บทที่ 80 ดูดซับ
ตุบ ร่างของชายหนุ่มตกกระแทกลงบนพื้นหญ้าสีเขียวขจี เมื่อตั้งสติได้ชายหนุ่มจึงเริ่มสังเกตพื้นที่โดยรอบของตน
ในตอนนี้รอบกายของชายหนุ่มล้อมรอบไปด้วยพฤกษามากมาย ที่แห่งนี้ถูกอัดแน่นไปด้วยพลังแห่งการฟื้นฟูของธาตุไม้ นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มในตอนนี้นั้นรู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก
“แล้วนี่ข้าต้องทำอย่างไรต่อละเนี่ย”
ชายหนุ่มพึมพำออกมาด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“จงทำความเข้าใจและซึมซับพลังปราณในที่แห่งนี้และทำให้พลังปราณธาตุไม้ของเจ้าก้าวหน้าให้มากกว่านี้ซะ ในตอนนี้พลังปราณธาตุของเจ้าช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหลือเกินเมื่อเทียบกับระดับการบ่มเพาะของเจ้า”
“ข้าล่ะอยากรู้เสียจริงว่าผู้ใดมันเป็นอาจารย์ของเจ้า เหตุใดจึงได้สอนผู้ที่มีกายเซียนบรรพกาลได้เละเทะขนาดนี้”
ในตอนนี้เอง สตรีวัยกลางคนหน้าตางดงามในชุดที่ถูกสร้างมาด้วยเปลือกไม้และใบของมัน ได้มาปรากฏตัวด้านหน้าชายหนุ่ม
ชายหนุ่มที่ได้ยินสิ่งที่สตรีวัยกลางคนเอ่ยออกมา เขาก็อดที่จะเถียงกลับไปเสียไม่ได้ นางเป็นใครกันถึงมีสิทธิ์มาว่าอาจารย์ของตน
ทว่าเมื่อชายหนุ่มคิดจะเอ่ยบอกออกไปตัวเขาก็ต้องหยุดชะงัก
“ก็จริงอย่างที่นางว่ามานั่นแหละ ซินแสเฒ่าตั้งแต่ที่เริ่มสอนข้ามา นอกจากวิชาห้าจักรพรรดิสี่ทิศ ก็ไม่ได้สอนอันใดข้าในเชิงลึกอีกเลย สิ่งที่ข้ารู้คือขั้นพื้นฐานทั้งสิ้นแม้แต่วิชามรรคเพลิงมังกรผลาญสวรรค์ก็เป็นแค่ระดับพื้นฐานเท่านั้น”
“โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับร่างกายของข้า การฝึกพลังธาตุก็ด้วย อ้ะ…ที่สำคัญกว่านั้นแม้แต่วิชาบ่มเพาะของข้าก็มาถึงทางตันแล้วไม่ใช่หรอกรึ”
“หากตัดผ่านไปยังระดับจ้าวปฐพี แล้วข้าจะเอาวิชาบ่มเพาะที่ไหนมาใช้กัน ตอนนี้วิชาบ่มเพาะที่ข้าฝึกฝนอยู่นั้นมีชื่อว่าเทคนิคกายาหลอมมรรค แค่ชื่อก็รู้แล้วว่านี่คือวิชาบ่มเพาะด้านกายา แต่ขั้นสูงสุดที่วิชานี้ทำได้นั้นก็คือระดับราชันย์ยุทธ์เพียงเท่านั้น”
“แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นจากการที่กายหยาบของข้าก็แข็งแกร่งเป็นลำดับต้นๆ เมื่อเทียบกับผู้สืบทอดขุมอำนาจใหญ่ทั้งสิบ ดูท่าวิชานี้ที่ซินแสเฒ่าถ่ายทอดแก่ข้าก็คงไม่ธรรมดาเช่นกัน”
คิดมาถึงตรงนี้เสียงของหญิงวัยกลางคนเบื้องหน้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
“นี่เจ้ามัวเหม่อ อะไรกัน เหตุใดยังไม่รีบซึมซับพลังปราณธาตุอีกกัน”
เสียงนี้ทำให้ชายหนุ่มได้สติขึ้นมาอีกครั้ง
“อ้ะ…จริงด้วย”
“ว่าแต่ผู้อาวุโสคือผู้ใดกันขอรับ แล้วที่แห่งนี้คือที่ใดกันเหตุใดข้าถึงได้มาอยู่ที่นี่ ท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่”
ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าใสซื่อ
“เฮอะ อย่างแรกเจ้าก็ควรจะแนะนำตัวเองก่อนมิใช่รึเจ้าหนูน้อย”
“หนูน้อยงั้นรึ นี่ข้าก็อายุห้าร้อยกว่าปีแล้วนะ นี่ท่านอายุเท่าไหร่กันเชียวมาเรียกข้าว่าหนูน้อย”
