ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 5 บทที่ 146 ก่อนงานประมูล

            ไร้ลม ไร้เงา ไร้แสง

            สวีหยางอี้ เชียนเริ่นนาทีนี้ต่างคนต่างนั่งคุกเข่าลงบนพื้นในห้องของตัวเองรวมทั้งผู้ฝึกตนของอวี้หลินเว่ยที่เข้าเวรตอนนี้ด้วย!

            คล้ายกับ... บุคคลทรงอำนาจที่มองไม่เห็นคนหนึ่งกำลังค่อยๆ ตรงมาที่นี่

            ยามยกเท้าขึ้น ก้าวข้ามพันภูผา ยามลดเท้าแตะ ข้ามผ่านหมื่นสมุทร

            ปราศจากพลังจิตและพลังกดดันวิญญาณแม้เพียงเศษเสี้ยว

            หลังจากนั้นสิบนาที มวลพลังไร้รูปทรงทว่าชวนให้ใจผวาก็หายไปสวีหยางอี้ที่อยู่ในห้องทำงานของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์กำหมัดแน่น

            ม้วนหยกสิบม้วนลอยขึ้นด้านหน้าเขา แม้เป็นเพียงวัตถุไร้ชีวิตทว่ากลับแผ่ซ่านพลังกดดันวิญญาณชวนใจสั่นออกมา!

            หากบอกว่าพลังกดดันวิญญาณของผู้ฝึกตนขั้นจู้จีให้ความรู้สึกคล้ายภูเขาถล่มคลื่นทะเลคลั่งถ้างั้นมวนหยกมวนนี้ก็คงระเบิดจักรวาลได้เลย! หรืออาจกลายเป็นปรากฏการณ์บิ๊กแบงก่อนโลกและดาวเคราะห์ถือกำเนิดก็เป็นได้!

            หัวใจเต้นโครมครามบ้าคลั่ง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนเอื้อมมือออกไปรับม้วนหยกม้วนแรก

            มือสั่นระริกไม่อาจควบคุมได้ ราวกับหยกม้วนนี้เป็นสมบัติเทพเซียนที่คนธรรมดาไม่อาจแตะต้อง

            เขากัดฟันคว้ามันมา

            ด้านบนเป็นตัวหนังสืออ่อนช้อย ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นจากน้ำหมึกแต่เป็นพลังปราณ!

            พลังปราณที่กลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือ!

            “เงาเหนือแสง กู่ซงเจินเหริน เดือนหน้าจักเยี่ยมเยือนตามเวลาที่ระบุ”

            จินตันเจินเหริน... ขุมพลังสูงสุดของโลก! ตัวจริงมาเยือน!

            ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ไม่มีใครทำได้แบบนี้มาก่อน!งานประมูลของผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ที่ดึงดูดให้ตัวจริงของจินตันเจินเหรินปรากฏตัว!

            ไม่ใช่ร่างแยก ไม่ใช่ร่างพลังจิต ไม่ใช่ผู้ช่วย แต่มาเยือนด้วยตัวเอง!

            สวีหยางอี้หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง ผ่านไปหลายวินาทีเขาออกแรงโบกมือขึ้น ทันใดนั้นม้วนหยกทั้งสิบม้วนก็คลี่ออกกลางอากาศพร้อมกันทันที!

            “ปัญจธาตุห้าทิศ หยุนเฮ่อเจินเหรินเดือนหน้าจักเยี่ยมเยือนตามเวลาที่ระบุ”

            “หยกงามเงียบสงัด อั้นเซียงเจินเหรินเดือนหน้าจักเยี่ยมเยือนตามเวลาที่ระบุ”

            “กวาดล้างเอกภพ เทียนฉายเจินเหริน เดือนหน้าจักเยี่ยมเยือนตามเวลาที่ระบุ”

            “ป๋าเจินเหริน เดือนหน้าจักเยี่ยมเยือนตามเวลาที่ระบุ”

            “เฮยซานเจินเหริน เดือนหน้าจักเยี่ยมเยือนตามเวลาที่ระบุ”

            ตัวจริงของสิบมหาจินตันเจินเหริน จะมาเยือนที่งานประมูลครบทุกคน!

