สองยายหลานตั้งท่าต่อสู้ในทันทีเวลานี้ตรีศูลและกระบี่วารีสวรรค์ปรากฏบนมือของพวกเขาทั้งสอง พร้อมปล่อยลมปราณออกมาเพื่อต่อต้านแรงกดดันของจีเหยาที่มันมากมายเหลือเกิน
"เช่นนั้นข้าเริ่มก่อน ย่างเก้าราตรี"จีเหยาก้าวออกเพียงหนึ่งก้าวร่างกายของนางกลายเป็นเงาและสลายหายไปต่อหน้าต่อและแล้วมาโผล่อีกทีหน้าของเฟยหรงมืออันเรียวงามกำลงเหลือเพียงนิ้วเดียวฟาดไปที่ชายหนุ่มอย่างจัง
'เร็วมาก!!'เฟยหรงอุทานขึ้นมาในใจ ต้องยอมรับจริงๆว่าตัวเขานั้นไม่สามารถหลบทักษะความเร็วสูงเช่นนี้ของนางได้ดังนั้นจึงต้องยกมือที่ปกคลุมไปด้วยเกล้ดขึ้นมากันการโจมตีของจีเหยาจนต้องกระเด็นไปชนกับอุกาบาตใกล้ๆ
"เปรี้ยง!"
"ตูม!!"
"ท่านพ่อ!!"เฟิงหยุนเยว่และปิงลี่อินอุทานออกมาด้วยความตกใจเพียงแค่เสี้ยวพริบตาเท่านั้นนางไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ พอรู้ตัวพ่อของพวกนางก็กระเด็นออกไปไกลแล้ว
"ไม่เป็นไร ท่านพ่อของพวกเจ้าพิเศษจะตาย"ปิงเหยาและเฟิงเสวียเดินมาปลอบใจบุตรสาวทั้งสอง
"เห้อ น้องสามเอาจริงไปหน่อยหรือเปล่าย่างเก้าแห่งราตรีนั้นเป็นทักษะลอบสังหารของนางแต่กลับเอามาใช้กับเด็กเนี้ยนะ"หยุนจินกล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย พอเป็นเรื่องการต่อสู้จีเหยามักไม่อ่อนข้อให้กับใคร การที่จะเอาจริงไม่นับว่าแปลก
"แต่ข้ากลับพบสิ่งที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น"เป่ยฮ่าวหลานกล่าวและยกยิ้มภายใต้ฝุ่นละอองบริเวณอุกาบาต เฟยหรงลอยขึ้นมาพร้อมกับเนื้อผ้าที่ฉีกขาดจนเห็นร่างกายที่เต็มไปด้วยชุกเกาะหลากหลายสีสันต์ อาการบาดเจ็บที่เห็นได้นั้นมีเพียงแค่เกาะข้อมือที่แตกไปเพราะโดนนิ้วของจีเหยาฟาดใส่อย่างจังก็เท่านั้น การกระทำเหล่านี้แม้จะดูเหมือนว่ามันจะยาวนานแต่ความจริงแล้วสั้นเพียงไม่กี่ลมหายใจ
เป่ยอวิ้นเอ๋อเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจนางก็ฟาดตรีศูลไปที่อีกฝ่ายในทันใด แสงเทพสมุทรเปร่งประกายพุ่งเข้าใส่จีเหยาจนต้องถอยล่นไปสองสามเก้า
"พลิกสมุทร!!"มือข้างหนึ่งของเป่ยอวิ้นเอ่อควงตรีศูลอย่างชำนาญและชี้ไปทางจีเหยา ลมปราณเทพสมุทรสีฟ้ากลับกายเป็นวาฬขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่จีเหยาอย่างจัง
"มีพลังแต่เชื่องช้า!"จีเหยาเอ่ยขึ้นมา ย่างก้าวแห่งราตรีของนางถูกเรียกใช้และหายไปจนการโจมตีของเป่ยอวิ้นเอ๋อพลาดเป้าในทันที เพียงเสี้ยววินาทีนางก็มาโผล่ด้านของหลังเป่ยอวิ้นเอ๋อในที่สุดและเตรียมตัวจะฟาดฝ่ามือของนางใส่อีกฝ่ายในทันที
"ฟุ๊บ"
"กระบี่ลมปราณ"
"ฟิ้ว!"
ในขณะที่ฝ่ามือกำลังจะถูกฟาดไปที่ต้นคอของเป่ยอวิ้นเอ๋อนั้นกระบี่ลมปราณสีแดงฉานที่แฝงไว้ด้วยอำนาจแห่งการทำลายล้างถูกเรียกใช้และขัดขวางจนทำให้นางต้องหยุดมือก่อนที่จะหันมองไปทางเฟยหรงอย่างไม่ค่อยพอใจ แต่ทว่าเมื่อมองไปดวงตาของนางก็สั่นระรัวในทันทีเวลานี้เฟยหรงอยู่ในชุดเกาะที่ดูงดงาม
"กายมังกรระดับสูง ดูเหมือนจะประเมิณเจ้าต่ำไป!!"หญิงงามหายไปอีกครั้งในทันใด เฟยหรงยกยิ้มมุมปาและกระทืบเท้าลงไปที่ห้วงอากาศเพื่อกางเขตแดนของตนเอง เพียงเขานี้ตราบใดที่อีกฝ่ายอยู่ในเขตแดนเฟยหรงก็สามารถเห็นได้ทันทีอีกทั้งพลังปราณของนางก็จะลดและมาเพิ่มให้กับเฟยหรงเรื่อยๆอีกต่างหาก
"โอ้ เกิดความคาดหมาย ดุเหมือนน้องสามจะลำบากแล้ว ฮ่าๆๆ"เป่ยฮ่าวหลานกล่าวอย่างขยขัน หยุนจินเองก็ดุเหมือนจะมีท่าทีสะใจเล็กๆเช่นกันไม่รู้ว่าในอดีตจีเหยาผู้นี้เคยทำอะไรให้กับพี่ชายทั้งสองคนนี้กันแน่
'เด็กคนนี้ถึงกับมีเขตแดน พรสวรรค์น่าสะพรึงจริงๆ'จีเหยาอดไม่ได้ที่จะกล่าวในใจ ย่างกายแห่งราตรีของนางเข้าไปใกล้ชายหนุ่มแต่ครานี้นางไม่ได้ใช้เพียงแค่นิ้วเดียวอีกต่อไปแต่ใช้ออกด้วยลมปราณกระบี่สีดำฟาดใส่เฟยหรงอย่างรวดเร็ว
"เปรี้ยง!"
"คิดไม่ถึงว่าท่านจะเป็นมือกระบี่ แถมยังอยู่ระดับแก่นแท้"เฟยหรงกล่าวขึ้นมาเช่นนั้นขณะที่กระบี่ลมปราณของเขาและนางปะทะกัน จีเหยาถึงกับคิ้วกระตุกในทันที คำพูดเช่นนี้สมควรเป็นนางที่พูดไม่ใช่หรือ ยิ่งคิดในใจนางก็ยิ่งโมโหเด็กคนนี้พูดเหมือนนางเป็นเด็กอายุไม่ถึงร้อยปีอย่างไรอย่างนั้น
"แสงเทพสมุทร!"เป่ยอวิ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายชะงักงันนางก็ใช้แสงแห่งเทพสมุทรเพื่อลดทอนพลังของอีกฝ่ายในทันใด เฟยหรงยกยิ้มก่อนที่กระบี่ลมปราณของเขาจะปรากฏขึ้นมาอีกนับสิบเล่มและพุ่งเข้าใส่จนนางต้องปลีกตัวออกไปและปัดป้องกระลมปราณของเฟยหรงทั้งหมด ในเวลานี้ด้วยพลังที่มีอยู่จำกัดและต้องมาสู้กับเฟยหรงที่เป็นฝ่ายโจมตีและยังมีเป่ยอวิ้นเอ๋อคอยช่วยเหลือหลานชายนับว่าตึงมือของนางมากเลยทีเดียว
"หืม พวกเจ้าเก่งกาจมากเลยทีเดียวแต่ลองทักษะนี้ของข้าไปหน่อยเป็นไง"
"ราตรีนิรันทร์"ม่านพลังสีดำถูกจีเหยากางออกมา ในขณะเดียวกันทักษะเขตแดนของเฟยหรงกลับถูกหักล้างและหายไป พร้อมกับดวงตาที่ค่อยๆมืดลง นี่คือทักษะเขตแดนที่บดบังการมองเห็นของอีกฝ่ายทั้งยังแฝงไปด้วยลมปราณความมืดที่สุดแสนจะลึกล้ำเหนือคำบรรยาย เฟยหรงไม่สามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของอีกฝ่ายได้อีกต่อไปแม้จะใช้สัมผัสและการได้ยินก็ตาม แต่กลับยังสัมผัสได้ถึงยายของตนได้อย่างชัดเจน
"นี่มันทักษะบ้าอะไรเนี้ย"
"อ๊ะ!!"
เฟยหรงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา และไม่ลังเลที่จะพุ่งไปหาเป่ยอวิ้นเอ๋อและจับนางโยนกลับไปทางทิศทางที่ครอบครัวของเขาอยู่เพื่อไม่ให้ท่านยายของเขาต้องได้รับบาดเจ็บจากการทดสอบนี้
"ฟุ๊บ!"
"เจ้าหลานงงี้เหงาหากจบเรื่องนี้ข้าจะตีให้ตายเลยคอยดู"เป่ยอวิ้นเอ๋อกล่าวอย่างไม่พอใจ เจ้าเด้กเอาแต่ใจคนนี้คิดจะรับมือเทพธิดาแห่งราตรีเพียงคนเดียวงั้นหรือ ขนาดสองคนยังแทบจะสู้ไม่ได้แล้วคนเดียวจะไหวได้อย่างไร
เฟยหรงหันไปและยกยิ้มเจื่อนๆเกาะเทพมังกรของเขาถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาจากทางไหน ยังดีที่มันไม่ได้รุนแรงจนเกินไปไม่เช่นนั้นมีหวังได้รับปาดเจ็บเป็นแน่
"ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษมันก็ดี แต่นั่นอาจจะทำให้เจ้าตายเอาง่ายๆเลยนะ"เสียงของหญิงสาวดังอยู่ทั่วทิศทาง เฟยหรงยกยิ้มราวกับผู้ชนะก่อนจะหันไปที่จุดหนึ่งของเขตแดนราตรีนิรันทร์พร้อมกับมงกุฏสีทองที่ประดับอยู่บนศรีษะ
"เรื่องนั้นก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะท่านเทพธิดา"เฟยหรงกล่าวออกมาอย่างขี้เล่น เจ้าภูติแห่งแสงตัวน้อยปรากฏขึ้นมาและมานั่งอยู่ที่ไหล่ของเฟยหรง
"ภูติน้อย แสงเทพสวรรค์ไร้สิ้นสุด"ภูติแห่งแสงตัวน้อยเมื่อได้ยินคำสั่งของผุ้เป็นนาย นางก็ทำท่าเป่าลมออกจากปากเบาๆดูน่ารักเอามากๆแต่ทว่าพลังที่ออกมานั้นทำให้ทุกคนพลันตื่นตระหนกไม่เว้นแม้แต่เป่ยฮ่าวหลานและหยุนจิน ยิ่งไม่ต้องคิดถึงจีเหยาเลยนางนั้นตื่นตะลึงกว่าใครเพื่อนเนื่องจากเพียงแค่ภูติตัวน้อยเป่าเบาๆเท่านั้นเขตแดนของนางก็ถูกแสงบดบังและค่อยๆสลายหายไป
"นะ นั่นมันบัลลังก์ราชันใช่หรือไม่!"เป่ยฮ่าวหลานมองไปที่เฟยหรงราวกับเห็นสมบัติล้ำค่าในทันที ลูกหลานของเขาคนนี้เป็นถึงผู้ถือครองบัลลังก์อีกทั้งยังเป็นบัลลังก์แห่งแสงอีกต่างหากแล้วจะไม่ให้เขาตกตะลึงได้อย่างไร
ทางฝั่งครอบครัวของเฟยหรงเมื่อเห็นว่าบรรพชนของตัวเองตกตะลึงเพียงเพราะบัลลังก์ราชันของเฟยหรงก็หัวเราะคิกคักกันเบาๆหากพวกเขารู้ว่าตอนนี้ขุมกำลังทะเลดวงดาวมีผู้ถือครองบัลลังก์ครบทุกชิ้นไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าอย่างไรกัน ยิ่งจินตนาการพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา