เหลียนเซวียนหยุดชะงักหันมามองนาง ใช้ดวงตาไร้ประกายแทนคำถาม
เซวียเสี่ยวหรั่นประคองแขนเขากระซิบบอก "ข้าจะตามอยู่หลังท่านไม่ไปไหนซี้ซั้ว"
ตาของเขามองไม่เห็นข้างล่างมีแต่กองหินระเกะระกะ กับวัชพืชมากมาย เธอตามมาย่อมช่วยพาเขาหลบเลี่ยงได้
เหลียนเซวียนรู้ว่านางเป็นห่วงเลยไม่พูดมากอยากตามก็ตามเถอะ หลุมแห่งนี้นอกจากในโพรงนั้น ก็ไม่รู้ว่ามีงูประเภทไหนอยู่บ้างแต่ที่แน่ๆ ไม่มีกลิ่นอายของสัตว์ชนิดอื่น คะเนว่าแถบนี้น่าจะเป็นถิ่นของงู
งูตัวเดียวเท่านั้นเขามั่นใจว่าปกป้องนางได้
ทั้งสองลงไปในหลุมอย่างระมัดระวังเดินอ้อมหินใหญ่สองสามก้อน กลิ่นเหม็นคาวโชยมาในอากาศ
"แหวะ เหม็นจัง" เซวียเสี่ยวหรั่นบ่นพึมพำ
ปากโพรงทั้งชื้นแฉะและเหนียวหนึบสองด้านปกคลุมไปด้วยตะไคร่น้ำเขียวครึ้ม
ยิ่งใกล้ปากโพรงเท่าไรเห็ดหุยซินก็ยิ่งเปล่งแสงสีแดงเรืองรองอย่างน่าอัศจรรย์
เหลียนเซวียนมุ่นคิ้วขมวดพวกเขาเดินกันมาขนาดนี้ แต่งูที่อยู่ในโพรงลึกกลับไม่ขยับเขยื้อน
"ท่านว่า เพราะใกล้จะเข้าฤดูหนาว การตอบสนองของงูก็เลยช้าลงรึเปล่า"
เซวียเสี่ยวหรั่นยืนพึมพำอยู่ด้านหลังพวกเขายืนอยู่ครู่ใหญ่แล้ว แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวจากในโพรงแม้แต่น้อย
ก็อาจเป็นไปได้เหลียนเซวียนยังคงนิ่งงัน
"ไม่อย่างนั้นให้ข้าเข้าไปขุดเห็ดก่อน ส่วนท่านก็จับตามองอยู่ข้างๆดีหรือไม่"
ให้ยืนรองูออกมาเฉยๆไม่เป็นการเสียเวลาไปหน่อยหรือ เซวียเสี่ยวหรั่นอยากให้วันหนึ่งมีสักสี่สิบแปดชั่วโมงถึงจะพอใช้แต่ไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลากับสถานที่เหม็นเน่าแบบนี้
เหลียนเซวียนขมวดคิ้วสัมผัสอย่างละเอียดครู่หนึ่งถึงค่อยๆ ผงกศีรษะ
ดวงตาของเซวียเสี่ยวเปล่งประกาย "งั้นท่านรอสักครู่ ข้าจะไปหยิบของ"
เธอหมุนตัวปีนขึ้นไปข้างบนไม่ได้เข้าไปพงหญ้าด้านข้าง
ไม่ช้าก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของนางตึงๆๆ
เซวียเสี่ยวหรั่นกลับลงมาในหลุมถือไม้เสี้ยมปลายแหลมมาด้วยท่อนหนึ่ง
"นี่คือไม้สำหรับขุดดินโดยเฉพาะ เอาใช้มาขุดเห็ดก็เหมาะ เห็ดชนิดนี้ควรต้องขุดขึ้นมาทั้งรากใช่หรือไม่"
เธอถามก่อน
เหลียนเซวียนพยักหน้าน้อยๆเขาเครียดไปทั้งตัว มือขวากุมมีดคอยระวังอยู่ทุกขณะจิต
เซวียเสี่ยวหรั่นย่อตัวลงไปค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปในโพรงที่มีความสูงราวครึ่งตัวคนยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไรกลิ่นคาวก็ยิ่งรุนแรง
เธอกลั้นหายใจหยิบไม้ขึ้นมาขุดลงไปที่ด้านข้างของเห็ดหุยซิน
