่ามากนักล่ะ ถึงยังไงซ่งิก็เพิ่งมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ได้ไม่นาน แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยเด็กๆ ก็มีเื่สนุกให้ฟัง"
หลี่ซวนยิ้ม ก่อนกล่าวลานางแล้วเดินต่อไป
ไม่นานนัก ระหว่างทางไปยังลานกลางหมู่บ้าน เขาก็พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ผิวสีแทน สวมเสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำตาล ผมสีดำ หน้าตาธรรมดา แต่มีรอยยิ้มสดใสและดูเป็มิตร เขาคือสหายสนิทของหลี่ซวน นามว่า 'ถงจื่ออัน'
"หลี่ซวน!" ถงจื่ออันะโเรียก ก่อนรีบเดินเข้ามาหา "วันนี้เ้าก็มาฟังเื่ของลุงซ่งเหมือนเดิมสินะ?"
หลี่ซวนหัวเราะ "แล้วเ้าล่ะ? เมื่อวานเห็นบอกข้าว่าจะเอาเื่ลุงซ่งไปเล่าให้ท่านแม่ฟังไม่ใช่หรือ?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถงจื่ออันก็ทำหน้าเซ็งทันที "อย่าพูดถึงเลย! เมื่อวานข้ากลับไปเล่าเื่เซียนให้ท่านแม่ฟัง แต่ท่านแม่กลับบอกว่าข้าเพ้อฝัน แล้วไล่ให้ข้าไปตักน้ำที่ลำธาร ข้าเพิ่งทำเสร็จเมื่อครู่นี้เอง ถึงได้แอบหนีออกมา" เขาพูดจบก็หัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆ แต่ก็คุ้มค่า อย่างน้อยวันนี้ก็ได้มาฟังต่อ"
หลี่ซวนมองท่าทางของสหายก่อนหัวเราะเบาๆ "เ้านี่จริงๆ เลย เอาเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว พวกเราไปหาลุงซ่งพร้อมกัน ข้าว่าเพื่อนคนอื่นๆ คงรออยู่แล้ว"
ถงจื่ออันพยักหน้า ก่อนเดินเคียงข้างหลี่ซวน ทั้งสองพูดคุยกันไปตลอดทาง
...
ไม่นานนัก หลี่ซวนก็มาถึงลานกลางหมู่บ้านซีเหอ ลานแห่งนี้ไม่ได้กว้างใหญ่นัก แต่ถือเป็สถานที่สำคัญ เป็พื้นที่ที่ชาวบ้านมักมารวมตัวกันเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนข่าวสาร หรือจัดกิจกรรมต่างๆ
รอบด้านมีบ้านไม้และบ้านดินเรียงราย บริเวณขอบลานมีต้นไม้ใหญ่หลายต้นให้ร่มเงา ใต้ต้นไม้บางแห่งมีม้านั่งไม้เรียบง่ายที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้น ใน่เวลากลางวัน ลานแห่งนี้มักเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของผู้คน เด็กๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน บางกลุ่มนั่งฟังผู้ใหญ่เล่าเื่ราวเก่าๆ ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนกำลังแลกเปลี่ยนสิ่งของกัน แม้จะเป็เพียงลานเล็กๆ ในหมู่บ้านห่างไกล แต่สำหรับชาวบ้านซีเหอแล้ว ที่แห่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจของหมู่บ้าน
และในวันนี้... ใต้ต้นไม้ใหญ่กลางลานนั้น มีชายชราผู้หนึ่งสวมชุดสีเทา เครายาว ผมสีขาวตามวัย ดวงตาสีดำลึกล้ำราวกับผ่านโลกมานานและแฝงไปด้วยปัญญา เขากำลังนั่งอยู่ท่ามกลางเด็กๆ หลายคนพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า ชายผู้นี้คือ 'ซ่งิ'... ชายชราผู้ชอบเล่าเื่ราวเกี่ยวกับโลกภายนอกให้เด็กๆ ฟัง
เมื่อถงจื่ออันเห็นอีกฝ่าย เขาก็รีบะโทันที "ลุงซ่ง! พวกข้ามาแล้ว! เหตุใดท่านถึงเริ่มเล่าไปก่อน ไม่รอพวกข้าเลยเล่า? ท่านต้องเริ่มใหม่!"
เด็กคนอื่นๆ หันมามองก่อนหัวเราะ ซ่งิเองก็หัวเราะเบาๆ "ฮ่าๆๆ ข้านึกว่าใครส่งเสียงดังแต่เช้า ที่แท้ก็เ้าหนูถงนี่เอง ไม่ใช่ว่าเ้าถูกแม่ไล่ไปทำงานจนมาไม่ได้หรอกหรือ?"
ถงจื่ออันชะงัก "เดี๋ยวก่อน! ท่านรู้ได้อย่างไร? ข้ายังไม่ได้บอกใครเลยนะ!"
ทันใดนั้น เด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านข้างก็กล่าวขึ้น "เมื่อคืนข้าได้ยินเสียงแม่ของเ้ากำลังดุเ้าอยู่ ข้ายังได้ยินด้วยว่าจะให้เ้าไปตักน้ำั้แ่เช้า"
เด็กหนุ่มผู้นั้นมีใบหน้าฉลาดเฉลียว สวมเสื้อผ้าฝ้ายสีขาว ผมถูกมัดเป็หางม้าอย่างเรียบร้อย เขาคือ 'จี้อัน'
ถงจื่ออันหันไปมองทันที "จี้อัน! นี่เ้าแอบฟังบ้านข้างๆ งั้นหรือ?"
จี้อันตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ข้าไม่ได้แอบฟัง เสียงดังขนาดนั้น ใครก็ได้ยิน"
"เ้า..." ถงจื่ออันทำท่าจะเถียงต่อ แต่หลี่ซวนรีบห้ามไว้
"พอเถอะ ไหนๆ ก็มากันครบแล้ว มาฟังลุงซ่งเล่าต่อจากเมื่อวานกันดีกว่า"
เมื่อได้ยินดังนั้น ทั้งสองจึงยอมหยุด ซ่งิมองเด็กทั้งสามก่อนยิ้มออกมา "เอาล่ะ ในเมื่อพวกเ้ามากันครบแล้ว วันนี้ข้าจะเล่าเื่ของเซียนต่อ"
ทันทีที่คำว่า "เซียน" ดังขึ้น เด็กทุกคนต่างเงียบลง สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายชรา ซ่งิค่อยๆ เปลี่ยนสีหน้า จากรอยยิ้มกลายเป็ความจริงจัง
"พวกเ้ารู้หรือไม่... เหตุใดมนุษย์มากมายถึงใฝ่ฝันอยากกลายเป็เซียน?"
เด็กๆ ต่างพากันส่ายหน้า ซ่งิจึงกล่าวต่อ
"เพราะสำหรับมนุษย์ธรรมดาแล้ว ชีวิตนั้นสั้นนัก เกิด แก่ เจ็บ ตาย ต่อให้มีเงินทองมากมาย ต่อให้มีอำนาจสูงส่งเพียงใด สุดท้ายก็ไม่อาจหนีพ้นความตาย แต่เส้นทางเซียน... คือเส้นทางที่พยายามก้าวข้ามข้อจำกัดเ่าั้ ผู้ฝึกตนเ่าั้ ฝึกฝนร่างกาย ฝึกฝนจิตใจ และแสวงหาความเข้าใจต่อพลังของฟ้าดิน พวกเขาสามารถทำสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจทำได้ เหินฟ้า เดินทางไกลในพริบตา ใช้วิชาที่เหนือจินตนาการ..."
