หลังจากวันเวลาผ่านไปสิบวัน ข่าวเรื่องการหายตัวไปของกองโจรห้าพี่น้องก็ได้ทำให้ทั่วทั้งทวีปตกตะลึงในทันที กองโจรที่มีผู้หนุนหลังสุดแข็งแกร่งได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เรื่องนี้ได้เป็นที่พูดถึงในวงกว้างอย่างรวดเร็ว
ผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นใครต่างก็พูดถึงเรื่องนี้กันทั้งสิ้น พวกเขาหลายคนต่างก็สงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่มีพวกเขาบางคนจำได้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนราชาสยบฟ้าได้โกรธเกรี้ยวกองโจรนี้อย่างถึงที่สุด หรือว่าที่กองโจรนี้หายไปจะเป็นฝีมือของราชาสยบฟ้ากันพวกเขาต่างก็คิดว่ามันเป็นไปได้แต่ก็ไม่กล้าพูดมันในที่โล่งนักเพราะกลัวคนที่หนุนหลังกองโจรนี้จะบังเอิญผ่านมาแล้วโมโหฆ่าชีวิตน้อยๆของพวกเขาเข้านั้นเอง
แน่นอนว่าข่าวดังขนาดนี้จะต้องไปถึงหูของตระกูลฉินแน่นอน แต่ทางด้านตระกูลฉินกับเงียบสงบเสมือนพวกเขาไม่ได้สนใจข่าวข้างนอกเลยแม้แต่น้อย มันยิ่งทำให้คนภายนอกงงกันเข้าไปใหญ่ หรือว่าสิ่งที่พวกเขาคิดจะผิดไป ที่กองโจรห้าพี่น้องหายไปไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลฉินและราชาสยบฟ้ากันพวกเขาถึงได้ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นนี้ เพราะถ้าพวกเขาเป็นผู้กระทำนั้นเท่ากับพวกเขาไม่ได้ไว้หน้ากองกำลังระดับตำนานเลยแม้แต่น้อยนั้นเอง
มีคนสงสัยมากมายแต่ก็ไม้สามารถหาคำตอบได้ในที่สุดข่าวก็เริ่มเงียบลง(หรือป่าวน้า) ฉินเทียนเขากำลังบ่มเพาะอย่างขยันขันแข็ง เขารู้สึกว่าตอนนี้ตระกูลเริ่มไม่สามารถเดินตามท่านบรรพบุรุษทันแล้วพวกเขาอาจจะเป็นตัวถ่วงท่านบรรพบุรุษได้ในอนาคตเพราะฉะนั้นฉินเทียนจึงสั่งให้คนในตระกูลทุกคนบ่มเพาะกันอย่างขยันขันแข็งห้ามหย่อนยานเป็นอันขาด
เพราะแบบนั้นตระกูลฉินถึงเงียบมากในตลอดช่วงที่ผ่านมานั้นเอง พวกเขาทั้งหมดต่างก็เอาแต่บ่มเพาะจนไม่ได้สนใจเรื่องภายนอกนั้นเอง
ทำให้ความแข็งแกร่งของตระกูลฉินโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีผู้อาวุโสบางคนมีถึงขอบเขตปราการสวรรค์แล้วก็มี ทำให้ตระกูลฉินมีระดับปราการสวรรค์เพิ่มขึ้นมาอีก และเจ้าหงอคงที่เป็นสัตว์พิทักษ์ตระกูลก็ได้ข้ามผ่านประตูมาถึงระดับนักบุญได้แล้วนั้นเอง นั้นทำให้ฉินจุนวางใจมากเมื่อเขาไม่ได้อยู่ที่ตระกูลอย่างน้อยก็มีเจ้าหงอคงคอยดูแลความปลอดภัยให้กับตระกูล
แต่ดูเหมือนว่าฉินจุนจะยังไม่พอใจบางอย่างและบ่นระบบไม่หยุดเพราะว่าเขานั้นไม่ได้รับภารกิจจากระบบมานานมากแล้วนั้นเอง ระบบบอกเขาว่าภารกิจจะมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมไม่ได้มีให้เรื่อยๆเหมือนที่เขาคิด
ฉินจุนก็คิดว่าภารกิจจากระบบจะมาเรื่อยๆซะอีก เหมือนๆกับตัวเอกในนิยายที่เขาเคยอ่านในโลกเก่านั้นเอง แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เพราะเขายังไม่ได้รับภารกิจเลยแม้แต่ในตอนที่กองโจรนั้นฆ่าคนในตระกูลเขาก็ตามระบบก็ไม่ได้มอบภารกิจให้เขา แต่ภารกิจที่ลูกหลานต้องทำให้ตระกูลที่ระบบออกนั้นยังมีเรื่อยๆ พวกลูกหลานของตระกูลสามารถไปเลือกภารกิจมาทำได้ที่โถงกิจการของตระกูลนั้น ตอนมันโผล่ขึ้นมาครั้งแรกนั้นก็ทำให้คนตกใจกันใหญ่เพราะอยู่ดีๆก็ได้มีกระดานขนาดใหญ่และมีใบปลิวมากมายติดเอาไว้อยู่ จนเขาต้องออกมาอธิบายว่ามันเป็นภารกิจที่เอาไว้ให้ลูกหลานทำเพื่อแลกกับคะแนนและนำคะแนนมาแลกกับทรัพยากรการบ่มเพาะ อาวุธ วิชา หรือเม็ดยานั้นเอง พวกเขาเหล่านั้นต่างก็กระตือรือร้นไม่น้อยกับภารกิจที่ระบบมอบให้บนกระดาน เขาเองก็ได้รองไปดูมาแล้วเช่นกันว่ารูปแบบมันเป็นอย่างไง ระบบจะจัดภารกิจออกเป็นความยากที่แทนด้วยดาวโดยจะเริ่มที่หนึ่งถึงห้าดาวนั้นเอง หนึ่งดาวคือภารกิจง่ายที่สุด เช่นช่วยทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูเป็นต้น ส่วนห้าดาวนั้นเขาลองไปอ่านมาแล้วแม้แต่เขามีนก็ยังดูยากเลยแล้วใครจะทำได้ว่ะเนี้ย ถารกิจหเาดาวนั้นเขาคิดว่าต้องเป็นอย่างน้อยระดับราชาศักดิ์สิทธิ์แหละถึงทำได้เพราะแต่ล่ะภารกิจนี่เกินไปจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น ให้ไปหาสุราวานรเป็นต้น
สุราวานรนั้นมันถูกบ่มโดยสัตว์อสูรที่มีชื่อว่า วานรภูเขาสวรรค์สุรานี้เปรียบเสมือนโอสถทิพย์ก็ว่าได้ เผ่าวานรภูเขาสวรรค์นั้นจะนำผลไม้และสมุนไพรวิญญาณต่างๆมาบ่มเหล้าชนิดนี้พวกมันนั้นได้ชื่อว่าวานรผู้บ่มเหล้าอีกด้วย สุราชนิดนี้มีราคาแพงมากโดยจอกเดียวอาจจะมีมูลค่าเป็นล้านหินวิญญาณระดับสูงเลยที่เดียว ที่มันแพงแบบนี้เพราะว่าเหล่าวานรพวกนี้พวกมันนั้นหวงสุราเป็นอย่างมากและอีกอย่างก็คือราชาของเผ่าพันธุ์มันนั้นถือเป็นหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปหยุนเซียวแห่งนี้นี่เอง ตัวของฉินจุนนั้นเคยได้ดื่มสุรานี้หนึ่งจอกโดยหลี่ชางกงเป็นผู้เชื้อเชิญนั้นเอง เขาไม่มีวันลืมรสชาติและความหอมของมันเป็นแน่ กลิ่นของมันนั้นหอมไปไกลหลายหมื่นหลานแสนลี้เขายังจำมันได้เป็นอย่างดีถึงมันจะผ่านมานานมากแล้วก็ตามที หลี่ชางกงเคยบอกเขาว่าเขานำบางสิ่งไปแลกกับสุราวานรนี้มาได้หนึ่งน้ำเต้าด้วยกัน และตาเฒ่านั้นก็หวงสุรานี้มากด้วยเห็นบอกว่าสักสามพันปีจะดื่มสักจอกเพราะกลัวมันหมดนั้นเอง
พอเขาเห็นว่าภารกิจระดับห้าดาวนั้นคือการไปหาสุราวานรมาเขาก็รู้สึกว่าระบบจะใจร้ายไปไหมคงไม่มีใครทำได้ในเร็วๆนี้แน่นอน ถึงมีคนหามาได้จริงใครจะเอามันมาแลกกับคะแนนกันล่ะเก็บเอาไว้ดื่มเองไม่ได้กว่ารึ
ตอนนี้ฉินจุนกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญเพราะเขารู้สึกว่าตัวเขากำลังจะทะลวงฝ่าระดับไปเป็นราชาศักดิ์สิทธิ์แล้วนั้นเอง ด้วยรางวัลจากที่คนในตระกูลทะลวงระดับกันทำให้ฉินจุนได้รางวัลเป็นตบะจากระบบทำให้เขาร่นระยะเวลาการบ่มเพาะลงได้เยอะเลยนั้นเอง
ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาได้มองเห็นกำแพงบางๆขวางกั้นเขาอยู่เท่านั้น เขาพร้อมที่จะทำลายกำแพงบางๆนี้ได้ทุกเมื่อ ด้วยผลจากตบะที่ได้รับรางวัลจากระบบและการหลับนอนกับเหล่าภรรยาทั้งสองผลจากวิชาผสานหยินหยางทำให้ตัวเขาได้ใกล้กับการเป็นราชาศักดิ์สิทธิ์เข้าไปทุกทีแล้ว
และแล้วการรอคอยของเขาก็ประสบผลสำเร็จกำแพงที่ขวางกั้นเขาไว้ได้แตกสลายหายไปในทันทีและทำให้เขาได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหม่นั้นก็คือราชาศักดิ์สิทธิ์
"นี้ข้า..มาถึงระดับราชาศักดิ์สิทธิ์แล้วหรอเนี้ย" ฉินจุนพึมพันออกมา
การก้าวมาถึงระดับราชาศักดิ์สิทธิ์ของฉินจุนนั้นอาจจะไม่ได้เกิดปรากฎการณ์ใหญ่ เพราะว่าฉินจุนได้บอกให้ระบบค่อยสะกดปรากฎการณ์เหล่านั้นไว้นั้นเอง
"ไอ้เจ้าแก่นั้นที่บอกว่าตัวเองมาจากนิกายมารโลหิตเงียบไปเลย" ฉินจุนนึกถึงเหตุการปะทะกับกองโจรแล้วพูดขึ้น
"พวกมันจะปล่อยให้เรื่องผ่านไปแบบนี้รึ ถึงไอ้พวกกองโจรนั้นจะไม่ได้สำคัญกับพวกมันเท่าไร แต่การกระทำของเรามันก็ถือว่าไปการไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายไม่ใช้รึ แต่ทำไมพวกมันถึงได้เงียบไปานนี้กัน" ฉินจุนพูดพร้อมกับใช่ความคิด
"ข้าไม่เชื่อว่าพวกมันจะไม่มาเอาเรื่อง เพราะไอ้แก่นั้นมันก็บอกว่าตัวเองเป็นถึงผู้อาวุโสหลักแล้วแบบนี้มันจะยอมปล่อยให้ข้าหยาบน้ำหน้ามันแบบนี้รึ" ฉินจุนรู้จักนิสัยผู้คนดีโดยเฉพาะผู้ที่แข็งแกร่งว่าไม่ชอบให้ใครมาดูถูกเพราะว่าเขาเองก็เป็น
ในระหว่างใช้ความคิดนั้นเองฉินเทียนก็ได้เดินทางมาหาฉินจุนเช่นกัน
"ฉินเทียนคารวะท่านบรรพบุรุษขอรับ" ฉินเทียนเอ่ยขึ้น
"อืม มีอะไรรึฉินเทียนดูเจ้ารีบร้อนชอบกล?" ฉินจุนกล่าวอย่างสงสัย
"คืออย่างงี้ขอรับท่านบรรพบุรุษ เวลาที่เหล่าคนในตระกูลเราออกไปทำธุระหรืออกไอทำภารกิจนั้นพวกเรามักจะถูกสุ่มโจมตีขอรับ ตอนแรกข้าก็ไม่ได้คิดอะไรมากนักแต่พอมีคนมารายงานมากขึ้นข้าก็เลยรู้สึกว่ามันมีอะไรไม่ชอบมาพากลบางอย่าง จนข้าได้ข่าวจากสายของเราว่ามีคนขึ้นค่าหัวของคนตระกูลเราทั้งหมดเลยขอรับ" ฉินเทียนกล่าวในสิ่งที่ตัวเองได้ข่าวมาให้ฉินจุนฟัง
"โห่ ฝีมือใครล่ะเนี่ย" ฉินจุนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม