การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง!

    052 แปลงร่าง

      

      “เอ่อ...”

      

      มีอาเกิดอาการลังเลขึ้นมาในทันที

      

      เธออาศัยจังหวะที่ใช้ศอกพิงตู้รองเท้าอยู่ ค่อยๆ ตบหลังอลิซเบาๆ แล้วพูดว่า

      

      “อลิซ เดี๋ยวฉันไปอยู่เป็นเพื่อนเธอที่ห้องแล้วกันนะ”

      

      ก่อนที่จะเปิดประตู มีอาได้แอบซ่อนรองเท้าของดันเต้เอาไว้แล้ว เธอจะปล่อยให้อลิซเห็นรองเท้าของเขาอยู่ในตู้รองเท้าไม่ได้เด็ดขาด ถึงแม้เธอกับดันเต้จะมีความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ต่อกันแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าอลิซมาเห็นเข้าล่ะก็ ต่อให้มีสิบปากก็คงอธิบายไม่ถูกแน่ๆ

      

      “ห้องฉันไม่ได้เก็บกวาดมาหลายวันแล้ว...”

      

      อลิซพึมพำอย่างกล้าๆ กลัวๆ

      

      “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันช่วยเธอเก็บกวาดเอง”

      

      “จะทำแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ เดิมทีฉันก็เป็นคนมารบกวนเธอตอนกลางดึกจนทำให้ต้องตื่นขึ้นมาแท้ๆ”

      

      เสียงของอลิซเบาลงเรื่อยๆ

      

      “ไม่เป็นไรหรอก ความจริงเมื่อกี้ฉันก็กำลังโต้รุ่งทำแล็บอยู่น่ะ”

      

      มีอาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางพยายามจะพาอลิซออกจากห้องไป

      

      ทว่าอลิซยังคงกอดมีอาไว้แน่น ร่างกายยังคงสั่นเทา ดูเหมือนเธอจะรู้สึกต่อต้านทางเดินที่มืดมิดด้านนอกนั่นเอามากๆ

      

      “มีอา อยู่เป็นเพื่อนฉันสักพักเถอะนะ...”

      

      น้ำเสียงของอลิซเหมือนกำลังอ้อนวอน

      

      “เฮ้อ”

      

      มีอาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างช่วยไม่ได้

      

      เธอค่อยๆ หันตัวไปเพื่อบังสายตาของอลิซ แล้วหยิบรองเท้าแตะจากตู้รองเท้ามาส่งให้อีกฝ่าย จากนั้นจึงพาอลิซเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น

      

      มีอาจัดแจงให้อลิซนั่งลงบนโซฟา ยื่นผ้าห่มผืนบางให้ และรินน้ำอุ่นส่งให้หนึ่งแก้ว แม้ว่ามีอาจะเดินไปเดินมาอยู่ในห้องนั่งเล่น แต่อลิซก็ไม่ยอมละสายตาไปจากเธอเลยแม้แต่นาทีเดียว อลิซที่เพิ่งตื่นจากฝันร้ายยังอยู่ในสภาวะที่เปราะบางมาก ดูเหมือนเธอจะขวัญเสียอย่างหนักจริงๆ

      

      มีอาจึงนั่งลงข้างๆ อลิซ ลูบผมของเธอพลางปลอบเสียงนุ่ม

      

      “อลิซ ไม่ต้องกังวลนะ ในสถาบันน่ะไม่มีปีศาจหรอก”

      

      “แต่ฉันก็ยังกลัวอยู่ดี ฉันฝันว่าตัวเองหลงเข้าไปในโรงเรียนปีศาจ ฉันอ่อนแอมาก แล้วก็มีปีศาจน่าน่ากลัวตัวหนึ่งไล่ตามฉัน ในมือของปีศาจตนนั้นถือการ์ดชำระล้างเอาไว้ แล้วบอกว่าจะรีดเลือดฉันให้แห้งเหือด...”

      

      “......”

      

      มีอาเข้าใจแจ่มแจ้งทันที ฝันร้ายของอลิซคงมีวัตถุดิบมาจากภาพจำในโรงเรียนปีศาจ และความประทับใจอันไม่อาจลบเลือนที่ดันเต้สร้างไว้กับเธอที่สมาคมนักสร้างการ์ดนั่นเอง ช่างเป็นคนที่สร้างบาปไว้หนาจริงๆ นะดันเต้

      

      มีอา: “ปีศาจที่เธอฝันถึงน่ะ หน้าตาคล้ายๆ กับดันเต้ใช่ไหม?”

