อี้เฉินที่มาถึงแคว้นพยัคฆ์ที่ตั้ง สำนักเซียน
ภายในเมือง เต็มไปด้วย ยอดเขาหลายร้อยลูก
อยู่ติดเชียงรายกัน ยอดเขาทุกลูกถูกเชื่อมด้วยสะพานไม้ตกแต่งอย่างสวยงามทอดยาวออกไป ราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด
ทุกๆ ยอดเขาเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างผู้คนมากมาย เดินกันขวักไขว่
ดั่งดินแดนบำเพ็ญเพียร ปราณพลังฟ้าดินที่นี่หนาแน่นกว่าที่อื่น ๆ อย่างมาก แม้แต่จอมยุทธ์ยังมีอยู่ด้วยกันเยอะมาก
สมเป็นแคว้นที่รวม อัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์ ทั้งหมดในดินแดนร้อยแคว้นไว้
ก่อนอี้เฉินจะเดินจากไปจากลานค่ายกลเคลื่อนย้าย
เสียงหนึ่งก็พูดขึ้นมา เขาเป็นผู้อาวุโสชรา ขั้นพลัง กษัตริย์ ที่คอยเก็บเงินค่าเข้าเมือง
"เจ้าต้องการอยู่เมืองแห่งนี้เจ้าต้องจ่าย 5,000 หินผลึกวิญญาณ หากเจ้าไม่จ่ายก็กลับที่เจ้ามาซะ มันเป็นกฎของที่นี่"
อี้เฉินได้ยืนถึงกับหน้ามืดทะมึน เหตุใดจึงแพงเช่นนี้ ผู้อาวุโสคนนี้คงไม่ได้หลอกลวง ถึงขนาดเอาขั้นพลัง กษัตริย์ มาคุมเก็บเงินตรา
เมืองหลวงแห่งนี้ต้องมีผู้ยิ่งใหญ่คอยคุ้มกันอย่างแน่นอน
อี้เฉินส่งหินวิญญาณ ออกไป ผู้อาวุโสชราส่งป้ายฐานะกลับมาให้อี้เฉินเพื่อเป็นการยืนยันตัวตน
อี้เฉินตอนนี้เขาแทบไม่เหลือหินวิญญาณแล้ว เขาต้องไปซื้อแผนที่อีก
เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแคว้นพยัคฆ์นี้เลยหากไปด้วยตัวเองคงใช้เวลา
อี้เฉินเข้าไปซื้อแผนที่ ดินแดนร้อยแคว้น ก่อนที่เขาจะถามทางไป สำนักเซียน
หลายๆ คนใน ร้านต่างแปลกใจ เหตุใดจึงถามเช่นนี้
คนส่วนใหญ่ที่เข้าสำนักเซียนได้มีน้อยนับนิ้วได้ ทั้งดินแดน ร้อยแคว้นมีไม่เกิน 100คน
"เจ้าจะไปทำอะไรที่นั่นไม่ให้คนนอกเข้า"
"เออ ข้าอยากเห็นสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"
"เจ้าเดินออกไป แล้วจะเห็นประตูหินบานใหญ่รอยอยู่บนท้องฟ้า ใต้ประตูนั้นคือที่ตั้งสำนักเซียน"
อี้เฉิน มองขึ้นไป มันอยู่สูงกว่าที่ยอดเขา ที่ตัวอี้เฉินอยู่มาก ประตูหินบานใหญ่แปลกประหลาดอย่างมาก
มันรอยสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ท้องฟ้า อี้เฉินรู้สึกดึงดูดกับประตูหินบานใหญ่ นั้นเป็นอย่างมากไม่รู้ด้วยเหตุผลใด
ที่นั้นมียอดเขาสูงทั้ง 11ลูก เป็นที่ตั้งของ10สำนักนอก 1สำนักเซียน
กฎภายในเมืองหลวงห้ามบินทะยาน ต้องอาศัยเดินลัดเลาะไป
จอมยุทธที่นี่ส่วนใหญ่มักเป็น คุณหนูคุณชาย ตระกูลใหญ่ๆ จึงไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง
พวกเขาสวมอาภรณ์ ผ้าไหมอย่างดี ดูดีมีฐานะ เครื่องประดับตกแต่งกายหลากหลายชิ้น
จอมยุทธที่ผ่านอี้เฉิน ต่างชายตามองด้วยหางตา อี้เฉินใส่หน้ากากชายชรา อาภรณ์บางส่วนขาดลุ่ย ผมสีขาวของเขาเริ่มยาว
เต็มไปด้วยเหงื่อใคร่ บางส่วนยังมีคราบเลือดติดอยู่
หลาย ๆ คนรังเกียจถึงกับหลีกทางให้เขาเดินเพียงคนเดียวไม่มีใครอยากเข้าใกล้
"เจ้าดูเจ้านั้นสิ จนแล้วยังยากจะมาอีก"
"ข้าว่ามันคงอยากมาหาเงินจากคนรวยนะสิ พวกแบบนี้มีเยอะจะตาย"
พวกเขาต่างพูดเหน็บแนมอี้เฉิน บ้างก็ว่าร้าย
เขาใช้เวลาเดินลัดเลาะอยู่นาน รอบๆ บริเวณยอดเขา สวยงามอย่างมาก ต้นไม้ขึ้นตามยอดเขา
ตลอดแนวพวกมันลู่ลมเล่น ใบไม้สีแดง ปลิวทั่วบริเวณทางเดินเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงของใบเมเปิล
ในที่สุดเขาก็มาถึงจุด ยอดเขาของทั้ง11ลูก
ลานกว้างมีจอมยุทธ ยืนอยู่บางส่วน จอมยุทธส่วนใหญ่ที่นี่เป็นศิษย์สำนักนอก
10สำนักยอดเขา ตัวแทนของดินแดนร้อยแคว้น คงไม่ได้ด้อยกว่าสำนักเซียน สักเท่าไรหรอกมั้งอี้เฉินคิด
ส่วนสำนักเซียนนั้น อยู่บนยอดเขาสูงสุด ใกล้กับประตูหินบานยักษ์ ยิ่งอี้เฉินอยู่ใกล้ประตูหินยักษ์
อี้เฉินรู้สึกเลือดในกายาเรียกร้องอยากจะพุ่งเข้าไป เป็นเพราะเหตุใด
ทันใดมีเสียง สายฟ้าดังสะเทือนเลื่อนลั่น เกี้ยวนั่ง 1 มาจอดกลางลานกว้าง มันถูกลากด้วยมังกรสายฟ้า ยากยิ่งที่จะพบเห็น
สายเลือดจอมยุทธผู้นั้น ต้องบริสุทธิ์ขนาดไหนถึงแปลงกายออกมาได้ คนภายในเกี้ยวค่อยๆ เดินออกมา ทั้งสองเหมือนกริ่งทองกับใบหยก
ช่างดูเหมาะสมกันยิ่งนัก อี้เฉินเห็นเยว่ฉานถึงกับใจสั่นสะท้าน เขาไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ คนที่มากับนางก็คือ
ตงหยางคู่หมั้นของนางพวกเขาทั้งสองขึ้นไปบนยอดเขาที่ตั้งสำนักเซียน เพียงไม่กี่ลมหายใจ
"พวกเขาดูเหมาะกันมาก" ผู้คนต่างพากันพูดคุย
"ใช่ๆ ว่ากันว่าอีกไม่นานพวกเขาจะแต่งงานกัน"
อี้เฉินได้ยินไกล ๆ ถ้าเยว่ฉานมีความสุขอี้เฉิน ก็จะปล่อยผ่านเรื่องในอดีต
เหล่าศิษย์สำนักนอกต่างพากันพูดคุย "ตงหยางเป็นถึงยอดยุทธ ใครจะกล้าปฏิเสธ"
"ว่ากันว่า ตงหยางแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แคว้นเขาทำสงครามจบรวดเร็วลงภายในหนึ่งเดือน"
"ใช่ๆ ทุกครั้งที่ตงหยางลงสงครามเป็นผู้บัญชาการ พวกเขาจะจบสงครามใน1เดือน"
"เขาเป็นยอดยุทธไร้เทียมทานในขั้นพลัง วีรชนไม่แปลกหรอกที่จะชนะสงครามโดยง่าย" ชายหนึ่งคนหนึ่งเอ่ยแย้งออกมา
อี้เฉินเดินเข้าไปไต่ถาม "ทุกท่าน ข้าอยากถามหน่อย ทำอย่างไรถึงเข้า10สำนักนอกได้"
"เจ้ามาจากไหนกลับไปซะ สำนักนอกปิดรับศิษย์มาหลายปีแล้ว"
"ไอ้หมอนี่เป็นใคร เนื้อตัวมอมแมมสกปรกสิ้นดีแถมยังใส่หน้ากากแปลกประหลาด น่าขยะแขยง"
อี้เฉินได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน ฝูงชนเริ่มแห่มาดูเรื่องสนุก
"ไอ้บ้านนอกที่นี่ ไม่ใช่ที่สำหรับเจ้า"
"เจ้ากลับไปที่ ที่เจ้ามาซะ"
หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ย นางเห็นอี้เฉินนางรู้สึก คุ้นเคยกับชายคน อาจจะเป็นเพราะผมสีขาว
"มีวิธีอยู่เจ้าต้อง เข้าประตูทดสอบ ภายในอันตรายอย่างมาก ไม่มีคนมาทดสอบนานมากแล้ว คนสุดท้ายที่ตายก็ปาไป6เดือนที่แล้ว"
"เจ้าพาข้าไปได้หรือไม่" ซีเยว่เหตุใดมาอยู่ที่นี้ อี้เฉินเปิดเผยตัวตนไม่ได้ เขามีศัตรูอยู่ที่นี่ แถมยังเป็นศัตรูตัวฉกาจอีกด้วย ไหนจะดินแดนเซียนอีก
"ถ้าเจ้าไม่กลัวตายตามข้ามา"
"ข้าเตือนถ้าเจ้าไม่ไหวให้รีบออกมาเวลายิ่งนาน แรงกดดันยิ่งสูง หากเจตจำนงกับร่างกายเจ้าไม่แข็งแกร่งมากพอ เจ้าอาจตายหากฝืน"
"แล้วกำหนดเวลากี่วันถึงจะจบการทดสอบ"
"ข้าก็ไม่รู้ มันยังไม่มีใครผ่านมาก่อน มีหลายคนเข้าไปตายมากมาย ว่ากันว่าต้องรอเจ้าสำนักนอกทั้ง10สำนักประจำยอดเขา มารับเป็นศิษย์เองกับมือ ถึงจะจบการทดสอบ"
"อี้เฉินได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน ถ้าเจ้าสำนักทั้ง 10 ไม่ออกมาเขาไม่ตายอยู่ภายในนั้นอย่างนั้นหรือ"
"พวกเจ้าว่ามันจะกล้าเข้าไหมหลังจากได้รู้ความจริง"
"ฮ่าๆ ข้าว่ามันหนีแน่ๆ"
เสียงดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ หลายคนพากันขำขัน มีแม้แต่บางคนพนัน อี้เฉินจะหนีออกมาวันไหน รอบบริเวณกลายเป็นเรื่องสนุกให้พูดคุย
อี้เฉินไม่รอช้าเขาเข้าไปภายในเนินผา ที่นั่น มีประตูสีดำมืดมนตั้งอยู่บานหนึ่ง ยังกับป้ายหลุมศพ เขาผลักเข้าไปทันที
หลายคนเห็นชื่นชม "ช่างใจกล้าจริงๆ ไอ้หนุ่มคนนี้"
บางคนไม่พอใจพนันมันจะตายวันไหน
"ข้าพนัน100,000 หินวิญญาณ อีก5วันมันจะออกมา"
"ข้าพนันด้วย ข้าพนัน 100,000 หินวิญญาณ ข้าเดาว่ามันตายอยู่ภายในนั้น"
มีหลายคนที่พนันตามกัน จนเกิดจลาจลเล็ก ๆ ภายในเขตแถวนั้น
บางคนถึงกับถอนหายใจช่างไม่เสียดายชีวิตจริงๆ