ยามค่ำคืนที่เงียบสงบ บนท้องฟ้าเหนือเมืองมิลเลอร์ฟรอส ไม่สิเหนือโรงแรมมินเลเนี่ยมได้ปรากฏดาบสีเงินขนาดใหญ่ขึ้น
ดาบเล่มนี้มีออร่าที่ทรงพลังปะทุออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้จัวตนระดับสูงของเมืองที่กำลังพักผ่อนอยู่สัมผัสได้ทันที
ไลท์ที่กำลังนอนหลับอยู่ จู่ๆเขาก็ต้องลืมตาขึ้นและรีบวิ่งออกมาด้านนอกระเบียงพร้อมกับมองไปที่ท้องฟ้าด้วยความตกใจ
“ บ้าน่า ดาบเทียนจือหยวน มาโผล่ที่นี้ได้อย่างไง!! ” ไลท์มองไปที่ดาบสีเงินที่ปรากฏอยู่เหนือท้องฟ้าด้านบนโรงแรมด้วยความไม่อยากเชื่อ
ดาบเทียนจือหยวนเป็นดาบของเปิ่นซานไห่ ดาบเทียนจือหยวนนับว่าเป็นหนึ่งในดาบที่ทรงพลังพอๆกับดาบสวรรค์คืนพิภพของไลท์เลยทีเดียว เพียงแต่ตอนนี้เปิ่นซานไห่ได้ตายไปแล้วทำไมดาบเล่มนี้ถึงมาโผล่ที่นี้ได้
ดาบสีเงิน รูปลักษณ์สวยงาม มีออร่าสีทองแผ่ออกมารอบๆตัวดาบ ออร่าดาบสีทองที่แผ่ออกมาทำให้มันดูศักดิ์สิทธิ์และโบราณ
ไลท์ไม่เข้าใจว่าทำไมดาบเทียนจือหยวนถึงได้มาปรากฏขึ้นที่นี้ ทั้งๆที่มันไม่ควรจะมาโผล่อยู่ที่โลกนี้เลยด้วยซ้ำ
เหตุการณ์ที่ดาบเทียนจือหยวนปรากฏขึ้นมาสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนจำนวนมาก
เนื่องจากดาบเทียนจือหยวนนั้นดูทรงพลังกว่าดาบทุกเล่ม มันจึงทำให้นักดาบจำนวนมากต้องการครอบครองดาบเล่มนี้
“ ดาบนั้นมันอะไรกัน หรือว่าเป็นสมบัติพิเศษงั้นหรอ ”
“ ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบไปเอาดาบเล่มนั้นมาให้ได้ ”
แม้แต่ทางสภาจอมเวทย์เองก็ตกใจและแตกตื่นเหมือนกัน
“ เรียกตัวผู้พิทักษ์และจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดไปที่โรงแรมมินเลเนี่ยมและป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปด้านในได้โดยเด็ดขาด ” เกลกิรอส ผู้บัญชาการสูงสุดของสภาจอมเวทย์สั่งการทันที
ตอนนี้ที่บนท้องฟ้า ตัวตนระดับSหรือSSจำนวนมากต่างก็เฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยความจริงจัง เพราะพวกเขาเองก็คาดหวังว่าจะตัวเองจะต้องได้รับดาบเล่มนี้
“ ไลท์เกิดอะไรขึ้น? ” เบเรียลที่เห็นไลท์รีบวิ่งออกมาที่หน้าต่างและยังแสดงสีหน้าตกใจ ทำให้เบเรียลเองก็ตกใจด้วยเหมือนกัน
“ มีดาบยักษ์อยู่เหนือโรงแรม ” ไลท์พูดขึ้น
เบเรียลทำสีหน้าสงสัยก่อนที่จะเดินออกมาดูที่ระเบียงด้วยเหมือนกัน ก่อนที่จะมีสีหน้าตกใจ
“ นั้นคือดาบเทียนจือหยวน ” ไลท์พูดขึ้น
“ ดาบเทียนจือหยวน? ” เบเรียลทวนคำด้วยความสงสัย
“ ใช่ ดาบเทียนจือหยวน แต่ฉันไม่รู้ว่าทำไมดาบเทียนจือหยวนถึงได้มาโผล่ที่นี้ได้ ” ไลท์พึมพำออกมา
ทันใดนั้นก็มีร่างเงาหลายคนล้อมรอบโรงแรมมินเลเนี่ยมเอาไว้
ซึ่งร่างเงาเหล่านั้นก็คือผู้พิทักษ์และจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของสภาจอมเวทย์
“ ดูเหมือนว่าสภาจอมเวทย์จะเริ่มลงมือแล้ว ” ไลท์พึมพำออกมา
เสียงเคาะประตูห้องไลท์ดังขึ้น เบเรียลเดินไปเปิดประตูก่อนที่จะพบว่าเป็นพวกเวโรนิก้า
“ หัวหน้าเห็นดาบบนท้องฟ้านั้นไหม? ” คอลรุยถามขึ้น
ไลท์พยักหน้าจากนั้นเขาก็สังเกตว่าในกลุ่มขาดเดซี่ไป
“ แล้วเดซี่ล่ะ? ” เบเรียลเป็นคนถามออกมา เพราะเธอสังเกตเห็นว่าเดซี่ไม่อยู่ในกลุ่มด้วย
“ เดซี่ดูดซัพหัวใจแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์อยู่จึงไม่ได้ออกมาจากห้อง ” เวโรนิก้าพูดขึ้น
“ เดซี่ดูดซัพหัวใจแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์อยู่งั้นหรอ ” ไลท์เดินเข้ามาด้วยความสงสัย
“ ใช่ค่ะหัวหน้า ” เวโรนิก้าพยักหน้า
“ แล้วมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ก็ไม่มีนิหัวหน้า เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ? ” เวโรนิก้าส่ายหน้าและทำสีหน้าสงสัย
“ หรือว่าดาบนั้นจะเกี่ยวข้องกับเดซี่งั้นหรอ? ” เบเรียลถาม
“ ก็อาจจะมีส่วน ” ไลท์พยักหน้า
“ หมายความว่ายังไงลูกพี่? ” ไลก้าสงสัย
“ ก็เพราะเคล็ดวิชาบ่มเพาะที่เธอฝึกฝนอยู่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับผู้ครอบครองดาบเทียนจือหยวน ” ไลท์พูดขึ้น
“ ดาบเทียนจือหยวน? ” คนอื่นๆพากันสงสัย
“ ชื่อดาบที่ลอยอยู่บนฟ้านั้นแหละ ” ไลท์ตอบ
“ แล้วผู้ครอบครองดาบเล่มนั้นคือใครงั้นหรอ ” ไลก้าถามต่อ
“ ไปหาเดซี่ก่อนเดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง ” ไลท์พูด
หลังจากทีพวกไลท์มาถึงห้องของเดซี่แล้ว พวกเขาก็เห็นเดซี่กำลังถือหัวใจแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์อยู่
พลังเวทย์ของหัวใจแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ลดลงมากกว่าครึ่งแล้ว นอกจากนี้รอบๆตัวของเดซี่ก็มีดอกไม้ปรากฏขึ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดูเหมือนว่าเดซี่กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้หลากสีสัน
ไลท์หรี่ตาลงและถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ เปิ่นซานไห่ออกมาเถอะ ”
