ตอนที่ 39
เริ่มตั้งตัว (5)
ชายผู้นั้นหันมาด้วยใบหน้าของมันที่เต็มไปด้วยความแดงก่ำเพราะความโกรธที่อัดแน่นอยู่ภายในจิตใจ ตอนนี้โดนเด็กน้อยผู้นี้แย่งชิงทาสที่มันต้องการไปต่อหน้าต่อตา
“ ยัยหนู!!! ส่งหนังสือสัญญานั่นมาให้ข้า ” คนผู้นั้นเร่งเสียงขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทางคุกคามจูเฟยจนออกนอกหน้า
มันย่างกายเข้ามาพร้อมกับพยายามจะแย่งชิงหนังสือสัญญาที่อยู่ภายในมือของจูเฟย
เด็กน้อยรีบเดินถอยหลังไปอย่างรวดเร็วและรีบพูดออกมาในทันที “ เอ๋!!!! ท่านจะทำอันใดน่ะเจ้าคะ ”
จูเฟยย่างกายถอยไปเรื่อยๆในขณะที่อีกฝ่ายนั้นกำลังลุกไล่เข้ามา ในขณะนั้นเองเด็กหญิงผู้นั้นที่จูเฟยเพิ่งซื้อขายนางมาจากเถ้าแก่ร้านทาสก็ได้วิ่งเข้ามาแล้วปกป้องร่างของจูเฟยเอาไว้ ตัวของนางนำร่างของนางมาขวางหน้าของจูเฟยเอาไว้ การกระทำนั้นทำให้ตัวของเด็กน้อยรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
แต่ในขณะที่ชายผู้นั้นกำลังลุกไล่เข้ามาอยู่นั้นเองผู้เป็นอาจารย์ของจูเฟยก็ได้ส่งเสียงขึ้นมา “ หยุดซะ!! ”
เท้าทั้งสองของมันที่กำลังลุกไล่เข้ามาใกล้ๆร่างของเด็กทั้งสองได้หยุดลงแล้วปรายสายตากลับไปมองที่ชายชราที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬที่ยืนอยู่ห่างประมาณนึง
หยางซานทำหน้าตาเคร่งขรึมพร้อมกับส่งสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของตัวเองไปหาอีกฝ่าย การกระทำของเขามันทำให้ชายผู้นั้นผงะตกใจไปเล็กน้อยมันสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณสีทองที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายชราผู้นี้
คนผู้นี้เองก็เป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับต่ำเมื่อมันมองเห็นพลังวิญญาณสีทองที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของคนผู้นี้มันก็ให้รู้สึกตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก
ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาเพราะความหวาดกลัวที่มันเกิดขึ้นมาในจิตใจหลังจากได้เผชิญหน้ากับชายชราผู้นี้
ตัวตนที่มีพลังวิญญาณระดับสีทองมีเพียงแค่ไม่กี่คนภายในยุทธภพฐานะเทียบเคียงได้กับขุนนางระดับสูงของแคว้น
ตัวของหยางซานมันเริ่มหรี่ดวงตาทั้งสองข้างของตนเองเล็กลงแล้วจ้องมองไปที่อีกฝ่าย โดยสายตาคู่นั้นที่ทิ่มแทงเข้ามามันถึงกับผงะถอยหลังไปอีกก้าว พลังอำนาจและตัวตนที่ยิ่งใหญ่แม้จะอยู่ในร่างกายของชายแก่ชรานั้นไม่ได้เสื่อมถอยลงไปสักนิด
“ ไสหัวไปซะ.. ” ถ้อยคำสั้นๆที่แสนจะทรงพลังทำให้ร่างของคนผู้นั้นรีบวิ่งหายไปในทันที
ผู้เป็นอาจารย์ก็ย่างกายเข้ามาหาศิษย์ตัวน้อยของตนเองที่อยู่ๆก็หาเรื่องใส่ตัว เมื่อเดินเข้ามาถึงอาจารย์ของนางก็แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจออกมาในทันที
“ ยัยหนูจูตัวของเจ้าเนี่ยชอบหาเรื่องใส่ตัวเสียจริงนะ ”
จูเฟยแสดงรอยยิ้มแป้นออกมาให้กับท่านอาจารย์ของนางในทันทีก่อนที่จะหัวเราะแห้งแล้วเริ่มพูด “ ก็ข้าเพียงแค่อยากช่วยพี่สาวท่านนี้เองนิเจ้าคะ~ ”
เมื่อเห็นในความหวังดีนั้นกูเป็นอาจารย์ผู้อดยิ้มออกมาไม่ได้ศิษย์ของเขาเป็นผู้ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ความฉลาดเฉลียวและความคิดอ่านที่โตกว่าเด็กในวัยเดียวกันแต่ยังเป็นผู้ที่มีคุณธรรมภายในตัวเองอีกด้วย
“ เอาล่ะพี่สาวนั่นรับนี่ไปสิเจ้าคะ ” จูเฟยได้ส่งของในมือของตนเองไปให้กับพี่สาวที่อยู่ด้านหน้าของนาง
เด็กหญิงวัยประมาณ 15-16 ปีได้มองแผ่นกระดาษสัญญาทาสที่ถูกส่งมาให้ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองของสิ่งนั้นด้วยความลังเลและความสงสัย
“ ให้ข้าด้วยเหตุอันใดเจ้าคะ ” นางเปล่งเสียงถามอย่างแผ่วเบา
จูเฟยแสดงรอยยิ้มออกมาก่อนที่ตัวของนางนั้นพูดออกมาโดยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความใสซื่อ “ ข้าให้ท่านเจ้าค่ะ~ และจากนี้ท่านก็เป็นอิสระได้แล้ว ”
จูเฟยเองตัดสินใจเสียเงินตั้ง 30 ตำลึงเพื่อซื้อนางมาตัวของจูเฟยก็ไม่ได้ตั้งใจจะให้นางมาเป็นทาสรับใช้อยู่แล้วแค่อยากจะช่วยเหลือเท่านั้น
กระพริบตามองใบสัญญานั้นปริบๆก่อนที่จะยื่นมือไปแล้วผลักดันใบสัญญากลับไปที่จูเฟย มันทำให้ตัวของจูเฟยประหลาดใจเป็นอย่างมากดวงตากลมโตฉายความฉงนมองตรงไปที่เด็กหญิงด้านหน้าของนาง
และแล้วเด็กหญิงด้านหน้าของนางค่อยๆทิ้งกายลงนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นแล้วก็ก้มหัวลงไป การกระทำของนางมันยิ่งทำให้ตัวของจูเฟยประหลาดใจมากขึ้นอีก
เด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้าเอียงคอสงสัย~
“ ทำอันใดเจ้าคะ??? ” จูเฟยเอ่ยถามออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ ให้ข้าติดตามคุณหนูไปด้วยนะเจ้าคะ ”
คิ้วทั้งสองข้างที่ประดับอยู่บนใบหน้าน้อยๆนั้นขมวดเข้าหากันได้ทันที จูเฟยค่อยๆย่อกายลงไปหานางก่อนที่จะพูดออกมา
“ อันใดเจ้าคะท่านไม่อยากจะเป็นอิสระหรือ ” นางประหลาดใจยิ่งนักตอนนี้โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้วโอกาสที่จะได้เป็นอิสระโดยที่ไม่ต้องโดนผู้คนนั้นกดขี่ข่มเหงเหตุใดพี่สาวผู้นี้ถึงอยากจะมารับใช้นางกันล่ะ
“ เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก ”
เสียงของท่านอาจารย์ดังมาจากด้านหลังทำให้เด็กตัวน้อยที่กำลังจ้องมองพี่สาวด้านหน้าที่กำลังก้มหน้าคุกเข่าอยู่กับพื้นได้หันไปมองผู้เป็นอาจารย์
