[เหมันต์พิโรธ: เมื่อเจ้าหญิงตัดขาดจากโลกภายนอก]
บรรยากาศกลางทุ่งหญ้าที่เคยร้อนระอุด้วยเพลิงและมานาของกัลลัส บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าขนลุก รัศมีรอบกายของ เมฟิเรียราลาน่า แผ่ซ่านไอเย็นสีครามจางๆ ออกมาปกคลุมผืนดินจนหญ้าที่เคยไหม้เกรียมกลับกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีขาวโพลนในชั่วพริบตา ในมุมมองของฟิสิกส์มานา นี่ไม่ใช่เพียงแค่ความเย็น แต่มันคือการหยุดนิ่งของโมเลกุลในอากาศ (Molecular Stasis) จนเกิดเป็นสภาวะสุญญากาศทางความร้อน
“ไง เมฟิน่า... ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ยังเย็นยะเยือกเหมือนเดิมเลยนะ” เซน เอ่ยทักทายแบบมักง่ายๆ พร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ หวังจะทำลายความตึงเครียดที่แข็งตัว
ทุกคนที่ได้ยินคำทักทายนั้นต่างพร้อมใจกันคิดว่า'นี่คือคำทักทายเจ้าหญิงแน่หรือ'
ทว่า... ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ดวงตาสีฟ้าครามของเจ้าหญิงเอลฟ์ยังคงนิ่งสนิทดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรน้ำแข็ง เธอไม่ได้ชายตามามองอดีตเพื่อนร่วมปาร์ตี้เลยแม้แต่น้อย รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจน ไค สังเกตเห็นผ่าน UI ว่าค่าสถานะอุณหภูมิรอบตัวเมฟิน่ากำลังดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งอย่างรวดเร็ว
“ทุกคน! รีบถอยออกมาให้ห่างจากยัยนี่เร็วเข้า!” เซนตะโกนสั่งการด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นจริงจังสุดขีด
“เวลาเมฟิน่าเข้าโหมด 'เอาจริง' แบบนี้ ใครอยู่ใกล้ได้ซวยกันหมดแน่ เหมือนที่ข้ากับเทียมุสเคยโดนแช่แข็งเล่นๆ มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน!”
กัลป์ และเซนรีบพุ่งเข้าไปประคองร่างยักษ์ของ เทียมุส ที่บาดเจ็บหนักที่ต้นขาถอยร่นออกมาจากรัศมีของเจ้าหญิง โดยมี ราล์ฟ ที่เหลือแขนเดียวคอยระวังหลังให้ โวล์ฟ เอลิน มาคัส และ มินอส ต่างพากันถอยกรูดออกไปตามคำสั่งของเซน ทิ้งให้พื้นที่กลางทุ่งกลายเป็นลานประลองของสองขั้วอำนาจที่ต่างกันสุดขั้ว
[นาฏกรรมกระสุนมนตรา: Icicle Shot ปะทะกระสุนมานาแรงดันอากาศ]
กัลลัส ที่บัดนี้สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปเกือบสมบูรณ์ แกนกลางโกเลมในอกส่งเสียงวืดวาดเร่งเร้าพลังงานจนไอร้อนระเบิดออกมาจากทุกรูขุมขน เขาไม่อาจทนต่อแรงกดดันที่หนาวเหน็บนี้ได้อีกต่อไป แขนซ้ายที่เป็นปืนอัดอากาศแรงดันสูงเล็งตรงไปที่ใบหน้าของเจ้าหญิงเอลฟ์ทันที!
วี้ดดดดด—เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
กระสุนมานาอัดอากาศพุ่งแหวกชั้นบรรยากาศออกมาด้วยความเร็วเหนือเสียงจนเกิดคลื่นกระแทกรูปทรงกรวย ทว่าเมฟิน่ากลับไม่ขยับกายแม้แต่มิลลิเมตรเดียว เธอเพียงแค่ตวัดคทาสั้นในมือเบาๆ ราวกับวาทยกรที่กำลังควบคุมบทเพลงแห่งความตาย
“ [ศร—ผลึก—เหมันต์][Icicle Shot] ”
สิ้นคำร่ายสั้นๆ ที่แฝงไปด้วยมนตราโบราณ มวลอากาศเบื้องหน้าของเธอพลันกลั่นตัวเป็นศรน้ำแข็งแหลมคมนับสิบดอก พุ่งเข้าปะทะกับกระสุนแรงดันอากาศของกัลลัสกลางอากาศอย่างแม่นยำ!
เคร้ง! เคร้ง! บึ้ม!
