“คุณผู้ชาย ฟีโรโมนภายในร่างกายของคุณเพิ่มขึ้นสูงจนถึงขีดจำกัดแล้ว กรุณาหาอัลฟาที่มีสภาวะเหมาะสมกับคุณค่ะ ”
“หุบปากโทบี้”
“ฟีโรโมนของคุณเริ่มกระจายตัวแล้วค่ะ ”
เฉินอันหลานค่อย ๆ ััได้ว่าภายในร่างกายของตัวเองนั้นมีคลื่นอารมณ์บางอย่างที่กำลังเรียกร้อง และมันพร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ ิัที่ัักับอากาศค่อย ๆ ปรากฏเหงื่อเม็ดเล็กๆผุดพรายขึ้นมา พละกำลังของเขากำลังสูญหายไปอย่างรวดเร็ว เขาแทบจะควบคุมพวงมาลัยไม่ได้อีกต่อไป
“โทบี้ ปิดห้องโดยสารเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของฟีโรโมน”
“รับทราบค่ะ ”
“เปิดระบบขับรถอัตโนมัติ”
เฉินอันหลานออกคำสั่ง จากนั้นก็ปล่อยพวงมาลัย ลดที่นั่งลง ปรับร่างกายและอารมณ์ของตัวเองให้อยู่ในระดับที่คงที่ ควบคุมระดับการสูญเสียพละกำลังของร่างกาย
‘ติ๊ง ติ๊ง’
เสียงเตือนที่ดังขยายออกมาจากระบบทำให้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของเฉินอันหลานต้องเงยขึ้นมองไปยังแผงควบคุม เมื่อเห็นสถานะฟีโรโมนของโอเมก้าบนหน้าจอแสดงผลเต็มขีดจำกัด พร้อมกับอุณหภูมิภายในร่างกายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉินอันหลานจึงเอนกายลงนอนบนเบาะรถก่อนจะออกคำสั่งกับโทบี้
“ฉีดยาระงับประสาท”
“ไม่แนะนำให้ฉีดยาระงับประสาทค่ะ แนะนำให้หาอัลฟาที่เหมาะสมบริเวณใกล้เคียง......”
“หุบปาก !”
“รับทราบค่ะ ”
ช่องเล็กๆบริเวณประตูรถเปิดออกโดยอัตโนมัติ มือหุ่นยนต์ข้างหนึ่งยื่นออกมารับยาระงับประสาทอย่างรวดเร็ว มือนั้นเคลื่อนมาหยุดบริเวณแขนของเฉินอันหลาน จากนั้นก็ฉีดยาระงับประสาทนั้นเข้าไปตามคำสั่ง
เมื่อเข็มแทงลงไปบนเนื้อหนัง ดวงตาทั้งสองข้างของเฉินอันหลานก็เบิกกว้างขึ้นอย่างฉับพลัน เป็ปฏิกิริยาตอบสนองที่ระงับไว้ไม่อยู่ กระนั้นเขาก็ยังพยายามควบคุมร่างกายไว้
“ฉีดยาเสร็จสิ้น” เสียงหุ่นยนต์โทบี้ต่ำลงเล็กน้อย
“คุณผู้ชายคะ รู้สึกดีขึ้นไหมคะ”
“ยังไม่ตายก็แล้วกัน”
“ขอบคุณพระเ้า”
ยาระงับประสาทกำลังออกฤทธิ์ และถึงแม้ว่าฤทธิ์ของมันจะไม่สามารถยับยั้ง่เวลาการฮีทตามสัญชาตญาณได้อย่างสมบูรณ์แบบก็ตาม แต่ก็ทำให้เฉินอันหลานรู้สึกสบายตัวขึ้นมาได้เล็กน้อย ร่างที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเอนลงบนเบาะรถ ก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะเหม่อมองไปยังหลังคารถอย่างช้า ๆ
สัญชาตญาณด้านร่างกายแบบนี้ค่อนข้างโหดร้ายสำหรับเฉินอันหลานมากทีเดียว
ั้แ่เกิดมาเขาก็เป็โอเมก้าเพียงคนเดียวของตระกูล ส่วนพ่อแม่พี่น้องของเขาต่างก็เป็อัลฟาที่มีร่างกายแข็งแกร่งกันทั้งนั้น นั่นจึงทำให้เฉินอันหลานแตกต่างออกไป เขากลายเป็แกะดำสำหรับตระกูลอันแสนยิ่งใหญ่และร่ำรวยแห่งนี้ ดังนั้นหลังจากที่เขาอายุได้ 15 ปีบริบูรณ์ พ่อกับแม่จึงได้ยื่นข้อเสนอให้เขาออกจากบ้านและไปตามหาเส้นทางของตัวเอง
ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเป็ไปตามแผนของเฉินอันหลาน จนกระทั่งเขาเข้าสู่่เวลาของการฮีทครั้งแรก
่เวลาที่เรียกได้ว่าเป็ดั่งฝันร้ายสำหรับเฉินอันหลาน
เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองนั้นแข็งแกร่งมากพอ เขาเกิดในตระกูลที่พ่อแม่พี่น้องต่างก็เป็อัลฟ่ากันหมด แม้ว่าตนจะแปลกประหลาดอยู่คนเดียว แต่ภายในร่างกายก็น่าจะมีสายเือันแข็งแกร่งนั้นอยู่ไม่น้อย ดังนั้นตัวเขาน่าจะสามารถต้านทาน่เวลาของการฮีทที่น่าอัปยศอดสูนั้นได้
แต่เขาคิดผิด
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาคิดแตกสลายลงในวันนั้น
เฉินอันหลานจำได้อย่างแม่นยำ วันนั้นเขาขังตัวเองอยู่ในห้อง คิดว่าแค่กำลังของตัวเองคนเดียวน่าจะต้านทาน่เวลาในการฮีทได้ แต่ร่างกายกลับไม่ยอมตอบสนองต่อการควบคุมของเขา เขาอยู่ในสภาวะราวกับสัตว์ป่าที่ไม่สามารถอดทนเกลือกกลิ้งวิ่งวนอยู่ภายในห้องแคบ ๆ นี้ได้ เสื้อผ้าของเขาถูกฉีกทึ้งอย่างไม่รู้จักอับอาย .....หากไม่ใช่เพราะในตอนสุดท้ายพี่ใหญ่ของเขาคว้ายาระงับฮีทมาช่วยเขาไว้ได้ทัน เกรงว่าเขาคงจะะเิตัวเองตายไปนานแล้ว
ตายอยู่ใน่เวลาของการฮีทที่น่าอดสู
หลังจากครั้งนั้น เฉินอันหลานก็ไม่เคยห่างจากยาระงับฮีทอีกเลย เขาต้องพึ่งยานี้เพื่อซ่อนความเป็โอเมก้าของตัวเองเอาไว้แล้วเข้าไปอยู่ในโรงเรียนตำรวจที่เต็มไปด้วยอัลฟ่า แต่ด้วยพลังอันแข็งแกร่งที่สายเืนั้นยังคงหลงเหลือไว้ให้กับเขาทำให้เขาเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และถึงแม้ว่าหลังจากนั้นเขาจะผันตัวเองมาเป็สายลับ แต่ก็ยังเป็สายลับที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกรมตำรวจ เขาไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับภารกิจใด ขอเพียงมีเฉินอันหลานเข้าร่วม เปอร์เซ็นต์ความล้มเหลวในภารกิจก็แทบจะกลายเป็ศูนย์ในทันที
แต่ทุกคนย่อมคิดไม่ถึงอย่างแน่นอนว่าสายลับที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนนี้จะเป็โอเมก้า
“คุณผู้ชาย ้าเปิดเพลงเพื่อหันเหความสนใจไหมคะ ”
“เงียบซะโทบี้”
“ค่ะ คุณผู้ชาย”
เฉินอันหลานหลับตาทั้งสองข้างลง พลันปรากฏภาพของเหลียงลั่วหยินขึ้นมา เด็กหนุ่มในหมู่บ้านบนูเาที่มีใบหน้างดงามคนนั้นกำลังจะมาอยู่กับเขา คิดได้ดังนั้นในใจของเขาก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย บางทีคุณสมบัติพิเศษของเหลียงลั่วหยินอาจจะทำให้เขาใกล้เคียงกับความเป็อัลฟ่าขึ้นมาก็เป็ได้
รถยนต์ยังคงขับเคลื่อนไปตามท้องถนน ฝ่าไฟแดงไปกี่แยก เฉี่ยวไปกี่คัน ทั้งหมดถูกบันทึกลงในสมองกลอันแสนชาญฉลาดของโทบี้ เธอสามารถจดจำรายละเอียดได้อย่างแม่นยำ เฉินอันหลานไม่มีเรี่ยวแรงมากพอจะออกคำสั่งให้เธอหุบปากได้อีกแล้ว เขาจึงได้แต่ทนฟังเธอจู้จี้จุกจิกในการคำนวณความเสียหายไปตลอดทาง
กระทั่งรถเคลื่อนมาถึงคลินิกของคุณหมอคริส หมอหนุ่มที่ถือกระเป๋ายารออยู่แล้วรีบก้าวขึ้นมาบนรถ แล้วฉีดยาระงับฮีทให้กับเฉินอันหลานทันที
ฟีโรโมนอันหอมหวานที่ฟุ้งกระจายอยู่ภายในตัวรถดึงดูดให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องเหลียวหลังกลับมามอง แต่ไม่นานฟีโรโมนนั้นก็มลายหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว จึงยังไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามันมาจากที่ใด และทันทีที่ฟีโรโมนสลายไปจนหมด ทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ
“คุณเฉิน คุณรู้สึกดีขึ้นไหมครับ?” เมื่อฉีดยาระงับฮีทให้กับเฉินอันหลานจนแล้วเสร็จ คุณหมอหนุ่มก็ประคองตัวเฉินอันหลานขึ้นมาจากเบาะรถก่อนจะถามขึ้นด้วยเสียงอันเบาราวกับเสียงกระซิบ
เฉินอันหลานพยักหน้า แต่ก็ยังไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดอะไร
คุณหมอคริสนำผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่ผุดออกมาบนหน้าผากของเฉินอันหลาน เมื่อเห็นิัที่เริ่มแดงเพราะอยู่ใน่ฮีทของเขา ในใจก็รู้สึกเป็กังวลอย่างน่าประหลาด
โชคดีที่เขาเป็เบต้า ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากันเขาจึงยังคงสามารถสงบนิ่งอยู่ได้ภายใต้ฟีโรโมนที่แสนยั่วยวนใจนี้
หลังจากที่พักผ่อนไปได้สักพัก ดวงตาของเฉินอันหลานก็มองไปทางคริส พร้อมกับแววตาที่กลับมาเ็าและนิ่งเฉยอีกครั้ง
“คริส ทำไม่เวลาในการฮีทครั้งนี้ถึงมาก่อนเวลา?”
คริสครุ่นคิดสักพักก่อนพูดขึ้นว่า “อาจจะเป็เพราะภายในร่างกายของคุณเกิดอาการต่อต้านต่อตัวยา ยาระงับฮีทครั้งก่อนจึงค่อย ๆ ไร้ประสิทธิภาพต่อร่างกายของคุณ”
“มีทางแก้ไหม”
“ให้เวลาผมสักหน่อย ผมต้องทำการวิจัยค้นคว้ายาระงับฮีทที่เหมาะสมกับร่างกายของคุณ”
“ขอร้องล่ะคริส” เฉินอันหลานจับตัวคุณหมอหนุ่มเอาไว้แน่น ถึงแม้ว่าร่างกายจะชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ แต่มันก็ไม่เป็อุปสรรคต่อกลิ่นอายความแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเฉินอันหลานแต่อย่างใด น้ำเสียงของเขาจึงยังดูเข้มแข็งและทรงพลังเช่นเดิม “ขอร้องละ เพราะหลังจากนี้ฉันมีแขกมาเยี่ยม จะเผยความลับนี้ไม่ได้เด็ดขาด”
คริสพยักหน้ารับคำ
เฉินอันหลานคว้าเสื้อสูทขึ้นมาสวมเพื่อปกปิดเสื้อผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ พร้อมทั้งจัดแจงเนกไทของตัวเองให้เข้าที่ จัดการตัวเองให้ดูเหมือนว่าเมื่อสักครู่ไม่ได้ผ่าน่เวลาของการฮีทมาก่อน