บทที่ 22 หลี่โหรวเอ๋อร์
แม้ว่านางจะรู้ว่าเผิงวั่งถูกงูสามเหลี่ยมกัด แต่ก่อนที่จะมั่นใจว่าสามารถรักษาได้ นางก็จะไม่ลงมือทำอะไรโดยไม่รู้รายละเอียด
เฮ่อจือหร่านย่อตัวลงข้าง ๆ เผิงวั่ง เริ่มจากการเปิดเปลือกตาของเขาเพื่อตรวจดู จากนั้นจับชีพจรและสำรวจาแที่ขา
ดูจากอาการของเผิงวั่งในตอนนี้ ถ้าพาเขามาหานางช้ากว่านี้อีกครึ่งชั่วยาม คงจะสายเกินไปที่จะช่วยชีวิตเขาได้
โชคดีที่ในห้องพยาบาลของนางมีเซรุ่มแก้พิษงูสำรองไว้สองสามหลอด
หรือกล่าวได้ว่า เผิงวั่งโชคดีมากที่พบเจอนาง ไม่อย่างนั้นชีวิตของเขาคงถึงฆาตไปแล้ว
หลังจากตรวจเสร็จ เฮ่อจือหร่านก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น ภายใต้สายตาของทุกคน นางเดินกลับไปยังกองสมุนไพรที่เตรียมไว้
นางหยิบต้นหลงต่านเฉ่า*[1]ที่มีรสขมที่สุดกลับมา
เฮ่อจือหร่านยื่นมันให้จางชิงที่เพิ่งะโใส่นางเมื่อครู่
ต้นหลงต่านเฉ่าไม่ได้เป็ยาแก้พิษงู แต่นางเป็คนที่ชอบจดจำความแค้น
“ท่านเอาสิ่งนี้ไปเคี้ยวให้ละเอียด แล้วนำมาทาแผลให้เขา”
จางชิงไม่อยากทำนัก
“ใช้หินสองก้อนมาบดให้ละเอียดไม่ได้หรือ เหตุใดต้องให้ข้าเคี้ยวด้วย”
“ถ้าใช้หินบด น้ำในใบก็จะไหลออกจนหมด” เฮ่อจือหร่านเหมือนเริ่มหงุดหงิด
จางชิงรู้ดีว่าเพื่อชีวิตของหัวหน้า เขาจำเป็ต้องเคี้ยวใบนี้ให้ละเอียด
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เชื่อใจเฮ่อจือหร่าน
“ไม่ใช่ว่าเ้ากำลังคิดจะแก้แค้นที่ข้าเพิ่งดุด่าเ้าไป แล้วเอายาพิษมาให้ข้าใช่หรือไม่”
เฮ่อจือหร่านกลอกตา ไม่คิดว่าเ้าหน้าที่คนนี้จะระแวดระวังขนาดนี้
“หากกลัว ท่านก็ไม่ต้องทำหรอก เพราะอย่างไรความเป็ตายของหัวหน้าพวกท่าน ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”
โจวเหล่าปาเห็นท่าไม่ดี จึงเร่งเร้า “จางชิง เพื่อชีวิตของหัวหน้า เ้าก็ทำตามที่นางบอกเถอะ!”
ใบหน้าจางชิงยับย่น ท่าทางเหมือน้าจะอุทิศตัวทำอย่างกล้าหาญ
จังหวะนั้นเขากำลังจะเอาต้นหลงต่านเฉ่าส่งเข้าปาก ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งมาอย่างรวดเร็วจากฝั่งตระกูลหลี่
“ท่านเ้าหน้าที่ พวกท่านอย่าไปฟังเฮ่อจือหร่าน นางไม่รู้เื่การรักษาเลยสักนิด อย่าไปหลงกลนางเชียว”
เฮ่อจือหร่านหรี่ตามองผู้ที่มาใหม่ หลังค้นหาในความทรงจำของร่างเดิม ก็จำได้ว่าอีกฝ่ายเป็คนรู้จักของนางจริง ๆ
หลี่โหรวเอ๋อร์ บุตรีนอกสมรสของตระกูลหลี่
สตรีคนเดียวที่เ้าของร่างเดิมถือว่าเป็สหายสนิท เฮ่อจือหร่านจึงจำนางได้ในทันที
อีกทั้งสาเหตุที่เ้าของร่างเดิมไม่ยอมแต่งเข้าบ้านสกุลโม่จนตาย ก็มีความเกี่ยวข้องกับหลี่โหรวเอ๋อร์ผู้นี้เป็อย่างมาก
หลี่โหรวเอ๋อร์พูดกับนางทุกวันว่าใครก็ตามที่แต่งเข้าสกุลโม่ ไม่นานก็จะกลายเป็ม่าย
เหตุใดหญิงสาวนางหนึ่งต้องเป็ม่ายทั้งที่อายุยังน้อยและควรมี่เวลาที่ดี
สรุปแล้ว เนื้อหาสนทนาระหว่างหลี่โหรวเอ๋อร์กับเ้าของร่างเดิมนั้น ไม่ว่าจะประโยคไหนก็ไม่พ้นเื่การเป็ม่าย
กระทั่งเ้าของร่างเดิมเกิดความหวาดกลัวไม่อยากแต่งงานเข้าสกุลโม่ จึงเกิดเื่ที่เฮ่อเยวียนิกับภรรยาวางยาบุตรสาวในภายหลัง
กล่าวได้ว่าการตายของร่างเดิมมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับหลี่โหรวเอ๋อร์จริง ๆ
เมื่อคิดถึงสิ่งเหล่านี้ สายตาของเฮ่อจือหร่านที่มองหลี่โหรวเอ๋อร์ก็ยิ่งวาววับ นอกจากนั้น อีกฝ่ายยังวิ่งเข้ามาทำลายชื่อเสียงของนาง นี่เป็ท่าทีของสหายสนิทที่ควรมีหรือ
“หลี่โหรวเอ๋อร์ ในเมื่อเ้าบอกว่าข้าไม่เข้าใจวิชาแพทย์ เช่นนั้นเ้าก็แก้พิษให้หัวหน้าเผิงเองก็แล้วกัน”
เฮ่อจือหร่านกล่าวจบก็หันหลังเดินจากไป
หลี่โหรวเอ๋อร์ที่เห็นท่าทีของเฮ่อจือหร่านเช่นนี้ก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
ที่ผ่านมา เฮ่อจือหร่านมักเชื่อฟังทุกอย่างที่นางพูด ไม่เคยมีท่าทางแข็งกร้าวกับนางเช่นนี้มาก่อน
เฮ่อจือหร่านในตอนนี้ ราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน
หรือว่านางจะตระหนักได้แล้ว และยินดีจะตบแต่งเข้าสกุลโม่
ขณะหลี่โหรวเอ๋อร์กำลังครุ่นคิดอยู่ในใจ โจวเหล่าปาก็มองนางด้วยความไม่พอใจ
“เ้าเป็คนตระกูลใด ถึงได้วิ่งเข้ามาก่อเื่วุ่นวาย”
หลี่โหรวเอ๋อร์ถูกตำหนิ จึงต้องรีบดึงสติกลับมา
“ท่านเ้าหน้าที่ สิ่งที่ข้าพูดมาทั้งหมดเป็ความจริง ข้ากับเฮ่อจือหร่านอยู่ด้วยกันมานาน ข้าไม่เคยได้ยินว่านางรู้เื่วิชาแพทย์มาก่อน ท่านอย่าถูกนางหลอกเชียวนะ”
หลังเห็นหลี่โหรวเอ๋อร์กล่าวอย่างหนักแน่น เหล่าเ้าหน้าที่ก็เริ่มลังเลใจ
แต่เพราะพวกเขาเห็นว่าเผิงวั่งกำลังจะอยู่ตายแล้ว จึงไม่มีทางเลือกจริง ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในป่าเปลี่ยวร้างแห่งนี้ การจะพาคนไปหาหมอย่อมเป็ไปไม่ได้เลย
เ้าหน้าที่รวมตัวกันปรึกษาหารือ ในที่สุดจึงตัดสินใจใช้วิธีสุดท้าย ให้เฮ่อจือหร่านช่วยถอนพิษให้หัวหน้าพวกเขาต่อ
จางชิงะโตามหลังนางไป “เฮ่อจือหร่าน เ้ากลับมาถอนพิษต่อเสีย”
เฮ่อจือหร่านหยุดเดินและหันกลับมา แต่สายตากลับจ้องมองหลี่โหรวเอ๋อร์
นางกล่าวคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หลี่โหรวเอ๋อร์บอกว่าข้าไม่รู้วิชาแพทย์ ท่านไม่กลัวหรือว่าข้าจะรักษาคนจนตาย”
จางชิงได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็มืดครึ้มทันที
ครั้งนี้ความกรุ่นโกรธจึงไปลงที่หลี่โหรวเอ๋อร์
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ให้นักโทษหญิงอย่างเ้าจะมาพูดอะไรก็ได้ หรือเ้าเบื่อชีวิตแล้วหรือ!”