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ชายหนุ่มได้แต่เอ่ยอยู่ภายในใจ
“ข้าน้อยมีนามว่าหลินตงขอรับ ข้ามาที่นี่ได้เพราะกุญแจที่ตระกูลของข้าทิ้งไว้ให้น่ะขอรับ ทว่าข้ายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่แห่งนี้เท่าที่ควรเลย ผู้อาวุโสช่วยไขความสงสัยของข้าได้หรือไม่”
“โอ้…แซ่หลินงั้นรึ ตอนนี้คนในตระกูลของเจ้าเป็นเช่นไรกันบ้าง ดูเหมือนว่าตระกูลพวกเจ้าจะผูกขาดตำหนักขัดเกลาแห่งนี้ไว้สินะ”
เมื่อได้ยินคำถามของหญิงวัยกลางคน ชายหนุ่มจึงตอบกลับไปด้วยสีหน้าเศร้าเล็กน้อย
“ทุกคนไม่มีใครอยู่แล้วขอรับ ด้วยความรักของบิดามารดาจึงทำให้ข้าเป็นผู้เดียวที่ยังมีชีวิตรอดมาได้”
สิ้นเสียงของชายหนุ่มเปลวไฟแห่งความโกรธแค้นได้ลุกติดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เป็นเช่นนั้นเองรึ ทุกสิ่งล้วนไม่จีรัง”
“ตัวข้าไร้ชื่อแซ่ ทุกคนต่างเรียกข้าว่าจิตวิญญาณธาตุไม้ ส่วนเหตุผลที่เจ้ามาที่นี่ก็เพราะว่าที่นี่คือการขัดเกลาพลังธาตุที่ง่ายที่สุดยังไงล่ะ”
“ก่อนหน้านี้เจ้าคงเห็นแล้วสินะว่าก้อนพลังของทุกธาตุนั้นเลือกเจ้า นั่นเป็นเพราะเจ้ามีกายเต๋าต้นกำเนิดยังไงล่ะ ไม่ว่าจะเป็นธาตุใดๆ เจ้าก็สามารถฝึกฝนได้หมด”
“ถ้าเจ้าทนรับมันไหวและมีพรสวรรค์มากพอน่ะนะ”
“ชั่งเรื่องนั้นไปเถอะ ภายในเจ็ดวันเจ้าจะต้องดูดซับและพัฒนาพลังปราณธาตุไม้ของเจ้าให้ได้มากที่สุด หากสามารถพัฒนาไปถึงธาตุไม้ ระดับสี่เจ้าถึงจะมีสิทธิ์ไปยังธาตุถัดไป”
“เดิมทีพวกเจ้าจะอยู่ด้านในนี้ได้แค่สิบวันแต่ในเมื่อเจ้าต้องทำการขัดเกลาทุกธาตุ เจ้าเฒ่านั่นเลยให้เจ้าอยู่นานถึงหนึ่งเดือนเป็นกรณีพิเศษ”
ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่เอ่ยกับตัวเองภายในใจ
“อะไรกัน ข้าเพียงแค่ต้องดูดซับพลังปราณธาตุไม้และพัฒนาไปยังระดับที่สูงขึ้น แบบนี้เรียกว่าขัดเกลาได้ด้วยงั้นรึ”
“นี่มันเหมือนกับว่า ตอนนี้ข้ากำลังเป็นหมูอ้วนที่กำลังถูกขุนโดยไม่ต้องคิดอะไรนอกจากกินเลยสินะ”
ถึงจะคิดเช่นนั้นแต่ชายหนุ่มก็ไม่รอช้า เริ่มโคจรพลังปราณธาตุและดูดซับพลังปราณธาตุไม้ในทันที พลังปราณธาตุไม้นั้นถือว่าวิเศษเป็นอย่างมาก ด้วยพลังแห่งการฟื้นฟูที่สุดยอดของผู้ใช้ปราณธาตุไม้
ทำให้ทุกๆ ขุมกำลังย่อมต้องมีผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลังปราณธาตุไม้อยู่ด้วยเสมอ ระดับของพลังปราณธาตุนั้นมีทั้งหมดเก้าระดับ
ว่ากันว่าหากผู้ที่มีพลังปราณธาตุไม้ถึงระดับเก้าล่ะก็ ต่อให้คนที่พึ่งหมดลมหายใจและร่างกายไม่สูญสลาย ผู้ฝึกปราณธาตุไม้คนนั้นก็สามารถนำชีวิตกลับมาได้
แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับวิชามรรคที่ผู้ใช้พลังปราณธาตุไม้ฝึกด้วยเช่นกัน หากผู้ฝึกปราณธาตุไม้ฝึกวิชาด้านการรักษากันจนหมด มีหวังคนพวกนั้นคงจะได้กลายเป็นแค่เครื่องมือเป็นแน่ เพราะในโลกของผู้ฝึกยุทธ์นั้นความแข็งแกร่งคือสิ่งเดียวที่จะกำหนดชีวิตของตัวเองได้
นี่จึงทำให้มีสำนักที่รับเฉพาะผู้ฝึกยุทธ์ธาตุไม้เกิดขึ้น และไม่ต้องกังวลว่าจะถูกสำนักอื่นรังแก เพราะพวกเขามีจอมยุทธ์สายรักษาที่เป็นเลิศและจอมยุทธ์สายต่อสู้ก็ไม่ได้อ่อนแอ และสำนักผู้ฝึกยุทธ์ธาตุไม้ล้วนที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือสำนัก พงไพรอนันต์หนึ่งในสิบขุมอำนาจใหญ่นั่นเอง
แม้จอมยุทธ์โดยรวมจะน้อยกว่าขุมอำนาจอื่นๆ แต่พลังการต่อสู้นั้นไม่สามารถประมาทได้เลย
ความรู้นี้ชายหนุ่มก็ได้มาจากตอนสนทนากับสองพี่น้องตระกูลหวง ในตอนอยู่สำนักสยบมังกร นอกจากฝึกยุทธ์และคอยตามข่าวของสหายจากดินแดนถงเทียน ชายหนุ่มก็หาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ
การฝึกฝนพลังปราณธาตุไม้นั้นถือว่าเป็นการฝึกฝนพลังธาตุที่ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุอันใดผู้ที่สามารถมีพลังปราณธาตุไม้ ได้นั้นกลับมีน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับผู้มีพลังปราณธาตุอื่นๆ
บางทีอาจจะเป็นเพราะกฎสวรรค์ก็เป็นได้ ที่คอยรักษาสมดุล ไม่ให้มีสิ่งใดมากเกินไปหรือน้อยเกินไป
“สัมผัสถึงพลังปราณธาตุไม้โดยรอบ ใช้จิตใจสื่อให้ถึง เปิดรับพลังปราณอย่างอ่อนโยน”
ในตอนที่ชายหนุ่มกำลังนั่งดูดซับพลังปราณธาตุอยู่นี้เองเสียงของจิตวิญญาณธาตุไม้ก็ได้ดังขึ้นในห้วงจิตของชายหนุ่ม พร้อมกับสอนวิธีโคจรพลังปราณธาตุไม้ในระดับที่สูงขึ้น
เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไป จากหนึ่งวันไปสองวันจนกระทั่งวันที่ห้า พลังปราณธาตุไม้รอบๆ ตัวชายหนุ่มได้ถูกปล่อยออกมาอย่างหนาแน่น
“ดูท่าว่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปสินะ เพียงห้าวันเท่านั้น ข้าแค่บอกเทคนิคเจ้าไปเพียงเล็กน้อยเจ้าก็มาถึงระดับนี้แล้ว”
“ในเมื่อเจ้ามาถึงระดับที่สี่แล้ว มันก็ถึงเวลาที่ข้าจะส่งเจ้าไปในมิติของธาตุถัดไปแล้วล่ะนะ”
“อย่าลืมใช้สิ่งที่เจ้าพึ่งทำความเข้าใจไปล่ะ น่าเสียดายที่ข้าสามารถทำให้เจ้าเพิ่มระดับพลังปราณธาตุมาถึงขั้นที่สี่เพียงเท่านั้น”
“หากข้าฝืนยอมให้เจ้าเพิ่มไปมากกว่านี้ คนอื่นๆ ในที่นี้และในอนาคตคงไม่มีใครจะสามารถมาขัดเกลาพลังปราณธาตุที่นี่ได้อีกแล้ว แต่เมื่อเจ้าออกจากที่ตำหนักนี้ไป ด้านนอกนั่นยังมีสถานที่ให้เจ้าพัฒนาอีกมากเลยล่ะ”
“ขอให้เจ้าโชคดี ต่อจากนี้จะไม่มีที่ใดขัดเกลาง่ายเช่นที่ข้าแล้ว”
สิ้นเสียงของจิตวิญญาณธาตุไม้ พลังปราณสายหนึ่งก็ได้ห่อหุ้มชายหนุ่มและกำลังจะส่งชายหนุ่มไปจากที่แห่งนี้
ชายหนุ่มที่รับรู้เช่นนั้น จึงคำนับไปทางจิตวิญญาณธาตุไม้
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่คอยชี้แนะ”
สิ้นเสียงร่างของชายหนุ่มก็ถูกส่งหายไปในทันที
“เฮ้อ…เจ้าหนูนั่นเล่นดูดพลังธาตุไปมากมายเช่นนี้ แต่ก็ไปได้แค่ระดับสี่เองรึความต้องการของกายเต๋าต้นกำเนิดนี่ช่างมากมายเสียจริง”
จิตวิญญาณธาตุไม้เอ่ย พร้อมกับมีรอยแตกร้าวเหมือนเปลือกไม้ที่แห้งเหี่ยวบนผิวหนังของนาง
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio