ตอนที่ 29
อักขระกลืนวิญญาณ
หลิงเฉินได้หยิบมุกสีขาวที่มีขนาดเท่ากับไข่ไก่ขึ้นมา มุกอันนี้มิได้เป็นมุกที่พิเศษอันใดหลิงเฉินซื้อมันมาจากร้านขายเครื่องประดับภายในเมืองหลวงก่อนที่จะเดินทางมาที่เมืองชิงลู่แห่งนี้
อักขระกลืนวิญญาณ คืออักขระระดับพิเศษที่จะเปลี่ยนระดับไปตามระดับพลังวิญญาณของผู้ที่ขีดเขียนอักขระ ตอนนี้ระดับของอักขระที่หลิงเฉินสามารถวาดได้สูงสุดคือสีฟ้า นั้นแสดงว่า อักขระกลืนวิญญาณเองก็จะนับเป็นอักขระระดับสีฟ้าเช่นเดียวกัน
ความสามารถของอักขระกลืนวิญญาณคือการที่สามารถดูดพลังวิญญาณของสัตว์อสูรวิญญาณและพืชวิญญาณย้ายเข้าไปที่ของสิ่งใดสักสิ่งได้ มันเป็นอักขระที่มิใช่ว่าผู้ใดจะวาดได้ อักขระชนิดนี้มันมีหลายอย่างที่ซับซ้อนมากกว่าอักขระปกติ
ผู้ฝึกยุทธส่วนใหญ่จะนำแก่นพลังวิญญาณของพวกสัตว์อสูรวิญญาณออกมาแล้วค่อยทำการดูดซับพลังวิญญาณจากแก่นพลังวิญญาณของสัตว์อสูรวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณให้กับร่างกายของตนเอง
แต่สิ่งที่ อักขระกลืนวิญญาณ สามารถถ่ายโอนพลังวิญญาณของสัตว์อสูรวิญญาณเข้าไปวัตถุใดสักวัตถุเพื่อเก็บเอาไว้ดูดซับเพื่อเพิ่มพลังวิญญาณของตนเอง
การที่ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ต้องการดูดซับพลังวิญญาณจากแก่นพลังวิญญาณของพวกสัตว์อสูรวิญญาณเพราะว่า สัตว์วิญญาณแต่ละตัวจะมีทักษะเฉพาะตัวของมัน เมื่อผู้ฝึกตนสามารถดูดซับพลังวิญญาณของอสูรวิญญาณได้แล้วพวกเขาจะได้รับทักษะและพลังวิญญาณของสัตว์อสูรวิญญาณตัวนั้นๆ
นี่ก็เป็นอีกประโยชน์หนึ่งของ อักขระกลืนวิญญาณ บางครั้งหลิงเฉินก็นำพลังของแก่นพลังวิญญาณของสัตว์อสูรวิญญาณสลักเข้าไปภายในอาวุธทำให้อาวุธชิ้นนั้นกลายเป็นอาวุธที่สามารถใช้ทักษะของสัตว์อสูรวิญญาณได้ โดยผู้คนภายในยุคนั้นจะเรียกมันว่า อาวุธวิญญาณ
หลิงเฉินได้นำมุกสีขาวนวลที่มือขวานำไปถือเอาไว้ที่มือซ้ายก่อนที่จะใช้นิ้วมือขวาขีดเขียนอักขระที่ซับซ้อนขึ้นมาบนอากาศ
อักขระที่มีลวดลายซับซ้อนถูกวาดขึ้นมาบนอากาศมันเป็นลวดลายที่ซับซ้อนมากกว่าอักขระทั่วไป มิแปลกเลยที่จะกล่าวว่ามิใช่ว่าผู้ใดจะวาดอักขระชนิดนี้ได้ เพราะว่ามันมีความซับซ้อนมากขนาดผู้ที่เป็นจักรพรรดิอักขระเช่นหลิงเฉินยังใช้เวลาวาดมันอยู่นานกว่าจะสามารถวาดมันจนเสร็จสมบูรณ์ได้
อักขระสีฟ้าเปล่งประกายอยู่ด้านหน้าของหลิงเฉิน เด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬได้ยื่นมุกสีขาวนวลของตนเองไปด้านหน้า ลวดลายอักขระตรงหน้าของหลิงเฉินเริ่มเปล่งประกายสว่างขึ้นกว่าตอนแรก อักขระพวกนั้นได้เริ่มดูดซับพลังวิญญาณออกมาจากร่างของอสรพิษสามหางที่กำลังนอนตายอยู่ด้านหน้า
พลังวิญญาณจำนวนมหาศาลได้ถูกดูดเข้ามาใส่อักขระสีฟ้าจนหมด อักขระสีฟ้าพวกนั้นเริ่มประสานเข้ากับมุกสีขาวนวลบนฝ่ามือของหลิงเฉิน
