รอสเพิล อาณาจักรทางตอนเหนือของจักรวรรดิเรสเวนยา เป็ดินแดนที่แคบและยาวเฉียงเอียงลงมาจากซ้ายไปขวาคล้ายเครื่องหมายทับกลับด้าน ชายแดน้าเป็หมู่บ้านเทือกเขามีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา หนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการป้องกันอันตรายจากผืนป่านอกจักรวรรดิ เหนือูเาขึ้นไปจะเป็แนวป่าชายแดนและกั้นจักรวรรดิด้วยกำแพงสูงที่ตกแต่งด้วยอาวุธแหลมคม หลังออกจากประตูกำแพงแหลมไป… ที่นั่นเต็มไปด้วยกลุ่มทหารกองโจร
ชายแดนด้านซ้ายพื้นที่ส่วนใหญ่เป็เนินเขาสูงชันกั้นทะเลนอร์เวสเจิน ซี ส่วนชายฝั่งดินแดนด้านขวาเป็ทะเลบัลเตีย และทิศใต้ติดกับอาณาจักรเพตริกอซ์ อีกหนึ่งอาณาจักรดินแดนเขตเหนือ
อันนิกา เหมฤทัยที่ 1 หลานสาวคนโตของราชินี เธอนั่งผัดหน้าทาปากชื่นชมความสวยงามของตนเองอยู่ภายในห้องพระสำอางฝั่งตะวันตก เอริกา ธารฤทัยที่ 1 ที่เพิ่งเดินเข้ามาภายในห้องนั้นทันเห็นได้ว่าบุตรสาวกำลังนั่งยิ้มกับกระจกเงามุมนั้นตามลำพัง เอริกาเผยรอยยิ้มกว้างพร้อมเดินเข้าไปประคองคบศีรษะของอันนิกาอย่างเบามือ ก่อนค่อย ๆ ยื่นหน้าลงเข้าไปใกล้ ๆ
“ลูกสาวของแม่งดงามบานสะพรั่งสมวัย ท่านชายออสการ์หลงรักเ้าทันทีที่ได้พบเห็นเป็แน่” เอริกามองหน้าบุตรสาวผ่านกระจกบานนั้น
อันนิกายิ้มตอบรับ “ท่านแม่คิดเช่นนั้นจริงหรือเพคะ”
“แน่แท้ เ้างามดั่งดอกแฮร์เบลที่ส่งกลิ่นหอมมีสีสวยเย้ายวนอยู่ทั่วอาณาจักร และกล้าหาญพอที่จะปกป้องชาวเมืองจากอันตราย จะมีบุรุษคนใดบ้างในจักรวรรดิที่ไม่พึงปรารถนา” ทั้งคู่หันมามองหน้าและยิ้มให้กัน
จะว่าไปหากแม่้าชมลูกไม่ใช่เื่ที่ผิดแปลกอันใดนัก ทว่า ประโยคอวยบุตรดังกล่าวชวนให้ เลียวา เหมฤทัยที่ 3 ผู้ถูกเมินมาั้แ่เมื่อกี้ซึ่งนั่งขัดปิ่นปักผมอยู่บนตั่งด้านหลังนั้นกลอกตาเบะปากจนฝีปากล่างเธอแทบจะหลุดออกจากหน้า อันนิกาเหลือบสายตามองเห็นสีหน้านั้นผ่านกระจก เอี้ยวตัวหันหน้ามาหาเ้าตัวทันที
“เลียวา เ้าทำแบบนี้กับข้าอีกแล้ว”
เลียวาทำลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ ยิ่งทำให้อันนิกาหมั่นไส้อยากดุเธอมากกว่าเดิม
“เ้ามันเด็กไม่รู้จักโต”
“...”
แม้พี่สาวและมารดาจะหันมาจ้องหน้าเธอนานเพียงใด เลียวาก็ยังคงไม่มีการโต้ตอบกลับ
“เลียวา ไยเ้าชอบกวนประสาทท่านพี่นัก” เอริกาพูดหวังให้เลียวาลดความเย่อหยิ่งนั้นลงมาบ้าง
เลียวามิสนใจนั่งขัดปิ่นต่ออีกสองสามรอบจนมันเงาวับ เธอใช้มือม้วนผมตัวเองขึ้นแล้วปักปิ่นลงไปอย่างถนัดมือ และหันหน้ามามองทั้งคู่ด้วยสายตาที่เย้ยหยันก่อนลุกเดินเข้าไปจับคางของอันนิกาเบา ๆ
“นี่น่ะหรือพี่สาวข้าที่งดงามดั่งดอกแฮร์เบล” เธอเงยขึ้นไปมองหน้าเอริกา “ท่านแม่เปรียบเทียบท่านพี่กับดอกไม้ที่พบได้ทั่วไปตามริมทางเสียนี่” เธอย้อนกลับมามองหน้าพี่สาวอีกครั้ง “ใยช่างดูเกลื่อนกลาด ไร้ราคา”
เอริกาถอนหายใจเอือมระอา อันนิการีบสะบัดหน้าเธอออกจากมือนั้น
“เ้าหยุดว่าท่านพี่ของเ้าได้แล้ว ถ้ายังไม่หุบปากร้าย ๆ นั่น แม่จะให้เ้าไปอยู่ในครัวทำอาหารทุกวัน ดีไหมเล่า”
“ถ้าท่านแม่ฝืนกินมันจนหมดทุกมื้อได้ ก็เชิญรับสั่งมาเลยเพคะ”
