มรรคาพลิกฟ้า

บทที่ 178 ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะยืนยงคงอยู่ได้

        การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ..!!


        "กระบี่ลมหวนดอกเหมยผันแปร..!!"

 

        "ฟิ้ววว..ฟิ้ววว..!! "

 

        ปรากฎรังสีกระบี่มากมายดุจดอกเหมยร่วงกระจายล้อมรอบเหลียวหู่ถัง พลันเหลียวหู่ถังล้วงเข้าไปในถุงแพรพร้อมขว้างมือโบกรอบกายออกไปต้านรับประกายดอกเหมยที่กำลังโอบล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว ประกฎเป็นดาวระยิบระยับกระจายมากมายดุจดวงดาวจากทางช้างเผือกออกต้านรับดอกเหมยที่กำลังโบยบินมา 

 

        "ดาวกระจายเส้นทางช้างเผือก..!!"

 

        "พริ้ง..พริ้ง..พริ้ง..!!"

 

        "ซ่า..ซ่า..ซ่า..!!"


       เพียงชั่วครู่รังสีกระบี่ดอกเหมยก็มลายหายไปสิ้น แต่ทันทีที่ประกายดอกเหมยหายไปกลับมีเปลวเพลิงรูปศีรษะของหมาป่าขนาดใหญ่พุ่งเข้าขย้ำซ้ำเติมเหลียวหู่ถังในทันที เหลียวหู่ถังมิคิดว่าเซินฉานจะซุกซ่อนท่าโจมตีอันรุนแรงภายใต้การบดบังของรังสีกระบี่ดอกเหมย ยามกระทันหันจึงยากจะต้านรับ


        "หมาป่าเพลิงพิฆาต..!!"


        "งะ..!!"


        "ฟุ่บบบ..!!"


        "ฮั่ก...!!"


        "โล่ห์ร่มดาวตก..!!"


        แม้เหลียวหู่ถังจะเรียกร่มดาวตกซึ่งเป็นท่วงท่าป้องกันที่ตนคิดว่าดีที่สุดที่ตนเคยใช่ได้ผลมา แต่กระบวนท่านี้แม้จะเป็นกระบวนท่าป้องกันที่ดีที่สุดของมันกลับใช้ออกมาในเวลากระทันหันจึงมิอาจได้ผลเต็มที่ จึงทำให้ศีรษะของหมาป่าเพลิงขย้ำจนเปลวเพลิงกลืนร่างมันหายไปจนมิดชิด


        "อ๊ากกก..!!"


        เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับร่างของเหลียวหู่ถังที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงกลิ้งออกมาแล้วเกลือกลิ้งต่อไปอีกหลายตลบกว่าเปลวเพลิงที่ห่อหุ้มจะถูกดับไป บัดนี้ทั้งร่างกายและเสื้อผ้าของเหลียวหู่ถังขาดกระรุ่งกระริ่ง ผิวหนังพุพองเป็นด่างดำจนจำสารรูปเกือบไม่ได้ ในสนามรบหากแม้นประมาทหรือชักช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ผลต่างของการต่อสู้จึงมักเกิดขึ้นจากช่วงจังหวะนี้ที่เป็นตัวแปรทำให้เกิดการแพ้ชนะกันขึ้นมา

 

        เหลียวหู่ถังนั้นเคยไปเฝ้าดูการต่อสู้ของเซินฉานและเคยศึกษาวิธีการต่อสู้และต้านรับมาเหมือนกัน แต่ด้วยความทรนงมันจึงถือดีคิดว่าสามารถรับกระบวนท่ารังสีกระบี่ดอกเหมยได้อย่างสบายด้วยกระบวนท่าดาวกระจายเส้นทางช้างเผือกของมัน

 

        แต่เซินฉานนั้นมีความคิดที่ลึกซึ้งกว่า ตัวเซินฉานนั้นมีจักระธาตุอัคคี ซึ่งมันเก็บงำไว้มิดชิดตลอดมามิเคยแสดงไม้ตายออกมา และเซินฉานตระหนักดีว่าระดับฝีมือของตัวมันกับเหลียวหู่ถังอยู่ในระดับเดียวกัน การที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ถ้าเผชิญหน้ากันอย่างยืดเยื้อ สุดท้ายมิแน่ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ แต่หากแม้นอาศัยจังหวะและเวลาที่ฝ่ายตรงข้ามประมาทมิทันระวังรีบใช้ไม้ตายช่วงชิงจู่โจมในช่วงเวลาที่ฝ่ายตรงข้ามคาดคิดไม่ถึง หากกระทำสำเร็จโอกาสชนะของตนย่อมอยู่ในช่วงจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นนั่นเอง 

 

        เมื่อการโจมตีอย่างกระทันหันไม่คาดคิดของเซินฉานสัมฤทธิ์ผล มันยังมิได้ชะล่าใจเฝ้าดูเหลียวหู่ถังอย่างมิคลาดสายตา เมื่อเห็นร่างเหลียวหู่ถังเกลือกกลิ้งออกมาจากฤทธิ์กองเพลิงแห่งท่วงท่าหมาป่าของมัน เซินฉานรีบพุ่งอย่างรวดเร็วเข้าโจมตีซ้ำ หวดกระบี่ระดับราชันย์ฟาดเปรี้ยงไปยังแผ่นหลังจนเหลียวหู่ถังที่ประสาทสัมผัสระส่ำระสายจากเปลวเพลิงจนมิอาจรู้ชัดถึงสถานการณ์รอบข้าง ร่างโดนฟาดด้วยข้างกระบี่ที่แบนดุจไม้พายกระเด็นหลุดออกนอกลานประลองไปในทันที

 

        "เปรี้ยง..!!"

 

        "ปัง..!!"

 

        "อ๊ากกก...!!"

 

        "โครม....!!"

 

        ยังดีที่เซินฉานยังมีเมตตามีได้ใช้ด้านคมของกระบี่ฟาดฟันมัน มิเช่นนั้นผลที่ออกมาอาจมิสะดวกสบายเช่นนี้ ร่างของเหลียวหู่ถังกระเด็นไปกระทบที่นั่งด้านข้างเวทีประลองจนล้มระเนระนาดไปเกือบสิบตัว มันฝืนตัวลุกขึ้นยืนแต่ก็ได้ทรุดตัวลงอีกครั้ง จากการโดนโจมตีโดยท่วงท่าหมาป่าเพลิงมันนั้นมันเพียงได้รับบาดเจ็บทางผิดกายเล็กน้อย แต่กระบวนท่าการฟาดกระบี่ซ้ำเติมในคราหลังพร้อมกับความอัดอั้นใจทำให้มันถึงกับบอบช้ำภายในกระอักโลหิตออกมาหย่อมใหญ่

 

        "ฮั่กก..!!"

 

        "เจ้า...เจ้า..ลึกซึ้งนัก..ซุ่มซ่อนท่าไม้ตาย..และฉกฉวยโอกาส...ข้า....มิยิน...ยอม.."

 

        เหลียวหู่ถังกล่าวกระท่อนกระแท่นได้แค่นั้นก็สิ้นสติไป...เซินฉานได้ยินและมองอย่างเฉยเมยไปยังร่างที่ไร้สติของมันพูดขึ้นว่า

 

        "อย่าได้โทษใคร เจ้าจงโทษตัวเอง ในสนามรบย่อมมิเคยมีความยุติธรรมและเปิดเผย..ผู้แข็งแกร่งและกุมทุกอย่างไว้เท่านั้นจึงจะยืนยงคงอยู่ได้..!!"

 

        ผลที่ออกมารวดเร็วเช่นนี้สร้างความตะลึงงันให้จนทั่วทั้งลานประลองเงียบเหมือนเป่าสาก  เพราะทั้งสองต่างอยู่ในระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นกลาง พลังทั้งสองมิได้ต่างกันแม้แต่น้อย ผลแพ้ชนะมิน่าจะออกมารวดเร็วเช่นนี้ ผลแพ้ชนะออกมารวดเร็วเช่นนี้ยังกับว่าทั้งสองมีพลังฝีมือที่ต่างกันมาก มิใครคาดคิดว่าเซินฉานจะจู่โจมอย่างรวดเร็วและใช้ไม้ตายออกอย่างรวดเร็วจนเหลียวหู่มิทันคาดคิดและพ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็วในที่สุด ทุกคนรวมทั้งเหลียวหู่ถึงต่างคิดว่าการต่อสู้นี้จะยืดเยื้อและจะไปตัดสินกันในช่วงปลายเมื่อต่างต่อสู้กันจนสิ้นเรี่ยวแรงกันแล้ว

 

        แต่เซินฉานที่มีความคิดลึกล้ำมากกว่าไม่ได้คิดเช่นนั้น เซินฉานคาดคำนวนว่าคนส่วนใหญ่อาจจะคิดเช่นนั้น แต่ตนต้องคิดนอกกรอบฉกฉวยโอกาสนี้สร้างโอกาสให้แก่ตน หากตนคำนวนถูกต้องและเหลียวหู่ถังชะล่าใจโอกาสที่ตนจะมีเปรียบนั้นมีขึ้นมาเมื่อใด นั่นคือชัยชนะของตน แต่หากแม้นเหลียวหู่ถังคาดคิดเช่นเดียวกับตนระมัดระวังทุกชั่วขณะจิต การต่อสู้ก็จะยืดเยื้อไป วัดผลแพ้ชนะกันในช่วงปลายเหมือนที่หลายคนส่วนใหญ่คาดคิดไว้ก็แล้วกัน

 

        กังหลงมองดูการประลองของทั้งคู่ตั้งแต่ต้น  สังเกตุถึงความสุขุมของเซินฉานจึงคาดการณ์ว่าผลย่อมออกมาเช่นนี้แต่ก็มิคิดว่าจะปรากฎผลออกมารวดเร็วเช่นนี้  ผลการประลองที่เป็นเช่นนี้นั่นเนื่องเพราะเซินฉานมีความสุขุมลึกซึ้งมากกว่าเหลียวหู่ถังนั่นเอง 

 

        ตั้งแต่ที่กังหลงได้สลายเม็ดพลังความรู้ของเฒ่าเทียนคง หลังจากดูดซับเรื่อยมา ความรู้และเทคนิคต่าง ๆ มิว่าเล่ห์เหลี่ยม  แนวคิด การวางแผน การตั้งรับ ขอบเขตต่าง ๆ ยิ่งขยายกว้างออกไป ความรู้ด้านต้าง ๆ ของเฒ่าเทียนคงที่สะสมมาหลายร้อยปีหาใช่น้อยนิดไม่

 

        นานวันเข้าความเข้าใจของกังหลงยิ่งมากมายตามไปด้วยนั่นคือทางทฤษฎี ยามใดได้ฝึกฝนได้ปฏิบัติได้พบเจอ ความรู้และประสบการณ์ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นจนปัจจุบันผู้มีอายุเทียบเท่าหรือแม้จะมากกว่าหลายสิบปีก็ยากจะทัดเทียม  กังหลงทราบว่าเซินฉานมิได้หมดไม้ตายเพียงแค่นี้ มันยังคงซุกซ่อนไม้ตายเอาไว้อีก คงรอใช้ออกเพื่อหวังชัยชนะในรอบชิงชนะเลิศการคัดเลือกตัวแทนคนที่ห้านี่แหละ จึงยิ้มและรำพึงออกมา

 

        "หึ..หึ..เจ้าคงคาดหวังในการชนะเพื่อให้ได้เป็นตัวแทนคนที่ห้าอย่างเต็มที่ ส่วนว่าจะเป็นจริงดังที่เจ้าคาดหวังไว้หรือไม่นั้นคงต้องผ่านข้าไปให้ได้ก่อน..!!"

 

        "การประลองรอบรองชนะเลิศคู่แรก ผู้ที่ชนะได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคนแรกคือ เซินฉาน จากตระกูลฉาน..!!"

 

        ผู้อาวุโสสูงสุดที่ดำเนินการประลองหลังจากได้สติจึงประกาศผลการแข่งขันออกมา สร้างเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากตระกูลฉานเป็นอย่างมาก

 

        "ฮ่า.. ฮ่า...ฮ่า..ตระกูลฉานมีหวังที่จะได้เป็นตัวแทนคนที่ห้าของอาณาจักรแน่แล้วครานี้..!!."