หลังจากที่กลับมาถึงยังบ้านพักของตนเอง
หวงเยี่ยยืนอยู่กลางห้อง
สูดลมหายใจลึกครั้งหนึ่ง
ก่อนจะเริ่มจัดเตรียมสัมภาระอย่างเป็นระเบียบ สิ่งของจำเป็นถูกหยิบขึ้นทีละชิ้น
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อคลุมสำรอง ขวดยาฟื้นฟู พิษแก้พิษ มีดสั้นสำรอง เชือก และเครื่องมือเล็กน้อยสำหรับเอาตัวรอดในป่า ทั้งหมดถูกส่งผ่านเข้าสู่แหวนมิติอย่างเงียบงัน แสงเรืองรองวาบขึ้นทุกครั้งที่ของชิ้นหนึ่งหายไปจากฝ่ามือ
ระหว่างที่มือยังคงเคลื่อนไหว ความคิดในหัวกลับไม่ได้เงียบงันเหมือนกับร่างกาย
“แนะนำให้ข้าเดินทางไปยังผืนป่าโบราณก่อนเหรอ?”
“ทำไมละ? ถ้าพวกเรามุ่งหน้าตรงไปยังอาณาเขตเมืองนอกกฎหมายเลยก็ได้ไม่ใช่หรือไง?”
เพียงครู่เดียว เสียงตอบกลับก็ดังขึ้นในจิตสำนึก น้ำเสียงคุ้นเคยที่แฝงความขบขันและประชดประชันเล็กน้อย
【นี่ท่านโง่หรือโง่กันเนี่ยคะ?】
หวงเยี่ยชะงักมือเล็กน้อย
ก่อนถอนหายใจออกมา
“พูดให้มันสุภาพหน่อยไม่ได้หรือไง ระบบกลืนกินมังกรเป็นผู้หญิงสุดสวยไม่ใช่หรือไง?”
เสียงหัวเราะเบาๆดังสะท้อนในห้วงความคิด ก่อนที่ระบบจะกล่าวขึ้นอย่างคึกคัก
【คืองี้ค่ะโฮสต์】
【เมืองนอกกฎหมายน่ะ มันเต็มไปด้วยความโหดร้ายและไร้ปราณี นักล่ามังกรที่แข็งแกร่งและชั่วร้ายก็มีอยู่อีกมากมายเลยค่ะ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่นักล่ามังกรระดับสองตัวเล็กๆเช่นโฮสต์จะเดินทางเข้าไปในสถานที่แห่งนั้นได้อย่างปลอดภัย】
【ถ้าให้พูดความเป็นจริงออกมา บอกเลยว่าโฮสต์ได้ตายหยังเขียดแน่นอนค่ะ!】
คำเปรียบเทียบตรงไปตรงมาจนหวงเยี่ยเผลอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ถึงกับตายหยังเขียดเลย?”
【แน่นอนค่ะ หากยังเป็นแค่ระดับสองขั้นแรกเริ่มแบบนี้ เข้าไปก็เท่ากับเดินไปส่งตัวให้คนอื่นเชือดทิ้งเท่านั้น!】
【เผลอๆอาจมีไอ้พวกลัทธิศักดิ์สิทธิ์บูชามังกรที่กำลังเดินเพ่นพ่านมากมายอย่างกับไอ้พวกปรสิตก็ได้นะคะ?】
คำกล่าวนั้นถึงมันจะฟังดูรุนแรงก็ตาม แต่กลับไม่เกินความจริงไปเลยซักนิด
ทำให้หวงเยี่ยต้องทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ สายตาเหม่อมองและรับฟัง
【เพราะงั้นแล้วพวกเราจะมุ่งหน้าไปยังผืนป่าโบราณที่ใกล้สุดแทน ป่าโบราณคงหมิง】
【ดินแดนอาณาเขตเหล่านี้เต็มไปด้วยสัตว์อสูรมังกรมากมายให้ออกล่า มีจำนวนมากมายจนแทบจะกำจัดไม่หมด】
【โฮสต์สามารถเก็บพลังวิญญาณจากการสังหารพวกมันได้อย่างสบายๆ แล้วนำพลังวิญญาณเหล่านั้นมาพัฒนาศักยภาพและรากฐานของตนเอง แถมยังได้รับชิ้นส่วนอวัยวะที่สามารถนำไปขายได้อีกมากมายนับไม่ถ้วน!】
【ไว้ค่อยเป็นนักล่ามังกรระดับสามหรือสี่ หรือสามารถพัฒนาเจตจำนงระดับราชาไปเป็นเจตจำนงระดับจักรพรรดิได้ก่อน แล้วพวกเราค่อยไปยังเมืองนอกกฎหมายก็ยังไม่สาย เพราะถึงยังไงในเวลานั้น โฮสต์ก็คงมีพลังอำนาจเพียงพอที่จะเอาชีวิตรอดได้แล้วละ】
คำพูดดังกล่าวหนักแน่น มีหลักการชัดเจน ไร้ช่องโหว่ให้โต้แย้งเลยก็ว่าได้
ทำให้ตัวของหวงเยี่ยต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พลางหลับตาลงชั่วครู่เหมือนทำบางสิ่ง
ภาพของเมืองนอกกฎหมายที่อาจเต็มไปด้วยการทรยศ การเข่นฆ่า และการแย่งชิงผุดขึ้นในใจ
และรู้ดีว่าความปรารถนาในการพิสูจน์ตนเอง มันไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะเสี่ยงชีวิตอย่างโง่เขลา
【ดีมากค่ะ】
【ในที่สุดก็ยอมรับความจริง】
【โฮสต์สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่ต้องเลือกสนามฝึกให้เหมาะสมกับตนเองก็เท่านั้น!】
หลังจากที่ครุ่นคิดจบ ชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับแววตาที่แปรเปลี่ยนเป็นมั่นคงยิ่งกว่าเดิม
ระดับสองขั้นแรกเริ่ม มันเป็นเพียงก้าวแรกในเส้นทางอันยาวไกล ความแข็งแกร่งที่แท้จริงยังห่างไกลออกไปอีกมาก การจะก้าวเข้าสู่เมืองที่เต็มไปด้วยนักล่ามังกรที่แข็งแกร่งและชั่วร้ายโดยปราศจากรากฐานที่มั่นคง มันย่อมไม่ต่างจากการผลักตนเองลงเหวลึก
หลังจากที่เตรียมตัวและกำหนดจุดหมายปลายทางไว้ในใจเรียบร้อย
ตัวของหวงเยี่ยก็หยิบชุดโค้ทสีดำตัวเก่งขึ้นมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วดึงฮูดด้านหลังขึ้นปกคลุมศีรษะ บดบังเส้นผมสีฟ้าสว่างและแววตาให้ซ่อนเร้นอยู่ใต้เงามืด จากนั้นจึงหยิบหน้ากากสีขาวที่ประดับลวดลายจิ้งจอกสีแดงขึ้นมาถือไว้ชั่วครู่
เส้นสายสีแดงบนพื้นขาวสะท้อนแสงบางเบา ดวงตาของจิ้งจอกที่วาดไว้ดูราวกับมีชีวิต ก่อนที่จะสวมมันลงบนใบหน้าอย่างมั่นคง
ภาพสะท้อนในกระจกเผยร่างบุรุษผู้ปิดบังตัวตน เหลือเพียงเงาร่างที่ยากจะคาดเดา
“ท่านแม่.. นี่ข้าหวงเยี่ยเลือกทางเดินที่ถูกต้องหรือเปล่านะ?”
“เพราะท่านเคยบอกว่าถ้าเติบโตขึ้นมา ข้าจะต้องอยู่ในศีลธรรมอันดี มีจิตใจที่เมตตาและต้องช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร แต่ทว่าโลกที่แปรเปลี่ยนไปนี้มันโหดร้ายเหลือเกิน การเป็นคนดีหรือมีเมตตาในแบบที่ท่านว่าน่ะ มันอยู่ในโลกใบนี้ไม่ได้หรอก!”
“พลังอำนาจเท่านั้นที่จะสามารถกำหนดได้ทุกสิ่ง ต้องมีพลังก่อน.. มันถึงจะทำได้ในแบบที่ท่านว่าเอาไว้!”
หวงเยี่ยมองตนเองนิ่งๆ ก่อนจะหมุนกายเดินออกจากบ้านพักโดยไม่ลังเล
...
อากาศยามเช้าสัมผัสใบหน้าอย่างเย็นสบาย ลานกว้างหน้าหอพักยังคงเงียบงัน มีเพียงเสียงนกร้องประปราย
เขายกมือขึ้นกระตุ้นแหวนมิติ แสงวาบสีม่วงเข้มฉายออกจากวงแหวน
พริบตาเดียว พาหนะวิญญาณสองล้อสีดำสนิทก็ปรากฏกายขึ้นกลางลาน
หวงเยี่ยก้าวเข้าไปใกล้ วางมือบนส่วนโครงหลัก แล้วทะยานขึ้นคร่อมเบาะอย่างมั่นคง ฝ่ามือของเขากำแน่นบนคันบังคับ ก่อนจะปลดปล่อยพลังวิญญาณออกจากแก่นกลางในกาย เชื่อมต่อเข้าสู่โครงสร้างของพาหนะโดยตรง
ทันใดนั้นลวดลายพลังสีม่วงเรืองรองก็แผ่กระจายไปทั่วทั้งตัวเครื่อง เส้นสายสว่างไสวราวกับเครือข่ายที่กำลังไหลเวียนอย่างเป็นระบบ
บริเวณไฟหน้าพลันส่องประกายวาบหนึ่ง แสงขาวสว่างฉายออกมาราวกับดวงตาที่ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
เสียงเครื่องยนต์คำรามดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับมังกรเหล็กกำลังปลดปล่อยเสียงกู่ร้องท้าทายท้องฟ้า
หวงเยี่ยบิดคันเร่งเบาๆหลายครั้งเพื่อปรับความเคยชิน สะท้อนกระทบกำแพงหอพักและอาคารที่ตั้งอยู่โดยรอบบริเวณ
ไม่นานนัก บานหน้าต่างหลายบานถูกเปิดออก ศีรษะของนักเรียนจำนวนมากโผล่พ้นกรอบหน้าต่างด้วยสีหน้าตื่นตะลึง บางคนรีบวิ่งลงบันไดออกมายังลานด้านล่าง
“พาหนะวิญญาณ?!”
“พระเจ้าช่วย! นั่นคือพาหนะวิญญาณที่ว่ากันว่าล้ำสมัยมากที่สุด มีราคามากถึงหกสิบล้านเครดิต!”
“ใครเป็นคนขับมันน่ะ?”
คำถามลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนสายตาหลายคู่จะจับจ้องไปยังร่างในชุดโค้ทสีดำที่คร่อมอยู่บนตัวเครื่อง
“เดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าชุดโค้ทแบบนั้น ไอ้เจ้าชายน้อยหวงเยี่ยเรอะ?!”
เสียงอุทานดังขึ้นเป็นทอดๆ บางคนแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง หลายมือรีบควักสมาร์ทโฟนขึ้นมาบันทึกภาพอย่างรวดเร็ว พาหนะวิญญาณสีดำสนิทที่ประดับลวดลายพลังสีม่วงเรืองรองกลายเป็นจุดสนใจทันที
หวงเยี่ยมิได้เหลียวมอง ไม่สนใจสายตาหรือเสียงฮือฮาที่รายล้อม
เขาก้มมองมาตรวัดพลังที่เชื่อมต่อกับจิตสำนึก ปรับการไหลเวียนของพลังวิญญาณให้มั่นคงยิ่งขึ้น ก่อนที่จะบิดคันเร่งในมือเต็มแรง ล้อหน้ากระชากออกอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามสะท้อนก้องลานกว้าง ดุจมังกรเหินฟ้าฉีกม่านอากาศ
ตัวเครื่องพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ลวดลายสีม่วงตัดผ่านอากาศเป็นริ้วแสงยาว
ร่างในชุดโค้ทดำกลายเป็นเงาพาดผ่านสายตาผู้คนในชั่วพริบตา
เสียงฮือฮาดังตามหลัง
“เร็วเกินไปแล้ว!”
“นี่มันความเร็วระดับไหนกัน!”
คำถามมากมายลอยตามหลังร่างที่กำลังห่างออกไปทุกขณะ
หวงเยี่ยบังคับพาหนะอย่างมั่นคง การตอบสนองของตัวเครื่องสอดคล้องกับจังหวะพลังในกายราวกับเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของตน เสียงลมปะทะฮูดสีดำและหน้ากากพัดผ่านหูอย่างรุนแรง แต่กลับทำให้หัวใจชายหนุ่มเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเครื่องยนต์
ประตูเขตอาณาเขตค่อยๆใกล้เข้ามา ชายหนุ่มปรับองศาการเลี้ยวอย่างแม่นยำ ก่อนร่างของเขาจะทะยานพ้นเขตออกไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ทางเบื้องหลัง เหล่านักเรียนยังคงยืนตะลึงกับภาพที่เพิ่งเห็น
บางคนมองหน้าจอสมาร์ทโฟนด้วยมือสั่นระริก
บางคนยังคงจ้องไปยังเส้นทางที่ว่างเปล่า ราวกับไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นความจริง