โดยทั่วไปแล้วพื้นดินที่สามารถปลูกเห็ดมักจะร่วนซุยไม้ปลายแหลมจึงแซะเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
พอออกแรงงัดจากด้านบนเห็ดแพนั้นก็ขยับขึ้นมา
สีหน้าของเธอเผยความยินดีดึงไม้ท่อนั้นออกมา แล้วเสียบไปด้านข้างต่อ จนกระทั่งดินรอบโคนต้นถูกขุดจนหลวม
เซวียเสี่ยวหรั่นยิ้มหน้าบานเอื้อมมือไปหมายจะยกเห็ดทั้งแพออกมา
เสียง "ตึง" จากด้านหลังทำให้เธอหลุดจากภวังค์แห่งความยินดีเหลียนเซวียนกำลังเตือนสติเธอ
เสียง "ฟ่อๆ" คล้ายมีคล้ายไม่มีแว่วมาจากในโพรง เซวียเสี่ยวหรั่นขนลุกซู่ในพริบตา
งูออกจากโพรงแล้ว
เซวียนอยากถอยหลังแต่เธอกำลังนั่งคู้เข่าอยู่ และปากโพรงก็สูงแค่ครึ่งตัวคน คิดจะถอนตัวออกจากถ้ำก็สายไปแล้ว
หัวใจเธอเต้นโครมครามหันสเปรย์พริกที่ถืออยู่ในมือซ้ายพ่นเข้าไปด้านในอย่างแรง หลังจากนั้นก็กลั้นหายใจแล้วรีบคลานออกมาจากโพรง
วิ่งไปแล้วหลายเมตรถึงกล้าหายใจแบบเต็มที่
มีดในมือของเหลียนเซวียนยังคอยจังหวะพร้อมซัดออกไปทุกเมื่อแต่รอแล้วรอเล่า
งูตัวนั้นกลับหยุดก่อนที่จะถึงปากโพรงเพียงเล็กน้อยท่าทางลังเลไม่กล้าเลื้อยออกมาด้านนอก
งูตัวนี้เป็นอะไรไป?
ดูเหมือนว่าแม่นางผู้นั้นจะทำอะไรบางอย่างก่อนออกมาจากโพรง
กลิ่นคาวในอากาศค่อยๆเปลี่ยนเป็นฉุนแสบจมูกอย่างรุนแรง เหลียนเซวียนนิ่วหน้า
"ฮัดชิ้วๆ"
แม่นางข้างกายเขาจามครั้งแล้วครั้งเล่า พอกลิ่นนั่นมาปะจมูก เหลียนเซวียนก็รีบถอยไปหลายก้าว
"แค่กๆ" เซวียเสี่ยวหรั่นฉุนจนน้ำตาไหล "บ้าฉิบ ขนาดกลั้นหายใจแล้วแท้ๆ"
แต่กลับยังหนีกลิ่นฉุนรุนแรงนั้นไม่พ้น
กลิ่นพริก? เหลียนเซวียนไอสองสามครั้งอย่างอดไม่ไหว นางพกพาของพรรค์นี้ติดตัวมาด้วย?
แต่งูที่อยู่ด้านในกลับไม่ยอมเลื้อยออกมาคงจะถูกกลิ่นเผ็ดฉุนรมจนไม่กล้าขยับเขยื้อนมาด้านหน้าแล้วกระมัง
"แค่กๆ" เซวียเสี่ยวหรั่นสำลักอีกหลายหนจนตาแดงก่ำถึงจะหยุด
"งูตัวนั้นไม่เลื้อยออกมา? ฮ่าๆคงไม่แสบร้อนจนตายอยู่ในนั้นแล้วหรอกนะ นี่คือพริกป่นที่มีระดับความเผ็ดสูงสุดเชียวนะฮ่าๆ"
เซวียเสี่ยวหรั่นขอบตาแดงน้ำตายังเปื้อนอยู่บนพวงแก้ม แต่มุมปากกลับทอยิ้มเบิกบานปานบุปผา
เหลียนเซวียนมุมปากกระตุกแม้ว่าเขาจะได้กลิ่นเพียงเล็กน้อย แต่กลิ่นที่พุ่งออกมานั้นเรียกได้ว่าผิดปรกติ
"แหะๆ เมื่องูไม่ออกมาแล้ว งั้นข้าเข้าไปขุดเห็ดก่อนพวกเราจะได้รีบไปจากที่นี่เสียที" เซวียเสี่ยวหรั่นคิดจะเดินเข้าไปอีกครั้ง
เหลียนเซวียนยื่นมือมาขวางพลางส่ายหน้าช้าๆ
งูตัวนั้นไม่เข้ามาแต่ก็ไม่ถอยหนี แม้กลิ่นความเผ็ดจะทรมานแค่ไหน แต่ผลที่ใช้ได้กับงูยังมีข้อจำกัด