ชายชราเว้น่เล็กน้อยก่อนเน้นย้ำ "แต่สิ่งเ่าั้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีพลัง สิ่งสำคัญที่สุดคือหัวใจของผู้ฝึกตน หากจิตใจอ่อนแอ ต่อให้มีพลังมากเพียงใด ก็ไม่อาจเดินไปถึงจุดสูงสุดได้"
เด็กๆ ต่างนั่งฟังอย่างเงียบงัน แม้เื่ที่ซ่งิเล่าจะเป็เพียงคำบอกเล่า แต่สำหรับเด็กในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ โลกของเซียนนั้นช่างห่างไกลและลึกลับราวกับอยู่คนละโลก
หลี่ซวนกำมือแน่นเล็กน้อย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสนใจ "ท่านลุงซ่ง... ถ้าเช่นนั้น คนธรรมดาอย่างพวกเราจะสามารถกลายเป็เซียนได้หรือไม่?"
ซ่งิมองหลี่ซวนก่อนยิ้มบางๆ "คำถามนี้ดีมาก แต่คำตอบนั้น... ไม่มีผู้ใดสามารถตอบแทนเ้าได้ เส้นทางของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนเกิดมาพร้อมพร์ บางคนพบวาสนาที่ยิ่งใหญ่ บางคนใช้ความพยายามนับร้อยปีเพื่อก้าวไปข้างหน้า แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่จะตัดสินว่าเ้าจะไปได้ไกลเพียงใด... ไม่ใช่เพียงพร์หรือโชคชะตา แต่คือหัวใจของเ้าเอง"
หลี่ซวนก้มหน้าครุ่นคิด คำพูดของซ่งิทำให้เขารู้สึกบางอย่าง เขาไม่รู้ว่าตนเองมีพร์หรือไม่ ไม่รู้ว่าชีวิตของตนเองจะมีโอกาสได้พบเจอเส้นทางเซียนหรือเปล่า แต่ในตอนนี้... เขาเพียงอยากรู้ อยากเห็นโลกที่กว้างกว่าเดิม อยากรู้ว่าสิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์นั้นมีจริงเพียงใด
ถงจื่ออันยกมือขึ้นถาม "ท่านลุงซ่ง แล้วเซียนทุกคนเป็คนดีหรือไม่?"
ซ่งิหัวเราะเบาๆ "คำถามนี้ยากกว่าคำถามเมื่อครู่เสียอีก เซียนก็ยังเป็มนุษย์ แม้จะมีอายุยืนยาว มีพลังเหนือธรรมชาติ แต่พวกเขายังคงมีความรู้สึก มีความ้า มีความโลภ และมีความปรารถนา บนเส้นทางเซียน มีทั้งผู้ที่ช่วยเหลือผู้คน และผู้ที่ใช้พลังของตนเองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ดังนั้น อย่าได้ตัดสินคนผู้หนึ่งจากเพียงฐานะหรือพลัง แม้แต่เซียน... ก็ยังมีทั้งคนดีและคนเลว"
จี้อันพยักหน้าอย่างครุ่นคิด "เช่นนั้น ต่อให้กลายเป็เซียน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเหนือกว่าทุกสิ่งสินะ"
ซ่งิยิ้ม "ถูกต้อง พลังสามารถทำให้คนแข็งแกร่งขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้จิตใจสูงส่งขึ้น"
คำพูดนั้นทำให้เด็กทั้งหลายเงียบลง โดยเฉพาะหลี่ซวน เขาจดจำประโยคนั้นไว้ในใจ
...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนต่ำลงบนท้องฟ้า เด็กหลายคนเริ่มถูกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเรียกกลับบ้าน ซ่งิมองท้องฟ้าก่อนถอนหายใจเบาๆ "ดูเหมือนวันนี้จะถึงเวลาแล้ว"
ถงจื่ออันรีบถาม "ถึงเวลาอะไรหรือท่านลุง?"
ซ่งิไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงยิ้มเล็กน้อย "ถึงเวลาที่เด็กๆ อย่างพวกเ้าควรกลับบ้าน ไม่เช่นนั้น เดี๋ยวผู้ใหญ่จะมาตามหา"
ถงจื่ออันทำหน้าผิดหวัง "อะไรกัน ข้ายังอยากฟังต่อเลย"
จี้อันเองก็พยักหน้า "ข้าก็อยากรู้ว่าหลังจากนั้น เซียนจะเป็อย่างไร"
ซ่งิหัวเราะ "เื่ราวมากมายยังมีอีก วันหน้า หากมีวาสนา พวกเ้าคงได้ฟังต่อ"
หลี่ซวนมองชายชรา เขารู้สึกแปลกๆ คำพูดของซ่งิในวันนี้... เหมือนกับกำลังบอกบางอย่าง ราวกับชายชราคนนี้รู้ว่าอาจไม่มีโอกาสได้กลับมาเล่าอีก
"ท่านลุงซ่ง..." หลี่ซวนเอ่ยขึ้น "ท่านมาจากที่ใดกันแน่หรือ?"
เมื่อได้ยินคำถามนั้น เด็กคนอื่นๆ ต่างหันมามอง ซ่งินิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มอย่างอ่อนโยน "ข้าเป็เพียงชายแก่คนหนึ่ง เดินทางผ่านสถานที่ต่างๆ พบเจอเื่ราวมากมาย จนสุดท้ายก็ได้มาพักอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้"
ชายชรากล่าวพลางยื่นมือไปแตะหน้าผากของหลี่ซวนเบาๆ รอยยิ้มลึกล้ำฉายชัดในดวงตา
"เด็กน้อย... ผืนฟ้ากว้างไกลไร้ขอบเขต แม้แต่ดาวดวงเล็กก็มีแสงในตัวเอง โลกภายนอกอาจน่ากลัว... "แต่หากหัวใจของเ้าไม่สั่นคลอน เส้นทางใดก็ไม่อาจกั้นขวางเ้าได้"
หลี่ซวนยังคงมองเขาอย่างไม่เข้าใจนัก แต่ก็พยักหน้ารับคำอย่างตั้งใจ
...
คืนนั้น หลังจากกลับถึงบ้าน หลี่ซวนยังคงคิดถึงคำพูดของซ่งิ โลกภายนอก... เซียน... ทุกสิ่งเ่าั้วนเวียนอยู่ในหัวของเขา
จนกระทั่งหลายวันผ่านไป เขาก็ยังคงไปยังลานกลางหมู่บ้านเหมือนเดิม แต่สิ่งที่รอเขาอยู่กลับเป็ความว่างเปล่า ไม่มีซ่งิ ไม่มีชายชราที่เคยนั่งเล่าเื่ให้เด็กๆ ฟัง
วันแรก... ทุกคนคิดว่าเขาอาจเพียงออกไปทำธุระ
วันที่สอง... ยังไม่มีใครพบเห็น
วันที่สาม... วันที่สี่...
จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน ซ่งิก็ยังไม่กลับมา
ชาวบ้านบางคนเริ่มพูดกันว่า ชายชราคนนั้นอาจจากหมู่บ้านไปแล้ว เพราะไม่มีสิ่งใดของเขาหลงเหลืออยู่เลย ไม่มีจดหมาย ไม่มีร่องรอย ไม่มีใครรู้ว่าเขาเดินทางไปที่ใด ราวกับว่า... เขาไม่เคยปรากฏตัวขึ้นในหมู่บ้านซีเหอมาก่อน
หลี่ซวนยืนอยู่ที่ลานกลางหมู่บ้าน มองไปยังเก้าอี้ไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยมีร่างของชายชรานั่งอยู่ ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ลมเย็นพัดผ่านร่างของเด็กหนุ่ม ภายในใจของเขารู้สึกโหวงเหว่อย่างน่าประหลาด พร้อมกับคำถามมากมายที่ไร้คำตอบ
'ลุงซ่ง... ท่านเป็ใครกันแน่? ท่านเป็เพียงชายชราคนหนึ่ง... หรือเป็ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโลกของเซียนจริงๆ?'
แม้ซ่งิจะหายไป แต่คำพูดและแววตาลึกล้ำคู่นั้นกลับยังคงสลักลึกอยู่ในใจของหลี่ซวน และนับจากวันนั้น... เมล็ดพันธุ์แห่งความปรารถนาที่จะออกไปเผชิญโลกกว้าง ก็ได้หยั่งรากลึกลงในหัวใจของเด็กหนุ่มผู้นี้อย่างแท้จริง