ทุกคนต่างเงียบ เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าปากร้าย ๆ นั่น ก็คือฝีมือการทำอาหารของเธอ อย่างไรก็ดี เลียวายังไม่อยากล้มเลิกที่จะแกล้งพี่สาว เธอใช้มือลูบปากของอันนิกาเพื่อเสกน้ำแข็งก้อนใหญ่ขึ้นในปากแล้วเดินหนีออกจากห้องไปด้วยฝีเท้าปกติเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น อันนิการู้สึกเย็นเฉียบพลันจนชาปาก เธอรีบอ้าปากกว้างคายก้อนน้ำแข็งเสกออกมา เอริกาแอบยิ้มกับภาพที่ค่อนข้างน่าอายนั้นเล็กน้อย
“อย่าให้ข้าต้องเอาคืนเ้าบ้างนะ ฮึ!” กว่าอันนิกาจะคายน้ำแข็งให้หลุดออกมาได้ เลียวาก็เดินออกจากห้องไปเสียแล้ว
เลียวาเดินออกมายังตรงโถงทางเดินพร้อมกับ ฟรานซ์ พิลลูเนตสัตว์เลี้ยงของเธอที่เพิ่งวิ่งตามหลังออกจากห้องพระสำอางมาติด ๆ เธอเห็น บยอน ฟอร์ส สกุณาฤดูหนาว กำลังเดินจ้ำอ้าวมาอย่างเร่งรีบ เขามุ่งหน้าตรงดิ่งไปทางห้องประชุมสภาดินแดนฤดูหนาว แม้ว่าบยอนจะเป็ท่านอาของบิดาเธอก็ตาม แต่เธอหาได้อยากทักทายอะไรเขาไม่ ต่างจากบยอนที่เมื่อหันมาเห็นหลานสาวเดินทอดน่องอยู่ตรงหน้า เขารีบเปลี่ยนทิศทางเดินเข้ามาหาเธอแทนทันที
“ท่านเหมฤทัยที่ 3 ท่านเห็นธารฤทัยที่ 1 หรือไม่”
“ยืนยิ้มอยู่ในห้องพระสำอาง”
“ช่วยไปตาม…”
“ท่านโปรดไปตามด้วยตนเอง ข้าเหนื่อย”
บยอนแทบจะหมดแรงยืน
“ได้โปรดเถอะขอรับ ข้ามีเื่ด่วนที่ต้องไปตามอีกหลายพระองค์”
เลียวาเมินไม่สนใจจนทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด
“มันเป็เื่สำคัญที่เกี่ยวกับท่านด้วยซ้ำ”
เลียวาตาโตสงสัยทันที “เื่อะไรหรือท่านปู่” เธอหลุดเรียกความเป็ครอบครัวออกมา
บยอนเมื่อคิดขึ้นได้ ก็รู้สึกหงุดหงิดตัวเองเช่นกันที่เผลอพลั้งปากออกไป แต่ก็ถือว่ายังโชคดีที่ เลนนาร์ท เหมฤทัยที่ 4 หลานชายคนเล็กของเขาเข้ามาขัดจังหวะพอดี
“ท่านปู่ ท่านพี่เลียวา” เลนนาร์ทรีบวิ่งพุ่งมาหาเป้าหมายทั้งสอง
“ท่านปู่ ข้าไม่เห็นท่านหลายวัน ท่านไปที่ใดมา” เลนนาร์ทวิ่งเข้าโผกอดบยอน แม้ว่าบยอนจะชอบใจ แต่ก็ต้องผละตัวเขาออก
“ท่านเหมฤทัยที่ 4 ท่านจะเรียกข้าว่าท่านปู่ในที่แจ้งไม่ได้นะขอรับ ท่านเป็ถึงหลานของราชินี”
เลนนาร์ทเอามือสองข้างปิดปากตัวเองแน่น
“นี่ไง เ้ามาพอดี ไปบอกท่านแม่ซิ ว่าท่านสกุณาจะเรียกประชุมเื่ของข้า” เลียวาสบโอกาส รีบใช้งานน้องชายของเธอทันที
“เื่อะไรหรือ ท่านพี่” ดวงตากลมโตใสซื่อคู่นั้นเงยหน้าขึ้นมามองพี่สาวอย่างฉงนใจ
“หารู้ไม่ เ้ามาสอดก่อนพอดี” เธอถูหัวน้องชายแรง ๆ จนผมเขายุ่งเหยิงแล้วอุ้มฟรานซ์เดินจากออกไป ปล่อยให้เลนนาร์ทยืนงงอยู่ตรงนั้น
“ได้โปรดท่านไปเชิญพระมารดามาให้ข้าที ข้ามีเื่ต้องแจ้งด่วน” บยอนพูดกับหลานของเขาอย่างใจเย็น
เลนนาร์ทพยักหน้าแล้วรีบวิ่งออกไปสุดแรงเกิดของเด็กวัย 10 ขวบ จากนั้นตัวบยอนเองเร่งฝีเท้าเดินหน้าไปยังที่อื่นต่อเพื่อตามคนให้ครบองค์ประชุม
จารึกหอสมุดผู้เปิดภิภพ
กำแพงแหลม กำแพงน้ำแข็งสูงเสียดฟ้าที่กั้นระหว่างรอสเพิลกับป่าหมีหนาว มิได้มีไว้เพียงเพื่อป้องกันทหารกองโจร ทว่ายังเป็เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างอารยธรรม และ ความป่าเถื่อน ผู้ใดที่ก้าวออกพ้นกำแพงนี้ไป จะถือว่าสิ้นสุดความคุ้มครองจากกฎหมายของจักรวรรดิทันที