เพื่อระบายความโมโหในใจ จางชิงถอดแส้ที่เอวออกมาทันที หลี่โหรวเอ๋อร์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เขาก็ฟาดลงไปอย่างแรง
หลี่โหรวเอ๋อร์ถูกตีจนกรีดร้องออกมา
ในเวลาเดียวกัน คนตระกูลหลี่ก็วิ่งเข้ามา ครั้งนี้เป็สตรีวัยกลางคนอายุราวสามสิบกว่า
สตรีนางนั้นตัวสั่นระริก ปกป้องหลี่โหรวเอ๋อร์ให้อยู่ด้านหลัง อ้อนวอนอย่างอ่อนน้อมว่า
“ท่านเ้าหน้าที่ บุตรสาวบ้านข้าไม่รู้ความ ท่านอย่าได้ถือสาเอาเื่กับนางเลย”
หลี่โหรวเอ๋อร์ถูกฟาดไปหนึ่งครั้ง ความแสบร้อนเตือนนางอยู่ตลอดว่าทั้งหมดนี้เป็เพราะเฮ่อจือหร่าน
หากไม่ใช่เพราะเฮ่อจือหร่านกล่าววาจาเช่นนั้นออกมา เ้าหน้าที่จะตีนางได้อย่างไร?
เฮ่อจือหร่านเพียงเหลือบมองก็เห็นว่าหลี่โหรวเอ๋อร์กำลังจ้องนางอย่างโกรธแค้น
นางกลอกตาไปมา บอกจางชิงว่า “ท่านเ้าหน้าที่ เมื่อครู่ไม่ใช่ท่านกังวลว่าสมุนไพรนี้มีพิษหรือ”
จางชิงไม่เข้าใจว่านางหมายถึงอะไร จึงพยักหน้าอย่างเงอะงะ
เฮ่อจือหร่านมองหลี่โหรวเอ๋อร์ที่สีหน้ายังโกรธเคือง
“ความจริงแล้ว สมุนไพรชนิดนี้ใครจะเคี้ยวให้ละเอียดก็ได้เหมือนกันทั้งนั้น”
จางชิงพลันเข้าใจจุดประสงค์ของนางทันที พลางชื่นชมเฮ่อจือหร่าน
สตรีนางนี้เฉลียวฉลาดมาก เหตุใดเขาถึงคิดไม่ได้อย่างนาง
เขาไม่รอช้า ส่งต้นหลงต่านเฉ่าให้หลี่โหรวเอ๋อร์
“ถ้าเ้าไม่อยากถูกเฆี่ยนตีก็จงเคี้ยวมันให้ละเอียดเสีย”
หลี่โหรวเอ๋อร์ไม่ยินยอม แต่นางไม่กล้าโต้แย้ง
ได้แต่อับจนปัญญา ยัดต้นหลงต่านเฉ่าเข้าปากต่อหน้าทุกคน
ใบหน้าที่แต่เดิมไม่ได้สวยงามมากนักของนาง บัดนี้เหยเกเข้าหากัน
นี่มันจะขมเกินไปแล้ว...
จางชิงอดกลืนน้ำลายเปรี้ยว ๆ หลายครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะรู้สึกคลื่นไส้จนจุกคอ
หลังจากเคี้ยวต้นหลงต่านเฉ่าคายลงบนฝ่ามือ หลี่โหรวเอ๋อร์ก็ถามด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
“ท่านเ้าหน้าที่ แบบนี้พอแล้วหรือยัง”
จางชิงก็ไม่แน่ใจ จึงส่งสัญญาณให้เฮ่อจือหร่านมาตรวจสอบ
เฮ่อจือหร่านแกล้งมองสิ่งน่ารังเกียจสีเขียวมันวาวบนมือของหลี่โหรวเอ๋อร์
ก่อนพยักหน้าอย่างฝืนใจ
“แค่นี้ก็พอแล้ว!”
จากนั้นนางก็ไม่สนใจสีหน้าของทุกคน เดินกลับไปหาเผิงวั่ง
เฮ่อจือหร่านให้เ้าหน้าที่ช่วยพับขากางเกงของเขาสูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อเปิดเผยาแทั้งหมด
นางไม่สนใจสายตาของทุกคน จัดการฉีกชายเสื้อของเผิงวั่งออกทันที ก่อนหันไปบอกจางชิงว่า “ข้า้าน้ำสะอาด”
จางชิงรีบหยิบถุงน้ำจากเอวส่งให้นาง
เฮ่อจือหร่านใช้น้ำชุบชายเสื้อผืนนั้นให้เปียกชุ่ม ค่อย ๆ เช็ดาแของเผิงวั่ง
แม้ว่าการทำเช่นนี้จะไม่ถูกสุขอนามัย แต่ต่อหน้าผู้คนมากมาย นางย่อมไม่มีทางหยิบสำลีกับแอลกอฮอล์ออกมาจากมิติลับได้ จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
[1] ต้นหลงต่านเฉ่า เป็พืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีรสขมและเย็น ช่วยระบายความร้อนชื้นจากช่องตับและถุงน้ำดี