ผู้ร่วงหล่น

บทที่ 192 ห้องสีแดงแห่งการฝึกฝน.

ดวงตาของแจ๊คส่องประกายสีม่วงอย่างลึกซึ้งจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ เมื่อคิดได้ดังนั้นแจ๊คได้นอนหลับลงไปในนี้เพราะเขาคิดว่าไม่มีอันตรายอะไรนอกจากหนังสือต้องห้ามที่มีพลังบางอย่างพยายามทำลายดวงวิญญาณ

หนังสือเวทสติปัญญาราวกับเด็กทารกหรือน้อยกว่าไม่กล้าเข้ามาหาแจ๊ค

ดินแดนความฝันของแจ๊คไม่มีอะไรมากเพราะเขาไม่ได้ฝันมานานมากหลังจากที่มาดินแดนใหม่ ไม่รู้ว่าประสาทสัมผัสของเขาตื่นตูมเกินไปจนไม่ได้หลับอย่างสบายหรือว่าเหตุผลบางอย่าง

แจ๊คลืมตาขึ้นอีกครั้งและบรรยากาศกลิ่นหนังสือ กระดาษและหนังสือเวทลอยไปลอยมาอย่างไร้ระเบียบ

ทันทีที่แจ๊คลืมตาตื่นขึ้นหนังสือเวทเห็นแจ๊คตื่นขึ้นมาจนหลบหนีไปอย่างหวาดกลัวราวกับเจอนักล่าตามธรรมชาติ

แจ๊คหัวเราะเล็กน้อยเมื่อเห็นหนังสือเวทบินหนีไปก่อนจะบิดขี้เกียจและเดินไปทางประตูสีเขียวทางออก ระหว่างทางออกแจ๊คเห็นหนังสือบางอย่างที่มีเนื้อหาสำคัญจนเขาอย่างจะเก็บเอาไว้กับตัว

แต่น่าเสียดายมิติชุดแห่งความว่างเปล่าไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้

แจ๊คมาหยุดตรงหน้าประตูสีเขียวขนาดใหญ่ที่มีรูปนาฬิกามายากำลังมากเดินหน้าและถอยหลังแบบไร้ระเบียบแจ๊ครู้สึกแปลกกับรูปนาฬิกามายากำลังมากตรงประตูสีเขียวขนาดใหญ่

เหมือนกับประตูสีเขียวรับรู้การมีอยู่ของแจ๊ค นาฬิกามายาได้หยุดลงและประตูสีเขียวขนาดใหญ่ส่องแสงสว่างจนไม่สามารถมองได้

แจ๊คหลับตาลงและถูกส่งตัวออกมากลับมาตรงหน้ารูปปั้นเทพสินาโรของเผ่ายักษ์ ด้านหลังของรูปปั้นเทพสิราโนยังมีประตูสีแดงและสีเขียวอยู่

เมื่อมองไปยังประตูสีแดงสัญชาตญาณของแจ๊คยังส่งเสียงร้องออกมาว่า อันตราย หลบหนีไป หนีไปและอื่นมากมาย

แจ๊คเชื่อในสัญชาตญาณของตนเอง แต่เขาไม่อยากจะให้สัญชาตญาณของตนเองเป็นคนควบคุมเขา ชีวิตมันต้องมีอะไรท้าทายถึงจะสนุก

แจ๊คหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะผลักประตูสีแดงเข้าไป เขาไม่รู้ว่าด้านหน้าจะมีอะไรอยู่

.....................................

ภายในมิติชุดแห่งความว่างเปล่า หู่เสวียลืมตาตื่นขึ้นพร้อมหันไปมองเฟรยาที่กำลังเล่นลูกแก้วเล็ก ๆ ในมือของเธอ

“สิ่งนั้นคือ......”

หู่เสวียเห็นลูกแก้วเล็กสีขาวเทาในมือเฟรยาแววตาของเธอตกใจเล็กน้อย เฟรยาเห็นหู่เสวียลืมตาขึ้นจึงดีใจเป็นอย่างมาก

“สิ่งนี้คือสิ่งที่ฉันได้รับมันจากเวลาว่างเบื่อที่ต้องรอนายท่านถึง 50 ปี”

เฟรยาขว้างลูกแก้วสีขาวเทาไปทางหนังสือเล่มหนึ่งที่ดูเหมือนไม่มีค่านายท่านของเธอได้อ่านหนังสือเล่มนี้ได้จบแล้ว

ฟู่ ฟู่ ฟู่

พอลูกแก้วสีขาวเทากระทบกับหนังสือเกิดเรื่องน่าตกตะลึงเพราะหนังสือย่อยสลายหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกทิ้งเอาไว้หลายพันปี

หู่เสวียตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะมีสีหน้าปกติและพูดขึ้นมา

“เธอรับรู้ถึงพลังกาลเวลา”

เฟรยาหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าก่อนจะดีใจขึ้น

“ใช่ท่านหู่เสวีย ฉันลองวิเคราะห์พลังกาลเวลาที่นายท่านอยู่ ในตอนแรกฉันไม่ได้สนใจแต่เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปีฉันนั่งนับสิ่งของวิเศษภายในมิติชุดแห่งความว่างเปล่ามาหลายสิบรอบและไม่มีอะไรจะทำจึงนั่งวิเคราะห์พลังกาลเวลาก่อนจะสามารถใช้พลังกาลเวลาได้เล็กน้อย”

หู่เสวียพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรต่อ เฟรยารู้สึกอึดอัดที่พูดคุยกันไม่กี่คำก่อนที่ทั้งคู่จะเงียบลง

“นายท่านเป็นยังไงบาง”

เฟรยาพูดด้วยน้ำเสียงหวาดผวากลัวว่าหู่เสวียจะดุด่าตน หู่เสวียมองเฟรยาอีกครั้งก่อนจะพูดขึ้น

“ไอบ้านั้นออกจากพื้นที่กาลเวลาแล้ว”

เฟรยาได้ยินดังนั้นจึงดีใจมากเพราะเธอจะได้เจอกับนายท่านอีกครั้งหนึ่ง หู่เสวียหลับตาลงอีกครั้งหนึ่งทั้งคู่ได้รอคอยแจ๊คอีกครั้งหนึ่ง

...............................................................

แจ๊คเดินเข้ามาในประตูสีแดงแห่งการฝึกฝน พอเข้าไปด้านในแจ๊คได้กลิ่นอายของกระหายเลือด บ้าคลั่ง โศกเศร้า ชั่วร้ายต่างๆ ราวกับประตูสีแดงเป็นบ่อแห่งความชั่วร้ายที่รวบรวมมานาน

ดินไร้ความหมายด้านล่างพื้นแจ๊คเป็นสีแดงเข็ม แจ๊คยังได้กลิ่นเลือดจาง ๆ จากดินไร้ความหมายทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าต้องมีคนตายลงเป็นจำนวนมาก

มันไม่ควรเรียกว่าประตูแดงแห่งการฝึกฝนแต่เป็นประตูแดงแห่งความตายมากกว่า แจ๊คมองเห็นแค่ 5 ก้าวด้านหน้าตนเองเท่านั้น

เพราะภายในประตูสีแดงแห่งการฝึกฝนไม่ได้สว่างเหมือนด้านนอกและประตูสีเขียว

วิง วิง วิง

ระหว่างที่แจ๊คกำลังสับสนได้มีแสงสว่างจ้าทั่วทิศทาง แจ๊คมองไปทางแสงสว่างและเห็นอักขระโบราณจำนวนมากกำลังวิ่งขึ้นลงเป็นแนวตั้ง

ยิ่งอักขระวิ่งเท่าไรแสงสว่างก็มากขึ้นเท่านั้นจนทำให้แจ๊คมองเห็นเสาขนาดใหญ่มองไม่เห็นหัวและท้าย ตรงกลางเสามีอักขระจำนวนมากวิ่งไปมา

แจ๊คอ่านอักขระไม่ทันเพราะวิ่งเร็วมาก วิ่งจากหัวไปท้ายและจากท้ายขึ้นไปหัว เสาทีทั้งหมด 4 เสาและแจ๊คยื่นอยู่ตรงหน้าของเสาทั้ง 4

ยิ่งแสงสว่างมากเท่าไร แจ๊คยิ่งรู้สึกไม่ค่อยดีประตูสีแดงทางเข้าหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนแจ๊คอยู่ในมิติปิดตายที่ไม่สามารถหนีได้

ตูม ตูม ตูม

เสาทั้ง 4 ระเบิดขึ้นพร้อมกันและด้านบนหัวแจ๊คเห็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีออร่าไหลออกมาจากบ่อน้ำนั้น เมื่อมองเข้าไปในบ่อน้ำทำให้แจ๊คตกตะลึง

เพราะน้ำในบ่อน้ำเป็นสีทองเข็มทำให้แจ๊คนึกถึงเลือดของเผ่ายักษ์จากร่างกายยักษ์ตาเดียวราชาที่ราบต่ำ

กลิ่นอายของเลือดเผ่ายักษ์ทำให้ร่างกายของแจ๊คผ่อนคลายและเลือดปีศาจกับหัวใจเต้นราวกับต้องการดูดซับพลังของเลือดเผ่ายักษ์

แจ๊คยับยั้งความต้องการของหัวใจและเลือดปีศาจ เพราะในหนังสือได้กล่าวเอาไว้ว่าถ้าดูดซับเลือดเผ่ายักษ์เข้าใจเท่ากับทิ้งอนาคตของเขาเอาไว้

แม้จะไม่สามารถดูดซับเลือดเผ่ายักษ์ได้โดยตรง แต่เขาสามารถดูดซับออร่าที่ไหลออกมาจากเลือดเผ่ายักษ์ได้

หลังบ่อน้ำเลือดเผ่ายักษ์ปรากฏตัวขึ้น เสาทั้ง 4 ทิศได้ระเบิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งคราวนี้ไม่ได้มีของวิเศษเหมือนบ่อน้ำเลือดยักษ์ปรากฏตัวแต่เป็นดินไร้ความหมายสีแดงด้านล่างเดือดพลาด

แจ๊คตกตะลึงดินไร้ความหมายถูกหลอมละลาย ดินไร้ความหมายแจ๊คอ่านเจอว่ามันสามารถลบล้างพลังทุกสิ่งทุกอย่างให้หายไปหลงเหลือแต่พละกำลังบริสุทธิ์

หลุมด้านหน้าเสาทั้ง 4 ทิศยุบลงจนมองไม่เห็นก้ม แจ๊คถอยหลังมาอยู่ตรงกลางเสาทั้ง 4 เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ปุด ปุด ปุด ปุด ตูม

มีฟองอากาศลอยขึ้นมาด้านบนหลุมก่อนจะระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง สิ่งที่มาพร้อมกับระเบิดคือมือสีแดงเข็มผสมน้ำตาลปรากฏขึ้นพร้อมกัน สีหน้าของแจ๊คตึงเครียด

มือสีแดงเข็มผสมน้ำตาลทำลายดินไร้ความหมายรอบ ๆ ตัวก่อนจะดันตัวขึ้นมาปรากฏขึ้นมองแจ๊คอย่างดุร้าย

สิ่งที่ขึ้นมาดูเหมือนกับมนุษย์แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนคือทั่วทั้งตัวมีแต่แดงเข้มผสมน้ำตาลราวกับถูกปั้นมาจากดินผสมเลือดเนื้อของมนุษย์

ดินปั้นไร้ความหมายปรากฏขึ้น 4 ตัวพร้อมจ้องมองแจ๊คอย่างดุร้ายและหิวกระหาย

ใบหน้าของคนทั้ง 4 ไม่เหมือนกันบางคนดูผู้ชาย 3 คนและผู้หญิง 1 คนวัยหนุ่ม 2 คน วัยชรา 1 คนและผู้หญิงกลางคน 1 คน

ไม่มีการพูดคุยดินปั้นไร้ความหมายพุ่งกระโจนมาทางแจ๊คอย่างรวดเร็วจนดินไร้ความหมายกระจาย ดินปั้นไร้ความหมายชรามาถึงตรงหน้าแจ๊คก่อนและง้างหมัดต่อยมาทางแจ๊ค

แววตาของแจ๊คส่องประกายก่อนจะถอยหลังหนึ่งก้าว ดินปั้นไร้ความหมายชราเห็นแจ๊คพยายามจะหลบจึงพุ่งติดตามมาพร้อมกับหมัดอันตรงพลัง

เมื่อเห็นหมัดตรงหน้ากำลังต่อยมาแจ๊คได้ยกมือขวาปัดแขนของดินไร้ความหมายชรา ทำให้หมัดต่อยเฉี่ยวหัวทำลายเส้นผมแจ๊คไปเล็กน้อย

แจ๊คกำหมัดพร้อมกับจะต่อยไปหน้าดินปั้นไร้ความหมายชรา ทว่าด้านหลังแจ๊คมีเงา 3 เงากำลังพุ่งตรงเข้ามา

แม้ว่าจะไม่มีพลังจิต แต่แจ๊คยังมีประสาทสัมผัสที่เฉียบแหลมอยู่จึงกระโดดขึ้นเพื่อหลบการโจมตีของดินปั้นไร้ความหมายทั้ง 3 ตัวด้านหลังทันที

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง ตูม ตูม ตูม

กำปั้นของดินปั้นไร้ความหมายทั้ง 3 ตัวได้ทำลายดินไร้ความหมายด้านล่างจนถูกทำลายเป็นหลุมแจ๊คเห็นหลุมที่เกิดจากกำหมัดดินปั้นไร้ความหมายจึงตกตะลึงเล็กน้อย

ก่อนจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ดินปั้นไร้ความหมายชราพุ่งทะยานมาหาแจ๊คกลางอากาศอย่างว่องไว

เมื่ออยู่กลางอากาศทำให้แจ๊คไม่สามารถหลบหนีได้ ดินปั้นไร้ความหมายชรากำหมัดแน่นจนทำให้อากาศบิดเบี้ยวก่อนจะต่อยมาหาแจ๊คอย่างรุนแรง

คราวนี้แจ๊คไม่ได้หลบได้กำหมัดและสวนกลับไปอย่างทันท่วงที

เปรี้ยง แกรก แกรก

หมัดทั้ง 2 เข้าปะทะกันอย่างรุนแรงทำให้แขนของแจ๊คชาไปทั่วแขน แจ๊ครู้สึกตกตะลึงแต่ดินปั้นไร้ความหมายตกตะลึงมากกว่าแจ๊ค

เพราะแขนข้างที่เข้าปะทะกับแจ๊คเกิดรอยแตกจำนวนมากพร้อมจะผุพังทุกเมื่อ

ไม่มีเวลาให้ลังเลแจ๊คใช้แขนอีกข้างหนึ่งดึงหัวดินปั้นไร้ความหมายชรามาพร้อมกับขว้างไปทางดินปั้นไร้ความหมายอีก 3 ตัว

ดินปั้นไร้ความหมายทั้ง 3กำลังพุ่งทะยานมาหาแจ๊คเมื่อเห็นดินปั้นไร้ความหมายชราลอยตกลงมาทางมันจึงแปลกใจเล็กน้อย ทว่าพวกมันไม่สนใจดินปั้นไร้ความหมายชรา

ปัง

ดินปั้นไร้ความหมายชราตกลงพื้นดินอย่างรุนแรงจนร่างกายเกิดรอยร้าวไปทั่วร่าง แต่ดินไร้ความหมายชราพยายามจะลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

แจ๊คเมื่อเห็นดังนั้นจึงคิดได้ทันทีว่า พวกมันไม่ได้มีชีวิตจิตใจเป็นของตนเอง

ดินปั้นไร้ความหมายหญิงมาอยู่ตรงหน้าแจ๊คพร้อมกับง้างหมัดต่อยแจ๊คไป แววตาของแจ๊คประกายขึ้นร่างกายของเขากำลังจะตกลงพื้นดินไร้ความหมาย

ทำให้ไม่สามารถขยับร่างกายได้มากนัก แต่แจ๊คไม่สนใจได้หมุนตัวกลางอากาศหลบการโจมตีของดินปั้นไร้ความหมายหญิง

ก่อนที่แจ๊คจะได้สวนกลับด้านหลังเขามีเงาดินปั้นไร้ความหมายชาย 2 คนปรากฏขึ้นและโจมตีแจ๊คไปอย่างรุนแรง

เปรี้ยง เปรี้ยง

แจ๊คกระเด็นปลิวไปลอยตกลงพื้นพร้อมกับกระอักเลือด ดินปั้นไร้ความหมายหญิงไม่ปล่อยแจ๊คไปได้ตามแจ๊คลงมาทันที

เมื่อเห็นดังนั้นสีหน้าของแจ๊คขาวซีดและพูดว่าแย่แล้ว

............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................