“ อันใดการเจ้าคะเหตุใดจะเป็นไปไม่ได้แค่ทำลายหนังสือสัญญานี้ทิ้งไป ”
“ เจ้าดูที่ข้อมือของนางสิ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็หันกลับไปมองที่ข้อมือของพี่สาวท่านนั้นตามที่ท่านอาจารย์นั้นบอก ข้อมือของนางมีคำว่าทาสสลักเล็กๆอยู่บนร่างกาย
“ เอ๋??? ” จูเฟยทำหน้าตาฉงนออกมาในทันที
“ โดยปกติแล้วผู้คนที่จะโดนจับมาเป็นทาสจะต้องมีสัญลักษณ์คำว่าทาสสลักอยู่บนร่างกาย ถ้าไม่มีสัญลักษณ์คำว่าทาสสลักอยู่แล้วถูกจับไปขายผู้ที่ทำการจับไปจะได้รับโทษทัณฑ์ของราชสำนัก ”
“ ฉะนั้นในตอนนี้เด็กผู้นี้ไม่มีทางใช้ชีวิตได้อย่างคนธรรมดาอีกแล้ว ต่อให้นางได้หลุดพ้นจากเจ้าไปอีกไม่นานก็คงจะต้องโดนจับกลับมาขายอีกอย่างแน่นอน ”
“ ถ้าเจ้าอยากจะช่วยนางจริงๆก็มีทางเดียวก็คือเป็นนายที่ดีให้นาง ” ผู้เป็นอาจารย์ที่ยืนอยู่ข้างกายได้เริ่มอธิบายออกมา
จูเฟยเองก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าชนชั้นของทาสภายในยุคสมัยนี้มันจะถูกแบ่งออกอย่างชัดเจนเช่นนี้ ถ้าเป็นเช่นนี้คนที่เป็นทาสก็แทบจะไม่ได้มีโอกาสจะได้เริ่มชีวิตใหม่เลยสักนิด ถึงแม้ว่าพวกเขานั้นจะถูกไถ่ตัวแต่อีกไม่นานตัวของพวกเขาก็ต้องโดนจับกลับมาขายอีกครั้ง
เมื่อได้ยินคำอธิบายของท่านอาจารย์ตอนนี้จูเฟยเองก็ได้กลับคิดใหม่อีกครั้ง เด็กน้อยด้านหน้าได้กลับมาครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้น ถ้าเป็นอย่างที่ท่านอาจารย์ของนางพูดออกมาจริงๆเช่นนี้อีกไม่นานพี่สาวท่านนี้คงโดนจะจับมาขายอีก แต่ว่าจะให้ตัวของนางรับพี่สาวคนนี้ไปเป็นทาสจริงๆนั้นรึ
ตัวของนางไม่ได้เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่แถมภายในบ้านเองก็ยังไม่ได้ใหญ่โตและไม่ได้มีที่พักให้กับพี่สาวท่านนี้เสียด้วย ถ้าเกิดนำพี่สาวผู้นี้กลับไปก็คงจะต้องไปอาศัยอยู่ด้วยกันภายในบ้านหลังเล็กๆ แล้วจะเรื่องของท่านแม่ของนางอีกจะว่าอย่างไรก็ไม่รู้
จูเฟยครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้นอยู่สักพักก่อนที่ตัวของนางจะเปิดปากถามกับพี่สาวด้านหน้าอีกครั้ง “ แล้วพี่สาวมีตัวคนเดียวหรือเจ้าคะ ”
“ เจ้าค่ะ!!! ท่านพ่อและท่านแม่ของข้าป่วยตายไปแล้ว ” นางเงยหน้าขึ้นมาพูดอย่างเศร้าหมอง
เมื่อได้ยินเรื่องราวเช่นนั้นมันก็ทำให้จูเฟยนั้นยิ่งใจอ่อนมากขึ้น ดวงตาของนางได้ปรายสายตาของนางกลับไปมองท่านอาจารย์ที่อยู่ด้านหลังของนาง ดวงตาของจูเฟยนั้นมองไปเพื่อถามหาการตัดสินใจ
แต่ท่านอาจารย์ของนางได้ยกหัวไหล่ทั้งสองข้างขึ้นแล้วก็ส่ายหน้าไปมาเพื่อตอบกลับ จูเฟยเช่นนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้นางไม่สามารถถามหาความคิดเห็นจากท่านอาจารย์ได้แล้ว