            ศาสตร์หลอมโอสถโบราณที่สาบสูญเกือบสองร้อยปีปรากฏขึ้นบนโลกอีกครั้งทุกคนต่างให้เกียรติ!

            สวีหยางอี้หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกหนึ่งเฮือก

            ศาสตร์หลอมโอสถที่เปรียบเหมือนรากฐานให้เขาได้โบยบินในที่สุดก็ปรากฏตัวขึ้นมาบนโลกได้อย่างเป็นทางการเสียที!

            เมื่อมาถึงก้าวนี้ สิ่งที่รอเขาอยู่หลังจากนี้ก็คือโลกใบหน้าที่มีผืนฟ้ากว้างใหญ่กว่าเดิม!

            สายลมกลับมาพัดโชยขึ้นอีกครั้ง เงาไม้กลับมาพลิ้วไหวอีกครา

            ทุกสรรพสิ่งคืนกลับเป็นปกติเหมือนสิบนาทีก่อนหน้าคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ผู้ฝึกตนในอาคารของอวี้หลินเว่ยสาขาย่อยที่นั่งคุกเข่าลงบนพื้นต่างพากันเหงื่อเย็นตกเป็นแถบมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงสิบนาทีที่ผ่านมา

            ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน ครั้นเชียนเริ่นแน่ใจว่ามวลพลังนั้นจากไปแล้วจึงค่อยๆ ยืนขึ้นด้วยสีหน้าอึ้งงัน

            มือของเขาสั่นเล็กน้อย เนินอกกระเพื่อมขึ้นลงจากนั้นก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ สีหน้าก็ยังตกตะลึงอยู่เหมือนเดิม

            บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดไร้สรรพเสียง ผ่านไปสักใหญ่ ก็เกิดเสียงทุบโต๊ะดังลั่น“เป็นไปได้อย่างไร! ท่านผู้นั้นมาที่นี่ ไม่ติดต่อผมโดยตรงแต่กลับติดต่อไปที่เด็กเมื่อวานซืนนั่น!”

            ไม่มีเสียงตอบกลับมวลอากาศว่างเปล่าที่มักจะโต้ตอบกับเชียนเริ่นอยู่บ่อยครั้งก็ไม่กล้าเอ่ยปากพูดต่อ

            “ฟ้าลิขิต...” ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน เสียงผู้ชายไร้นามไร้รูปร่างไร้ตัวตนคนนั้นก็ดังขึ้น“การที่เขาสามารถติดต่อท่านผู้นี้ได้... นับว่าโชคดีมีวาสนายิ่ง...”

            “โชคดีบ้าอะไร!” เชียนเริ่นกัดฟันยืนขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยดวงตาที่มีจิตสังหารคลุ้มคลั่ง ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างคับแค้น“ตระกูลฉู่”

            ชายไร้นามเงียบงำ

            “เป็นพวกเขาแน่นอน...มีเพียงพวกเขาเท่านี้ที่รู้ว่าตัวตนท่านผู้นี้อยู่ที่ไหน!มีเพียงตาแก่ฉู่เทียนอีเท่านั้นที่รู้วิธีติดต่อ!”สีหน้าเชียนเริ่นอำมหิตเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง “รอก่อนเถอะ... ถ้าฉันมีโอกาสแซงหน้า สักวันฉันจะจับนายมาสังเวยเพื่อเฉลิมฉลอง!”

            เวลาผ่านไปรวดเร็ว แต่สำหรับใครบางคน มันเร็วเกินไปจนมีเวลาไม่พอจริงๆ !

            ณ เทียนเต้าสาขาย่อยในเมืองผานซาน ด้านล่างเป็นพื้นที่ประมาณหลายหมื่นปิง[1] ตอนนี้ มีหุ่นเชิดแปะยันต์อาคมกับเดินถือพืชสมุนไพรวิเศษหลากหลายชนิดหินทองวางเรียงรายเป็นเมตรหินประเภทนี้สามารถดูดซับอณูปราณที่เป็นประโยชน์ต่อการเลื่อนขั้นจู้จีระดับกลางและยังมีหินสีดำน้ำหมึกที่สลักลวดลายอาคมเต็มไปหมด แลดูยิ่งใหญ่อลังการและแน่นอนราคาก็แพงหูฉี่

            หินสีดำน้ำหมึกแซมลวดลายสีทองที่น่าจะขายได้ในราคาหนึ่งก้อนหินวิญญาณ  ตอนนี้ถูกโยนมาที่นี่เป็นพันเป็นหมื่นก้อนกองเกลื่อนกลาดเหมือนของไม่มีราคา

            หุ่นเชิดคล้ายสัตว์ประหลาดขนาดสูงหลายสิบเมตรตัวหนึ่งกำลังถูกปรมาจารย์ยันต์อาคมท่านหนึ่งควบคุมอยู่ท่ามกลางหุ่นเชิดมากมายพวกมันนำหินที่ถูกลำเลียงเข้ามาตกแต่งพื้นที่ว่างเปล่าแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ยิ่งใหญ่ตระการตา

            “ติดตั้งค่ายกลเงาเคลือบทองนี้ให้ทั่วพื้นที่!ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเป็นต้องค่ายกลขนาดแปดพันปิงเป็นอย่างต่ำ!ทำไมตอนนี้มีแค่หกพันปิงเอง!” ชายอ้วนท้วมวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งอยู่บนเสลี่ยงที่ถูกหามโดยหุ่นเชิดสี่ตัวตวาดเสียงดังลั่น“ผู้จัดการภาคสนามไปไหน! ให้เขามาตอบคำถามฉันเดี๋ยวนี้!”

            “ท่านคะ...” ผู้ช่วยสองสามคนที่นั่งอยู่บนเสลี่ยงตอบกลับด้วยสีหน้าลำบากใจ“งานเร่งรีบเกินไปนี่เป็นค่ายกลขนาดใหญ่ที่สุดของตู้มหาสมบัติที่หาได้ตอนนี้แล้วค่ะ พวกเรา...”

            “อย่าหาข้ออ้างมาแก้ตัว!” ชายอ้วนมองอีกฝ่ายตาแดงเรื่อ“นี่เป็นงานประมูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโรงประมูลจินโต้ว!ตอนนี้กองกำลังทัณฑ์สวรรค์ได้รับนามบัตรจากตระกูลอันดับต้นๆหลายสิบตระกูลจากทั่วประเทศแล้ว!หมายความว่าแขกร่วมงานในวันนั้นจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!ถ้าโรงประมูลจินโต้วของพวกเราจัดงานนี้ได้อย่างน่าประทับใจเครือธุรกิจประมูลสินค้าของพวกเราจะต้องก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในเครือธุรกิจเดียวกันอย่างแน่นอน!”

            เขากวาดมองรอบๆ ด้วยแววตาอันร้อนระอุ“ฉันต้องการให้ทุกอย่างออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ! ต่อให้ต้องเข้าเนื้อโรงประมูลสินค้าจินโต้วจะต้องทำออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุดและทำให้แขกในงานประทับใจที่สุด!”

            “สหายเชียนเสอไปไหน!ฉันสั่งให้เขามาจากสาขาจิงตูตั้งแต่สามวันก่อนแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วตัวเขาไปไหน? เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวตอนนี้คืองานประมูลครั้งนี้!”

            เลขาฯ คนหนึ่งตอบกลับด้วยความเคารพ “ตอนนี้ท่านเชียนเสอเข้ามาในเขตมณฑลหมิงสุ่ยแล้วค่ะ และน่าจะถึงที่นี่ในอีกสามสิบนาที”

            ชายอ้วนพยักหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือก พลางมองทุกคน“จงทำงานนี้ออกมาให้ดีที่สุด ราคาไม่จำกัด... แต่ถ้างานวันนั้นออกมาไม่ดี พวกเราโรงประมูลจินโต้วก็เตรียมล่มสลายได้เลย!”