หลังจากที่ไลท์พูดออกมาก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คนอื่นๆเองก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปรบกวน เพราะไม่รู้ว่าจะทำให้การดูดซัพของเดซี่มีปัญหาอะไรไหม
“ เปิ่นซานไห่ถ้าหากเธอไม่ออกมาล่ะก็ฉันจะทำลายสวนดอกไม้นี้ทิ้งแล้วนะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหยิบดาบสวรรค์คืนพิภพออกมา
ทันใดนั้นก็มีละอองแสงหลากสีสันลอยออกมาจากดอกไม้ก่อตัวเป็นหญิงสาวที่อายุประมาณยี่สิบปี ใบหน้างดงามอย่างมาก เธอสวมชุดจอมยุทธ์โบราณซึ่งมันงดงามจนทำให้ทุกๆคนในห้องพากันเหม่อลอยเลยทีเดียว
เธอคือเปิ่นซานไห่ หรืออีกชื่อก็คือเทพบุปผาลี้ลับ ซึ่งเป็นเจ้าของทักษะบ่มเพาะที่เดซี่กำลังบ่มเพาะอยู่
“ ฉันก็นึกว่าใครเป็นคนมอบทักษะของฉันให้กับเด็กคนนี้ ที่แท้ก็คือนายเองหรอกวง? ” เปิ่นซานไห่พูดขึ้น
กวงคือชื่อของไลท์ในโลกของผู้ฝึกตน มีบางครั้งที่เทียนตี้อู่หลงสลบไปและทำให้ไลท์มีโอกาสได้ครอบครองร่างของเทียนตี้อู่หลง เพราะฉะนั้นคนที่สนิทกับเทียนตี้อู่หลงจะรู้ว่าภายในจิตใจของเขาจะมีกวงอาศัยอยู่ นอกจากนี้ความฉลาดของกวงก็มักจะทำให้ทุกๆคนผ่านอุปสวรรค์ต่างๆมาได้ เพราะแบบนี้ทุกๆคนจึงนับกวงเป็นสหายคนหนึ่ง
“ นี้คือโลกของนายงั้นหรอกวง น่าสนใจจริงๆไม่มีพลังสวรรค์และปฐพีแต่มีพลังอย่างอื่นอยู่แทน ” เปิ่นซานไห่พูดขึ้นพร้อมกับสำรวจรอบๆห้องไปด้วยความสนใจ
“ แล้วเธอมาโผล่ที่นี้ได้อย่างไงไม่ใช่ว่าเธอตายไปแล้วงั้นหรอ? ” ไลท์ถามด้วยความสงสัย
“ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มันเหมือนกับมีอะไรบางอย่างเรียกให้ฉันมาที่นี้ ตอนที่นายเรียกฉันตอนแรกฉันก็ไม่กล้าที่จะโผล่ออกมาเพราะไม่รู้ว่านายเป็นใคร พอฉันเห็นดาบสวรรค์กลืนพิภพฉันพอเดาได้ว่านายคือใคร แต่พอนายบอกว่าจะทำลายสวนดอกไม้ฉันจึงต้องโผล่ออกมา ” เปิ่นซานไห่ตอบด้วยความไม่พอใจ เพราะเธอเป็นคนที่รักดอกไม้มากๆและไม่ชอบให้ใครมาทำลายดอกไม้ที่เธอปลูก
“ ฮ่าฮ่า ฉันต้องขอโทษเธอด้วยเพราะถ้าหากฉันไม่พูดแบบนั้นเธอก็คงไม่คิดที่จะโผล่ออกมาไม่ใช่หรอ? แล้วก็ดูเหมือนว่าดาบเทียนจือหยวนของเธอก็จะมาโผล่ที่นี้ด้วยเหมือนกัน คงเป็นเพราะตามเธอมาแน่ๆ ” ไลท์พูดขึ้น
เปิ่นซานไห่ประหลาดใจขึ้นมาก่อนที่จะโบกมือเบาๆ ดาบสีเงินก็มาโผล่ที่มือของเธอทันที
พวกเบเรียลมองดูดาบที่อยู่ในมือของเปิ่นซานไห่ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นดาบที่ลอยอยู่เหนือโรงแรมจริงๆ
ไลก้ารีบวิ่งออกไปด้านตรงระเบียงและมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็พบว่าตอนนี้ดาบยักษ์ที่อยู่บนท้องฟ้าได้หายไปแล้ว
