ทันย่ามองตามร่างของพานเหม่ยที่กำลังจะลอยหายไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเฉยชา
“ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ!”
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ก่อนที่พลังจิตอันทรงพลังจะถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายอย่างเงียบงัน
พลังนั้นราวกับกระแสลมที่พุ่งตรงไปหามารดาพานหลี่โดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“กะ..เกิดอะไรขึ้น━?!!”
หญิงวัยกลางคนที่คิดว่าจะหนีจากการเผชิญหน้าอย่างไร้พ่าย รู้สึกถึงแรงกดดันอย่างกะทันหัน ร่างกายของเธอเหมือนถูกตรึงไว้ในอากาศ พลังจิตที่มองไม่เห็นบีบกดทุกจุดในร่างกายของเธอ
ความเจ็บปวดเริ่มแผ่ซ่านจากภายใน ราวกับมีมือบีบกำหัวใจและปอดของเธอไว้แน่น
“อ๊าก!”
ในตอนนั้นพานเหม่ยก็ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พลันพ่นโลหิตออกมาจากปาก สีหน้าของเธอบิดเบี้ยวอย่างทรมาน
ร่างกายที่เคยสง่างามและเปี่ยมไปด้วยพลังตอนนี้สั่นสะท้านในอากาศ ร่างกายของเธอไม่อาจต้านทานพลังของทันย่าได้เลยแม้แต่น้อย
“ฉันไม่ได้ปล่อยแกไปง่ายๆอย่างที่คิด!”
เสียงของทันย่าดังขึ้นชัดเจน น้ำเสียงเยือกเย็นและแฝงความชั่วร้ายเล็กๆ
“ฉันจะสั่งสอนแกด้วยความเมตตา แล้วแกไม่ควรพยายามท้าทายฉันอีก”
“ถ้าพวกแกตระกูลพานยังคงดื้อรั้น คราวหน้าฉันจะสังหารพวกแกทิ้งซะ!”
มารดาของพานหลี่พ่นโลหิตออกมาอีกครั้ง ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างของเธอเหมือนจะทำลายภายในทั้งหมด
ความหวาดกลัวแทรกซึมเข้าสู่จิตใจของเธออย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันที่เธอพยายามดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดจากพลังจิตของทันย่า
พานหลี่และพานหย่งที่อยู่ไม่ไกลสัมผัสถึงแรงกดดันที่ทำให้เลือดในตัวพวกเขาเย็นเฉียบ พานหลี่ซึ่งเคยเป็นคนที่โอหังและมั่นใจในตัวเอง กำลังยืนตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ เขามองไปยังแม่ของเขาที่กำลังถูกทำร้ายอยู่กลางอากาศ
ความคิดของเขาหยุดนิ่ง หัวใจเต้นรัวด้วยความกลัว จนกระทั่งเขาพบกับดวงตาของทันย่าที่จ้องมาที่เขาโดยตรง แววตาเยือกเย็นนั้นส่งความกลัวทะลุเข้าไปถึงกระดูกของเขา
“แม่...!”
พานหลี่พึมพำออกมาอย่างไร้เสียง ใบหน้าตื่นตระหนกและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้น
เขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมมารดาของเขาที่เป็นถึงนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 1 ดาวถึงถูกทำร้ายเช่นนี้ได้ง่ายดาย
พานหย่งเองก็ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกัน ความแข็งแกร่งของเขาที่เคยภาคภูมิใจก็ไม่อาจเทียบเคียงกับสิ่งที่เขาเห็นในตอนนี้
เขาสั่นสะท้านและไม่กล้าที่จะขยับตัวหรือแม้แต่พูดออกมา การเผชิญหน้ากับพลังที่มองไม่เห็นนั้นทำให้เขารู้สึกไร้พลังอย่างแท้จริง
“ตระกูลของแกจะทำอะไรฉันได้หรือ?”
ทันย่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ขณะที่เขาค่อยๆ ผ่อนแรงพลังจิตที่บีบคั้นร่างของมารดาพานหลี่ให้ปล่อยเธอลงเบื้องล่าง
“ถ้าแกต้องการสั่งสอน แกควรหาใครที่มีฝีมือมากกว่านี้มาเผชิญหน้า!”
พานเหม่ยร่วงลงมาจากอากาศเหมือนตุ๊กตาที่ไร้ชีวิต ร่างของเธอสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดและอ่อนแรง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกลัว แม้จะเป็นนักสู้ระดับสูง แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกเหมือนเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่ไร้พลัง เธอรู้สึกว่าโลกของเธอพังทลายไปต่อหน้าต่อตา
“ปะ..เป็นไปไม่ได้!”
พานหลี่และพานหย่งต่างจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว ความอหังการของพวกเขาถูกทำลายจนไม่เหลือซาก พวกเขาไม่เคยพบใครที่สามารถข่มขวัญตระกูลพานได้เช่นนี้ และที่สำคัญที่สุด พวกเขาไม่อาจคาดเดาระดับพลังของทันย่าได้เลย
“เจ้าเป็นใครกันแน่...?”
หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามออกมาอย่างสั่นเครือ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่ไม่อาจซ่อนเร้น
ในขณะที่ทันย่าได้ลงมือ เขารู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องมองเขาจากในเงามืด บรรดาผู้มีอำนาจจากองค์กรต่างๆ ที่เห็นพลังของเขาต่างเฝ้ารอดูท่าที พวกเขารู้ดีว่าหากทันย่าเข้าร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายนั้นจะมีพลังที่เหนือกว่าใคร
“ยอดเยี่ยมไปเลยครับคุณทันย่า สามารถจัดการกับแม่หม้ายดำได้อย่างเด็ดขาด!”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“พวกเจ้ามัน..”
พานเหม่ยที่ประคองร่างกายของตนเองขึ้นก็ต่างต้องตกใจ เธอก็ไม่คิดเลยว่าหญิงสาวคนนี้จะเป็นเป้าหมายขององค์กรชั้นนำอื่นๆ
จากที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันไม่ธรรมดา ตอนนี้ก็มีมากกว่าสามกลุ่มใหญ่
“พวกคุณเป็นใคร?”
ทันย่าหันมองไปทางต้นเสียงและเอ่ยถาม ดวงตาของเขาหรี่ลงเมื่อได้เห็นกลุ่มคนพวกนี้
ชายร่างใหญ่ในชุดคลุมสีดำหลายคนปรากฏตัว พวกเขาเป็นนักรบฝีมือดีที่ถูกส่งมาจากองค์กรใหญ่แห่งหนึ่ง ใบหน้าของพวกเขาแข็งกร้าว แต่เต็มไปด้วยความเคารพเมื่อเผชิญหน้ากับทันย่า
“ท่านทันย่า พวกเรามาจากองค์กรที่มีชื่อว่ากงล้อเพลิง ได้โปรดพิจารณาเข้าร่วมกับเราด้วยเถอะครับ”
“เราได้ยินมาว่าท่านเป็นผู้ที่สามารถควบคุมทั้งร่างกายและจิตใจได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังมีค่าดัชนีที่เหนือยิ่งกว่าระดับของตน”
“หากท่านยอมเข้าร่วม องค์กรของเราจะยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม และท่านจะได้รับเกียรติและอำนาจที่ไม่มีใครเทียบเทียม”
ทันย่ามองพวกเขานิ่งๆ ราวกับไม่ได้ให้ความสนใจต่อข้อเสนอนั้นเลย เขาส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่แยแส
“พวกนายคิดว่าฉันต้องการเกียรติหรืออำนาจอย่างนั้นเหรอ?”
เสียงของเขาเบาแต่เฉียบขาด เมื่อเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของทันย่า ชายร่างใหญ่พวกนั้นต่างชะงักไปสักพัก พวกเขาเข้าใจแล้วว่าคำพูดของตนไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับเขาได้
“ถ้าอย่างนั้นท่านต้องการอะไร?”
หนึ่งในพวกเขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เหอะๆ สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่สิ่งที่องค์กรของพวกนายจะมอบให้ได้!”
ทันย่าหันหลังกลับ และพูดด้วยเสียงเย็นชา เขาก้าวเดินต่อไป ทิ้งให้ชายทั้งหลายมองตามด้วยความงุนงงและหวาดหวั่น พวกเขาไม่กล้าขัดขืนหรือท้าทายชายผู้นี้ ผู้ที่พลังเกินขีดจำกัดของมนุษย์และดูเหมือนจะไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้
“หือ━?!!”
ในขณะนั้น ทันย่าก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ปรากฏขึ้นรอบตัว เสียงฝีเท้าอีกกลุ่มดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของถนน ชายผู้สวมเกราะเหล็กสีทองปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเหล่าผู้ติดตามในชุดเกราะ พวกเขาเป็นคนของสำนักมังกรและสำนักดาบโบราณอย่างแน่นอน
“ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่เข้าใจสินะ ทันย่า”
“เจ้ามีพลังที่หายาก แต่หากเจ้าไม่ร่วมมือกับใคร และถ้าเจ้าไม่มีอำนาจผู้หนุนหนัง”
“ต่อให้จะเป็นระดับดาวเคราะห์ก็ยังไม่รอด เผลอๆอาจตกตายตอนไหนเลยด้วยซ้ำ!”
ทันย่าหันไปสบตากับชายผู้นั้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและไร้ความเกรงกลัว
“นี่เป็นคำเชิญชวนหรือคำพูดที่ข่มขู่?”
ทันย่าพูดพลางปล่อยแรงกดดันมหาศาลออกมาอีกครั้ง พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อยตามแรงพลังของเขา ชายในชุดเกราะถึงกับต้องขยับถอยหลังด้วยความหวาดกลัว แต่ยังคงทำหน้าที่ของเขาต่อไป
“ถ้าเจ้าไม่ยอมอยู่ฝ่ายเรา เราก็จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำให้เจ้าต้องสยบลง!”
ทันย่าหัวเราะเบาๆ พร้อมกับหยิบกล่องเหล็กสะพานอยู่ออกมา
“ถ้าอย่างนั้น.. พวกคุณก็มาลองดูเถอะ!!”
ขณะที่ทันย่ากำลังเตรียมตัวรับมือกับชายในชุดเกราะทอง เสียงก้าวเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากทิศทางตรงข้าม
ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว กลุ่มคนที่สวมเสื้อคลุมสีดำสนิทนับสิบก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้เสียงราวกับหลอมรวมกับความมืด
พวกเขาเป็นราชันสงคราม กลุ่มผู้แข็งแกร่งที่สุดแห่งสมาพันธ์โลก แต่ละคนเป็นสุดยอดนักรบที่ได้รับการฝึกฝนอย่างหนักและถูกยกย่องว่าเป็นกำลังรบที่ไม่มีใครทัดเทียมได้ในสมาพันธ์
“ระ..ราชันสงครามแห่งสมาพันธ์โลก!!”
ทันทีที่ราชันสงครามนับสิบคนของสมาพันธ์โลกปรากฏตัวขึ้น บรรยากาศที่ตึงเครียดในตอนแรกกลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในราชันสงคราม ผู้มีอำนาจสูงสุดในกลุ่มได้ก้าวออกมาอย่างช้าๆ เขาเป็นชายร่างสูงในชุดเกราะสีดำ มีเครื่องหมายสมาพันธ์โลกประดับอยู่บนหน้าอก ถูกสลักเอาไว้ด้วยสัญลักษณ์ตัวเลขสองหลัก ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง ทว่าเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
“คุณทันย่า สมาพันธ์โลกได้เห็นถึงพลังและความสามารถอันไร้ขีดจำกัดของคุณ และพวกเราได้ตัดสินใจที่จะเชิญคุณเข้าร่วมกับเรา”
เสียงของเขาดูสงบนิ่ง ทว่าขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกที่แข็งกร้าว มันดูยิ่งใหญ่เหมือนมียักษ์ตนนึงกำลังยืนอยู่เบื้องหน้า
“แล้วคุณเสนออะไรให้ฉันกันบ้างล่ะ?”
ทันย่าหันมามองพวกเขาด้วยแววตาเฉยเมย ก่อนจะเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก
“หากคุณเข้าร่วม คุณจะได้รับตำแหน่งราชันสงครามทันที ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติและอำนาจสูงสุดในสมาพันธ์ และคุณจะมีสิทธิ์ในการตัดสินใจทุกเรื่องในสมาพันธ์ รวมถึงทรัพยากรและเทคโนโลยีชั้นยอดทั้งหมดขององค์กร”
“นอกจากนี้ คุณทันย่ายังจะได้รับการสนับสนุนเรื่องทรัพยากรอย่างเต็มที่ในการใช้พัฒนาพลังของคุณอีกด้วย”
สายตาของทันย่าหยุดนิ่ง เขารู้ดีว่านี่เป็นสิ่งที่เขาต้องการมาตลอด การเข้าร่วมสมาพันธ์โลกจะทำให้เขาได้รับสิ่งที่ไม่เคยมีใครมอบให้มาก่อน ไม่ใช่เพียงอำนาจ แต่ยังเป็นเส้นทางสู่พลังอันแท้จริงที่เขาตามหา แต่แน่นอน เขาไม่ยอมรับข้อเสนอทันที
[ดูเหมือนศิษย์เราจะเล่นตัวเล็กน้อย]
ในตอนนั้นทันย่าก็แสร้งทำเป็นลังเล พลางพูดอย่างไม่สนใจ
“ฟังดูน่าสนใจ แต่ฉันไม่แน่ใจว่ามันจะเพียงพอที่จะทำให้ยอมเข้าร่วม!”
ราชันสงครามหลายคนที่ยืนอยู่ข้างหลังต่างรู้สึกกดดันกับคำตอบนี้ แต่หัวหน้ากลุ่มยังคงรักษาท่าทีสงบไว้
“เรามั่นใจว่าคุณจะพึงพอใจอย่างแน่นอน!”
เขายิ้มพร้อมกล่าวอย่างหนักแน่น เขามีความรู้สึกว่าทันย่าผู้นี้กำลังเล่นตัวอยู่เล็กน้อย และเขาก็มีความเชื่อมั่นอย่างถึงที่สุด
“ถ้าเช่นนั้นก็ตกลง”
ราชันสงครามต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขารู้ว่าการได้ทันย่าเข้าร่วมกับสมาพันธ์นั้นเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับพวกเขาอย่างมหาศาล ทันย่าเดินไปที่หัวหน้าราชันสงคราม แล้วจับมือของเขาเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม
“ฉันจะเข้าร่วมสมาพันธ์โลก”
“แต่จำไว้ ฉันจะไม่อยู่ภายใต้คำสั่งใคร ฉันจะทำตามเจตจำนงของตัวเองเท่านั้น”
เมื่อได้ยินว่าทันย่าไม่ต้องการฟังคำสั่งจากใคร ใบหน้าของทุกคนในบริเวณก็ต่างแสดงความประหลาดออกมา โดยเฉพาะกับเหล่าราชันสงครามที่ได้มาเชื้อเชิญชายหนุ่ม หัวหน้ากลุ่มราชันต้องหยุดชะงัก และเขาได้เบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจ
“คุณทันย่าหมายความว่ายังไง?!!”
...
เอาเว้ย! บอกเลยห้ามพลาดเด็ดขาด 55+