เสียงปะทะดังกัมปนาทประดุจเหล็กกล้ากระแทกกัน เศษน้ำแข็งที่แตกละเอียดกระจายเป็นละอองเย็นจัดปะทะกับไอร้อนจากกระสุนจนเกิดเป็นหมอกควันสีขาวปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทั้งสองฝ่ายสาดกระสุนเวทเข้าใส่กันอย่างบ้าคลั่ง กัลลัสรัวยิงปืนอัดอากาศสลับกับการระเบิดเพลิงจากแขนขวา ในขณะที่เมฟิน่าสร้างศรน้ำแข็งออกมาต้านทานอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดหย่อน
ไค ที่ยืนมองจากระยะไกลผ่านสแกนเนอร์ สังเกตเห็นความผิดปกติที่น่ากลัว ‘บ้าจริง... แรงปะทะของทั้งคู่ทำให้ความดันอากาศรอบสมรภูมิผันผวนอย่างรุนแรง (Atmospheric Instability) อาจเกิดเมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) แบบฉับพลันเมื่ออากาศร้อนปะทะความเย็น ความชื้นจะควบแน่นกลายเป็นละอองน้ำมหาศาลในพริบตา พายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง (Microburst) และเกิดพายุลูกเห็บแน่ๆ และนั่นจะลากทุกคนซวยไปด้วยแน่ๆ!’
ไคกัดฟันแน่น สายตาจดจ่ออยู่กับการวิเคราะห์ [Energy Flux] ของกัลลัสที่เริ่มบวมพองขึ้นเรื่อยๆ เขาต้องหา "องค์ประกอบสุดท้าย" ที่จะจบศึกนี้ให้เร็วที่สุด!
[โลงศพสีคราม: พันธนาการแห่งเหมันต์นิรันดร์]
การสาดกระสุนเวทมนตร์เข้าใส่กันทวีความรุนแรงจนชั้นบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว ไอน้ำมหาศาลพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจากการปะทะกันของความร้อนและไอเย็นจัดจนเกิดเป็นหมอกหนาทึบปกคลุมสนามรบ เมฟิน่าตัดสินใจจบการละเล่นนี้ เธอชูคทาขึ้นเหนือศีรษะ วงเวทสีครามขยายกว้างจนครอบคลุมพื้นที่รัศมี 10 เมตรรอบตัวกัลลัส
“ข้าแต่จิตวิญญาณแห่งเหมันต์ผู้หลับใหลใต้ผืนดารา... จงตื่นขึ้นจากนิทราอันยาวนาน... บีบอัดไอเย็นแห่งความว่างเปล่า... พันธนาการสรรพชีวิตด้วยพันธนาการสีครามที่ไม่มีวันละลาย... [Ice Age: Glacial Prison] !”
สิ้นเสียงร่ายอันทรงพลัง มวลอากาศรอบตัวกัลลัสพลันแข็งตัวกลายเป็นผลึกน้ำแข็งขนาดมหึมาที่งอกเงยขึ้นมาจากใต้ดินประดุจเขี้ยวอสูร มันพุ่งเข้าห่อหุ้มร่างของกัลลัสไว้ทุกทิศทาง บีบอัดจนกลายเป็นแท่งน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ใสกระจกทว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า แช่แข็งร่างอสุรกายกัลลัสไว้ภายในดั่งโลงศพน้ำแข็งที่ไร้ทางออก
“เป็นไงละ! กลายเป็นแท่งน้ำแข็งไปแล้วไงไอ้ตัวเตาอบ!” เทียมุส ที่นั่งพิงโขดหินอยู่ตะโกนออกมาด้วยความสะใจแม้จะยังกุมแผลที่ขาอยู่
“ไม่ใช่ ไม่ใช่... มันคือ 'ก้อนหวานเย็น' ต่างหากล่ะเจ้าเสือสมองกล้าม” มินอส กล่าวเสริมพลางควงปืนเวทในมืออย่างอารมณ์ดี
“หวานเย็นบ้านเจ้าสิ! ถ้าอยากกินก็นั่งกินไปคนเดียวนะมินอส ข้าขอบาย!” เซน สวนกลับพลางปาดเหงื่อ
ท่ามกลางเสียงพูดคุยที่ดูผ่อนคลายลง มีเพียง ไค คนเดียวที่ยังคงจ้องมองโลงศพน้ำแข็งนั้นด้วยสายตาเคร่งเครียด สแกนเนอร์ของเขายังคงตรวจพบการสั่นสะเทือนของพลังงานที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ภายในน้ำแข็ง ไครู้ดีว่านี่คือ 'ความสงบก่อนพายุใหญ่' เขาหันไปหาพ่อทันที
“พ่อครับ... ในพวกเรามีใครใช้เวทดินเก่งๆ บ้างไหมครับ?” ไคถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เซนชะงักไปครู่หนึ่งพลางครุ่นคิด
“อืม... เวทดินเหรอ กัลป์ก็พอใช้ได้แต่นิดหน่อยนะ ส่วนพ่อกับเทียมุสน่ะลืมไปได้เลย...”
“ข้าเอง! ข้าเองเจ้าหนูเปี๊ยก!” มินอสยกมือสุดตัวพลางขยิบตาให้ไค
“อย่างเจ้าเรียกคนอื่นเปี๊ยกได้ด้วยหรือไงหา? ยัยเตี้ย!” เทียมุสแขวะทันควัน
“เจ้าน่ะหรือมินอส?” เซนทำหน้างงสุดขีด
“ข้าอยู่กับเจ้ามาตั้งกี่ปี ไม่เคยเห็นเจ้าใช้เวทอื่นเลยนอกจาก [Eagle Eye] กับเวทเสริมพลังปืนเนี่ยนะ?”
“ข้าใช้ได้จริงๆ นะ! แค่มันไม่เคยจำเป็นต้องใช้ต่างหากล่ะโว้ย!” มินอสเถียงคอเป็นเอ็น
ไคที่ยืนดูบทสนทนาที่ไม่เกิดประโยชน์รีบก้าวเข้ามาตัดบท เพราะสัมผัสได้ว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที
“งั้นน้ามินอสครับ...”
“ไม่เอาคำสุภาพ! ฟังแล้วขนลุกเรียกมินอสเฉยๆ ก็พอ!” มินอสสวนทันควันพลางทำท่าขนลุก
ในขณะนั้น เอลิน ที่ห่วงลูกชายสุดหัวใจเดินเข้ามาสวมกอดไคจากด้านหลังพลางจ้องเขม็งไปที่เพื่อนสาว
“มินอส... อย่ามาทำให้ลูกของฉันกลายเป็นเด็กไม่ดีนะ ไม่งั้นหลังจากนี้ฉันจะไม่รักษาให้เธอไปชั่วชีวิต!” เอลินยื่นคำขาด
“จ้าๆ! ยอมแล้วคุณแม่เอลิน ยกให้เจ้าหนูไคคนนี้คนเดียวก็ได้... ว่ามาเลยเจ้าหนู อยากให้ข้าทำอะไร?” มินอสยอมจำนนแต่โดยดี
“น้ามินอสสามารถขุดหลุมได้กว้างสุดและลึกสุดเท่าไหร่ครับ?” ไคถามพลางมองพื้นที่รอบๆ
“ขุดหลุมเหรอ? ไม่เคยลองแบบจริงจังนะ แต่ถ้าพยายามหน่อยก็น่าจะลึกได้สัก 10 เมตรกว่าๆ กว้างก็น่าจะ 5 เมตรได้มั้ง” มินอสตอบพลางคำนวณมานาในร่าง
“แล้วสร้างก้อนหินกลมๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสัก 2 เมตรกว่าๆ ด้วยได้ไหมครับ?” ไคถามต่อพลางจ้องมองไปที่จุดที่กัลลัสถูกแช่แข็ง
“อืม... อันนั้นไม่น่ามีปัญหานะ ว่าแต่เจ้าหนูถามทำไมหรือ? จะเอาไปเล่นกลิ้งทับใคร?” มินอสถามด้วยความสงสัย
ในขณะที่ไคกำลังอธิบายแผนการ เมฟิน่า ที่ยืนคุมเชิงอยู่ก็เริ่มขยับกาย เธอเดินตรงมาทางกลุ่มของพวกเซนด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าเดินมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง ฝีเท้าของเจ้าหญิงเอลฟ์ก็หยุดชะงักลงกะทันหัน
เมฟิน่าหันกลับไปมองที่โลงศพน้ำแข็งทันที ใบหน้าเรียบเฉยพลันนิ่วหน้าด้วยความตึงเครียด เพราะน้ำแข็งสีครามที่เธอเคยมั่นใจว่าไม่มีวันละลาย บัดนี้เริ่มปรากฏรอยร้าวขนาดใหญ่และเสียง เปรี๊ยะ! ดังสนั่นออกมา ไอน้ำพุ่งปรี๊ดออกมาตามรอยแยกราวกับหม้อต้มที่ความดันเกินขีดจำกัด
ภายในน้ำแข็งนั้น แสงสีแดงฉานจาก Golem Core ของกัลลัสสว่างจ้าขึ้นจนกลายเป็นสีขาวนวล... เตาปฏิกรณ์มานาในอกของเขากำลังเร่งอุณหภูมิขึ้นสู่ระดับวิกฤตเพื่อละลายพันธนาการขอเธอ
[พันธนาการแห่งมิตรภาพ: เอลี่ และ เมฟี่]
ไคมองดูรอยร้าวบนโลงศพน้ำแข็งที่เริ่มขยายตัวพ้นไอน้ำออกมามากมายพลางขมวดคิ้วแน่น เขาหันไปหาพ่อที่กำลังยืนปาดเหงื่อด้วยสีหน้ากังวล “พ่อครับ... จะทำยังไงให้คุณเจ้าหญิงยอมฟังที่เราพูดหรือครับ? เพราะดูจากเมื่อกี้ เขาไม่สนใจที่พ่อทักเลยไม่ใช่หรือครับ?”
เซนยิ้มแห้งๆ พลางยักไหล่แบบคนจนปัญญา
“ใช่แล้วล่ะลูกรัก... พอเมฟิน่าเข้าสู่สภาวะ 'เอาจริง' เธอก็จะไม่รับรู้เสียงรอบข้างเลย ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์เพื่อรวบรวมสมาธิ”
“แต่ไหนพ่อบอกว่า พ่อเป็น 'หัวหน้าปาร์ตี้' ไม่ใช่หรือครับ? ทำอะไรสักอย่างทีสิ!” ไคคาดคั้นพลางทำตาโตใส่พ่อที่เป็นไอดอลของเขามาตลอด
เซนเริ่มทำหน้าลำบากใจใส่ลูกชายเป็นครั้งแรกในชีวิต เขาอึกอักเหมือนอยากจะเถียงแต่ก็เถียงไม่ออก แต่แล้วสัมผัสอันอบอุ่นจากด้านหลังของไคก็แทรกขึ้นมา เอลิน ที่ยังคงกอดไคไว้หลวมๆ ยิ้มออกมาด้วยแววตาที่มั่นใจ
“เดี๋ยวแม่จัดการให้เองจ๊ะ”
“จะดีหรือเอลิน! อย่าเลยน่า มันอันตรายนะ!” เซนรีบห้าม เพราะเขารู้ดีว่าออร่าความเย็นรอบตัวเมฟิน่าตอนนี้สามารถแช่แข็งเส้นประสาทของคนทั่วไปได้ในพริบตา
ทว่าเอลินหาได้ฟังไม่ เธอเดินฝ่าไอเย็นที่กรีดแทงผิวหนังเข้าไปหาเมฟิน่าที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมาไม่หยุด วินาทีที่มือเรียวของเอลินสัมผัสลงบนไหล่ที่สั่นเทาด้วยความโกรธของเจ้าหญิงเอลฟ์ บรรยากาศรอบด้านพลันหยุดนิ่ง เอลินกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอาทร
“เมฟี่... พอเถอะจ้ะ เธอไม่ได้ต้องสู้อยู่คนเดียวนะ”
สิ้นประโยคที่ดูธรรมดานั้น ไอเย็นยะเยือกที่เคยพลุ่งพล่านกลับค่อยๆ สลายตัวลงราวกับหิมะที่ละลายใต้แสงตะวัน เซน เทียมุส และมินอส ต่างมองภาพนั้นตาค้างด้วยความอัศจรรย์ใจ เพราะในปาร์ตี้ 'รุ่งอรุณนิรันดร์' ทุกคนรู้ดีว่าหากเมฟิน่าฟิวส์ขาด จะไม่มีใครหยุดเธอได้เลย... แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า...ยกเว้นเอลิน
ความลับนั้นไม่ได้มาจากมนตรา แต่มาจากความไว้วางใจที่สั่งสมมานานนับปี ชื่อ 'เมฟี่' คือชื่อลับที่พวกเธอใช้เรียกกันเพียงสองต่อสอง เช่นเดียวกับที่เมฟิน่าจะเรียกเอลินว่า 'เอลี่' มันคือความสัมพันธ์ที่เสมอภาคและลึกซึ้ง ไม่ใช่การย่อชื่อเรียกแบบมักง่ายอย่างที่เซนชอบทำ
เมฟิน่าที่ได้สติกลับคืนมาเดินตามเอลินกลับมาที่กลุ่มด้วยท่าทางสง่างาม เอลินจึงถือโอกาสแนะนำเธอให้ไครู้จักอย่างเป็นทางการ
“ไคจ๊ะ... นี่คือเจ้าหญิงแห่งเผ่าเอลฟ์ ท่านมีพระนามว่า เมฟิเรียราลาน่า นะ ถึงพ่อเขาจะชอบเรียกสั้นๆ ว่าเมฟิน่าจนพวกเราติดปากกันหมดแล้วก็เถอะ”
ไคก้มหัวให้อย่างนอบน้อมตามมารยาทที่ถูกอบรมมา “ผมไคครับ... ยินดีที่ได้พบครับคุณเจ้าหญิง ว่าแต่คุณเจ้าหญิงครับ...”
“เรียกเมฟิน่าแบบพ่อเจ้าเถอะ” เมฟิน่าสวนทันควันก่อนที่ไคจะพูดจบ เธอจ้องมองเด็กชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็นความฉงน
“ว่าแต่เอลี่... เธอไปเปลี่ยนสามีมาตั้งแต่ตอนไหนกัน? ทำไมลูกชายถึงได้สุภาพน่ารัก และดูมีตรรกะเหตุผล ไม่เหมือนเจ้าเซนเลยสักนิด”
“เดี๋ยวเถอะ! ยัยเอลฟ์ปากเสีย!” เซนโพล่งออกมาอย่างลืมตัว
เมฟิน่าไม่เสียเวลาตอบคำโต้วาที เธอสะบัดปลายนิ้วเบาๆ ร่ายเวท [Ice Age: Glacial Prison] ฉบับย่อส่วน แช่แข็งมวลอากาศรอบตัวเซนจนกลายเป็นก้อนน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมในชั่วพริบตา ทิ้งให้เซนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในท่าทางที่กำลังจะอ้าปากเถียง ทว่าเพียงไม่ถึง 3 วินาที น้ำแข็งนั้นก็แตกกระจายออกตามการควบคุมของเธอ เซนกัดฟันกรอด “หน็อยแน่! ยัยเอลฟ์นี่!”
ไคที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะนอกเรื่องและเวลาเหลือน้อยลงทุกที จึงรีบแทรกตัวเข้าไปทันที “คุณเมฟิน่าครับ! คือว่า... ช่วยค่อยๆ แช่แข็งถ่วงเวลาเจ้านั่นให้พวกเราหน่อยได้ไหมครับ? พอดีผมคิดวิธีจัดการเจ้านั่นได้แล้วครับ!”
เมฟิน่าชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบของเธอหรี่ลงมองเด็กน้อยวัย 6 ขวบด้วยความประหลาดใจ ทว่าเมื่อเธอเหลือบไปมองสบตากับเอลินที่พยักหน้าให้เบาๆ เมฟิน่าก็รับรู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้ไม่ได้ล้อเล่น ความสุขุมในแววตาของไคนั้นไม่ใช่ของเด็กทั่วไป
“เข้าใจแล้ว” เมฟิน่าตอบสั้นๆ ทว่ามั่นคง เธอหันหลังกลับไปมองโลงศพน้ำแข็งที่กำลังจะระเบิดอีกครั้ง พร้อมกับเริ่มรวบรวมมานาสีครามเพื่อร่ายเวทถ่วงเวลาตามที่ไคต้องการ
ไคหันไปหามินอสทันที แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยแผนการทางฟิสิกส์ “น้ามินอสครับ! เตรียมตัวนะครับ ผมต้องการหลุมนั่น... เดี๋ยวนี้เลย!”
[พันธนาการซ้ำซ้อน: เมื่อท้องฟ้าขานรับความเย็น]
ความร้อนจากอกของกัลลัสยังคงปะทะกับไอเย็นอย่างรุนแรง แต่เมฟิน่าไม่ยอมให้มันหลุดออกมาได้ง่ายๆ เธอหลับตาลงรวบรวมมานาที่หนาแน่นกว่าเดิมจนบรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนไป เมฆฝนสีดำครึ้มเริ่มก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้าอย่างฉับพลัน บดบังแสงอาทิตย์จนสมรภูมิสลัวรางประดุจยามเย็น
“ข้าแต่จิตวิญญาณแห่งเหมันต์ผู้หลับใหลใต้ผืนดารา... จงตื่นขึ้นจากนิทราอันยาวนาน... บีบอัดไอเย็นแห่งความว่างเปล่า... พันธนาการสรรพชีวิตด้วยพันธนาการสีครามที่ไม่มีวันละลาย... [Ice Age: Glacial Prison] !”
ครืนนนนนนนน! ผลึกน้ำแข็งชุดที่สองงอกขึ้นมาทับซ้อนโลงศพเดิมจนหนาเตอะ แช่แข็งความร้อนของกัลลัสไว้อีกชั้นหนึ่ง ทว่าไครู้ดีว่านี่คือการซื้อเวลาเท่านั้น เขาหันกลับไปหาพ่อทันที
“พ่อครับ พ่อสามารถวิ่งจากจุดนี้ไปไกลสัก 20 เมตรแบบเต็มกำลัง จะใช้เวลานานแค่ไหนครับ?” เซนยักไหล่พลางยืดเส้นยืดสาย
“ไม่เคยวัดเป็นวินาทีนะลูก แต่ก็แค่พริบตาเดียวนั่นแหละ ถ้าพ่อใช้เวท [High-Speed Accel] ละก็นะ”
“ดีเลยครับพ่อ... ช่วยได้เยอะเลย!” ไคกำหมัดแน่น แผนการในหัวเริ่มแสดงผลเป็นเส้นทางวิ่ง (Vector Path) บน UI
ไคหันไปสั่งการมินอสที่ยืนรออยู่ที่จุดที่ห่างออกไปในทิศตรงข้ามกับกัลลัส
“น้ามินอสครับ ขอหลุมลึกทรงกระบอกแนวตั้ง ลึก 10 เมตร กว้าง 2 เมตรครับ!”
“จัดไปเจ้าหนูเปี๊ยก!” มินอสรับคำ
แม้เธอจะถนัดใช้ปืนมากกว่าแต่มานาของเธอก็ไม่ได้น้อยหน้าใคร เธอยืนนิ่งรวบรวมสมาธิอยู่นานเกือบ 3 นาทีจนมานาเริ่มหนาแน่นรอบตัว
“ข้าแต่จิตวิญญาณแห่งผืนพสุธาผู้โอบอุ้ม... จงแยกออกตามเจตจำนง... คว้านลึกสู่ความมืดมิด... [Earth Magic: Vertical Abyss] !”
ครืนนนนนนนนน! ผืนดินที่เคยราบเรียบพลันทรุดตัวลงอย่างเป็นระเบียบ กลายเป็นหลุมลึกทรงกระบอกตามสเปกที่ไคต้องการอย่างเป๊ะๆ ไคเดินเข้าไปหาพลางถามต่อ
“แล้วเราจะเรียกก้อนหินให้ปรากฏออกมาเหนือหัวเราสูงขึ้นไปสัก 12-15 เมตรได้ไหมครับ?”
มินอสทำหน้าเหวอ
“มันก็ทำได้แหละ... แต่ขืนเรียกออกมาดื้อๆ แบบนั้น มันก็หล่นลงมาทับพวกเราน่ะสิเจ้าหนู! คิดจะฆ่าตัวตายหมู่หรือไง?”
“ไม่เป็นไรครับ... เดี๋ยวผมมีวิธี” ไคตอบสั้นๆ ก่อนเดินกลับมาหาพ่อ
ทิ้งให้น้ามินอสยืนงงอยู่ที่ปากหลุม
“พ่อครับ... ถ้าผมขอขี่หลังพ่อ แล้วพ่อช่วยวิ่งไปที่หลุมพร้อมกับ 'อุ้ม' คุณเมฟิน่าไปด้วยได้ไหมครับ?”
เซนชะงักกึก ทำหน้าเลี่ยนๆ
“ก็ไม่มีปัญหานะ... แต่ทำไมต้องอุ้มยัยเอลฟ์ปากเสียนี่ด้วยล่ะ? อุ้มแม่แทนไม่ได้หรือลูก?”
เพียะ! เอลินเดินเข้ามาแผ่รังสีอำมหิตใส่สามีทันที
“คุณจะไม่เล่นสักนาทีจะตายไหมคะเซน?”
“จ้าๆ ... ตกลงครับลูก” เซนทำหน้าจ๋อยสนิททันที
ไคเริ่มอธิบายแผนการทั้งหมดให้ทุกคนฟัง... แผนการที่ฟังดูบ้าบิ่นและขัดกับหลักการเวทมนตร์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทุกคนในปาร์ตี้—เทียมุส มินอส กัลป์ มาคัส ราล์ฟ โดยเฉพาะโวล์ฟ—ต่างทำสีหน้า งงงวย ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าแค่การขุดหลุมกับก้อนหิน จะไปฆ่าสัตว์ประหลาดที่มีแม้แต่เจ้าหญิงเมฟิน่าที่มีมานามหาศาลยังฆ่าไม่ตายอย่างกัลลัสได้อย่างไร
“ช่วยเชื่อผมเถอะครับทุกๆ คน... ขอความร่วมมือด้วยครับ!” ไคอ้อนวอนด้วยสายตาที่มั่นคงเกินเด็ก
เซนและเอลินก้าวมายืนเคียงข้างลูกชาย “พวกเราขอร้องล่ะทุกคน... เชื่อใจไคเถอะ” ทั้งคู่มองลูกชายด้วยความเชื่อใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไม่ทำตามแผนของไค ในสภาพที่ทุกคนสะบักสะบอมแบบนี้ ก็ไม่มีทางจัดการกับกัลลัสที่กำลังจะระเบิดได้อยู่ดี... ถ้าต้องตาย ก็ขอตายด้วยแผนของลูกชายคนนี้แหละ!
[แผนการห้องสุญญากาศ: จุดเปลี่ยนของอาจารย์ตัวน้อย]
ไคจ้องมองรอยร้าวบนก้อนน้ำแข็งที่เริ่มขยายตัว ไอร้อนปะทุออกมาตามรอยแยกจนอากาศสั่นไหว เขาหันไปตะโกนสั่งทุกคนบนหลังของเซน
“ทุกคน! อพยพลงหลุมไปให้หมดเดี๋ยวนี้ครับ! แผนนี้จะสำเร็จได้ บนพื้นดินต้องมีคนอยู่แค่ 3 คนเท่านั้น คือคุณเมฟิน่า พ่อ และผม!”
“ไม่! แม่จะไม่ทิ้งลูกไว้ข้างบนเด็ดขาด!” เอลินปฏิเสธเสียงแข็ง
แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“แม่ครับ ผมขอร้อง! เชื่อใจผมเถอะ ถ้าแม่ยังอยู่ตรงนี้ แผนของผมจะล้มเหลวและเราจะตายกันหมด!” ไคอ้อนวอนอย่างสุดชีวิตจนเอลินใจอ่อน
เธอจำยอมลงไปในหลุมพร้อมกับคนอื่นๆ โดยมีมาคัสและกัลป์คอยประคองคนบาดเจ็บลงไป
น้ำแข็งส่งเสียง เปรี๊ยะ! ดังสนั่นเป็นครั้งสุดท้าย ไคหันไปสบตากับเซนและเมฟิน่า
“ช่วยทำตามที่ผมบอกแบบไม่ตกหล่นสักคำเลยนะครับ!” ทั้งสองพยักหน้าด้วยความเคร่งขรึม
ตูมมมมม! ผลึกน้ำแข็งแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ กัลลัสหลุดพ้นจากพันธนาการพร้อมกับเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง
“คิดว่าของแค่นี้จะทำอะไรข้าได้หรือไงพวกโง่! การกระทำที่ไร้ความหมาย!”
เซนก้าวออกมาข้างหน้า แสยะยิ้มยั่วโมโหตามแผนของไค
“เห้ย! ไอ้ลูกกระจ๊อกที่ข้าจำชื่อไม่ได้... ไฟห่วยๆ ของแกน่ะ ช่วยรวมให้มันร้อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ให้ดูหน่อยดิ? ถ้าทำได้ ข้าจะยืนรับมันตรงๆ ไม่หนีเลย หรือว่าแกมันกระจอกเกินกว่าจะทำได้กันหะ?”
คำถากถางนั้นกระแทกเข้ากลางใจที่บิดเบี้ยวของกัลลัส
“ใครว่าข้าทำไม่ได้! ยืนรอความตายอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้เด็กเวร!” กัลลัสระเบิดมานาออกมาจนถึงขีดสุด เขาชูมือขึ้นรวบรวมเปลวเพลิงและบีบอัดมวลอากาศเข้าหากันด้วยแรงดันมหาศาล จนเกิดเป็นก้อน พลาสม่า (Plasma Sphere) สีขาวนวลที่แผ่รังสีความร้อนรุนแรง
ไคจ้องมอง UI สแกนเนอร์ที่แจ้งเตือนอุณหภูมิพุ่งทะลุ 3,000 องศาเซลเซียส
“ตอนนี้แหละครับคุณเมฟิน่า!”
เมฟิน่าชูคทาร่ายมนตร์เสียงดังสนั่น “ข้าแต่ความหนาวเหน็บแห่งดวงดาว... จงกลั่นตัวเป็นขุนเขาเหมันต์ทับถมความแค้น... [Ice Ace: Comet Burial!]” ก้อนน้ำแข็งยักษ์ทรงรีขนาดกว่า 2 ตันปรากฏขึ้นเหนือหัวกัลลัสทันที!
กัลลัสหัวเราะร่าอย่างลำพอง
“น้ำแข็งอีกแล้วเรอะ! ข้าจะละลายให้หมดแม้แต่เถ้าก็ไม่เหลือ!” เขาไม่สนใจสิ่งใดนอกจากเร่งไฟให้แรงที่สุดเพื่อเผาทุกอย่าง
“พ่อครับ!” ไคให้สัญญาณ เซนร่ายเวท [Power Boost] และ [High-Speed Accel] พุ่งเข้าคว้าตัวเมฟิน่าแล้วทะยานลงหลุมไปในพริบตาก่อนที่ก้อนน้ำแข็งยักษ์จะเริ่มหล่นลงมา
“10... 9...” เมฟิน่านับถอยหลังพิกัดเวลาที่หน่วงก้อนน้ำแข็งก่อนจะปล่อยให้หล่นลงมา เมื่อทุกคนลงถึงก้นหลุม มินอสรีบรวบรวมมานาที่เหลืออันน้อยนิดร่ายเวทปิดปากหลุม “ [Earth Fortress: Great Capstone!] ”
ทว่าเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น! มานาของมินอสเหือดแห้งกะทันหันจนหินยักษ์ที่กำลังก่อตัวเริ่มแตกสลาย “6...” เมฟิน่ายังนับถอยหลังต่อ วินาทีนั้นไคตัดสินใจพุ่งเข้าไปประกบมือของมินอส บีบอัดมานาในอากาศรอบตัวส่งผ่านให้เธอโดยตรง!
ภาพนั้นทำให้เซน เอลิน และเมฟิน่าตกใจจนตาค้าง มันขัดต่อกฎของโลกที่ว่ามานาต้องร่ายด้วยตัวเองเท่านั้น! แต่นี่คือ มานาฟิวชั่น ที่ไคควบคุมมันได้ดั่งใจ
หินทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 3 เมตรหล่นลงมาที่ปากหลุม
ท่ามกลางการนับถอยหลังที่บีบคั้นหัวใจ วินาทีที่หินยักษ์ของมินอสหล่นลงมาผิดตำแหน่งจนไม่ปิดปากหลุม เป็นเพราะมานาของเธอเหือดแห้งไปในตอนร่ายเวททำให้พิกัดการหล่นผิดไปจนไม่อาจแก้ไขได้ "3..." เสียงนับของเมฟิน่าดังขึ้นพร้อมกับความตายที่เอื้อมมือเข้าหาทุกคนในหลุม
แต่แล้วร่างหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นไปทางช่องว่างปากหลุมกับหินยักษ์! ราล์ฟ ที่เหลือแขนเพียงข้างเดียวเค้นมานาทั้งหมดที่มีร่าย [High-Speed Accel] พุ่งตัวออกจากปากหลุมในพริบตาเดียว
“พ่อ!!!” โวล์ฟตะโกนลั่นจนสุดเสียง มือเอื้อมไปหาบิดาแต่คว้าได้เพียงอากาศ
ราล์ฟปักหลักอยู่บนขอบหลุม ใช้ไหล่และมือขวาที่เหลืออยู่รวมถึงแผ่นหลังอันกว้างขวางแบกรับหินยักษ์หนักหลายตัน เขาเค้นพลังจากเวท [Power Boost] จนเส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนและแตกซิบออกตามผิวหนัง เขาออกแรงดันหินให้เลื่อนเข้าที่ปิดปากหลุมจนสนิทเป๊ะในวินาทีสุดท้าย
“2...” ราล์ฟที่อยู่ข้างบนหันไปมองก้อนน้ำแข็งและก้อนพลาสม่าที่กำลังจะปะทะกันเหนือหัวกัลลัส เขาไม่มีทางหนีพ้นระยะระเบิดอีกต่อไปแล้ว ใบหน้าที่ซีดเซียวกลับประดับไปด้วยรอยยิ้มที่สงบที่สุดเท่าที่ราล์ฟเคยยิ้มมาทั้งชีวิต และตะโกนบอกลูกชายของตนผ่านมาทางปากหลุมที่ยังปิดมันสนิท
“โวล์ฟ... เจ้าคือความภูมิใจของพ่อ... จงเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่... ปกป้องทุกคนแทนพ่อด้วยนะ...”
“พ่อ!!!/ราล์ฟ!!!!!!!” โวล์ฟ เซน กัลป์ มาคัส ตะโกนสุดเสียง
ราล์ฟดันก้อนหินด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนปากหลุมปิดสนิท
“1... 0!”
[Steam Explosion: การดับสูญของอสุรกายและการจากไปของวีรชน]
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงง!
แรงระเบิดจากการปะทะกันของน้ำแข็ง 2 ตันและพลาสม่า 3,000 องศาระเบิดออกอย่างรุนแรงเหนือจุดที่กัลลัสยืนอยู่ 30 เมตรจากหลุมที่พวกไคซ่อนตัว แต่สำหรับราล์ฟ... เขาอยู่ห่างจากแรงอัดอากาศมหาศาลนั้นเพียงไม่กี่ก้าว
แรงดันจาก [Steam Explosion] ขยายตัวออกรอบทิศทางด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง มันฉีกกระชากทุกสิ่งในรัศมีทำลายล้างให้กลายเป็นธุลี ร่างของกัลลัสถูกบดขยี้สลายไปในพริบตาภายใต้ความดันมหาศาลที่สะท้อนกลับไปมา และในวินาทีเดียวกันนั้น คลื่นกระแทกที่รุนแรงมหาศาลก็ซัดเข้าใส่ร่างของราล์ฟที่ยืนอยู่บนหินปิดปากหลุมอย่างจัง
ร่างของราล์ฟหายลับไปในกลุ่มไอน้ำสีขาวขุ่นและเปลวเพลิงที่มอดไหม้ในเสี้ยววินาที...
ภายในหลุมลึกที่ห่างออกมา 30 เมตร แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นประดุจโลกกำลังจะแตกสลาย ฝุ่นดินร่วงกราวลงมาทับถมผู้ที่อยู่เบื้องล่าง เมฟิน่ารีบใช้เวท [Fly] พยุงทุกคนให้ลอยตัวอยู่เหนือพื้นดินเพื่อลดแรงกระแทก ขณะที่เอลินฝืนร่าย [Area Heal] อีกครั้งด้วยมือที่สั่นระริก โดยมีไคคอยประกบช่วยแปลงมานาให้เพื่อประคองชีวิตทุกคนไว้
ทว่า... สิ่งที่กรีดแทงใจทุกคนมากกว่าแรงสั่นสะเทือน คือความเงียบงันที่ตามมาจากด้านบนปากหลุม ความเงียบที่บอกให้รู้ว่าชายที่ชื่อราล์ฟ... ผู้พิทักษ์ที่ซื่อสัตย์ที่สุดของดอนตะวันพราว ได้จากพวกเขาไปพร้อมกับการปิดตายประตูนรกนี้ด้วยมือของเขาเอง
ไคหลับตาแน่น หยาดน้ำตาไหลผ่านแก้มเล็กๆ 'แผนของผม... แผนที่สมบูรณ์แบบของผม... ต้องแลกมาด้วยชีวิตของลุงราล์ฟ...' ท่ามกลางแสงสีทองจางๆ จากเวทรักษาของเอลิน เสียงสะอื้นของโวล์ฟดังก้องอยู่ในหลุมลึกที่บัดนี้กลายเป็นทั้งที่รอดชีวิต... และหลุมศพของวีรชนในเวลาเดียวกัน