“ ลูกพี่ดาบสีทองบนท้องฟ้าหายไปแล้ว ” ไลก้าตะโกน
“ หรือว่ามันชอบเด็กคนนี้? ” เปิ่นซานไห่สงสัย เพราะเธอสัมผัสได้ว่าดาบของเธอเหมือนกับจะลอยไปหาเดซี่อยู่ตลอดเวลา
ไลท์เองก็แปลกใจที่เปิ่นซานไห่พูดแบบนั้นออกมา
เปิ่นซานไห่ลองปล่อยดาบเทียนจือหยวนในมือของเธอ
ดาบเทียนจือหยวนค่อยๆลอยขึ้นมาวนรอบๆตัวของเดซี่พร้อมกับสั่นเบาๆ
“ งั้นหรอ เจ้าอยากที่จะอยู่กับเด็กคนนี้งั้นหรอ ” เปิ่นซานไห่พึมพำออกมาพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นเดซี่และเธอก็รู้ว่าเดซี่เองก็เป็นคนที่รักดอกไม้เหมือนกับเธอ
“ เอาสิในเมื่อข้าได้ตายไปแล้วเจ้าก็ควรที่จะหานายใหม่ได้แล้ว ” เปิ่นซานไห่พูดขึ้น
ดาบเทียนจือหยวนสั่นเบาๆก่อนที่จะลอยหายเข้าไปในตัวของเดซี่
“ เธออยู่ได้อีกนานแค่ไหน? ” ไลท์ถามออกมา
“ คิดว่าอีกประมาณสิบนาที ” เปิ่นซานไห่ตอบ
“ งั้นหรอ ” ไลท์พึมพำออกมาเบาๆ
“ ว่าแต่นี้คือสหายของนายงั้นหรอกวง? ” เปิ่นซานไห่มองดูพวกเบเรียลด้วยความสนใจ จากนั้นเธอก็สัมผัสได้ว่าออร่าของพวกเขานั้นคล้ายๆกับสหายของเธอเลย
“ นี้นายเล่นมอบทักษะของพวกเราให้กับเพื่อนของนายหมดเลยงั้นหรอ นี้ก็ทักษะของหลัวจี๋ นี้ก็ทักษะของจ้านเต๋อ นี้ก็ทักษะของปิงเสวียน ” เปิ่นซานไห่พูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“ พอเธอพูดถึงชื่อเหล่านั้นออกมามันก็ทำให้ฉันคิดถึงเจ้าพวกนั้นเหมือนกัน ” ไลท์ยิ้มขึ้นและคิดถึงเพื่อนๆที่อยู่ในโลกผู้ฝึกตน
เบเรียลและคนอื่นๆมองไปที่ไลท์ด้วยความสนใจ พวกเธอรู้แค่ว่าไลท์เป็นคนมอบทักษะต่างๆให้และยังพูดถึงโลกของผู้ฝึกตนให้ฟังแต่พวกเธอไม่ค่อยถามถึงอดีตของไลท์มาก่อนเลย ดูเหมือนว่าไลท์จะมีอดีตที่น่าสนใจมากๆและดูเหมือนว่าไลท์เคยไปโลกผู้ฝึกตนมาด้วย
เปิ่นซานไห่หันหลังกลับมามองเดซี่พร้อมกับชี้ไปที่เดซี่ก่อนที่จะมีแสงสีทองพุ่งใส่ระหว่างคิ้วของเดซี่ แต่ก็เพียงแค่ประมาณสิบกว่าวินาทีเท่านั้นก่อนที่เปิ่นซานไห่จะลดมือลง
“ ขอบใจมากเปิ่นซานไห่ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ ถึงอย่างไรฉันก็ตายไปแล้ว อย่างน้อยก็มีผู้สืบทอดให้ฉันได้สืบทอดทักษะของฉันหน่อยก็นับว่าเป็นโชคของฉันแล้ว อันที่จริงก็ต้องขอบใจนายด้วยนะกวง ถ้าหากไม่ใช่เพราะนายฉันก็คงไม่มีผู้สืบทอดหรอก ” เปิ่นซานไห่ส่ายหน้าเบาๆพร้อมกับถอนหายใจออกมา
“ เรื่องเล็กน้อยน่า ” ไลท์ยิ้ม
“ แล้วหลังจากที่ฉันตายไปเจ้าบ้านั้นเป็นอย่างไงบ้าง? ” เปิ่นซานไห่ถามด้วยความอยากรู้
เจ้าบ้านั้นที่เปิ่นซานไห่ถามก็คือ ลู่จงต้า เขาคือสามีของเปิ่นซานไห่ และยังเป็นสหายของไลท์อีกด้วย
“ หลังจากที่จบเหตุการณ์นั้น เจ้านั้นก็สร้างบ้านใกล้ๆกับเทือกเขาหยงเทียน และทุกๆเย็นเจ้านั้นก็จะไปนั่งอยู่ที่หลุมศพเธอ ฉันเองก็ไม่สามารถพูดอะไรได้หรอกก็อย่างที่รู้เจ้านั้นรักเธอมากขนาดไหน ” ไลท์ถอนหายใจ
“ งั้นหรอ ขอบคุณมากนะกวง ” เปิ่นซานไห่ยิ้ม
หลังจากที่ไลท์และเปิ่นซานไห่พูดคุยเรื่องราวในอดีตจนครบสิบนาที
ร่างกายของเปิ่นซานไห่ก็ค่อยๆกลายเป็นละอองแสงและหายไปอย่างช้าๆ
“ กวงฉันคงต้องไปแล้วละ ถ้าหากโชคดีฉันคงได้เจอกับนายและคนอื่นๆอีกนะ ” เปิ่นซานไห่ยิ้มและหายไป
หลังจากที่เปิ่นซานไห่หายไป ดอกไม้รอบๆตัวของเดซี่ก็ค่อยๆหายไปด้วย
“ เวโรนิก้า เมลิซ่า เฮลเฟลชก็คุ้มครองเดซี่เอาไว้ ส่วนคนอื่นๆก็คุ้มครองข้างนอก ส่วนฉันจะไปบอกให้ไอพวกข้างนอกหยุดตีกันสักที ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะหายตัวไปทันที
ก่อนหน้านี้ไม่นาน
เพื่อที่จะต้องการครอบครองดาบเทียนจือหยวน ได้เกิดการต่อสู้กันเหนือท้องฟ้า
ด้วยการที่ตัวตนระดับSและระดับSSต่อสู้กันจึงทำให้สภาจอมเวทย์สั่งให้ชาวบ้านในพื้นที่อพยพไปทันทีเพื่อความปลอดภัย
ทำให้เหนือท้องฟ้ากลายเป็นสถานที่ที่วุ่นวายถึงขีดสุด
เพียงแต่หลังจากที่การต่อสู้ใช้เวลานานกว่าสิบนาที จู่ๆดาบสีเงินก็หายไปอย่างไร้ร่องลอย
“ เกิดอะไรขึ้น? ”
“ ทำไมจู่ๆดาบเล่มนั้นถึงได้หายไปล่ะ มีใครขโมยไปกันแน่? ”
“ ไอเจ้านั้นแน่ๆที่ขโมยไปเพราะมันอยู่ใกล้กับดาบเล่มนั้นมากที่สุด ”
ทันใดนั้นฝูงชนก็พากันบินเข้าใส่จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับดาบเทียนจือหยวนมากที่สุด
จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์คนนั้นได้แต่ตะโกนด่าความโชคร้ายของตัวเอง
“ แม้งเอ้ย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยดาบนั้นก็หายไปแล้ว ” จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ตะโกนออกมาแต่ก็ไม่มีใครที่คิดจะฟังเลย
“ พวกแกคิดว่าพวกแกเป็นใครกันถึงกล้ามาก่อความวุ่นวายที่นี้? ” น้ำเสียงอันเย็นชาดังขึ้น
ทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอยู่ข้างๆจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์คนนั้น
เมื่อฝูงชนเห็นผู้มาใหม่ก็ต้องพากันหยุดชะงัก เพราะออร่าของผู้มาใหม่นั้นทรงพลังมาก ซึ่งมันทรงพลังจนแม้แต่ระดับSSก็ยังเป็นเพียงแค่หิ่งห้อยเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์
“ ผู้บัญชาการเกลกิรอส ” ฝูงชนพากันพูดขึ้นด้วยความหวาดกลัว
จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์และผู้พิทักษ์ทั้งหลายพากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ หลบไปซะคุณเกลกิรอส!! ” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาคือโลกัช หนึ่งในตัวตนระดับSSที่ไม่ค่อยปรากฏตัวออกมา
“ ใช่แล้วคุณเกลกิรอส ถ้าหากไม่หลบล่ะก็พวกเราก็จะบุกเข้าไปแน่ ” ชายชราอีกคนตะโกนออกมา เขาคือดาวิน หนึ่งในตัวตนระดับSSอีกหนึ่งคน
“ คุณเกลกิรอส คุณคิดหรอว่าจะสภาจอมเวทย์จะสามารถต้านทานพวกเราได้ทุกคน? ” หญิงวัยกลางคนอีกหนึ่งคนพูดเสริมขึ้นมา เธอคือจูเลก้า ตัวตนระดับSS
บนท้องฟ้านั้นมีตัวตนระดับSS นอกจากสภาจอมเวทย์อยู่ถึงแปดคน และระดับSอีกนับร้อย ห่างออกไปรอบนอกก็ยังมีตัวตนระดับSและSS อีกหลายคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ ซึ่งในนั้นก็มีกลุ่มของห้าตระกูลผู้พิทักษ์อยู่ด้วย
ห้าตระกูลผู้พิทักษ์เองก็สนใจดาบเทียนจือหยวนด้วยเหมือนกัน เพราะพวกเขาเองก็สัมผัสได้ว่าดาบเทียนจือหยวนทรงพลังมากและต้องการที่จะครอบครอง
เกลกิรอสหรี่ตาลง เขาเองก็ไม่กล้าที่จะเอาสภาจอมเวทย์เข้ามาเสี่ยง อีกอย่างคนที่อยู่ด้านหน้าเขาส่วนมากก็ยังเป็นระดับSS อีกด้วย แม้ว่าเขาคนเดียวจะเอาชนะได้แต่เขาก็ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ของสภาจอมเวทย์เข้ามาเสี่ยงอย่างแน่นอน
เกลกิรอสหันไปมองจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ข้างๆพร้อมกับถามขึ้นว่า “ รีมูท นายเอาดาบเล่มนั้นไปหรือเปล่า ”
รีมูทส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ ท่านเกลกิรอส ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยครับจู่ๆดาบเล่มนั้นมันก็หายไปเอง ถ้าหากไม่เชื่อก็ลองตรวจดูในแหวนมิติของผมได้เลยครับ ”
เกลกิรอสขมวดคิ้วและมองไปที่กลุ่มคนข้างหน้า “ พวกนายก็ได้ยินแล้วนิ ”
“ งั้นคุณเกลกิรอสกล้าให้พวกเราค้นตัวมันไหม? ” โลกัชพูดขึ้น
“ ได้ ” เกลกิรอสพยักหน้า
รีมูทบินไปด้านหน้า
โลกัชและดาวินมองหน้ากันก่อนที่จะบินไปหารีมูท
ทั้งสองตรวจสอบอุปกรณ์มิติทั้งหมดของรีมูทและตรวจสอบตามร่างกายของรีมูทว่าได้เก็บอุปกรณ์มิติอะไรไว้ไหมแต่ก็พบว่าภายในอุปกรณ์มิิตของรีมูทไม่มีดาบเล่มนั้นอยู่จริงๆ
“ มันจะหายไปเองจริงๆงั้นหรอ? ” โลกัชพึมพำออกมาด้วยความสงสัย
ทุกๆคนที่อยู่รอบๆก็พากันขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเช่นกัน