ในขณะที่เขาเอาผงไม้เทียนเซียงใส่ลงในกล่องเครื่องปรุง ร้านอาหารก็มีแขกเพิ่มเข้ามาอีกสองคน
ไม่รู้ว่าทำไมลูกค้าที่เข้ามาในร้านถึงได้มีแต่ผู้หญิง
“เถ้าแก่คะ ขอเมนูหน่อย”
“ไม่มีเมนู วันนี้มีแค่ข้าวผัดไข่กับนม” จางฮ่านตอบ
“อะไรนะ?!”
หนึ่งในสองสาวพูดขึ้นท่าทางดูถูก “ล้อกันเล่นหรือไง? มีแต่ข้าวผัดคุณเปิดร้านยังไงของคุณ?”
“เขาจะขายอะไรมันไปเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ” หญิงสาวอีกคนที่มาด้วยพูดขึ้น “ข้าวผัดไข่กับนมที่ร้านชุดละเท่าไหร่คะ?”
ไม่มีเมนู แถมราคาก็ไม่รู้ เธอเลยถามเพื่อความแน่ใจ
“ที่อื่นเขาขายกันเท่าไหร่ล่ะ?” จางฮ่านยังไม่ได้ตั้งราคา
“เอ่อ?” หญิงสาวรู้สึกว่าร้านอาหารนี่ไม่ค่อยจะเข้าท่าเท่าไหร่แล้ว ถ้าไม่ใช่ดูแลร้านได้สะอาดสะอ้าน เธอเองก็นึกไม่ถึงว่าที่นี่จะเป็นร้านอาหาร
“ร้านแบบคุณ ปกติก็ขายอยู่ในราคาราวๆ 28 หยวน นมก็แก้วละ 8 หยวน” เธอตอบ “ถ้าเป็นร้านข้างทางทั่วไปก็อยู่ราวๆ 12 หยวน นมแก้วละ 3 หยวน”
“อ่อ งั้นที่ร้านก็ขายข้าวผัดไข่ราคา 280หยวน นมแก้วละ 80หยวน” จางฮ่านพยักหน้าบอกราคา
ไม่รู้เขาไปเอาความมั่นใจพวกนี้มาจากไหน
“คุณสติดีหรือเปล่าเนี่ย?” สาวหน้าแหลมร้องขึ้น “คุณทำการค้ายังไงของคุณ? ข้าวผัดไข่คุณขาย 280? ข้าวผัดไข่ของพ่อครัวเทพอย่าง หวางหลง เพิ่งจะขาย 5000 คุณคิดว่าคุณเป็นเขา? ถ้าคุณมีฝีมือระดับเขา ทำไมมาเปิดร้านในที่กันดารๆ แบบนี้?”
หวางหลงเป็นพ่อครัวอันดับหนึ่งของเซียงเจียง ในหนังเรื่องกุ๊กเทวดาก็สร้างมาจากเรื่องราวของเขา
“ไม่กินก็ออกไป” จางฮ่านเห็นว่าเหมิงเหมิงเริ่มตกใจในเสียงแหลมๆ ของแม่สาวนั่น เลยอารมณ์ไม่ค่อยจะดี “อีกอย่างนะ หวางหลงอะไรนั่นฉันไม่เห็นจะรู้จัก แล้วก็ไม่คิดจะรู้จัก ถ้าเขาขายห้าพัน ฉันก็ขายห้าหมื่น”
“คุณ” สาวหน้าแหลมกำลังจะปรี๊ดแตก แต่โดนเพื่อนของเธอรั้งเอาไว้ ถึงเธอจะแต่งตัวได้ขัดใจแม่ แต่ก็พอจะเห็นได้ถึงความอ่อนโยน ถึงเธอจะรู้สึกขัดใจอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ก็พูดออกมาอย่างมีมารยาท
“คุณคะ ราคาที่คุณตั้งขึ้นมานั้นสูงจนน่าตกใจ ถ้าพวกเราไปฟ้องสคบ.เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ทำได้สบายๆ อีกทั้งข้าวผัดไข่ของหวางหลงที่เขาขายราคาห้าพันนั้น เป็นเพราะเค้าใช้ข้าวหอมมะลิที่ผ่านการอบแห้งไว้ถึงหนึ่งปีจากไทย ไม่ใช่ว่าใครก็ซี้ซั๊วตั้งราคาแบบคุณ”
“อ้อเหรอ?” จางฮ่านเห็นว่าเธอไม่ยอมลงให้เขา “อย่าว่าแต่อบแห้งหนึ่งปีเลย ต่อให้อบมาเป็นร้อยปีก็เทียบกับข้าวที่ผมใช้ไม่ได้หรอก นี่ไม่ได้โม้นะ”
“คุณนี่มัน ไร้เหตุผลสิ้นดี พวกเรากลับ” เธอโมโหลากเพื่อนของเธอออกไปจากร้าน
“ป๊ะป๋า พวกเขาดุร้ายจังเลย” เหมิงเหมิง พูดขึ้น
“พวกมดปลวกที่ไม่รู้จักโลก อย่าไปสนใจเลย ป๊ะป๋าไปทำกับข้าวเดี๋ยวนี้แหละ จะได้รีบๆ กินกัน” จางฮ่านโอ๋
“อื้อ ไม่สนพวกมดปลวก” เหมิงเหมิงตอบเสร็จ ก็หันกลับไปดูทีวี
เหลียงเมิ่งฉีตะลึงกับวิธีสอนลูกของจางฮ่าน
พอจางฮ่านกำลังจะลงมือทำกับข้าว เหลียงเมิ่งฉี ก็พูดขึ้น “นี่คุณคงไม่คิดจะขายข้าวราคาจานละห้าหมื่นจริงๆ ใช่มั้ย?”