            “ท่านครับ!” ทันใดนั้นเอง ผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ระดับปลายคนหนึ่งก็ขี่ยานพาหนะเวทมนตรูปร่างคล้ายนกลอยเข้ามาเทียบเคียงเหงื่อเปียกชุ่มเต็มหน้า พูดขึ้นเสียงสั่น “ท่านครับ! เรื่องใหญ่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ...”

            “หึ!” ชายอ้วนแค่นเสียงในลำคอตอนนั้นผู้ฝึกตนคนนั้นกระโดดลงจากพาหนะเวทมนตร์อย่างลนลานจนหัวคะมำแต่ก็รีบลุกขึ้นทันที และวิ่งถือกล่องเก่าๆรูปทรงโบราณหนึ่งใบวิ่งเข้ามาอย่างตาเหลือกตาลาน “ท่านครับ!เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!”

            ชายอ้วนมองลูกน้องตัวเองในท่าทางตื่นตระหนกจนเสียอาการ โดยปกติ...พวกเขาวางตัวสุขุมดูดีมาตลอด ทำไมอยู่ๆ วันนี้ถึงกระโตกกระตากได้ขนาดนี้!

            หลังจากศาสตร์หลอมโอสถโบราณปรากฏขึ้น โรงประมูลสินค้าจินโต้วของตัวเองก็จุดธูปไหว้บอกบรรพบุรุษไปไม่รู้กี่ดอก!ภายในใจของเขาก็ว้าวุ่นจนแทบบ้า ทำเอาหลายวันหลายคืนที่ผ่านไม่มีกะจิตกะใจฝึกตนแม้แต่น้อยกระนั้นเขาก็ยังพยายามเก็บอาการเอาไว้... แต่แล้วตอนนี้ ประเดี๋ยวคนตะโกนดังลั่นประเดี๋ยวอีกคนตะโกนโหวกเหวก นี่พวกแกรนหาที่ตายกันรึไง!

            “ว่ามา!”  ภายในใจทั้งตื่นเต้น ลนลานลุ้นระทึก คาดหวัง ผสมรวมกันกลายเป็นความหงุดหงิด เขาเอ่ยเสียงขรึม

            “มี มีตราสารม้วนหยกเพิ่งถูกส่งไปที่กองกำลังทัณฑ์สวรรค์เมื่อครู่ครับ...”

            “ก็เป็นนามบัตรธรรมดาไม่ใช่เหรอ!” ลูกน้องยังพูดไม่ทันจบ ความหงุดหงิดโมโหในใจก็ระเบิดออกมาทันทีเขาตบราวจับเสลี่ยงข้างๆ ตวาดเสียงดัง “ไสหัวกลับไปทำงานได้! หัดรู้จักว่าเรื่องไหนควรรายงานเรื่องไหนไม่ควรซะบ้าง!”

            เสียงตวาดดังสะท้อนขึ้นทั่วพื้นที่โล่งกว้าง แต่วินาทีต่อมาเขาก็พบว่าบรรยากาศรอบๆ เงียบสงัดลงดั่งป่าช้า

            เกิดอะไรขึ้น?

            ไฟโมโหภายในใจเมื่อครู่มอดดับ สายตาค่อยๆ กวาดมองเลขาฯ และผู้ช่วยโดยรอบใบหน้าทุกคนตอนนี้เผยแววตื่นเต้นบ้าคลั่งออกอย่างเด่นชัด!กระทั่งบางคนถึงกับขาสั่นพั่บ!

            เดี๋ยวนะ...

            เม็ดเหงื่อค่อยๆ ผุดขึ้นที่หน้าผากไหลรวมกันจนไหลลงตามกรอบหน้ามือของเขาเริ่มสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ จากนั้นร่างกายก็สั่นเทิ้ม

            ไม่สิ...​ไม่ใช่นามบัตร.... เมื่อครู่  คำที่ตัวเองได้ยินคือ...

            ตราสารม้วนหยก!

            ใครบังอาจใช้ตราสารม้วนหยก!?

            หัวใจเต้นอึกทึกคึกโครม เงาร่างชายอ้วนหายไปจากเสลี่ยงอย่างรวดเร็วขัดกับรูปร่างเทอะทะวินาทีต่อมาก็มาโผล่อยู่ข้างๆ ผู้ฝึกตนที่นั่งคุกเข่ายืนมือสั่นงั่กถือกล่อง

            เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆสองสามเฮือก สะกดความตื่นเต้นและหวาดหวั่นภายในใจลงพลันเอื้อมมือไปเปิดกล่อง

            เสี้ยวพริบตา แสงแฉกทองอร่ามสว่างออกมาจากกล่อง

            อณูปราณสิบริ้วสายหลั่งไหลออกมาราวกับวิญญาณของเทพปีศาจโบราณ!ทำเอาพื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนเล็กน้อย!

            “พึบ...” ผู้คนโดยรอบคุกเข่าลงพื้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

            หลายไปหลายวินาที บรรยากาศเงียบสงัดไร้สรรพเสียงทุกคนนั่งคุกเข่าลงพื้นกันหมด ยกเว้นหุ่นเชิด!

            ตราสารม้วนหยกจากจินตันเจินเหริน!

            “สิบม้วน... ม้วนหยกสิบม้วน...” ใบหน้าชายอ้วนบิดเบี้ยวเพราะตื่นเต้นเกินไปเขาส่งเสียงพูดแห่งผาก “งาน งาน งานประมูลของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์...ดึงดูดจินตันเจินเหรินทั้งสิบมารวมตัวกัน! จริง จริง จริงเหรอเนี่ย!”

            ความอิจฉาเอ่อล้นขึ้นในใจ ทั้งแซมด้วยความริษยารำไรทำเอาเขาในตอนนี้หลากอารมณ์ไปหมด!

            แต่ละมณฑลมีกองกำลังระดับ A ไม่ถึงสิบกอง

            แต่ว่ามีกองกำลังระดับ A กองไหนบ้างที่ทำให้จินตันเจินเหรินทั้งสิบมารวมตัวกันได้!ไม่มี!

            ตราสารม้วนหยก หมายถึงร่างจริงของจินตันเจินเหรินมาเยือนหาใช่ร่างแยกหรือร่างพลังจิตไม่!

            แม้ทุกคนทั่วทั้งประเทศจะเคยได้ยินชื่อเสียงของจินตันเจินเหรินทั้งสิบแต่คนที่ได้พบเห็นกับตามีอยู่กี่มากน้อยกัน? ผู้ใดได้พบเห็นสามารถคุยโม้ได้หนึ่งชั่วอายุคนเลยก็ว่าได้

            และตอนนี้ จินตันเจินเหรินทั้งสิบจะรวมตัวกันในงานประมูลของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์!

            “นี่มัน... ตั้งแต่โรงประมูลสินค้าจินโต้วของพวกเราก่อตั้งมาเป็นร้อยปี...ก็ไม่เคยมีผู้นำคนไหนเคยเห็นจินตันเจินเหรินตัวจริงเลยสักคน!”

            ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดชายอ้วนก็ลุกขึ้นหันกลับไปด้วยแววตาตื่นเต้นเป็นประกาย “งัดมหาตราเวทที่เป็นสมบัติของบรรพบุรุษโรงประมูลจินโต้วทั้งหมดออกมาใช้ซะ!และจงร่ายเวทติดตั้งเดี๋ยวนี้! เร็วเข้า!!!”

            “ตรงไหนยังทองอร่ามไม่พอ!ตรงไหนหรูหราไม่พอ!ก็ทำตรงนั้นให้ทองอร่ามหรูหราตระการตาไปเลย! เพิ่มเข้าไป ! อัดเข้าไปอีก!ยังรออะไรกันอยู่อีก! ไป! ทำ! งาน! เดี๋ยวนี้!”

