บทที่ 26:กฎของสถานีการค้าป่าดำ
เฟยชินใช้เวลาหลายวันในการเดินทางออกจากใจกลางเทือกเขาเขี้ยวอสูรบัดนี้เขาไม่ใช่ทาสที่ตื่นกลัวอีกต่อไป แต่เป็นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวที่ปรับตัวเข้ากับความโหดร้ายของธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบเขาใช้ "ย่างก้าวเงาอสูร"เพื่อล่าสัตว์เป็อาหารและหลบหลีกสัตว์อสูรระดับสูงที่เขายังไม่พร้อมจะต่อกรด้วยป่าที่เคยเป็กรงขัง บัดนี้กลับกลายเป็บ้านและสนามฝึกฝนของเขา
หลังจากเดินทางตามแผนที่ที่ยึดมาได้ในที่สุดเขาก็มาถึงชายป่า และได้เห็นเป้าหมายของตนอยู่ไกลลิบ...
"สถานีการค้าป่าดำ" (Blackwood Outpost)
มันไม่ใช่เมืองที่สวยงามอย่างเมืองเมฆาชาดแต่เป็ชุมชนขนาดใหญ่ที่ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงไม้ซุงสีดำทะมึนที่สร้างขึ้นอย่างแข็งแรงเพื่อป้องกันสัตว์อร้ายอาคารต่างๆ สร้างจากไม้สีเข้มอย่างหยาบๆถนนหนทางเป็ดินโคลนที่เต็มไปด้วยรอยเกวียนและรอยเท้าของผู้คนบรรยากาศของที่นี่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและอันตราย
เฟยชินรู้ดีว่าเขาไม่สามารถเดินเข้าไปในสภาพมอมแมมเหมือนทาสได้อีกต่อไปเขาใช้เงินส่วนหนึ่งที่ยึดมาได้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่จากพ่อค้าเร่ที่ตั้งแผงอยู่หน้าประตูเป็ชุดผ้าฝ้ายสีเทาเข้มที่ทนทานและไม่สะดุดตาพร้อมกับหมวกปีกกว้างทรงกรวยที่ช่วยบดบังใบหน้าของเขาได้เป็อย่างดีเขาสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา... นักเดินทางพเนจรผู้ลึกลับ
เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปเขาก็พบว่ายามเฝ้าประตูไม่ได้สนใจแม้แต่น้อยว่าเขาเป็ใครพวกเขาทำเพียงแค่เก็บค่าผ่านประตูเล็กน้อยเท่านั้น ที่นี่...เงินและความแข็งแกร่งคือสิ่งเดียวที่สำคัญ
เฟยชินเดินไปตามถนนสายหลักของสถานีการค้ากลิ่นของเนื้อย่าง กลิ่นเหล้าชั้นเลว และเสียงโหวกเหวกโวยวายจากโรงเตี๊ยมดังผสมปนเปไปกับเสียงค้อนเหล็กจากร้านตีดาบเขาสังเกตเห็นผู้คนหลากหลายประเภท...ทหารรับจ้างร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็เต็มใบหน้า พ่อค้าที่ดูเ้าเล่ห์และผู้ฝึกตนพเนจรที่ส่งสายตาระแวดระวังอยู่ตลอดเวลาทุกคนต่างมีเป้าหมายของตนเองและไม่ไว้ใจใครง่ายๆ
เขา้าข้อมูล...และสถานที่ที่ดีที่สุดในการหาข้อมูลก็คือโรงเตี๊ยม
เขาเลือกโรงเตี๊ยมที่ดูใหญ่และคึกคักที่สุดที่มีป้ายไม้เก่าๆ แขวนอยู่ เขียนว่า "โรงเตี๊ยมขวานบิ่น"
ทันทีที่เฟยชินก้าวเท้าเข้าไปเสียงพูดคุยที่เคยดังลั่นก็เบาลงเล็กน้อย สายตาหลายสิบคู่หันมาจับจ้องที่ผู้มาใหม่พวกเขากำลังประเมิน... ว่าเขาคือลูกแกะที่หลงทางเข้ามาหรือเป็หมาป่าที่กำลังหาเหยื่อ
เฟยชินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกเขาเก็บงำกลิ่นอายพลังของตนเองไว้อย่างสมบูรณ์แต่ท่าเดินของเขากลับมั่นคงและแผ่นหลังตั้งตรง เขาไม่ได้มองหาเื่ใคร แต่ก็ไม่ได้แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเขาเดินตรงไปยังโต๊ะว่างตัวหนึ่งที่มุมห้องและนั่งลงอย่างเงียบๆ
แต่ดูเหมือนว่าเื่เดือดร้อนจะชอบเดินเข้ามาหาเขาเอง
ชายร่างั์คนหนึ่งที่ตัวเหม็นกลิ่นเหล้าและมีรอยสักรูปแมงมุมบนลำคอลุกจากโต๊ะของตนและเดินตรงมาหาเฟยชิน
ปัง!
ฝ่ามือขนาดใหญ่ของมันตบลงบนโต๊ะของเฟยชินอย่างแรงจนจอกชาสั่นไหว
"เฮ้! ไอ้หนูที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเด็กน้อยอย่างเ้า" มันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หยาบกระด้าง"ถ้าอยากนั่งที่นี่... ต้องจ่าย 'ค่าคุ้มครอง' ให้พี่ใหญ่ก่อน!"
ทุกคนในโรงเตี๊ยมหันมามองด้วยสายตาที่พร้อมจะดูเื่สนุกนี่คือ "การทักทาย" ตามแบบฉบับของสถานีการค้าป่าดำ
เฟยชินค่อยๆเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปีกหมวกบดบังใบหน้าของเขาไปครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นเพียงดวงตาที่สงบนิ่งและเ็า เขาไม่ได้ลุกขึ้น ไม่ได้ชักอาวุธ
เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่กลับได้ยินไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยม"ข้าไม่ชอบให้ใครมาเคาะโต๊ะของข้า"
สิ้นเสียงนั้น...สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
เฟยชินใช้เพียงสองนิ้วคีบตะเกียบอันหนึ่งไว้ก่อนจะสะบัดข้อมืออย่างรวดเร็ว!
ฟุ่บ!
ตะเกียบไม้ไผ่ธรรมดาๆพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับลูกศร มันไม่ได้เล็งไปที่จุดตายแต่กลับปักทะลุหลังมือของชายร่างั์ที่ยังคงวางแหมะอยู่บนโต๊ะอย่างแม่นยำ!
ฉึก!
ปลายตะเกียบทะลุฝ่ามือของมันและปักลึกลงไปในเนื้อไม้ของโต๊ะตรึงมือของมันไว้แน่น!
"อ๊ากกกกกก!"
ชายร่างั์คำรามลั่นด้วยความเ็ปและใเขาพยายามจะดึงมือออกแต่ก็ทำไม่ได้ และที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าคือ บริเวณรอบๆาแนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็สีดำคล้ำอย่างรวดเร็ว...ไอพิษจากพลังปราณอสูรของเฟยชินกำลังทำงาน!
เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยในโรงเตี๊ยมพลันเงียบกริบลงในทันที...
ทุกคนจ้องมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงพวกเขาไม่ได้มองชายร่างั์ที่กำลังโหยหวนแต่มองไปยังเด็กหนุ่มลึกลับในมุมห้อง...ผู้ที่จัดการอันธพาลประจำถิ่นด้วยตะเกียบเพียงอันเดียวโดยที่ยังไม่ได้ลุกจากที่นั่งด้วยซ้ำ
เฟยชินได้แนะนำตัวกับสถานีการค้าป่าดำ...ในรูปแบบของอสูรอย่างแท้จริง