‘ความลับภายในใจข้า เป็เื่ของข้า ต่อให้ท่านจะหักขาหักคอข้า มันก็จะตายไปกับข้า’
เจียลี่ทำให้ท่านอาหัวเสียไม่น้อย เมื่อนางไม่ยอมตอบคำถามของเขา ซึ่งเขาอาจรู้แก่ใจดีเพียงอยากได้ยินจากปากนาง เพื่อให้แน่ใจเท่านั้น หากว่านางยอมรับมันออกมา
นางเป็ผู้เดียวที่เรียกเขาท่านอา นับั้แ่เลิกรากับลี่จิ่น ท่านอาหญิงของนาง แม้แต่คนที่บ้านนางยังคงเรียกเขาลูกเขย มารดาของนางก็เรียกเขาน้องเขย
หวังเฟยไม่กล้าต่อว่านาง เพียงส่ายหน้าถอนหายใจด้วยกิริยาไม่พอใจ
แต่เล็กจนโตนางเคยหยิ่งทระนงตนเสียที่ไหน ใครสั่งให้นางทำอะไรนางก็ทำ นางยอมเป็เบี้ยล่างให้อาหญิงและลูกหลานคนอื่น ๆ ในสกุลเยี่ย เคยเป็ผู้ถูกรังแกมาโดยตลอด ไยอยู่มาวันหนึ่งนางกลับไม่ยอมโอนอ่อน
“ขอบใจสำหรับน้ำใจของเ้า อาหารทุกมื้อของเ้าทำให้ร่างกายข้าดีขึ้นมาก”
ท่านอาเดินมาถึงรถม้า เงยหน้าขึ้นมองท้องนภามืดมิด ไม่ยอมให้นางกลับเสียที
“ข้าเต็มใจรับใช้ท่านอาเ้าค่ะ”
“ข้ารู้ว่าเ้าเต็มใจ... มากทีเดียว ต่อให้เ้าจะไม่ได้รับคำสั่งจากใคร เ้าก็จะมา” พูดจบ เขาลอบมองบ่าวรับใช้ชายด้วยท่าทางไม่ไว้วางใจ แม้พวกเขาจะทำงานสกุลเยี่ยมานาน พวกเขาล้วนเห็นเจียลี่ั้แ่ยังเป็เด็กห้าขวบด้วยซ้ำไป
หวังเฟยมีความคิดว่าบ่าวทั้งสามอยู่ในวัยฉกรรจ์ เป็ท่านอาของนางได้ บัดนี้นางเติบใหญ่ นับวันยิ่งสวยสะพรั่ง ใบหน้าอ่อนหวานของนางต้องตาหนุ่ม ๆ ในตลาด เขาได้ยินจากมิตรสหายมาว่าในเมืองแทบไม่มีใครไม่รู้จักนาง ทั้งยิ้มหวาน พูดจาฉะฉาน ขายของเก่ง รู้จักกล่าวชมลูกค้า ไม่ว่าใครเข้าไปเหยียบร้านสกุลเยี่ย เป็ต้องถือห่อผ้าออกมาทุกราย
“วันนี้ข้าจะไปส่งเ้า”
“ข้ากลับเองได้ท่านอา ท่านไม่ต้องเป็กังวล ข้านั่งรถม้าผ่านทางนี้ทุกวัน”
“เ้าเพียงไม่รู้ ที่ใดก็อันตราย”
บ้านเมืองขาดความมั่นคงและสงบสุข ประชาชนมองชีวิตตนเป็ตายเท่ากัน ตื่นนอนมาทำงานหามรุ่งหามค่ำ หาได้มีทางเลือกมากนัก ในยามวิกาลพวกเขารีบกลับบ้านของตน ปิดประตูลงกลอนแ่า เป็ไปได้ว่าอาจมีคนหนึ่งคอยเฝ้าเวรยาม สำหรับครอบครัวที่มีฐานะทางการเงินอย่างสกุลเยี่ยเป็พ่อค้ามั่งมี มีบ่าวบริวารคอยรับใช้ คอยเป็หูเป็ตาลูกหลานในบ้าน
ท่านอาก้าวขึ้นรถม้า ยื่นมือช่วยเหลือนางผู้ยอมรับน้ำใจของเขา บอกให้บ่าวนำทางไปสกุลเยี่ย แก้มขาวนวลแดงระเรื่อ เมื่อเผลอััฝ่ามือหนาหยาบของบุรุษผู้ทำงานหนักในโรงถลุงแร่
“เื่อาหารวันพรุ่งนี้ เ้าจะรับค่าจ้างเป็เงิน... หรือเป็น้ำใจจากข้า?”
“ข้ารู้สึกเกรงใจท่านจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ข้าไม่อยากรับเงินจากท่าน ผู้คนจะว่าเอาได้ว่าข้าขี้งก รับเงินจากท่านยายไม่พอ ยังมารับจ้างส่งอาหารบ้านท่านอา”
“แปลว่าเ้ายินดีรับน้ำใจจากข้า”
“อะไรหรือเ้าคะ?” ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยคำถามอีกตามเคย ท่านอามิได้เมามายสุรา เขาหัวเราะเยาะนาง เปลี่ยนหัวข้อเจรจาเื่การมาพบเขาในคราวหน้า การเดินทางกลับบ้านของนาง ขอไม่ให้เกินตะวันตกดิน หากว่าเขาไม่ว่างไปส่งนาง ให้มีบ่าวรับใช้ของบ้านเขาตามไปกับนางด้วยทุกครั้ง
เจียลี่ไม่เข้าใจอารมณ์แปรปรวนของท่านอาเขย หลายเดือนก่อนเขาสนใจไยดีนางเสียเมื่อไร ตอนนี้เขาเฝ้าตามติดนาง เอาใจนางราวกับว่าเป็คนละคน
นางพบท่านอาเข้ามาพูดคุยกับท่านอาหญิงยามอู่ [1] ท่านอาหญิงเพิ่งกลับมาจากแคว้นวุ่ย คุยโม้โอ้อวดเื่งานตบแต่งกับคุณชายผู้กำลังจะได้เป็ผู้ครองแคว้นคนต่อไป นางอาจย้ายไปเข้าวังของคุณชายผู้ดีมีสกุล ยศถาบรรดาศักดิ์ใหญ่โต ท่านอากลับมีท่าทีเฉยเมย แสดงความยินดีกับนางด้วย แล้วเดินจากไปอย่างไม่แยแส
มาเหยียบบ้านสกุลเยี่ยครานี้ หวังเฟยหาใช่ชายขี้เมาพร่ำเพ้อเื่ความรัก ความชิงชังระหว่างตัวเขาและลี่จิ่น
ทว่าการแก้แค้นของท่านอาหญิงก็ทำให้เจียลี่เสียหน้าไม่น้อย เื่อาหารซึ่งไม่เคยทำ แทนที่ท่านอาหญิงจะรู้สึกผิดเื่การอวดอ้างผลงานผู้อื่น เป็เจียลี่เสียเองไม่กล้าสู้หน้าท่านอา ไม่กล้าเอ่ยความลับภายในใจนาง
หวังเฟยไม่กล่าวถึงเื่ความรู้สึกของสตรี แม้รู้ดีอยู่แก่ใจ ซ้ำยังมาขอพบนาง
ร่างสูงสง่าในชุดสีฟ้าครามอย่างผู้มีฐานะ เข้าไปพูดคุยกับผู้าุโในบ้านสกุลเยี่ยด้วยตนเอง ยังอุตส่าห์ถนอมน้ำใจว่าไม่้าห่อผ้าให้เป็การสิ้นเปลือง เขาไม่ชอบเป็ผู้รับส่วยมากจนเกินงาม อาจไม่เป็ที่พอใจของผู้ใหญ่ เป็การเกินหน้าเกินตา ในเมื่อเขาได้เลิกรากับบุตรสาวบ้านนี้แล้ว
ผู้ชรากำลังนั่งกินอาหาร มีสีหน้าหนักใจไปตามกัน เมื่ออดีตเขยเดินออกจากเรือนไปหยุดยืนใต้ต้นไผ่ เจียลี่และมารดาตามออกมาพบหน้าที่พักอาศัย
บ้านพักในเมืองเริ่มมุงหลังคาด้วยกระเบื้อง เหล่าพ่อค้าร่ำรวยมักมีฐานะหน้าตาในสังคม บ้านของสกุลเยี่ยก็เช่นกัน แลดูใหญ่โตร่มรื่นราวจวนขุนนาง มุมพักผ่อนประดับด้วยน้ำตกหิน บ่อปลา ต้นไผ่ต้นส้มแม้กระทั่งต้นท้อล้วนออกผลงอกงาม
จินเยว่หวังเอาใจอดีตเขยของบ้าน เมื่อเขาไม่ยอมรับห่อผ้าจากบ้านนี้อีก นางได้สุรารสชาติดีมาไหหนึ่งเมื่อเช้านี้
“น้องเขย เป็อย่างไงบ้าง?” เสียงหวานเรียก ในมือของนางมีสุราที่เตรียมเอาไว้ให้เขา หวังเฟยหันไปปรามนางด้วยน้ำเสียงดุดัน
“ข้าไม่ใช่น้องเขยเ้า อย่าได้เรียกข้าเช่นนั้นอีก ผู้คนจะเข้าใจผิดข้า แถมไม่ดีกับครอบครัวเ้า นางกำลังจะตบแต่งกับคุณชายอะไรนั่นมิใช่หรือ?”
“ท่านกำลังโกรธเคืองข้า?”
“ไม่เลย”
จินเยว่รู้สึกหดหู่หัวใจ ถึงนางจะรักน้องสาวเท่าไร ด้วยเหตุว่านางเป็ผู้แนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน ผ่านคนใหญ่โตเป็ลูกค้าประจำของสกุลเยี่ย ทั้งสองดูใจกันหลายปีกว่าจะตกลงปลงใจ ปรองดองเป็ครอบครัวในปีสุดท้าย
[1] ยามอู่ (午:wǔ) คือ 11.00 - 12.59 น.