"งู... ยังอยู่หรือ" เซวียเสี่ยวหรั่นทำตาปริบๆประหม่าเล็กน้อย "ไม่เห็นจะได้ผลอะไรเลย"
ตนเองถูกรมแทบตายดูท่ากลิ่นที่คนยากจะรับได้ไม่อาจใช้ได้ผลกับงู
เหลียนเซวียนมองนางปราดหนึ่งวิธีของนาง แท้จริงแล้วไม่เลว แม้ว่าจะไม่ได้ผล แต่ก็สกัดกั้นงูได้สำเร็จหากนางเผชิญหน้ากับงูเพียงลำพัง เพียงฉวยโอกาสเช่นตอนนี้ก็สามารถหนีเอาตัวรอดจากการตามโจมตีของงูได้อย่างง่ายดาย
"แล้วตอนนี้จะทำอย่างไร รองูออกมาต่อไปหรือ" เซวียเสี่ยวหรั่นกลัดกลุ้มเล็กน้อย
เหลียนเซวียนไม่ตอบแต่คิ้วตาฉายแววฉงน
ออกมาแล้ว?
เหลียนเซวียนเกร็งมือขวาปามีดออกไปชั่วพริบตานั้นลำแสงเยียบเย็นก็สะท้อนวาบพุ่งเข้าสู่เป้าหมาย
เซวียเสี่ยวหรั่นเห็นภาพเหตุการณ์ฉากนี้ก็อ้าปากตะลึงตาค้าง
ขณะหันกลับไปมองก็เห็นงูลายสีดำแดงขนาดใหญ่ถูกมีดปักกลางศีรษะอยู่หน้าปากถ้ำ เลือดงูยังไหลย้อยจากหัวของมัน
"ว้าว..." เซวียเสี่ยวหรั่นเปล่งเสียงอุทาน
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาปามีดใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น มีดก็ปักเข้ากลางหัวงูพอดี เขาทำได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ตามองไม่เห็นช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ สีหน้าของเซวียเสี่ยวหรั่นเปี่ยมไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
หลังจากปามีดออกไปแล้วร่างกายของเหลียนเซวียนก็อ่อนแอลงทันควัน หากไม่ใช่เพราะมือถือไม้เท้าอยู่ก็พร้อมล้มลงไปได้ทุกเมื่อ
"ไม่เสียแรงที่เป็นจอมยุทธ์" เซวียเสี่ยวหรั่นชมเปาะไม่ขาดปากถ้าเธอมีความสามารถแบบนี้บ้าง คงไม่ต้องวิตกว่าชาตินี้จะขาดเนื้อกินแล้ว
เหลียนเซวียนสีหน้าบึ้งตึงพยายามประคับประคองร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงด้วยพลังความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมไหนเลยจะมีเวลาไปสนใจนาง
"งูตัวนี้แลดูน่ากลัวจัง ลายสีแดงสลับดำ ลำตัวไม่หนาแบบงูเหลือม แต่ยาวมาก" เซวียเสี่ยวหรั่นค่อยๆ เดินเข้าไป มองงูตายบนพื้นด้วยความรังเกียจ
นั่นคืองูโซ่อัคคีมีพิษ ดุร้าย เคลื่อนไหวรวดเร็ว
แต่ความเคลื่อนไหวของมันยามออกมาจากโพรงเชื่องช้าอย่างเห็นได้ชัดแสดงว่ากลิ่นเผ็ดร้อนจากสเปรย์มีผลต่อมัน
เซวียเสี่ยวหรั่นใช้ไม้เขี่ยๆงูตาย จนแน่ใจว่ามันไม่อาจขยับเขยื้อนได้แล้วจริงๆถึงเข้าไปขุดเห็ดหุยซินออกมาอย่างระมัดระวัง
"หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด... " เธอนับเห็ดในมือทั้งดอกเล็กดอกใหญ่มีทั้งหมดเจ็ดดอก "เห็ดหุยซินเจ็ดดอก พอให้ท่านใช้ถอนพิษหรือไม่"