มุกสีขาวเปล่งประกายแสงสีฟ้าก่อนที่จะมันสงบลงในเวลาต่อมา มุกสีขาวมันแผ่ออร่าพลังวิญญาณออกมาจากตัวของมัน บัดนี้มุกชนิดนี้ได้กลายเป็นมุกที่มีพลังวิญญาณของอสรพิษสามหางสถิตอยู่ไปแล้ว
เมื่อทำมันสำเร็จหลิงเฉินก็ยกยิ้มที่มุมปากของตนเองแล้วเก็บมุกสีขาวในมือเข้าไปภายในอาภรณ์สีดำของตน
“ เรียบร้อยแล้วรีบกลับไปทำให้เสร็จดีกว่า ”
หลิงเฉินได้เดินทางกลับไปที่เมืองชิงลู่และรีบนำต้นหญ้างูสามหางไปช่วยมารดาของท่านหวังเซียน โดยการนำหญ้าชนิดนี้ไปปรุงยามันก็ไม่ได้ยากเกินความรู้ที่หลิงเฉินมี
โดยการนำหญ้างูสามหางไปผสมเข้ากับน้ำและน้ำผึ้งมันก็ได้ยารักษาพิษของหนอนพันปีแล้ว โดยต้องกินติดต่อกันสามวันแล้วพิษก็จะหายไปเอง
เมื่อหวังเซียนนำยาพวกนั้นให้มารดาของตนเองกิน เพียงสามวันอาการของมารดาของเขาก็ดีขึ้นทันตาเห็น เพราะว่าหวังเซียนเป็นคนที่มีผู้รู้จักมักคุ้นมากมาย เรื่องที่มารดาของเขาล้มป่วยอยู่แล้วมิมีทางรักษานั้นทุกคนภายในเมืองชิงลู่แห่งนี้ก็รู้ดี เมื่อท่านป้าหวังหายจากการล้มป่วยทุกคนภายในเมืองก็ตื่นตระหนก
มีคนมากมายมาถามเรื่องนี้กับหวังเซียนแต่เขาก็ตอบกลับไปโดยให้ความว่าเขาได้เชิญท่านหมอเทวดาผู้หนึ่งมารักษา เพียงข้ามคืนที่หวังเซียนหลุดปากไปเช่นนั้นข่าวเรื่องหมอเทวดาก็กระจายไปทั่วเมือง
แต่หลิงเฉินไม่ได้ตื่นตระหนกอันใดเพราะว่าเขากำชับเรื่องนี้กับท่านหวังเซียนเอาไว้แล้วว่าห้ามบอกเรื่องเขากับผู้ใด
เมื่อท่านป้าหวังอาการดีขึ้นแล้วหวังเซียนก็พาหลิงเฉินไปเลือกดูที่ดิน แถมเขาบอกว่าเขาจะไม่เก็บเงินค่านายหน้ากับหลิงเฉินและยังใช้ต่อราคาเรื่องค่าก่อสร้างอีก
หลิงเฉินเดินเลือกดูที่ดินอยู่หลายสิบแปลงแต่เขาก็ไม่ถูกใจพวกมันเลยสักนิด เพราะว่าที่ส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่มีชาวเมืองอาศัยอยู่ทั้งนั้นและมันยังใกล้เมืองชิงลู่อีกด้วย เมื่อเดินชมที่ดินมาถึงครึ่งวันหลิงเฉินก็ได้พบเข้ากับที่แปลงหนึ่ง
ที่ดินแปลงนี้มันคือที่ดินที่อยู่ภายในป่าลึกบริเวณนี้เงียบสงัดไม่มีแม้แต่ผู้คน โดยที่หลิงเฉินถูกใจที่ดินแปลงนี้ก็เพราะว่าที่ดินเต็มไปด้วยต้นไม้มากมายแต่ตรงใจกลางของที่ดินนั้นมีสระน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่
“ ข้าเอาที่แปลงนี้แหละ ” หลิงเฉินได้หันไปพูดกับท่านหวังเซียนที่ยืนอยู่ข้างๆ หลังจากที่เดินชมที่ดินแปลงนี้มาสักพัก
“ ที่แปลงนี้เท่าไหร่หรือขอรับท่านหวังเซียน ” หลิงเฉินหันไปถามถึงราคา
“ ที่ดินแปลงนี้เจ้าของที่เขาปล่อยขายอยู่ด้วยราคาที่ถูกนัก ราคาเพียง 700 ตำลึงขอรับ ”
“ ถูกเพียงนั้นเลยงั้นหรือขอรับ ”
เขาไม่คิดว่าที่ดินแปลงนี้จะถูกขนาดนี้เพราะว่าเนื้อที่นั้นก็กว้างขวางเอามากๆ มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ใจกลางที่ดินและเหตุใดถึงปล่อยขายในราคาถูกเช่นนี้
“ มีเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องบอกกับนายน้อยหลิงเอาไว้ก่อนนะขอรับ ” หวังเซียนกล่าวด้วยใบหน้ากังวล
จบตอน