“เรื่องนี้พูดแล้วก็ช่างยาวนานยิ่งนัก.......”
เมสันหลับตาลงพร้อมหวนรำลึกถึงอดีต
ท่าทางข้าต้องไปเตรียมป็อปคอร์นกับเครื่องดื่มมาแล้วมั้ง?
เอริคมองไปที่เมสันที่เตรียมเล่าเรื่องเก่า
แต่ท่าทางข้าน่าจะไม่ได้กินเพราะหลับก่อนงั้นข้าไปหยิบหมอนมานอนฟังแล้วกัน
เอริคคิดไปคิดมาก็รู้สึกความคิดหลังนั้นเข้าท่ากว่า
“เรื่องนี้เกิดเมื่อสมัยข้ายังเป็นเพียงพ่อค้าเล็กๆ....”
เมสันลืมตาพร้อมกับเล่าอย่างช้าๆ
เอริคเมื่อเห็นเมสันเริ่มเล่าก็ยืนฟังอย่างเงียบๆ
“สมัยนั้นข้ายังไม่มีความร่ำรวยและมีอำนาจเช่นนี้ข้าเพียงเปิดร้านแผงลอยขายอาหารเล็กๆอยู่ตามท้องถนน มีมิตรสหายมากมายตอนนั้นข้ามีความสุขกับชีวิตมากมาย....พูดไปแล้วช่วงนั้นก็ยังเยาส์ยิ่งนัก...เฮ้อ”
เมสันถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนเล่าต่อ
“ข้าได้ทำการค้าไปเรื่อยๆจนวันหนึ่งข้าได้เจอกับคนผู้หนึ่งจากหมู่บ้านใบไม้ม่วง.....”
หมู่บ้านใบไม้ม่วง?
จุดหมายแรกของการเดินทางของข้านี่นา?
เอริคค่อนข้างแปลกใจว่าเรื่องที่บิดาของเขาเล่ามีความเกี่ยวข้องกับจุดหมายของเขา
“คนผู้นั้นเป็นนักล่าสัตว์ฝีมือดีความสามารถด้านการต่อสู้ของเขาก็แข็งแกร่งอย่างมาก ...คนผู้นั้นมีนามว่า โทมัส เขาได้เล่าถึงการผจญภัยจากการเดินทางให้ข้าฟังมากมายพร้อมกับชวนข้าออกไปผจญภัยข้างนอก....หึหึตอนนั้นด้วยความเลือดร้อนของวัยหนุ่มใครบ้างไม่อยากออกไปท่องโลกกว้าง...สุดท้ายข้าก็ตัดสินใจที่จะปิดร้านแล้วออกไปค้าขายต่างแดน....มันเป็นการผจญภัยที่เสี่ยงตายและอันตรายอย่างมาก...ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ข้าได้พบเจอกับพ่อบ้านหยางนั่นแหละ....หลังจากข้าผจญภัยอยู่หลายปีพร้อมกับมาแต่งงานที่บ้านเกิดหรือก็คือเมืองไผ่เขียวนี่...เมื่อข้าแต่งงานโทมัสก็ได้แยกทางไปเพื่อกลับบ้านเกิดที่หมู่บ้านใบไม้ม่วงและหลังจากนั้นข้าก็ไม่เจอโทมัสอีกเลยจนกระทั่ง...วันนึงเขาได้มาหาข้าพร้อมกับเด็กทารกคนนึง...ทารกหญิงคนนั้นก็คือ เอวา!!”
เมสันมองไปที่เอริคทันที
“จะ...จริงหรือขอรับ?”
เอริคแสดงสีหน้าตื่นตกใจราวกับดาวจะแตก
ซะ เมื่อ ไหร่!!
เอริคเบ้ปากในใจ
ท่านพ่อท่านคงลืมไปแล้วว่าตอนข้ายังเด็กท่านเมาแล้วก็บอกเรื่องนี้กับข้ามานานแล้ว!!
แต่ข้าก็ยังไม่แน่ใจว่าที่ท่านพูดเป็นความจริงรึไม่
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ข้าเว้นระยะห่างกับนางไว้อยู่
แต่ในเมื่อตอนนี้ความจริงได้รับการเปิดเผยแล้ว!!
ท่านพี่ข้ามาแล้ว!!
“อืม โทมัสได้ฝากลูกสาวไว้กับข้าแล้วออกไปผจญภัยพร้อมกับกล่าวว่าเมื่อพวกเจ้าทั้งสองโตขึ้นจะแต่งงานกัน”
เมสันกล่าวจบรวดเดียว
“ไม่มีปัญหาท่านพ่อ!”
เอริคตอบออกมาด้วยความหนักแน่น
“ท่านพ่อท่านพี่เอวารู้เรื่องนี้รึไม่?”
เอริคถามออกมา
“ไม่”
เมสันส่ายหน้าไปมา
“งั้นข้าคงรบกวนท่านฝากบอกนางด้วย”
เอริคคิดสักพักก่อนกล่าวออกมา
“อืม”
เมสันตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้า
“มีอะไรรึท่านพ่อ?”
เอริคมองไปที่พ่อของเขาด้วยความแปลกใจ
“พ่อของเอวา...โทมัส....เขาตายแล้ว”
เมสันถอนหายใจออกมา
“ตายแล้ว?”
เอริคเงียบไปทันที
เช่นนี้....ท่านพี่เอวาต้องโศกเศร้ามากแน่
“ข้ามีเรื่องจะขอร้องเจ้าอย่างนึง”
เมสันมองไปที่เอริคพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เชิญท่านพ่อบอกมาได้เลยขอรับ”
เอริคพยักหน้า
“ข้าอยากให้เจ้าหาคนๆนึง”
“ใครงั้นรึขอรับ?”
เอริคถามออกมาด้วยความสงสัย
ท่านพ่อมีคนรู้......
หรือว่า?!
“อย่างที่เจ้าคิดอยู่นั้นแหละคนนั้นก็คือน้องชายของเอวา”
เมสันตอบออกมาด้วยท่าทีจริงจังอย่างมาก
“แค่น้องชาย?”
“ใช่เพราะตอนที่เขาตายข้าก็ได้ส่งคนไปสืบที่หมู่บ้านใบไม้ม่วงก็พบว่ามีภรรยาและลูกอีกคนของเขาอยู่ที่นั่น”
“แต่น่าเสียดายที่ภรรยาของโทมัสได้เสียชีวิตไปเมื่อปีก่อน”
“เหลือก็แต่เพียงลูกชายของเขาเท็น”
“เท็น?”
เอริคทวนชื่อซ้ำอยู่ในใจก่อนจะตอบพ่อเขากลับไป
“ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ข้าจะต้องพาเขากลับมาให้ได้ขอรับท่านพ่อ!”
“อืมต้องฝากเจ้าแล้ว”
“ถ้างั้นข้าขอตัวลา”
พูดจบเอริคก็เดินออกจาห้องไปทิ้งไว้เพียงเมสันอยู่คนเดียวในห้อง
เมสันเงยหน้ามองเพดานพร้อมพึมพำออกมา
“สหายข้าเจ้าจงนอนหลับอย่างสงบเถอะครอบครัวของเจ้าข้าสัญญาว่าจะดูแลพวกเขาเหมือนสายเลือดข้าเลย”
เมสันสลัดความเศร้าทิ้งไปก่อนจะทำงานต่อ
.
.
กุบกับๆ
เอริคได้ขี่ม้าออกมาที่นอกเมือง
แฮร่ๆกรรรรร
เมื่อเห็นเอริคซอมบี้2-3 ตัวพุ่งเข้าใส่เขาราวกับเห็นอาหารอันโอชะ!!
เอริคเพียงสะบัดดาบออกไปโดยไม่หันไปมอง
ฉัวะ! ฉัวะ!
เพียงแค่ 2ดาบก็ได้ทำให้ซอมบี้ถูกตัดเป็นชิ้นๆ
ระดับพลังของเอริคตอนนี้ใกล้ที่จะก้าวข้ามระดับที่2ไปในอีกไม่นานแล้ว
“อืมมมมม มีปัญหาแล้ว”
เอริคขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความหนักใจ
“ข้ารู้ชื่อ....แต่.....”
แต่....แต่ข้าไม่รู้จักหน้าเขา!!
เอริคยิ่งคิดยิ่งหนักใจ
จะให้กลับไปถามท่านพ่อก็กลัวเสียหน้า....
บ้าเอ้ย!รู้งี้ไม่ทำเท่ก่อนออกมาก็ดี!!
“เฮ้อ”
เอาไว้ถึงที่หมายค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน.....
เอริคถอนหายหายใจออกมาด้วยความท้อแท้
.
.
ทางด้านของเซน...
“เร่งมือๆ”
เซนกำลังนอนอาบแดดด้วยความสบายพร้อมกับมองทหารของกองกำลังมังกรทมิฬทำการกวาดล้างเมืองอยู่
“เฮ้อ หน้าที่สั่งการแบบนี้ช่างสบายจริงๆ”
เซนพูดออกมาด้วยความสบาย
“ท่านเซนขอรับมีข้อความจากท่านเอริคมาถึงท่านขอรับ”
ทหารคนหนึ่งเข้ามาโค้งตัวทำความเคารพพร้อมกับรายงาน
“ท่านพี่?”
เซนได้ยินก็รู้สึกแปลกใจ
ไม่ใช่ว่าเหลืออีก 3วันก่อนจะถึงกำหนดที่ตั้งไว้ไม่ใช่รึ?
ตอนนี้เซนยังไม่รู้ว่าเอริคนั้นได้ออกจากเมืองไปแล้วทำให้เขาคิดว่าเอริคจะให้เร่งเวลาในการกวาดล้างให้สั้นลง
“เอามาให้ข้า”
“ขอรับ”
ทหารยื่นกระดาษที่เขียนข้อความจากเอริคไว้ส่งให้เซน
เซนรับมาพร้อมกับเริ่มอ่านข้อความในนั้นเมื่ออ่านจบเขาก็เผากระดาษทิ้งก่อนหยิบกระดาษอีกแผ่นมาเขียนข้อความ
“นำข้อความนี้ไปให้ท่านพี่ลูคัสกับท่านพี่เอวา”
เซนเขียนข้อความเสร็จก็ส่งข้อความไปให้ทหารพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง