“เ้ารู้ได้เช่นไร ว่านั้นไม่ใช่ฝีมือของมี่เจินไม่แน่ว่านางอาจจะคิดกำจัดตระกูลหลินก่อนที่ข้าจะแต่งเข้าตระกูลอินก็ได้”หลิงม่านที่รู้สึกหมั่นไส้มี่เจินเป็ทุนเดิมเหลือบตาขึ้นมามองเจียงซีด้วยสายตาแข็งกร้าว
“ข้าไม่คิดเช่นนั้นนะเ้าคะเพราะคนที่อนุญาตให้ท่านแต่งเข้าตระกูลอินได้ก็คือพี่เจิน ตอนนี้ในสายตาของคุณชายใหญ่ท่านก็เป็เพียงคนที่เขาหมดรักแล้วไม่เหมือนกับพี่เจินที่นางกลายเป็คนรักคนใหม่ของคุณชายใหญ่ตระกูลอินเช่นนั้นแล้วข้าคิดว่าพี่เจนไม่จำเป็ต้องหันมาลงมือกับท่านให้เปลืองแรงของนางเลยนิเ้าค่ะ”เจียงซีเอ่ยตอบอย่างพินิจพิเคราะห์
“เ้าพูดอะไร”เลี่ยงฉีที่ได้ยินในเื่ที่ตนไม่เคยรับรู้มาก่อนเอ่ยถามเจียงซีด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ที่เจียงซีนั้นพูดเื่ไม่เป็เื่เช่นนี้ต่อหน้าน้องสาวของเขา
“ข้าพูดเื่จริงเ้าค่ะท่านรู้หรือไม่ว่าคุณชายใหญ่ขอแลกเปลี่ยนอะไรเพื่อให้พี่รองได้แต่งเข้าไปในจวน”เจียงซีเอ่ยพร้อมกับแสยะยิ้มให้กับหลิงม่านที่หน้าเสียทันทีที่ได้ยินในสิ่งที่นางพูดออกไปเมื่อครู่
“อะไร พวกเขาแลกเปลี่ยนอะไร”หลิงม่านกัดฟันถามพร้อมกับมองสบตาของเจียงซีด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“คิก คุณชายใหญ่ขอกักตัวพี่เจินให้อยู่แต่ในห้องนอนสามวันสามคืนเพื่อแลกกับการที่เขาจะยอมรับท่านเข้าไปเป็ฮูหยินของเขาแล้วข้าคงไม่ต้องบอกหรอกนะเ้าคะว่าพวกเขาทำอะไรกันเมื่อพวกเขาอยู่กันเพียงลำพัง”เจียงซีเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มเย้ยหยันให้กับหลิงม่านที่นั่งอยู่ตรงหน้าของตน
ก๊อก เสียงดีดที่หน้าผากของเจียงซีดังขึ้นเสียงดัง
“เ้าเป็ผู้หญิงจะพูดเื่เช่นนั้นออกมาได้หน้าตาเฉยเช่นนี้ได้อย่างไรกัน”จินไฉที่ได้ยินคำพูดของบุตรสาวของตนก็เบิกตากว้างด้วยความใในทันที
“โอ้ย! ท่านพ่อข้าเจ็บนะเ้าคะ”เจียงซีที่ถูกดีดหน้าผากอย่างไม่ทันตั้งตัวมองค้อนไปที่บิดาของตนอย่างแง่งอนที่นางถูกเขาลอบทำร้ายกันเช่นนี้
“เจ็บนะสิดี เ้าจะได้ไม่กล้าไปทำตัวเช่นนี้ที่ใดอีก”จินไฉเอ่ยพร้อมกับส่ายหัวให้กับการกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควรของบุตรสาวคนโปรดของตน
“แล้วตกลงเ้าจะยอมช่วยพี่ๆของเ้าหรือไม่”จินไฉเอ่ยถามบุตรสาวของตนซ้ำอีกครั้งเจียงซีที่ไม่ค่อยอยากช่วยคนทั้งสองมากนักนางจึงได้แต่แสร้งทำเป็ไม่ได้ยินในสิ่งที่บิดาของตนเอ่ยถามนางในเมื่อครู่นี้
“เื่นั้นข้าจะลองพูดกับพี่เจินก็ได้เ้าคะแต่ข้าไม่รับรองนะเ้าคะว่าเื่ทั้งหมดจะเป็เช่นที่ท่านพ่อคาดหวังนะเ้าคะ”เจียงซีเอ่ยพร้อมกับมองไปที่คนทั้งสองที่นั่งอยู่อยู่ด้วยสีหน้าบึงตึงเพราะนางเองก็ไม่เต็มใจที่จะช่วยเหลือสองพี่น้องตรงหน้าของตนนัก
“แค่เ้าลองพูดกับมี่เจินเพียงเท่านั้นพ่อก็ขอบคุณเ้าแล้วละ”จินไฉเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เจียงซีด้วยสายตาขอบคุณ
“หากไม่มีอะไรแล้วข้าต้องขอตัวก่อนนะเ้าคะ”เจียงซีเอ่ยแล้วก็ลุกขึ้นเดินจากไปทันที
“หึ นางคงคิดว่าตนเองสำคัญมากสินะก็แค่ลูกเมียน้อยแท้ๆแต่กลับมาตีตนเสมอเราเช่นนี้”หลิงม่านที่เห็นท่าทางที่หยิ่งผยองเช่นนั้นของเจียงซีนางจึงได้แค่นเสียงไล่หลังของเจียงซีที่ได้เดินจากไปด้วยสายตาเหยียดหยันที่เจียงซีกล้ามาตีเสมอนางและพี่ชาย
