เทพวิวัฒน์แห่งเขาหลงเซี่ยง

    ตอนที่ 39 ปริศนาเมืองไห่กัง

    แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วซากปรักหักพังของเมืองฝูเจิ้น อวิ่นหนิงเจี่ย ทะยานร่างขึ้นสู่ยอดกำแพงเมืองดุจวิหคสวรรค์ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายของเหล่าทหารและนักเวทย์ที่กำลังเร่งรีบสำรวจรอยร้าวของค่ายกลพิทักษ์เมือง

    ทันทีที่ฝ่าเท้าของเด็กหนุ่มแตะลงบนเชิงเทิน เจ้าเมืองฉีหลิน พร้อมด้วยยอดฝีมือทั้งหกและเหล่านายกองต่างพากันก้าวเข้ามาหาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเทิดทูนบูชาประดุจเห็นเทพจุติมาโปรดโลกพวกเขาคิดว่าเด็กหนุ่มทั้งสามที่เดินทางมายังเมืองนี้เป็นเทพแห่งโชคลาภของเมืองดลบันดาลให้พวกเขามาช่วยป้ดปภัยภิบัติของเมืองฝูเจิ้นทั้งหมดเตรียมจะก้มคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อคารวะขอบคุณ

    หนิงเจี่ยเห็นดังนั้นพลันกล่าว"พวกท่านมิจำเป็นต้องทำเช่นนั้น!" พลันสะบัดแขนเสื้อแผ่พลังออกมาพยุงร่างของทุกคนไว้ไม่ให้คุกเข่าลง"เรื่องที่เกิดขึ้นข้าถือเป็นหน้าที่ที่สมควรช่วยเหลือบัดนี้ภยันตรายได้สิ้นสุดลงแล้ว ข้าคงต้องขอลาทุุกท่านแต่เพียงเท่านี้"

    หนิงเจี่ยหันไปกวาดสายตาผ่านช่องกำแพงเมืองที่พังทลายลงไปในตัวเมืองเขาเห็นบ้านเรือนหลายหลังพังพินาศจากพลังทำลายของจอมปีศาจขวานบั้นเศียรเสียงชาวบ้านร่ำไห้ระงมขอความช่วยเหลือดังแว่วมาตามลมทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวูบ

    แม้ในใจจะเสียดายศิลาผลึกครามที่เขาจำเป็นต้องเก็บออมสะสมไว้ในการวิวัฒน์หุบเขาหลงเซี่ยงแต่เมื่อเห็นความทุกข์ยากเบื้องหน้า เขาก็ไม่อาจเพิกเฉยได้ หนิงเจี่ยหยิบการ์ดเงินออกมาแผ่สัมผัสเข้าไปทันใดนั้น มีแสงสีเงินพุ่งออกมาจากการ์ด ศิลาผลึกคราม 150,000,000 ศิลาก้อนอยู่บนพื้นกำแพงเมืองอย่างเป็นระเบียบ เขากล่าวของท่านเจ้าเมือง “ข้าขอมอบศิลาจำนวนนี้ช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนภายในเมืองหวังว่าท่านจะไม่ปฏิเสธรับไว้”

    เจ้าเมืองฉีหลินมองศิลาผลึกครามที่กองไว้คล้ายภูเขาเล็กๆขนาดย่อมด้วยร่างอันสั่นเทา พลางมองหน้าหนิงเจี่ยด้วยความซาบซึ้งจนพูดไม่ออก ฉินโม่ และองครักษ์คนอื่นๆต่างพากันก้มหัวคารวะจากใจจริง บัดนี้พวกเขานับถือ หนิงเจี่ยหมดใจมิเพียงจะเก่งกาจแต่เด็กหนุ่มยังมีคุณธรรมที่น่าเลื่อมใสอย่างยิ่งอีกด้วย

    "พวกเราชาวฝูเจิ้น...จักมิลืมนามของท่าน อวิ่นหนิงเจี่ย ต้วนผิงอัน และท่านหนิวมู่อี้ !"

    เมื่อทั้งหมดเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งเงาร่างดูองอาจก็เลือนหายไปกับสายลมราตรีเสียแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายจางๆของสายฟ้าและความเงียบสงัดที่ศักดิ์สิทธิ์

    หนิงเจี่ยไม่ได้มุ่งหน้าเข้าเมืองเสิ่นอู่เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายและการถูกสืบสาวจากกองกำลังอื่นเขาตัดสินใจเดินทางอ้อมตามเส้นทางลับชายขอบป่า มุ่งหน้าสู่ เมืองไห่กัง เมืองท่าที่สำคัญที่สุดซึ่งตั้งอยู่รอยต่อระหว่างมณฑลและเป็นหน้าด่านเข้าสู่เมืองหลักของ มณฑลเฟิ่งเปา

    การเดินทางครั้งนี้หนิงเจี่ยใช้ท่าร่าง วายุอัสนีเคลื่อนย้ายสุญญตาสลับกับการเดินเท้าเพื่อสงบจิตขัดเกลาย่อยสลายประสบการณ์การต่อสู้ที่ผ่านมาทั้งหมดเพื่อประโยชน์ในการต่อสู้ฆ่าฟันที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าระหว่างทางเขาใช้ข่ายใยสุญญตาอาถรรพ์ แผ่พลังสัมผัสรับฟังข่าวสารจากโลกภายนอกข่าวลือเรื่องศึกนพเก้ามรกตอำพันเริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงข่าวของ"สองจอมยุทธ์นิรนาม" ที่สร้างชื่อในฝูเจิ้นซึ่งหนิงเจี่ยรู้ดีว่าคือสหายทั้งสองของเขา

    "ไห่กัง... หวังว่าข้าจะพบร่องรอยของพวกเจ้าที่นั่นนะผิงอัน มู่อี้"

    สายตาของหนิงเจี่ยจ้องมองไปยังทิศทางที่กลิ่นอายของเกลือทะเลและปราณวารีอันเข้มข้นลอยมาตามลม

    แสงอาทิตย์ยามอัตรดงอาบไล้เหนือผืนน้ำสีครามของมหาสมุทรตะวันออกสะท้อนประกายระยิบระยับล้อกับระลอกคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งอย่างไม่ขาดสาย ณปลายขอบฟ้าทิศใต้ มหานครแห่งการค้าที่ไม่มีวันหลับไหลอย่าง เมืองไห่กัง ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่ราบชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของมณฑลเฟิ่งเปาเมืองแห่งนี้เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของทั้งภูมิภาคด้วยชัยภูมิที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเส้นทางเดินเรือข้ามทวีปและเส้นทางบกที่มุ่งสู่ใจกลางอาณาจักรหลันเป่าสือ

    บรรยากาศภายในเมืองไห่กังเต็มไปด้วยความพลุกพล่านและครึกครื้นที่หาเมืองใดเปรียบได้ยากยิ่งถนนสายหลักที่ปูด้วยแผ่นศิลามนขัดเงาเรียงตัวทอดยาวจากหน้าประตูกลางเมืองมุ่งตรงสู่ย่านตลาดริมน้ำพื้นที่สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารเรือนไม้ทรงโบราณที่ประดับตกแต่งด้วยโคมไฟหลากสีสันและป้ายร้านรวงที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงเสียงตะโกนร้องเร่ขายสินค้าดังระงมผสมปนเปไปกับเสียงฝีเท้าของฝูงชนที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าในชุดผ้าไหมชั้นเลิศจากเมืองหลวง หรือนักรบพเนจรที่พกพาศัสตราวุธประหลาดตาที่เดินทางมาแสวงโชค

     ถนนเนืองแน่นไปด้วยเกวียนสินค้าและรถม้าขบวนยาวที่บรรทุกผ้าไหมเครื่องเทศ และอัญมณีล้ำค่าจากแดนไกล

    ชาวเมืองและนักเดินทางต่างเบียดเสียดกันเดินผ่านร้านรวงที่ตั้งเรียงรายบ้างแวะพักดื่มชาในโรงเตี๊ยมที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นบ้างหยุดเจรจาธุรกิจกลางถนนท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา

    หลังคามุงหญ้าคาของแผงลอยสลับกับอาคารไม้หลายชั้นที่มีระเบียงยื่นออกมาดูสวยงามแปลกตามีร่มกระดาษสีแดงและส้มถูกกางกันแดดลมเพิ่มสีสันให้กับย่านการค้า

    ยิ่งเข้าใกล้เขตท่าเรือกลิ่นอายของเกลือทะเลและความเค็มของมหาสมุทรก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นตามลำดับลมทะเลพัดพาเอากลิ่นหอมของอาหารทะเลปิ้งย่างที่วางขายตามแผงลอยริมทางมาปะทะจมูกชวนให้ผู้ที่เดินทางไกลต้องเผลอกลืนน้ำลายสองข้างทางในเขตนี้เต็มไปด้วยโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่และโรงต่อเรือที่มีคนงานกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นเสียงเลื่อยไม้และเสียงเคาะค้อนดังประสานกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาท่าเรือศิลาขนาดมหึมา

    อย่างไรก็ตามท่ามกลางความครึกครื้นและความรุ่งเรืองที่เห็นอยู่เบื้องหน้ากลับมีกระแสความตึงเครียดบางอย่างแฝงเร้นอยู่ในอากาศ ดวงตาสีม่วงทองของ อวิ่นหนิงเจี่ย ที่บัดนี้ก้าวเท้าเข้าสู่เขตเมืองชั้นในสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปราณวารีที่ผิดปกติแม้ผู้คนจะยังคงเดินกันขวักไขว่แต่ที่บริเวณท่าเรือใหญ่กลับมีการวางกำลังทหารอย่างหนาแน่นผิดสังเกตธงสีครามของเจ้าเมืองไห่กังปลิวสะบัดรุนแรงตามลมพายุที่เริ่มตั้งเค้าเหนือท้องทะเลลำแสงสีเหลืองทองตัดสลับไปมาบนท้องฟ้าไกลๆเหนือเส้นขอบทะเลดูคล้ายกับข่ายอาคมมหาศาลที่ถูกกางกั้นไว้เพื่อป้องกันภัยบางอย่างจากใต้ห้วงลึก

    “ไห่กังที่อุดมสมบูรณ์...กลับดูเหมือนมีเงาทมิฬบางอย่างปกคลุมอยู่”หนิงเจี่ยพึมพำแผ่วเบาขณะเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยผู้คนเขาสังเกตเห็นชาวประมงกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งรวมกลุ่มกันด้วยสีหน้าหวาดวิตกพลางกระซิบกระซาบเรื่องการปิดทะเลกะทันหันและการหายตัวไปของเรือสำเภาขนาดใหญ่ที่ออกไปนอกชายฝั่งเพียงไม่กี่ลี้ความวุ่นวายและสีสันของเมืองท่าที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้

    หนิงเจี่ยกระชับฝักดาบเนตรอัคนีที่พาดอยู่กลางหลังแววตาของเขาฉายประกายท่ามกลางแสงโคมไฟที่เริ่มสว่างไสวขึ้นทั่วเมืองยามค่ำคืน

     สายลมทะเลที่พัดพาความชื้นและกลิ่นเกลือปะทะเข้ากับใบหน้าของชาวเมืองไห่กังทว่าบรรยากาศในยามนี้กลับมิได้มีเพียงความสดชื่นเหมือนอย่างวันวานท่ามกลางย่านร้านน้ำชาที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนหัวข้อสนทนาที่ถูกหยิบยกขึ้นมากลับเป็นเรื่องราวอันน่าสยดสยองที่เกิดขึ้นกลางมหาสมุทรอันไกลโพ้น

    "เจ้าฟังข้านะ... เมื่ออาทิตย์ก่อนพี่ชายข้าที่เป็นคนเรือเล่าว่าเห็นมันกับตา!"ชายวัยกลางคนในชุดชาวประมงกระซิบกระซาบพลางกวาดสายตามองรอบโต๊ะน้ำชา "จู่ๆเกาะขนาดยักษ์มหึมาก็ผุดขึ้นมากลางน้ำราวกับสัตว์ร้ายโผล่พ้นทะเล มีหมอกสีเทาที่หนาทึบปกคลุมมองไม่เห็นแม้แต่เงาไม้บนเกาะแต่ที่น่ากลัวคือ... เรือหาปลาลำไหนที่หมายจะเข้าไปพิสูจน์ความจริง บัดนี้ยังไม่มีลำใดได้กลับมาเหยียบแผ่นดินไห่กังแม้แต่ลำเดียว!"

    "ข้าก็ได้ยินมาเช่นนั้น"พ่อค้าผ้าไหมคนหนึ่งสำทับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"ข้าเห็นกับตาว่าท่านเจ้าเมืองระดมยอดฝีมือระดับจินหรงไปจนถึงขั้นชี่ปอกลุ่มใหญ่ลงเรือหลวงลำใหญ่ออกไปสำรวจ...แต่นี่ก็ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว ยังไม่มีข่าวคราวใดๆ ส่งกลับมาเลยเมืองไห่กังที่เคยครึกครื้นบัดนี้กลับดูเหมือนมีเงามรณะปกคลุมอยู่ทุกชั่วหยาดหยดของน้ำทะเล"

    "ยังมีอีกเรื่องหนึ่งพวกเจ้าไม่สงสัยหรือไงว่าชายชราที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งตะวันตกนั่นน่ะ...เขาเป็นใครกันแน่?" สตรีชาวเมืองนางหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัยงในใจมานาน"เขามาสร้างที่พักอยู่ที่นั่นคนเดียวทั้งแต่เมื่อสามเดือนที่แล้ว เขามิเคยสุงสิงกับผู้ใดไม่เคยย่างเท้าออกมาจากที่พัก”

    "อย่าไปยุ่งกับเขาเชียวนะ!"ชายชราอีกคนเตือนขึ้น "เจ้าไม่รู้รึว่าเดือนที่แล้วท่านเจ้าเมืองฉีหลินพร้อมยอดฝีมือระดับชี่ปอหลายท่านเดินทางไปหาเขาถึงกระท่อม...ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น แต่พอกลับออกมาท่านเจ้าเมืองหน้าซีดเผือดแล้วสั่งประกาศทันทีว่า 'ห้ามผู้ใดรบกวนความสงบสุขของชายชราผู้นี้' แถมทุกๆ เดือนยังต้องส่งทหารนำเสบียงไปมอบให้ พวกทหารเหล่านั้นส่งกล่องเสบียงอยู่แค่หน้าทางเข้าทางเดินไปยังกระท่อมของเขาเท่านั้นแล้วก็จากไป"

    อวิ่นหนิงเจี่ย ที่นั่งเงียบฟังอยู่โต๊ะมุมมืดของร้านบะหมี่ริมน้ำพลางจิบน้ำชาอย่างแผ่วเบาดวงตาสีม่วงทองฉายประกายครุ่นคิดถึงสถานการณ์ที่ได้รับฟังเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เชื่อมโยงกันอย่างประหลาดระหว่างเกาะลึกลับกลางหมอกทึบและชายชราที่สันโดษผู้นี้

    ‘เกาะที่โผล่ขึ้นมากลางมหาสมุทร...และชายลึกลับที่แม้แต่ยอดฝีมือชี่ปอยังต้องเกรงใจ... ดูเหมือนเมืองไห่กังแห่งนี้จะไม่สงบเหมือนดังที่เห็น’ หนิงเจี่ยพึมพำในใจ

    เด็กหนุ่มพลันเหลือบมองไปทางทิศตะวันตกของหาดทรายที่ซึ่งกระท่อมปริศนาตั้งอยู่ 

    คล้ายกับเรื่องเทพวิวัฒน์แห่งเขาหลงเซี่ยง ที่คุณอ่าน

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292