      อลิซ: “......ใช่”

      

      “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วล่ะ มันเป็นแค่ความฝันเท่านั้น แถมดันเต้น่ะยังไงเขาก็เป็นคน...เป็นมนุษย์นะ”

      

      มีอาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วรู้สึกว่าควรใช้คำว่า มนุษย์ มาบรรยายตัวดันเต้น่าจะรัดกุมกว่า ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยทำตัวเหมือนมนุษย์มนาสักเท่าไหร่

      

      “อื้อๆ”

      

      อลิซพยักหน้าพลางขบคิดตามอย่างเงียบๆ พอได้ฟังการวิเคราะห์ของมีอา เธอก็เริ่มรู้สึกว่าฝันร้ายที่เพิ่งเจอมานั้นดูไม่ค่อยจะสมจริงเท่าไหร่แล้ว อีกทั้งตอนนี้เธอรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจมาก เพราะมีอาคอยอยู่ข้างๆ

      

      พอลองคิดดูดีๆ ฝันร้ายที่น่ากลัวแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นจริงหรอก ทุกอย่างเป็นแค่เรื่องโกหก เหมือนกับที่ดันเต้ไม่มีทางโผล่มาที่หอพักของมีอาอย่างกะทันหัน และดันเต้ในโลกความจริงก็ไม่มีทางกลายร่างเป็นปีศาจได้ด้วย

      

      เมื่อเห็นว่าอลิซเริ่มสงบลงแล้ว มีอาจึงพูดขึ้นว่า

      

      “อลิซ เธอเก็บเรื่องที่สมาคมนักสร้างการ์ดวันนั้นมาใส่ใจมากเกินไปนะ ความจริงแล้วเธอไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นหรอก เธอไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เป็นดันเต้ต่างหากที่นิสัยไม่ดีเอง”

      

      “น่าขายหน้าที่สุดเลย...ทุกครั้งที่นึกถึงคำพูดที่เคยพูดกับเขา ฉันก็ไม่รู้จะสู้หน้าเขายังไงดี แต่เขาน่ะนิสัยเสียจริงๆ นะ!”

      

      อลิซกุมหัวตัวเอง สีหน้าเปลี่ยนเป็นทั้งอายทั้งโกรธในเวลาเดีวกัน

      

      “เขาตั้งใจแสร้งทำเป็นถ่อมตัว พอนึกย้อนกลับไปตอนนี้ฉันถึงเพิ่งรู้ว่าสายตาที่เขามองมามันเหมือนมองคนโง่ชัดๆ แถมยังชมฉันด้วยท่าทางจริงใจสุดๆ ว่า !@#$%^%......”

      

      อลิซยิ่งพูดยิ่งโมโหจนเริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง

      

      เธอดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มีอานั่งฟังอลิซบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุดพลางยิ้มออกมา ขอแค่อลิซฟื้นฟูกำลังใจได้เร็วๆ เธอก็จะสามารถส่งอลิซกลับห้องได้แล้ว

      

      ......

      

      ในขณะเดียวกัน ดันเต้ซึ่งนั่งรออยู่ในห้องแล็บปรุงยาเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาเรื่อยๆ เปลือกตาของเขาเริ่มหนักอึ้งจนแทบจะปิดเข้าหากัน ก่อนที่มีอาจะออกจากห้องแล็บปรุงยา เธอได้ร่ายเวทมนตร์ปิดกั้นเสียงเอาไว้ ดังนั้นดันเต้จึงไม่ต้องกังวลว่าจะทำเสียงดังจนถูกใครพบเข้า

      

      แต่ข้อเสียก็คือตัวเขาเองก็ไม่รู้สถานการณ์ข้างนอกเลยเหมือนกัน ก่อนที่มีอาจะกลับมา เขาไม่กล้าออกไปข้างนอกเลยแม้แต่นิดเดียว ช่างเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายจริงๆ

      

      ห้องแล็บปรุงยาไม่ใช่สถานที่สำหรับการนอนสักเท่าไหร่เลย อย่างน้อยถ้ามีโซฟาสักตัวก็คงดี แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ เขาง่วงจนทนไม่ไหวแล้ว ในเมื่อทนไม่ไหวแล้ว...งั้นก็นอนเถอะ

      

      จากนั้นดันเต้ก็ฟุบลงกับโต๊ะ และเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน ร่างกายของดันเต้ที่ฟุบอยู่บนโต๊ะก็สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา

      

      เขามองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่ดูจะฉงนอยู่เล็กน้อย

      

      “เจ้าเด็กนี่วันนี้ไม่กลับหอพักงั้นเหรอ?”

      

      เขาพึมพำกับตัวเอง พลางเปิดดูหนังสือและสมุดบันทึกบนโต๊ะ จากนั้นก็หยิบขวดยาขึ้นมาพิจารณา

      

      ขวดยาสะท้อนภาพใบหน้าของดันเต้ที่มีสีหน้าเย็นชา แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่รูม่านตาของเขากลับกลายเป็นสีทองลึกล้ำ และที่หน้าผากด้านขวาบนกลับมีเขางอกออกมาหนึ่งข้าง

      

      มันแตกต่างจากร่างอินคิวบัสที่เขาเคยเป็นในโรงเรียนปีศาจอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าจะเป็นปีศาจ แต่กลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งความศักดิ์สิทธิ์อันสูงสุด

      

      “ที่แท้ก็หมกมุ่นอยู่กับการวิจัยในห้องแล็บปรุงยาจนหลับไปสินะ ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการสร้างการ์ดสาวๆ สายพิสดารพวกนั้นทั้งวัน”

      

      แม้มุมปากของเขาจะไม่มีรอยยิ้ม แต่น้ำเสียงของเขากลับดูร่าเริงขึ้นไม่น้อย

      

      จากนั้นเขาจึงวางขวดยาลงเบาๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปที่ประตูแล้วผลักประตูห้องแล็บปรุงยาออกไป

      

      แสงสว่างที่อบอุ่นและนุ่มนวลทำให้ดวงตาของเขาไม่ชินอยู่ชั่วครู่ เขาไม่คิดเลยว่าข้างนอกจะเป็นห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยบรรยากาศการใช้ชีวิตแบบนี้ และยิ่งคาดไม่ถึงว่า...

      

      จะมีคนอื่นอยู่ด้วย

      

      ดวงตาสีทองคู่นั้นล็อคเป้าหมายไปยังมีอาและอลิซที่นั่งอยู่บนโซฟาทันที

      

      “เอ๊ะ?”

      

      มีอาและอลิซต่างก็สังเกตเห็นดันเต้ในร่างปีศาจ ที่ผลักประตูออกมาจากห้องแล็บปรุงยาเป็นคนแรก

      

      มีอาเริ่มจากความสงสัย ก่อนจะแผ่จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมาในทันที เธอรีบปกป้องอลิซไว้ พร้อมกับที่มีดสั้นสีม่วงเข้มเปล่งประกายคริสตัลปรากฏขึ้นในมือ กลิ่นอายที่ดูผ่อนคลายและอ่อนโยนของมีอาหายไปอย่างสิ้นเชิง หลงเหลือเพียงสายตาที่เฉียบคมและดุดันเท่านั้น

      

      ดันเต้ร่างปีศาจมีสีหน้าฉงนขณะมองไปยังหญิงสาวทั้งสอง แม้เขาจะไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ความรู้สึกอันตรายที่แผ่ออกมานั้น กลับกดดันจนบรรยากาศเย็นเยียบราวกับว่ามีจอมมาร มาปรากฏตัวตรงหน้าหญิงสาวทั้งสอง

      

      ในจังหวะที่ดันเต้ร่างปีศาจ และมีอากำลังเผชิญหน้ากันอยู่นั้น สมองที่เกือบจะช็อตไปแล้วของอลิซดูเหมือนจะเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง

      

      นี่คือความฝัน? หรือความจริงกันแน่?

      

      เธอรู้สึกเพียงว่าความกลัวอันไร้ที่สิ้นสุด กำลังถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นมหาสมุทรที่พยายามจะจมเธอให้ขาดใจตาย

      

      “อ๊ะ......อ๊ะ......”

      

      สีหน้าของอลิซค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก ขอบตาเริ่มแดงก่ำ เธอพยายามจะพูด แต่กลับควบคุมกล่องเสียงของตัวเองไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เธอรู้สึกว่าขาเริ่งอ่อนแรง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง จากนั้นดวงตาก็เหลือกค้างและหมดสติไปทันที

      

    คล้ายกับเรื่องการ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง! ที่คุณอ่าน