            ในเวลาเดียวกันหลายตระกูลทั่วประเทศก็กำลังแตกตื่นจากข่าวเดียวกันอยู่เหมือนกัน!

            “จริงเหรอ?” ณ เมืองจิงตูท่ามกลางห้องทำงานแห่งหนึ่ง ผู้เฒ่าในชุดคลุมยาวคนหนึ่งกำลังสะกดความรู้สึกตื่นเต้นลงในใจพลางมองทุกคนที่อยู่เบื้องล่าง

            “จริงค่ะ! ท่านผู้นำ!” ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ด้านล่างตอบกลับเสียงขรึม“ก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงตราสารม้วนหยกจากจินตันเจินเหรินทั้งสิบถูกส่งไปจัดวางที่สถานที่จัดงานของโรงประมูลสินค้าจินโต้วเรียบร้อยแล้วด้วยการนี้ ท่านผู้นำโรงประมูลจินโต้วจึงเพิ่มค่าใช้จ่ายการจัดงานอีกหนึ่งก้อนหินวิญญาณระดับสูงค่ะ!”

            ผู้เฒ่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือก “กาลเวลา...​และชีวิต...ย่อมมีวันของมันเองตระกูลเฉาของพวกเราเองก็เคยร่วมงานที่มีจินตันเจินเหรินรวมตัวกันมาแล้วครั้งหนึ่ง...”

            ทุกคนนิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบ ภายในใจร้อนระอุจากความตื่นเต้น!

            ในโลกผู้ฝึกตน งานที่ทำให้จินตันเจินเหรินมารวมตัวกันครั้งแรกที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์คือตอนลงนามในสนธิสัญญาเสินหนงเจี้ยที่นำโดยผู้ฝึกตนขั้นจินตันกูซ่งเจินเหริน!

            ครั้งนี้ สวีหยางอี้ เป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ แต่กลับดึงดูดความสนใจของเจินเหรินทั้งสิบได้!

            ณ เมืองโหมวตู ในเวลาและในห้องทำงานเหมือนกันมีผู้คนสิบกว่าคนยืนอยู่เต็มห้อง ทว่าสีหน้าของพวกเขาเคร่งเครียดกว่ามาก

            “จินตันเจินเหรินมาร่วมงาน...” คนที่พูดขึ้นคนแรกคือหญิงสาวคนหนึ่งริมฝีปากของเธอสั่นระริก “เพิ่มงบประมาณของพวกเราอีกเท่าตัว... ไม่ว่าอย่างไรครั้งนี้พวกเราก็ต้องเข้าพบปรมาจารย์โอสถให้ได้!”

            ณ ห้องการประชุมหลักของเครือข่ายปรมาจารย์หลอมยาเหลว ตอนนี้ประตูหินบานใหญ่ถูกเปิดออกผู้เฒ่าชุดคลุมยาวแลดูคร่ำโลกปรากฏตัวอยู่ตรงประตูบรรดาลูกศิษย์ต่างนั่งคุกเข่าก้มหน้ารอได้สักพักแล้ว

            ผู้เฒ่ากวาดตามองทุกคน ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ไปได้”

            “ฉันขอดู.... โอสถวิเศษกับตาตัวเองหน่อยแล้วกัน!”

            เมฆาแปดทิศแห่งโลกผู้ฝึกตนเริ่มเคลื่อนไหวเมฆหมอกทั่วผืนฟ้าม้วนตลบแปรปรวนเตรียมต้อนรับงานประมูลสุดยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัย

            ผู้คนทั่วโลกผู้ฝึกตนต่างเฝ้ารอวันนั้นมาถึงวันที่จะต้องถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แห่งโลกผู้ฝึกตน

    --------------------------------------------------------------------------------

    [1] ปิง คือหน่วยวัดพื้นที่ของจีน โดย 1ปัง เท่ากับ 3.3 ตารางเมตร