เรื่องครั้งนี้ตัวของนางคงจะต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง จูเฟยเองหยุดคิดไปอีกครั้งก่อนที่ตัวของนางจะก้มมองที่พี่สาวที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้า
“ นี่พี่สาวบ้านของข้าไม่ได้ร่ำรวยนะท่านยังอยากจะไปอยู่อีกหรือไม่ ”
เมื่อจูเฟยเอ่ยถามเด็กสาวด้านหน้าก็ได้พยักหน้าขึ้นลงในทันที
“ เฮ้อ!! สุดท้ายข้าก็ต้องพาท่านกลับไปสินะ ” จูเฟยถอนหายใจออกมา นางเองก็ไม่ได้รังเกียจพี่สาวท่านนี้แต่ว่าตัวของนางหนักใจที่ตัวของนางต้องหาทางโกหกท่านแม่ของนางอีกอย่างแน่นอน
“ ท่านทำอันใดได้บ้างงั้นรึเจ้าคะ ” จูเฟยถาม
“ ข้าทำได้ทุกอย่างเลยเจ้าค่ะ ” นางตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ ก็ได้เจ้าค่ะ!! ”
เมื่อจูเฟยได้ตอบรับมันทำให้เด็กสาวผู้นั้นยิ้มรับออกมาในทันที
“ เอาล่ะถ้างั้นอาจารย์จะกระทำสัญญาให้เจ้า ”
จูเฟยหันมองท่านอาจารย์ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย สัญญามันคืออันใดตัวของท่านอาจารย์อยู่ๆก็พูดถึงเรื่องสัญญาขึ้นมา ทั้งที่สัญญาในตอนนี้มันก็อยู่ในมือของนางแล้ว
“ สัญญา?? ”
เมื่อศิษย์ตัวน้อยด้านหน้าของเขาทำใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ หยางซานได้เริ่มขีดเขียนค่ายกลขึ้นมาพลังวิญญาณระดับสีทองถักทอออกมากลายเป็นค่ายกลหนึ่งชนิด
ทั้งตัวของจูเฟยและเด็กสาวด้านหน้าจ้องมองค่ายกลนั้นอย่างไม่กระพริบตา และแล้วค่ายกลนั้นก็แยกออกเป็น 2 อัน ก่อนที่หนึ่งอันพุ่งเข้าไปประทับร่างของจูเฟยส่วนอีกหนึ่งอันพอพุ่งเข้าไปประทับเข้าที่ร่างของเด็กสาวผู้นั้น
เมื่อค่ายกลทั้งสองที่ถูกสร้างขึ้นมามันได้ประทับเข้าไปที่ร่างของทั้งสองสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือค่ายกลนั้นเรืองแสงอยู่บนร่างกายสักพักก่อนที่พวกมันนั้นจะค่อยๆจางหายไป
เมื่อค่ายกลนั้นจางหายไปราวกับว่ามันไม่ได้เกิดอะไรขึ้นจูเฟยได้ปรายสายตาของนางไปมองที่ท่านอาจารย์อย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้ดวงตาที่ฉายความสงสัยจ้องมองไป
“ นี่มันอันใดกันเจ้าคะ? ”
“ มันคือพันธะสัญญานายและบ่าว อาจารย์สร้างให้เจ้า ”
“ โดยปกติแล้วผู้เป็นทาสจะต้องทำพันธสัญญาเช่นนี้ทุกคนเลยหรือเจ้าคะ ” จูเฟยร้องถามออกมาด้วยความสงสัย แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คือท่านอาจารย์ของนางนั้นส่ายหัวไปมา
“ ไม่!! อาจารย์น่ะสร้างให้เจ้าเป็นพิเศษ ถึงยังไงของเช่นนี้มันก็สำคัญกับตัวของเจ้าเอง ”
“ สำคัญอย่างไรหรือเจ้าคะ ”
“ จะพูดง่ายๆมันก็เหมือนกับหลักประกันของเจ้าและนางว่านางจะไม่ทรยศเจ้า ”
“ แล้วถ้านางทรยศข้าแล้วไม่ทำตามคำสั่งข้าล่ะเจ้าคะ??? ” จูเฟยถาม
“ นางก็จะตายยังไงล่ะ ”
“ !!! ” จูเฟยทำหน้าตื่นตระหนกทันที
จบตอน