ฉางหมิงยืนมองร่างของอู๋ซวงที่พุ่งผ่านร่างของเขาไปพร้อม ๆ กับเลือดที่พุ่งออกมาจากลำคอของเขาเขาพยายามใช้มือปิดปากแผลแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือขึ้นมาก่อนที่ภาพจะพล่ามัว และลมหายใจสุดท้ายของฉางหมิงจะสิ้นสุดลง
“จบสิ้นเสียทีฉางหมิง หากเจ้าไม่คิดโลภมาก ชีวิตของเจ้าคงจะยืนยาวกว่านี้อีกหลายร้อยหลายพันปีเป็นเพราะตัวเจ้าทำให้ผู้คนมากมายต้องเจอกับทุกข์ยาก และความลำบากมาตลอดสิบหกปีเจ้าเป็นถึงปราชญ์จอมเวท แต่คิดเอาแต่จะได้เพียงอย่างเดียวนี่นะหรือคนที่ผู้คนนับถือและศรัทธา”
ทางด้านเสิ่นจิ้นที่ต้องพบกับปราชญ์จอมเวทของอาณาจักรกาลเวลาที่เหลืออีกคนหนึ่ง ปราชญ์จอมเวทคนนี้เป็นคนที่มีเห็นแก่ตัวเป็นอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นภาพของฉางหมิงที่ถูกอู๋ซวงสังหารเขาพลันตื่นตกใจในทันที
“ทำไมเจ้าคิดจะหนีอย่างนั้นหรือหวังลู่เฟย แต่ไหนแต่ไรเจ้าก็เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมาโดยตลอดแล้วนี่นั่นแหละคือผลของการเห็นแก่ได้ของพวกเจ้า”
เสิ่นจิ้นดึงธนูของเขาออกมาพลันร่ายเวทสายลมอย่างรวดเร็วเสิ่นจิ้นดึงสายธนู ลูกธนูที่ถูกสร้างด้วยลมพลันก่อร่างขึ้นมาในทันทีลูกธนูสายลมถูกปล่อยออกไปในทันที
ฟิ้ววว......
หวังลู่เฟยร่ายเวทป้องกันในทันทีโล่ม่านพลังป้องกันลูกธนูสายลมได้อย่างทันท่วงที
ตูมมม......
ลูกธนูสายลมปะทะเข้ากับโล่ม่านพลังของหวังลู่เฟยพลันเกิดระเบิดขึ้นมาในทันที
“ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าโล่ของเจ้ากับลูกธนูของข้าใครจะแข็งแกร่งมากกว่ากัน”
เสิ่นจิ้นระดมยิงลูกธนูอย่างต่อเนื่องลูกธนูสายลมแต่ละดอกปักลงที่เดิมทุกครั้งจนโล่ม่านพลังของหวังลู่เฟยเริ่มเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ ขึ้น
ฟิ้ววว.....
ฟิ้ววว.....
ฟิ้ววว.....
ตูมมม!!!
ตูมมม!!!
ตูมมม!!!
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก
ฉึก!!!
อ๊าก!!!!
ลูกธนูสายลมของเสิ่นจิ้นทะลวงโล่ม่านพลังของหวังลู่เฟยได้ในที่สุดมันทะลุเข้าไปที่หัวไหล่ของหวังลู่เฟยเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของหวังลู่เฟยดังไปทั่ว
เหล่ากองกำลังทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันเป็นระรอกๆ ในที่สุดกองกำลังของเฟยหลงก็สามารถเปิดประตูเมืองและเข้าไปโจมตีภายในเมืองได้กองกำลังของเฟยอ้าวซวงที่เดิมมีจำนวนน้อยกว่าอยู่แล้วเริ่มถอดใจไม่อยากจะสู้บางคนถึงกับวางอาวุธและยอมจำนนตั้งแต่กองกำลังของเฟยหลงเปิดประตูเมืองเข้าไปได้
ความสูญเสียของกองกำลังเฟยอ้าวซวงมากขึ้นเรื่อยๆ กองศพนับไม่ถ้วนที่ถูกกองกำลังของเฟยหลง รวมถึงกลุ่มเงาสังหารสังหารอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเสี่ยวเทียนที่ปล่อยลูกบอลเพลิงสังหารเหล่าทหารของเฟยอ้าวซวงแต่ละครั้งมีคนตายนับร้อยคนเลยทีเดียว
“หวังลู่เฟยเจ้าเองก็ทำให้ชาวบ้านตาดำ ๆ ลำบากมาไม่น้อยโดยเฉพาะหญิงสาวที่ถูกเจ้านำไปสนองตันหา วันนี้ข้าเสิ่นจิ้นจะขอลงโทษเจ้าแทนชาวบ้านนับหมื่นนับแสนที่ถูกเจ้าสังหารและเอารัดเอาเปรียบมาโดยตลอด”
“ฮึคิดหรือว่าข้าจะยอมแพ้เจ้าง่าย ๆเช่นนี้เจ้าเองก็รู้ว่าข้าเชี่ยวชาญเรื่องอะไรในเมื่อศึกในครั้งนี้ข้าจะสู้เจ้าไม่ได้ แต่เจ้าก็อย่าหวังว่าจะสังหารข้าได้โดยง่ายเช่นเดียวกัน”
หวังลู่เฟยเห็นว่าศึกในครั้งนี้เขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอนเขาจึงหันหลังพร้อมกับคิดที่จะหนีออกจากสนามรบนี้อย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยในขณะที่หวังลูเฟยหันหลังพร้อมกับทะยานหนีออกไปด้วยความเร็ว
“คิดหรือว่าข้าจะให้เจ้าหนีไปได้ง่ายๆ เจ้าแก่หวังลู่เฟย ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าจะต้องมาไม้นี้ คนเห็นแก่เจ้าเช่นเจ้าคงไม่คิดจะสู้แบบจริง ๆ จัง ๆ หากไม่ได้เปรียบหรอกจริงไหม?”
เสิ่นจิ้นร่ายเวทชั้นสูงในทันทีลูกธนูสายลมของเขากลับมีเปลวเพลิงหลอมรวมอยู่ด้วยทำให้ความรุนแรงและความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวลูกธนูสามลูกพุ่งทะยานออกไปอย่างต่อเนื่องทิศทางที่มันพุ่งไปนั่นคือทิศทางที่หวังลู่เฟยหนีไปนั่นเอง
“ข้าอยากจะรู้นักว่าความเร็วของเจ้ากับลูกธนูของข้าใครจะเร็วกว่ากัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ฟิ้ววว.....
ฟิ้ววว.....
ฟิ้ววว.....
ฉึก!!!
ฉึก!!!
ฉึก!!!
อ๊ากกก....
“เจ้าเสิ่นจิ้น เจ้าไปเอาตำราเวทชั้นสูงนี้มาจากไหนกันทำไมข้าไม่ยักรู้ว่าเจ้ามีเวทชั้นสูงกับเขาด้วย”
“ฮึของดีใครเขาจะวิ่งไปบอกคนอื่นกันเล่า หากเจ้ารู้ก็คงเตรียมตัวรับมือกับเวทของเข้าได้แล้วสิ ฮ่า ฮ่า ฮ่าโชคดีของเจ้าที่ต้องตายด้วยเวทชั้นสูงของข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ร่างของหวังลู่เฟยถูกเผาไหม้ไปอย่างรวดเร็วเพียงไม่นานเหลือเพียงแค่แหวนมิติเท่านั้นที่ยังคงเหลือให้เสิ่นจิ้นเก็บ
“โอ้โหทรัพย์สมบัติของเจ้ามีไม่น้อยเลยทีเดียวนี่สินะที่เขาว่าโลภมากเกินไปมักจะไม่ได้ใช้ของที่ตนเองหามาได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอบใจเจ้ามากนะหวังลู่เฟยที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบให้ข้า”
ส่วนทางด้านของเฟยหลงที่ต้องเผชิญหน้ากับเฟยอ้าวซวงที่ตอนนี้โกรธเป็นอย่างมากเนื่องจากเขากำลังถูกสัตว์อสูรทั้งสามตัวโจมตีอย่างต่อเนื่องจนเขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อยส่วนเฟยหลงทำได้เพียงแค่ยืนมองดูสัตว์อสูรทั้งสามตัวของเขาจู่โจมเฟยอ้าวซวง
สภาพของเฟยอ้าวซวงแทบไม่เหลือความสง่างามของกษัตริย์อาณาจักรกาลเวลาเลยแม้แต่น้อยชุดของเขาขาดไปทั้งตัว สัตว์อสูรทั้งสามตัวตอนนี้พลัดกันโจมตีหากตัวไหนเหนื่อยอีกตัวหนึ่งก็จะเข้าไปโจมตีแทนพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมาทำให้มานาและพลังปราณของเฟยอ้าวซวงเริ่มจะหมดลงไปเรื่อย ๆ
อู๋ซวงพร้อมกับเสิ่นจิ้นที่สังหารสองปราชญ์จอมเวทไปเรียบร้อยรีบเข้ามาสมทบกับเฟยหลงในทันทีส่วนทหารที่อยู่รอบ ๆ เมื่อเห็นปราชญ์จอมเวททั้งสองถูกสังหาร พวกเขาก็ไม่มีความกล้าที่จะต่อสู้อีกต่อไปต่างพากันวางอาวุธและยอมแพ้พวกเขาจ้องมองมายังกษัตริย์ของพวกเขาที่ตอนนี้อยู่ในสภาพที่เรียกได้ว่าทุลักทุเลเป็นอย่างมาก
เฟยอ้าวซวงยังคงต่อสู้กับสัตว์อสูรทั้งสามตัวโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยเขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้กองทัพทั้งหมดของเขานั้นพ่ายแพ้ให้กับกองทัพของเฟยหลงและอู๋ซวงไปเรียบร้อยแล้วองค์ชายรองที่ยังมีชีวิตอยู่ถูกหลินเจิ้นหลงผู้นำกลุ่มเงาสังหารควบคุมตัวไว้เรียบร้อยแล้ว
จนกระทั่งเฟยอ้าวซวงเริ่มหมดแรงเขาเริ่มหันกลับมามองรอบ ๆ ตัว เขาพบว่าทุกคนกำลังจ้องมองการต่อสู้ของเขาอยู่
“เสด็จพ่อพวกเราแพ้แล้ว สงครามครั้งนี้พวกเราแพ้แล้ว เสด็จพ่อ”องค์ชายรองเอ่ยกับเฟยอ้าวซวง
เฟยอ้าวซวงได้ยินดังนั้นเขาปล่อยดาบคู่กายของเขาลงกับพื้นพร้อมกับยืนเหม่อมองดูผู้คนรอบๆ กายที่ในตอนนี้ไม่เหลือใครเลย
“มันจบแล้วท่านลุง ยอมจำนนและกลับไปรับโทษจากท่านพ่อของข้าเสียเถิดท่านทำให้ผู้คนต้องตกทุกข์ได้ยากมานานแล้ว ตอนนี้สงครามของพวกเราจบลงแล้ว ท่านแพ้แล้ว”
คนของกลุ่มเงาสังหารนำโดยหลินเจิ้นหลงผู้นำกลุ่มเงาสังหารรีบเข้าไปจับกุมตัวของเฟยอ้าวซวงในทันทีเฟยอ้าวซวงไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนแต่อย่างใด
“พวกเจ้าจับกุมครอบครัวของเฟยอ้าวซวงรวมถึงเหล่าขุนนางทั้งหมดคุมขังเอาไว้ก่อนรอท่านพ่อของข้ามาตัดสินโทษพวกเขา ส่วนขุนนางทั้งหมดหากใครสมรู้ร่วมคิดกับเฟยอ้าวซวงจะถูกสังหารโดยไม่มีการปราณี” อู๋ซวงเอ่ย
“เฟยหลงเจ้ารอพวกเราอยู่ในเมืองหลวงก่อนปู่กับเสิ่นจิ้นจะไปจัดการเรื่องแม่ทัพใหญ่ก่อน”
“ขอรับท่านปู่”
อู๋ซวงพร้อมกับเสิ่นจิ้นทะยานออกไปอย่างรวดเร็วพวกเขาไปถึงยังชายแดนในเวลาต่อมาเมื่อทั้งสองเห็นกองกำลังจำนวนกว่าสิบห้าล้านคนอยู่ด้านล่างเสิ่นจิ้นจึงได้เอ่ยขึ้น
“แม่ทัพใหญ่หยวนซิตอนนี้ฝ่าบาทพ่ายแพ้สงครามแล้ว เจ้านำกองกำลังทั้งหมดกลับไปยังอาณาจักรกาลเวลาได้แล้วไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่”
“ท่านผู้อาวุโสเสิ่นจิ้นท่านกล่าวอะไร สงครามยังไม่เริ่มสักหน่อยทำไมท่านถึงได้บอกว่าฝ่าบาทพ่ายแพ้แล้ว”
“กษัตริย์เฟยอ้าวซวงของพวกเจ้าพ่ายแพ้ให้กับเฟยหลงบุตรของเฟยอู่หลานองค์รัชทายาทที่ถูกจับตัวคุมขังไว้กว่าสิบหกปีเจ้ากลับไปแล้วเจ้าจะเข้าใจเอง”
“อะไรนะเฟยหลงบุตรชายขององค์รัชทายาทเฟยอู่หลานนะหรือท่านผู้อาวุโสท่านบอกว่าองค์รัชทายาทยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่แล้วองค์รัชทายาทยังคงมีชีวิตอยู่ เขาถูกช่วยเหลือออกไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน”
“พระองค์ถูกคุมขังไว้ทำไมพวกเราถึงไม่รู้เรื่องนี้เลย หากข้ารู้แบบนี้ข้าจะรีบไปช่วยเหลือพระองค์ด้วยตัวของข้าเองตกลงข้าจะถอนกำลังทั้งหมดกลับไปยังอาณาจักรกาลเวลา แล้วกองกำลังของอาณาจักรรุ่งอรุณที่อยู่ที่นั่นหละพวกเราจะทำยังไง”
“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลไปพวกเขาไม่บุกเข้ามากหรอก อู๋ซวงข้าฝากท่านจัดการเรื่องนี้ด้วย”
“ได้สิข้าจะไปบอกองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองของอาณาจักรรุ่งอรุณเอง”
อู๋ซวงทะยานออกไปด้วยความเร็วเขาไปพบกับองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองของอาณาจักรรุ่งอรุณไม่นานกองกำลังทั้งหมดของอาณาจักรรุ่งอรุณจึงได้ถอยทัพกลับไป
“ถอนกำลังกลับไปยังอาณาจักรกาลเวลา” แม่ทัพใหญ่หยวนซิสั่งการในทันทีกองทัพของอาณาจักรกาลเวลาค่อย ๆ ถอนกำลังกลับไปยังอาณาจักรกาลเวลากองกำลังทั้งหมดสิบห้าล้านคนใช้เวลาไปมากพอสมควรในการเดินทางกลับไปถึงยังอาณาจักรกาลเวลา
หลังจากสงครามจบสิ้นลงเฟยหลงให้เสี่ยวเทียนกลับไปรับบิดาและมารดาของเขามาที่อาณาจักรกาลเวลาแห่งนี้เสี่ยวเทียนใช้เวลาเพียงแค่สองวันในการเดินทางรับตัวบิดาและมารดาของเฟยหลงมายังอาณาจักรกาลเวลา
เมื่อมาถึงยังอาณาจักรกาลเวลาเฟยอู่หลานและหลิวเซียงต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เฟยหลงและอู๋ซวงได้ทำทั้งสองคนสามารถจับกุมเฟยอ้าวซวงพร้อมกับขุนนางที่ร่วมมือได้อย่างครบถ้วนแถมยังแยกแยะขุนนางที่ไม่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องอีกด้วย