“หลิงม่าน”จินไฉที่ได้ยินคำพูดที่ร้ายกาจออกจากปากของเจียงซีเช่นนั้นเขาก็ได้หันไปดุหลิงม่านด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนักหลิงม่านที่ถูกดุก็ได้แต่สะบัดหน้าไปอีกทาง
“เฮ้อ”จินไฉที่รู้ว่าเขานั้นคงไม่สามารถทำให้ลูกทั้งสองคนของเขาสามารถเปลี่ยนนิสัยได้เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ แล้วยอมเป็ฝ่ายล่าถอยไปในที่สุด
จวนตระกูลอิน
“เ้าทำเช่นนั้นทำไม”จินอี้ที่รู้เื่ความเคลื่อนไหวของกลุ่มการค้าอี้อินที่เข้าไปตั้งกิจการแบบเดียวกับกิจการของตระกูลหลินทุกกิจการที่มีอยู่ในเมืองฉีซานแห่งนี้และในตอนนี้เขาก็รู้อีกว่าในตอนนี้ผู้ที่ดูแลกิจการทั้งหมดของกลุ่มการค้าอี้อินอยู่ในการดูแลของมี่เจิน เขาจึงได้เรียกนางเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ
“ข้าทำอะไรหรือเ้าคะ”มี่เจินที่นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์แสร้งเงยหน้าขึ้นมาถามพ่อสามีของตนด้วยสีหน้าใสซื่อจินอี้ที่เห็นเช่นนั้นก็ได้มองค้อนมาที่มี่เจินทันทีที่เห็นท่าทางที่เรียบเฉยเช่นนั้นของลูกสะใภ้ตัวดีของตน
“อย่ามาแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่เช่นนี้นะ เ้าไม่รู้หรือว่าการกระทำของเ้าจะทำให้ความสัมพันธ์ของตระกูลอินกับตระกูลหลินสั่นคลอนได้นี้เ้าไม่รู้เื่นี้หรือ”จินอี้ที่คิดว่ามี่เจินที่ลงมือกลั่นแกล้งตระกูลหลินล้วนเป็เพราะความอิจฉาที่นางมีต่อหลิงม่านนั้นจึงทำให้เขารู้สึกไม่พอใจในตัวของมี่เจินเป็อย่างมาก
“แล้วถ้าหากข้าบอกว่า ข้าไม่ได้เป็คนสั่งการเื่นั้นเล่านายท่านจะเชื่อในเื่ที่ข้าเอ่ยไปเมื่อครู่หรือไม่เ้าละคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองสบไปที่พ่อสามีของตนด้วยรอยยิ้มเรียบ
“หากไม่ใช่เ้าแล้วจะเป็ผู้ใดในเมื่อเ้าคือคนที่ดูแลกิจการของกลุ่มการค้าอี้อินทั้งหมดในเมืองฉีซานแห่งนี้”จินอี้เอ่ยเสียงเข้มแล้วตวัดมองมาที่มี่เจินด้วยสายตาดุดันเมื่อเขาคิดว่ามี่เจินนั้นกำลังคิดจะลองดีกับตน
“ตอนนี้ข้าดูแลกิจการในเมืองฉีซานก็จริงเ้าค่ะแต่ผู้ที่้าสั่งสอนตระหลินในครั้งนี้ไม่ใช่ข้าแต่เป็พี่เย่จินเ้าค่ะ ที่เป็ผู้สั่งการในครั้งนี้”มี่เจินเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่จินอี้ด้วยสายตาแน่วแน่เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่นางพูดนั้นเป็เื่จริง
“เ้าเย่จินมันทำเช่นนั้นทำไม”จินอี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยเพราะจากที่เขารู้มาดูเหมือนว่าเย่จินบุตรชายคนรองของเขานั้นจะไม่มีเื่บาดหมางกับคนตระกูลหลินอย่างแน่นอน
“เื่นั้นนายท่านก็คงต้องรอสอบถามจากปากของพี่เย่จินเองเถอะเ้าค่ะ”มี่เจินที่ไม่อยากเข้าไปยุ่งเื่ของพ่อลูกมากนักนางจึงได้แต่เลี่ยงที่จะตอบความจริงออกไป
“เช่นนั้นข้าขอสั่งให้พวกเ้าถอนการก่อตั้งกิจการของพวกเ้าออกจากพื้นที่ข้างเคียงของตระกูลหลินซะหาไม่เช่นนั้นแล้วจะหาว่าข้าไม่เตือนพวกเ้าไม่ได้นะ”จินอี้เอ่ยข่มขู่ให้มี่เจินยอมถอยให้กิจการของตระกูลหลินด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจแต่มี่เจินที่ไม่มีความกลัวเกรงนางกับมองตอบพ่อสามีของนางด้วยสายตาเรียบเฉยแล้วถอนหายใจเสียงดัง
“หากข้าถอนการลงทุนกลุ่มการค้าของข้าก็ต้องขาดทุนไม่ต่ำกว่าสองหมื่นเหรียญทองท่านพ่อคิดว่ากลุ่มการค้าของข้าจะยอมเหนื่อยเปล่าเช่นนั้นหรือเ้าคะ”มี่เจินเอียงคอถามพ่อสามีของตนด้วยรอยยิ้มร้าย
“เ้า!” จินอี้ที่ถูกมี่เจินเอ่ยถามพร้อมกับมองมาที่เขาอย่างยียวนนั้นจึงทำให้เขาได้แต่ชี้นิ้วที่สั้นไปด้วยความโกรธเคืองไปที่มี่เจินด้วยสีหน้าอันแดงก่ำจากความโกรธเคือง
“กลุ่มการค้าของข้าจะถูกดำเนินการด้วยหลักของผลกำไรเป็หลักเช่นนั้นแล้วข้าขอบอกท่านเอาไว้เลยเ้าค่ะ ว่ากลุ่มการค้าของเราจะทำการที่ได้ผลกำไรเท่านั้นและหากนายท่าน้าให้กลุ่มการค้าอี้อินยอมรามือจากกิจการของตระกูลหลินข้าจะขอเรียกค่าเสียหายสักสามหมื่นเหรียญทองได้หรือไม่เ้าคะ หากนายท่านยอมจ่ายข้าขอสัญญาเลยเ้าว่ากลุ่มการค้าของเราจะทำการปิดและขนย้ายของให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งวันอย่างแน่นอนเลยเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่จินอี้ด้วยสายตาเป็ประกายเ้าเล่ห์
“ออกไปซะ”จินอี้ที่เห็นว่าเขานั้นคงไม่อาจจะบีบบังคับอะไรสตรีตรงหน้าได้เขาจึงได้แต่ไล่ให้นางออกจากห้องทำงานของเขาเท่านั้น
“เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อนนะเ้าคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับจงใจค้อมตัวลาพ่อสามีของตนด้วยรอยยิ้มยียวน
เรือนเจียงเหลียง (เรือนพักของหงเวยกับมี่เจิน)
“เป็เช่นไรท่านพ่อได้ดุด่าอะไรเ้าบ้างหรือไม่”ทันทีที่มี่เจินเดินเข้าเรือนหงเวยก็เร่งเข้ามาเอ่ยถามเมียรักของตนอย่างเป็ห่วง
“ก็ไม่นิเ้าค่ะ นายท่านเพียงเรียกข้าไปถามเกี่ยวกับกิจการของตระกูลหลินเท่านั้นเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับเดินไปนั่งร่วมโต๊ะกับหงเวยด้วยรอยยิ้มบาง
“ตอนนี้เหล่าพ่อค้ากำลังสนใจเื่ของตระกูลหลินกับกลุ่มการค้าของพวกเ้าอยู่เช่นนั้นคงไม่แปลกอะไรหากท่านพ่อเองจะสนเื่นี้เช่นเดียวกับคนอื่น”หงเวยพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ข้าจะกลับไปที่เมืองเซินเฉียวนะเ้าคะ”มี่เจินที่นั่งอยู่เอ่ยบอกหงเวยด้วยท่าทีเรียบเฉยแต่ไม่ใช่กับหงเวยเขาที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันมามองมี่เจินด้วยความใทันที
“เ้าจะไปที่นั้นทำไม”หงเวยที่กลัวว่ามี่เจินจะทิ้งเขาแล้วกลับไปอยู่กับครอบครัวเดิมของนางเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงแตกตื่น
“ข้าจะไปดูแลสินค้าใหม่ที่นั้นหน่อยนะเ้าค่ะ”
“แล้วเ้าจะกลับมาเมื่อใด”หงเวยเอ่ยถามพร้อมกับจับจ้องไปที่มี่เจินอย่าง้าคำตอบ
“ยังไม่มีกำหนดที่ชัดเจนเ้าค่ะ ไม่แน่ว่าข้าอาจจะอยู่ที่นั้นนานสามถึงห้าเดือนเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่หงเวยที่ตอนนี้กำลังมองมาที่นางด้วยแววตาเป็กังวลด้วยสายตาขบขันที่หงเวยนั้นดูกังวลกับเื่ของนางจนเกินเหตุ
“เ้าคิดไปอยู่ที่นั้นนานถึงเพียงนั้นเลยหรือหากเ้าไปอยู่ที่เมืองเซินเฉียวนานถึงเพียงนั้น ข้าจะไม่คิดถึงเ้าแย่หรือ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองมาที่มี่เจินด้วยสายตาเว้าวอนพร้อมกับกุมมือของนางขึ้นมาจุมพิตอย่าง้าอ้อนขอให้นางลดระยะเวลาที่เขาและนางต้องห่างกัน
“ถึงท่านจะทำเช่นนี้ข้าก็ไม่ใจอ่อนหรอกนะเ้าคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างขบขันกับท่าทีราวกับเด็กของหงเวยที่ทำกับนางอยู่ในตอนนี้
“แล้วเช่นนี้เล่า เ้ายังจะใจแข็งกับข้าอยู่อีกหรือ”หงเวยที่คิดจะใช้ตัวเข้าแลกเพื่อขอให้เมียรักของเขานั้นยอมเวลาที่เขาและนางห่างกันเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปอุ้มตัวของมี่เจินขึ้นมาเอ่ยถามนางด้วยรอยยิ้มละมุน
“ที่นี้เป็ห้องโถงนะเ้าคะหากผู้อื่นมาเห็นเข้าจะเป็เื่ไม่ดีนะเ้าคะ”มี่เจินที่กลัวว่าผู้อื่นจะเข้ามาเห็นฉากรักของนางและหงเวยมองดุไปที่หงเวยเพื่อให้เขาหยุดการกระทำอันโจงแจ้งของเขา
“ขออภัยขอรับ อีกเดี๋ยวข้าน้อยจะกลับมาใหม่นะขอรับ”ซานซาเอ่ยที่เข้ามาขัดจังหวะของผู้เป็นายรีบก้มหน้าหลบสายตาของผู้เป็นายแล้วรีบเอ่ยอย่างละล้าละลักแล้วขอตัวจากไปทันที
“เห็นหรือไม่ข้าบอกแล้วว่าจะมีคนมาเห็น แล้วก็เป็เช่นนั้นจริงๆเสียด้วย หึย ปล่อยข้าเลยนะเ้าคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับสะบัดตัวออกจากการอ้อมแขนของหงเวยแล้วมองค้อนไปที่เขาอย่างไม่ชอบใจนัก
“แต่นี้มันเรือนของเรานะทำไมเราจะจะแสดงความรักกันไม่ได้”หงเวยเอ่ยพร้อมกับเร่งเดินตามง้องอนมี่เจินที่กำลังเดินหนีเข้าไปด้วยสายตาเป็ประกายแห่งความสุข
“ถึงจะเป็เรือนของเราก็ใช่ว่า ในเรือนนี้จะมีเพียงเราสองคนเสียเมียใดละเ้าคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองค้อนหงเวยที่กำลังเดินเข้ามาหานาง
“พี่ขอโทษ ต่อไปพี่จะไม่ทำเช่นนั้นอีกพี่จะเก็บมาทำกับเ้าที่ห้องนี้เท่านั้นดีหรือไม่”หงเวยเอ่ยพร้อมกับโน้มหน้าลงไปหอมฟอดใหญ่ที่แก้มนวลของเมียรักของตนด้วยรอยยิ้มระรื้น
“เห้อ ท่านก็เป็เสียอย่างนี้อีกหน่อยหากแต่งคุณหนูหลินเข้ามาท่านจะมาทำตัวติดกับข้าเช่นนี้ไม่ได้อีกแล้วนะเ้าคะ”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หงเวยด้วยแววตาอบอุ่นไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อใดที่ชายตรงหน้าของนางนั้นเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตของนาง
“หลิงม่าน นางยังไม่ทันแต่งเข้ามา เ้าก็คิดจะไล่ข้าให้ไปอยู่กับนางเสียแล้วหรือ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับวางคางที่ไหล่ของมี่เจินด้วยความน้อยใจ
“เพราะนางมาก่อนข้าเช่นไรละเ้าคะ เช่นนั้นแล้วท่านต้องห้ามละเลยนางนะเ้าคะไม่เช่นนั้นอาจะเกิดปัญหาขึ้นได้”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับวางมือที่แก้มสากของหงเวยด้วยรอยยิ้มบาง
“เช่นนั้นก็ได้ แต่เ้าห้ามทิ้งข้าไปไหนนะ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับเพิ่มแรงกอดของตนให้แน่นขึ้น
“หากท่านยัง้าข้าข้าก็จะไม่ทิ้งท่านไปไหนหรอกเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มละมุน
“แล้วเื่เรือนพักของคุณหนูหลินท่านจะให้นางพักที่ใดหรือเ้าคะ”มี่เจินที่รู้ว่าตนนั้นไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่นี้มากนักแต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นนั้นจึงทำให้อดที่จะถามไม่ได้เพราะหากหลินหลิงม่านมาพักที่เรือนแห่งนี้ดูท่าชีวิตที่เหลือของนางจะเหนื่อยไม่น้อยเลยทีเดียว
“นางจะไปพักที่เรือนย่อยของเรือนหลักนะเ้าไม่ต้องห่วงเื่หลิงม่านไปหรอก ท่านแม่บอกว่าท่านจะเป็คนดูแลนางในจวนนี้เองนางคงไม่สามารถมาก่อกวนอะไรเ้าได้มากนักหากมีอะไรเกิดขึ้นเ้าก็อย่าได้ลงมือกับนางหนักนักเล่า”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองมาที่มี่เจินด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะจากฤกษ์ยามที่แม่ของเขาให้มาเมื่อไม่นานมานี้ก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่สองเดือนเท่านั้น
“แต่ท่านให้ข้าพักที่เรือนเดียวกับท่านมันจะไม่มีปัญหาในภายหลังหรือเ้าคะ”มี่เจินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็กังวลด้วยเพราะหากทำเช่นนั้นจะดูเป็การเหยียดหยามเมียหลวงเช่นหลิงม่านจนเกินไป
“ไม่ต้องเป็ห่วงเื่นั้นไปเพราะเื่ที่ข้ายังป่วยอยู่นั้นจึงทำให้พวกเขาไม่อาจจะโต้แย้งในการตัดสินใจของข้าในเื่นี้ได้”หงเวยเอ่ยตอบเสียงเข้มแล้วมองไปที่หน้าประตูด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก
“ดูท่า ซานซาจะมีเื่เร่งด่วนนะเ้าคะ ข้าว่าท่านออกไปดูเขาหน่อยก็ดีนะเ้าคะข้าเองก็จะออกไปหาพี่อวี้ม่านที่เรือนของนางเช่นกัน”มี่เจินที่มีเื่ต้องจัดการเอ่ยพร้อมกับผละตัวจากหงเวย
“เฮ้อเหตุใดดูเหมือนทุกอย่างจะไม่เต็มใจให้ข้าได้อยู่ใกล้เ้าเลยนะ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองตามแผ่นหลังของมี่เจินด้วยท่าทีหนักใจเพราะในบางครั้งที่เขาและนางอยู่ด้วยกันเขาก็รู้สึกว่ามี่เจินนั้นอยู่ไกลเกินกว่าที่เขาจะคว้านางมาอยู่ข้างตัวของเขาได้
“นายน้อยคุณหนูหลิงมาขอเข้าพบขอรับ”ซานซาที่ได้รับคำสั่งจากนายหญิงของตนก้มหน้าหลบสายตาของผู้เป็นายอย่างหวาดๆ ด้วยเขานั้นรู้ดีว่าตนได้เข้ามาขัดเวลารักของผู้เป็นาย
“แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ใด”หงเวยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“คุณหนูหลินชมดอกไม้ที่เรือนของนายหญิงขอรับ”ซานซาเอ่ยตอบพร้อมกับรีบเข้ามาช่วยผู้เป็นายของตนเปลี่ยนชุดด้วยท่าทีเร่งรีบ
เรือนเยี่ยชิง (เรือนพักของนางหวาง)
“พี่เวยท่านมาแล้ว”หลิงม่านที่เห็นว่าหงเวยเดินเข้ามาในเขตศาลาของนางนางจึงไม่รอช้ารีบเข้าไปจับจูงหงเวยให้ไปนั่งลงที่ด้านข้างของตน
“แล้วท่านแม่เล่า”หงเวยหันไปถามซานซาที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“เอ่อ”ซานซาที่ไม่อาจจะตอบคำถามของผู้เป็นายของตนได้เขาจึงได้เอ่ยถามด้วยท่าทีอ้ำๆอึงๆ ด้วยเพราะเขานั้นไม่รู้ว่าในตอนนี้นายหญิงของเขานั้นไปอยู่ที่ใดเสียแล้วนั้นเอง
“ท่านป้าออกไปกับท่านลุงเมื่อครู่แล้วเ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยตอบพร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้หงเวยด้วยรอยยิ้มหวานหยด มือของนางค่อยๆเลื่อนมากุมมือของหงเวยเอาอย่างถือวิสาสะ
“หลิงม่านเ้าทำอะไร”หงเวยที่เห็นว่าหลิงม่านนั้นแสดงท่าทีที่โจ่งแจ้งจนเกินงามเขาก็ได้ชักมือของตนกลับพร้อมกับมองดุหลิงม่านอย่าง้าห้ามปราม
“ขออภัยเ้าค่ะ ข้าอาจจะคิดถึงพี่เวยมากไปเลยเผลอแสดงกริยาไม่เหมาะสม”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับช้อนตาที่มีน้ำตาคลอหน่วงอยู่ที่ขอบตาของนางมองมาที่หงเวยด้วยสายตาตัดพ้อ
“เห้อ เอาเถอะครั้งนี้พี่จะไม่ถือสาอะไรแต่ครั้งหน้าเ้าต้องระวังตนเองด้วยเล่า”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองลงไปที่ปิ่นโตด้านหน้าของตนด้วยความสงสัย
“นี้เป็ไก่อบสมุนไพรที่ข้าทำมาให้พี่เวยเ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับมองมาที่หงเวยด้วยสายตาเป็ประกายแห่งความสุขด้วยเพราะจากที่นางรู้มาดูเหมือนว่ามี่เจินนั้นจะไม่เคยทำอาหารให้หงเวยได้กินเลยเช่นนั้นแล้วนางจะใช้รสชาติอาหารของนางกลับมัดใจของหงเวยให้ได้อีกครั้ง
“ขอบใจเ้ามาก”หงเวยที่ปรายตามองลงไปที่ปิ่นโตเอ่ยขอบคุณหลิงม่านด้วยรอยยิ้มบาง
“พี่เวย ข้ารู้นะเ้าคะว่าในตอนนี้ในใจของท่านไม่ได้มีแต่เพียงข้าเพียงคนเดียวแล้วแต่ถึงเช่นไรอีกไม่นานข้าก็จะเข้ามาเป็ฮูหยินของพี่เวยแล้ว ข้าขอให้พี่เวยเอ็นดูข้าเช่นเดิมได้หรือไม่เ้าคะข้าไม่รู้ว่าอะไรทำให้พี่เวยเปลี่ยนใจไปจากข้า แต่ในใจของข้านั้นไม่เคยมีผู้ใดมาแทนที่ของพี่เวยได้เลยนะเ้าคะ”หลิงม่านที่ถึงแม้ในตอนที่หงเวยป่วยนางจะลองไปคบหาดูใจกับคุณชายคนอื่นอยู่บ้างแต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถมาแทนที่ของหงเวยในใจของนางได้เลยแม้แต่ผู้เดียว
“ข้าต้องขอโทษเ้าจริงๆที่ทำให้เ้าต้องมาเป็ทุกข์เพราะใจที่โลเลของข้า”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองไปที่อดีตคนรักของตนด้วยความรู้สึกผิดที่ในตอนนี้ตนนั้นหมดรักให้กับหลิงม่านแล้ว
“พี่เวยไม่ต้องรู้สึกไปหรอกเ้าค่ะเพราะข้าเชื่อว่าพี่เวยเพียงแค่สับสนระหว่างความรักกับความหลงเท่านั้นอีกไม่นานพี่เวยก็จะรู้ใจตัวเองแล้วเ้าค่ะ ว่าใครคือผู้หญิงที่ท่านรัก”หลิงม่านเอ่ยพร้อมกับมองสบตาของหงเวยด้วยสายตามุ่งมั่น
“เฮ้อ ต่อให้ข้าพูดอะไรในตอนนี้เ้าก็คงไม่คิดจะฟังข้าสินะ”หงเวยที่เห็นท่าทางดื้อดึงของหลิงม่านเขาก็ได้แต่ปล่อยให้นางเข้าตามที่นาง้าเถอะ
“ข้าจะทำให้ท่านกลับมารักข้าเช่นเดิมให้ได้ พี่เวยก็รู้ไม่ใช่หรือเ้าคะว่าในเมืองฉีซานนี้ไม่มีผู้ใดเหมาะสมกับท่านมากกว่าข้าแล้วละเ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้ม
“เื่ของหัวใจ เราไม่อาจจะใช้เื่ของความเหมาะสมมาตัดสินได้เช่นนั้นแล้วข้าก็ขอให้เ้าตัดใจจากข้าซะเถอะ เพราะหากเ้าคิดที่จะถอยจากข้าและมี่เจินในตอนนี้ชีวิตหลังแต่งงานของเ้าอาจจะมีความสุขก็เป็ได้”หงเวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไม่เ้าค่ะ พี่เวยเป็ของข้าท่านเป็ของข้ามาก่อนที่ท่านจะพบกับมี่เจินเสียอีกแล้วทำไมข้าต้องยอมถอยให้คนที่มาหลังด้วยเล่าเ้าคะ ข้าไม่มีทางยอมให้หญิงชาวบ้านธรรมดาๆเช่นมี่เจินมาแย่งท่านไปจากข้าได้อย่างแน่นอนเ้าค่ะวันนี้ก็เย็นมากแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะและข้าก็หวังว่าท่านจะตาสว่างโดยเร็ววันนะเ้าคะ”หลิงม่านที่ไม่พอใจในท่าทางของหงเวยที่มีท่าทีปกป้องมี่เจินจนน่าหมันไส้เอ่ยพร้อมกับสะบัดหน้าจากไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“เฮ้อ”หงเวยที่เห็นเค้าลางความวุ่นวายถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเหนื่อยใจ
เรือนจิงฉี (เรือนพักของอวี้ม่าน)
“ยาของพี่สะใภ้ใช้ได้ดีจริงๆเ้าค่ะตอนนี้อาการของท่านน้าหม่าดีขึ้นจนน่าแปลกใจ หากข้ารู้เร็วกว่านี้ไม่แน่ว่าท่านน้าหม่าอาจจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคร้ายนั้นนานถึงเพียงนี้”อวี้ม่านเอ่ยรายงานอาการป่วยของว่าที่แม่สามีของตนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ได้ยินเช่นนั้นข้าก็เบาใจแล้วและหลังจากนี้ก็หังว่าท่านจะทำจะตามทำที่เราตกลงกันเอาไว้นะเ้าคะ”มี่เจินเอ่ยทวงสัญญาที่นางและอวี้ม่านเคยมอบให้กันเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้
“เ้าค่ะข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”อวี้ม่านเอ่ยตอบรับพร้อมกับมองมาที่มี่เจินด้วยสายตาจริงจัง
“เจินเออร์ก็อยู่ที่นี้ด้วยหรือน้าเพิ่งได้ผ้ามาใหม่เลยคิดจะนำมาให้ม่านเออร์นำไปตัดชุดนะเ้าเองก็มาดูสิหากชอบผืนใดเ้าก็สามารถเอาไปได้นะ”นางอี้ที่รู้สึกขอบคุณในความช่วยเหลือที่มี่เจินยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนางและลูกสาวของนางเอ่ยพร้อมกับวางผ้าลงตรงหน้าของเด็กสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้มนุ่ม
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านน้าอี้”มี่เจินเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มบาง
“ไม่เป็อะไร ขอเพียงแค่เ้ากับลูกๆของข้ามีความสุขก็เพียงพอแล้วละ”นางอี้ที่รู้ว่าต่อให้บุตรชายของนางไม่ได้เป็ผู้นำตระกูลอินฐานะของเขาก็ไม่ด้อยไปกว่าหงเวยก็ทำให้นางในตอนนี้เริ่มปล่อยวางเื่ของลุกๆของนางได้บ้างแล้ว
“ท่านแม่อีกไม่นานเราจะย้ายออกจากจวนแห่งนี้ไปอาศัยอยู่ที่จวนของเย่จินดีหรือไม่เ้าคะ”อวี้ม่านเอ่ยพร้อมกับมองไปที่มารดาของตนด้วยสายตาเป็ประกายแห่งความคาดหวัง
“หากพวกเ้าอยากไปก็ไปเถอะหากแม่จะไปก็ต่อเมื่อสิ้นพ่อของเ้าแล้วหากแม่ทิ้งพ่อของเ้าแล้วไปอยู่ที่จวนใหม่ของเย่จินมันคงจะเป็เื่ที่เหล่าชาวบ้านอาจจะนำมาครหาพวกเราได้”อนุอี้ที่ไม่้าสร้างความเดือดร้อนให้กับลูกๆของตนเอ่ยพร้อมกับมองไปที่เด็กสาวตรงหน้าของตนด้วยรอยยิ้มที่มีความเศร้าฉายชัดอยู่ในนั้นจนทำให้เด็กสาวที่กังพูดคุยหัวเราะกันในเมื่อครู่ค่อยๆเงียบเสียงของพวกนางลงในที่สุด
“ท่านแม่จะให้ข้าทิ้งท่านแม่ไปได้เสวยสุขเพียงลำพังได้เช่นไรละเ้าคะ”อวี้ม่านเอ่ยพร้อมกับมองไปที่มารดาของตนด้วยสายตาไม่ยินยอม
“พูดเช่นนี้เ้าจะไม่แต่งกับเ้ารองแม่ทัพินั้นหรือไร”อนุอี้ที่รู้เื่ราวของบุตรสาวของตนเป็อย่างดีนางจึงเอ่ยอดที่เอ่ยเย้าบุตรสาวของนางด้วยความเอ็นดูแต่อวี้หลิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้บิดตัวด้วยความเขินอาย
“ดูสิ เผลอเพียงแค่พริบตาลูกสาวของแม่ก็เติบโตเป็สาวเสียแล้ว”อนุอี้เอ่ยพร้อมกับลูบหลังของบุตรสาวของตนด้วยความอ่อนโยน
“หากว่าเหนื่อยก็หยุดพักนะลูกอย่าได้ดันทุรังที่จะยัดเยียดตัวเราให้กับชายที่ไม่รักเราละ แม่ไม่อยากเห็นเ้ามีชะตาเช่นแม่หรอกนะ”อนุอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าโดยที่มือของนางนั้นยังคงลูบที่หลังของบุตรสาวของนางด้วยความรักไม่หยุด
“เอาละ มารบกวนพวกเ้านานแล้วเช่นนั้นแม่ขอตัวก่อนก็แล้วกันนะ”อนุอี้ที่รู้ว่าตนนั้นมาขัดการสนทนาของเด็กสาวทั้งสองนางจึงเลือกที่จะยอมถอยไปเพื่อให้เด็กสาวทั้งสองนั้นได้พูดคุยกันได้อย่างสะดวก
“ดูท่าท่านจะรักท่านรองแม่ทัพิเอามากๆเลยใช่หรือไม่”มี่เจินที่เห็นท่าทางเขินอายของอวี้ม่านในเมื่อครู่นางก็สามารถรู้ได้ในทันทีว่าในใจของอวี้ม่านนั้นคงถูกิเย่เซียนได้อย่างสมบูรณ์แล้วนั้นเอง อวี้ม่านที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้ก้มหน้าหนีสายตาล้อเลียนของมี่เจินจนแทบคอเคล็ด
“หากเป็เช่นนั้น ในระหว่างหนึ่งเดือนนี้ท่านก็ต้องทำให้เต็มที่นะเ้าคะ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจในภายหลัง”มี่เจินเอ่ยพร้อมกับยกมือตบลงที่ไหล่บางของอวี้ม่านอย่าง้าให้กำลังใจที่นั่งอยู่ด้วยรอยยิ้มบาง
และแล้ว่เวลาที่หงเวยไม่้าให้มาถึงก็มาถึงอย่างรวดเร็ว เขาที่้าอยู่กับมี่เจินให้ๆได้มากที่สุดที่เขาทำได้เขามองไปที่มี่เจินด้วยสายตาเศร้า เพราะเขาในตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะแยกจากเมียรักของตนมากนัก
“นายน้อย“มี่เจินที่แอบกรีดเืจาดแขนมาผสมยาต้มให้สามีของตนนางจึงได้เอ่ยเรียกเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มพร้อมกับๆกับส่งขวดยาให้สามีของนางมากถึงสามขวดด้วยกัน
“ข้าจะพยายามทำเื่ให้แล้วเสร็จภายในสามเดือนและนี้เป็ยาที่ท่านต้องดื่มทุกต้นเดือน ครั้งละหนึ่งขวดห้ามเกินกว่านั้นท่านเข้าใจหรือไม่เ้าคะ”มี่เจินที่ยัดขวดยาใส่มือของเย่จินเอ่ยกำชับสามีของตนด้วยความเคร่งเครียด
“เ้าต้องรีบกลับมานะ”หงเวยที่ตอนนี้ไม่คิดสนใจสายตาของเหล่าบ่าวรับใจและเหล่าชาวบ้านที่ยืนสังเกตอารมณ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลเลยแม้แต่น้อยเขากุมมือพร้อมกับมองไปที่มี่เจินด้วยสายตาเว้าวอนด้วยหวังว่าการกระทำของเขาในตอนนี้จะทำให้มี่เจินใจอ่อนจนยอมเปลี่ยนใจแล้วกลับมาอยู่กับเขา
“เ้าค่ะ หากข้าทำงานแล้วเสร็จเมื่อใดข้าจะรีบกลับมาโดยเร็วที่สุดเลยละเ้าค่ะ”มี่เจินเอ่ยขานรับอย่างทีเล่นทีจริงนั้นทำให้หงเวยผู้เอาแต่ถึงกับบุ้ยปากด้วยความไม่พอใจทันที
“เ้าก็เป็เสียอย่างนี้แล้วจะให้ข้าวางใจปล่อยเ้าไปเพียงลำพังได้อย่างไร”หงเวยที่สังเกตเห็นว่า่นี้มี่เจินนั้นอารมณ์ดีผิดปกติเอ่ยพร้อมกับหันไปมองที่คนของตนที่สั่งให้ติดตามมี่เจินในครั้งนี้ อย่างออกคำสั่งเพราะนอกจากมี่เจินจะดูงดงามขึ้นแล้วนางยังกลายเป็คนยิ้มง่ายขึ้นมากอีกด้วยนั้นจึงทำให้เขารู้สึกเป็กังวลเล็กน้อยที่เขานั้นปล่อยให้นางเดินทางไปที่เมืองเซินเฉียวเพียงลำพัง