“280 พอ” จางฮ่านตอบ
“อ่อ” เหลียงเมิ่งฉี พยักหน้า “เร็วเข้าหน่อย ฉันหิวแล้ว”
“ใช่เร็วๆ หน่อย เหมิงเหมิง ก็หิวแล้วเหมือนกัน” เหมิงเหมิง บ่น
“รู้แล้วๆ ใกล้เสร็จแล้วเนี่ย” จางฮ่านหัวเราะ
เสร็จแล้วจางฮ่านก็จัดการแบ่งออกเป็นสามส่วน
“เหมิงเหมิง กินข้าวได้แล้ว”
จางฮ่านอุ้มเหมิงเหมิงไปนั่งที่โต๊ะอาหาร พอนั่งเสร็จก็หันไปบอกเหลียงเมิ่งฉี “ของเธอไปเอาเอง”
“หา?” เหลียงเมิ่งฉี ข้องใจ นี่มันวิธีต้อนรับลูกค้าแบบไหนกันแน่เนี่ย
“ชิ ฉันขอลองกินดูสักทีซิ สมราคา 280 อย่างที่โม้ไว้หรือเปล่า” เหลียงเมิ่งฉี ลุกไปหยิบอาหาร
“หอมจังเลย” เธอยกอาหารกลับไปที่โต๊ะ เธอจิบนมก่อนที่จะกินข้าว เพิ่งจะดื่มไปอึกแรกเธอก็ทำหน้าฟินขึ้นมาทันที นี่มันนมอะไรทำไมถึงได้หอมขนาดนี้ ตั้งแต่ออกจากท้องแม่มานี่เพิ่งจะได้ลองเป็นครั้งแรก จนเธอเผลอดื่มมันจนหมดแก้ว
“เถ้าแก่ นี่มันนมอะไรทำไมถึงได้หอมขนาดนี้?” เหลียงเมิ่งฉี อดสงสัยไม่ได้
“นี่น่ะเหรอ ก็นมที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลกนี้ยังไงหล่ะ” จางฮ่านตอบ
“อ่อ” เหลียงเมิ่งฉี พยักหน้าท่าทางน่ารัก จ้องไปยังจุดหมายต่อไป ข้าวผัดไข่
“นี่...มันใช่ข้าวผัดไข่แน่เหรอ?”
“โลกนี้มันมีข้าวผัดไข่ที่อร่อยขั้นเทพได้ขนาดนี้ด้วย?”
“มันอร่อยกว่าข้าวผัดไข่ของหวางหลงเป็นร้อยเท่าพันเท่าเลย” เธอไม่คิดมาก่อนว่าข้าวผัดไข่ที่เธอรอคอยจะอร่อยจนเหลือเชื่อได้ขนาดนี้ อาหารของพ่อครัวเทพหวางหลงเธอก็เคยได้สัมผัสมาไม่น้อย รวมไปถึงข้าวผัดไข่ ในตอนนั้นเธอก็คิดว่าคงไม่มีใครทำอาหารได้อร่อยเท่าหวางหลงอีกแล้ว แต่ข้าวผัดไข่ในวันนี้ทำให้เธอเปลี่ยนความคิดไปเลยทีเดียว
จบตอน