การทำข้าวต้มแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่พึ่งเดินทางมาถึงของชิงเถาเมื่อคนอื่นๆทราบเรื่องก็พากันถือถ้วยชามมาต่อแถวรอรับกันมากมายทันที พวกเขาเดินทางมาเหนื่อยๆ ส่วนใหญ่จึงยังไม่ได้ทำอาหรกินเองไหนจะครอบครัวที่ยากจนอีกเกินครึ่งที่ปรับตัวกับที่ใหม่แล้วออกหาอาหารประทังชีวิตได้ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีข้าวของหรืออาหารแห้งนำมาด้วยเยอะขนาดนั้นพวกเขายังเป็นเพียงชาวบ้านที่อาศัยหากินตามป่าเขาอยู่
“ชิงเถาเจ้าไปพักเถิดทางนี้ให้พวกเขามาช่วยก็ได้” เจียงลู่เฉินที่ได้ยินว่าชิงเถาทำอาหารเลี้ยงชาวบ้านที่พึ่งเดินทางมาถึงจึงลองเดินมาดูเขาเห็นว่านางต้องทำเองจนเหนื่อยแน่จึงเข้ามาบอกแก่นางแล้วสั่งให้ลูกน้องของเขาเข้ามารับช่วงต่องานจากนาง
“เช่นนั้นก็ขอบคุณคุณชายมากเจ้าค่ะทางนี้ข้าฝากด้วย” ชิงเถาไม่ปฏิเสธคนที่อาสาเข้าช่วยนางฝากให้นายทหารที่เข้ามารับหน้าที่แทนเอ่ยฝากฝังงานอีกสองสามความนางก็ละออกมาเช่นกัน
“ท่านเอ้อฉงก็ไปพักเถอะเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยสั่งเมื่อกลับมาที่รถม้าแล้ว ตัวนางก็ต้องการพักผ่อนเช่นกัน
“ขอรับ”
หน้าที่ชิงเถาที่นางอาสาออกหน้าที่ทำเองนั้นยังไม่หมดเมื่อเดินทางถึงที่หมายแล้ว ชาวบ้านก็ต้องการข้าวของที่ฝากไว้กับนางคืนชิงเถานางก็ต้องมาตั้งโต๊ะเพื่อคืนของที่นางรับฝากไว้อีกรอบ ชาวบ้านเหล่านี้ก็ไม่ให้นางได้พักผ่อนเลยกินเข้าแล้วก็ต้องการของทันที นางล่ะก็ยังไม่ได้พักสักงีบเลย นางเป็นคนทำอาหารเลี้ยงแท้ๆไม่ให้นางได้หายเหนื่อยสักหน่อยเลย
“คุณหนูนั่งดูตรงนี้เถอะขอรับเดี๋ยวพวกข้าจัดการที่เหลือเอง” เอ้อฉงก็ต้องเหนื่อกับนางด้วยดีที่มีทหารหลายนายมาช่วยนางเพราะกลัวว่าเหล่าชาวบ้านจะก่อความวุ่นวายขึ้น
“เจ้าค่ะเช่นนั้นก็ฝากพวกท่านด้วย” ชิงเถานางไม่อิดออดตอบรับคำอาสาทำงานแทนไปนางจะนั่งดูให้กำลังใจอยู่ใกล้ๆ ก็แล้วกัน
การคืนข้าวของของชาวบ้านใช้เวลาจนถึงช่วงค่ำชิงเถาถึงได้เวลาพักจริงๆนางได้ยินว่าตอนเย็นเหล่าผู้นำการอพอพทั้งหลายจะเปิดการประชุมหารือกันแต่ไม่ได้เชิญนางแต่อย่างไร ซึ่งนั่นก็ดีแล้วเพราะนางอยากพักผ่อนจริงๆนางไม่น่าทำอะไรเกินแรงเลย แต่ก็นั่งแหละเมื่อตอนที่นางเห็นคนที่มารับอาหารด้วยสายตาขอบคุณจากใจจริงนางก็รู้ว่าที่ทำลงไปนั้นไม่ได้คิดผิดแต่อย่างไรถึงแม้จะเหนื่อนางก็แค่พักเท่านั้น
“เฮ้อะได้พักเสียทีนะ” ชิงเถาเอ่ยขึ้นเมื่อนอนออยู่บนที่นอนหนานุ่มของนางบนรถม้าบ้านหลังนี้ของนางก็ไม่ได้แย่นะ ให้ความรู้สึกเป็นบ้านพักที่นางอยู่คนเดียวอย่างไรอย่างนั้นเลย
ในกระโจมที่เป็นที่บัญชาการของผู้นำการอพยพที่นั่งยี่สิบกว่าที่ถูกจับจองที่นั่งด้วยเหล่าผู้ที่เข้าร่วมการประชุมหารือแนวทางที่ต้องจัดการขั้นต่อไปพวกเขาทำขั้นตอนแรกที่สำคัญลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้ว พวกเหล่าชาวบ้านออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยมาอย่างปลอดภัยไม่ม่ใครได้รับอันตรายใดๆ ต่อไปก็ต้องจัดการขั้นต่อไปแล้ว
“ต่อไปเราจะให้ชาวบ้านสร้างที่พักชั่วคราวอาจจะต้องระดมชาวบ้านไปตัดไม้มาใช้ด้วย ท่านรองเสนาบคิดเห็นเช่นไรขอรับ”ขุนนางนายหนึ่เอ่ยงถึงแนวทางที่เขาจัดทำไว้ออกมา
“อืมเอาตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน หน้าที่ย่อยๆ ก็แบ่งกันตามสมควร”รองเสนาบดีกรมโยธาพยักหน้าเห็นด้วยกับลูกน้อง
“แต่เรื่องที่หลบภัยก็สำคัญเช่นกันเราควรให้เหล่าทหารมาสร้างที่หลบภัยขึ้นขอรับ”เสียงเอ่ยเสนอของอีกคนในที่ประชุมดังขึ้น
“แล้วมีข้อเสนอเช่นไรบ้าง”ท่านรองเสนบดีเอ่ยถาม เข้าทราบแต่แรกว่าต้องสร้างที่หลบภัยที่ต้องปรอดภัยต่อภัยธรรมชาติที่พวกเขากำลังหนีด้วยเช่นกันแค่บ้านเรือนธรรมดาคงป้องกันอะไรไม่ได้มาก
“ข้าคิดว่าเราควรใช้ด้านทิศเหนือของที่ตรงนี้สร้างที่หลบภัยขึ้น” เสียงเอ่ยเสนอออกมาทุกคนในที่ประชุมตั้งใจฟังที่เขาอธิบายต่อถึงโครงสร้างการจัดสร้าง ในครั้งนี้ต้องใช้แรงงานทหารและชาวบ้านในการร่วมกันสร้างขึ้นส่วนผู้คุมงานก็มีคนจากกรมโยธาอีกหลายคนที่ต้องรับหน้าที่นี้ไป
“อืมเอาตามที่ว่าก็แล้วกัน เรื่องงบประมาณก็ให้ฝ่ายคลังรับหน้าที่ไปเราจะเกณฑ์ชาวบ้านส่วนหนึ่งมาช่วยงานเหล่าทหารส่วนหนึ่งก็ต้องทำหน้าที่คุ้มกันภัยเช่นกัน อย่างไรก็ต้องจัดคนให้ดีแล้วก็ให้เสร็จเร็วที่สุดด้วย” รองเสนาบดีเอ่ยสั่งงานคนอื่นๆ ไปส่วนที่เหลือก็ให้พวกเขาไปแบ่งหน้าที่และลงมือปฏิบัติทำงานจริงกันเองส่วนเขาจะเข้าตรวจสอบสอบถามเป็นระยะ
“ขอรับ”ทุกคนเอ่ยรับทราบงาน งานก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้วพวกเขาไม่ได้คิดมาก คนตำแหน่งใหญ่กว่าก็แค่สั่งงานลงมาให้พวกเขาทำถ้าออกมาดีเขาก็ได้รับคำชม แต่ถ้าไม่ด้อย่างไรเขาก็ต้องรับด้วยอยู่ดีแต่อย่างไรคนที่ผิดก็ต้องเป็นตำแหน่งเล็กๆ อย่างพวกเขาอยู่แล้ว
ในที่สุดชิงเถานางก็รับรู้แน่ชัดว่าหน้าที่ของนางที่ต้องทำกระทั่งได้รับราชโองการให้เดินทางมาครั้งนี้คืออะไรเมื่อชิงเถาได้รับทราบงานจากเจียงลู่เฉินมาแจ้งที่นี่จะมีการก่อสร้างที่หลบภัยหรือหลุมหลบภัยขึ้นการก่อสร้างทั่วไปอาจจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปีในการสร้างห้องขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ดินแต่นี่พวกเขามองเห็นความสามารถของชิงเถาจึงต้องพาตัวมาใช้ในการนี้ การก่อสร้างจะใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปหาด์หรือไม่เกินกว่านี้มากมากเท่าไหร่ตามกำหนดการที่ชิงเถาได้ฟังเมื่อการก่อสร้างเสร็จพวกเขาจะให้ชิงเถาเข้าไปทำการลงอักขระเพิ่มพื้นที่ให้เพื่อขยายให้แหล่งหลบภัยนี้มีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับคนเป็นพันสองพันคนที่อยู่ณที่แห่งนี้นั่นเอง
“โอ้แผนการของพวกท่านเป็นเช่นนี้เอง ไม่เห็นต้องปิดกันเลยเจ้าค่ะ บอกกันแต่แรกก็ได้”ชิงเถาร้องถามอย่างสงสัย ทำอย่างกับว่าเป็นความลับระดับชาติไปได้อย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องมีคนรู้เยอะขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องปิดบังอะไรเสียหน่อย
“เอ่อก็พวกเรากลัวว่าเจ้าจะไม่มานี่นา ถ้าบอกว่าให้ทำงานอะไรอย่างไรเสียความสามารถของเจ้าก็ทำให้ได้เงินเป็นจำนวนมากแต่ต้องเดินทางมาอย่างนี้อาจจะโดนปฏิเสธก็ได้”เจียงลู่เฉิงเอ่ยตอบชิงเถาด้วยไม่รู้จะทำตัวอย่างไร เขาก็อายที่จะตอบนางเช่นกันเหตุผลนี้ไม่ใช่เขาเป็นคนคิดแต่แรกเสียหน่อยแต่พอมีคนคิดแบบนี้พวกเขาก็คล้อยตามไปด้วย
“ไม่หรอกเจ้าค่ะไม่บอกก่อนนี่แหละน่าสงสัย แต่อย่างไรก็ช่างเถอะเมื่อสร้างที่หลบภัยเสร็จเมื่อไหร่ก็แจ้งข้าก็แล้วกันเจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยออกไปอย่างไม่ถือสาเอาเป็นว่างานของนางก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรถ้าไม่นับการเดินทางที่ยาวนานน่าเบื่อแบบนี้
“ได้เลยช่วงนี้เจ้าก็ทำอะไรแก้เบื่อไปก่อนก็แล้วกัน”เจียงลู่เฉิงก็ดูเหมือนจะรู้ว่านางเบื่อหน่ายเช่นกันจึงได้บอกนางเช่นนี้เขาก็เห็นใจนางไม่น้อยเป็นเพียงเด็กสาวก็ต้องร่วมเดินทางกับเหล่านายทหารเป็นร้อยนางคงหาเรื่องเจริญหูเจริญตาไมได้เท่าไหร่ ที่ผ่านมาถือว่านางมีความอดทนพอสมควรและเขาคิดว่าว่าที่น้องสะใภ้ของเขาก็จะเป็นเช่นน้องสาวนะถึงจะไม่เป็นกุลสตรีเท่าไหร่แต่ก็เข้าใจอะไรได้ง่ายมีเหตุมีผล
“เจ้าค่ะ”ชิงเถาเอ่ยตอบรับไปยิ้มๆ แล้วปล่อยให้เขากลับไปทำหน้าที่ของตนต่อส่วนนางตอนนี้ก็เป็นบุคคลว่างงานไปก่อน นางจะหาอะไรทำเสียแล้ว อยู่ว่างๆแบบนี้ไม่ดีเท่าไหร่เลย
“เชี่ยนเชี่ยนเมืองที่ใกล้ที่สุดใช้เวลาเดินทางกี่วันหรือ” ชิงเถาที่นอนเล่นบนเปลผ้าอยู่ใต้ต้นไม้เอ่ยถามเสียงเบาๆออดมานางคิดไม่ผิดจริงๆ ที่นำเปลผ้ามาด้วย นำมันมาแขวนนอนเล่นรับอากาศบริสุทธิ์ใกล้ป่าเขาแบบนี้ชุ่มชื้นปอดดีเหลือเกิน
‘ถ้าม้าเร็วก็สองวัน ถ้ารถม้าเช่นของเจ้าก็เจ็ดวันได้’ เสียงเอ่ยตอบกลับมาแต่ยังไม่เห็นตัวแต่ชิงเถาก็ไม่ได้สนใจตัวอีกฝ่ายแต่อย่างไร
“ไกลเหมือนกันนะเนี่ย”ดับฝันในการหาที่เที่ยวของชิงเถาอีกแล้ว ไกลขนาดนั้นคงไม่มีใครปล่อยนางไปหรอกแต่เดี๋ยวนางไปลองถามพวกทหารดูอีกทีก็แล้วกันพวกเขาต้องมีใครถูกสั่งให้ไปเมืองใกล้ๆ นี้บ้างล่ะนะ
‘ถ้าไม่มีอะไรทำนัก ก็ไปสอนหนังสือเด็กๆ ทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อยสิ’ เสียงเอ่ยกระแทกหูชิงเถามาอีกประโยค หาเรื่องให้นางทำอีกแล้วนะเนี่ย
“หาเรื่องให้ข้าทำจริงนะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ แต่ตัวนางกลับลุกขึ้นออกจากเปล ออกเท้าเดินไปยังอีกด้านที่เป็นที่พักของเหล่าชาวบ้าน
‘ถ้าจะบ่นข้า ก็ไม่ต้องทำตามที่ข้าพูดก็ได้นะ มันดูย้อนแย้ง’ เชี่ยนเชี่ยนว่าออกมาน้ำเสียงดูเบื่อหน่ายชิงเถาอยู่ไม่น้อย
“ได้อย่างไรนานๆ เจ้าจะขอให้ข้าทำอะไรสักอย่าง” ชิงเถาเอ่ยยิ้มๆพร้อมขาที่ก้าวเดินไปหาพวกเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นกันอยู่ไม่ไกลพวกเด็กๆอยู่ที่ไหนก็มีความสุขดีจริงๆนะ
“พี่สาวมาเล่นด้วยกันไหมเจ้าคะ”
“ใช่ๆพี่สาวมาเล่นด้วยกันนะขอรับ” เมื่อเหล่าเด็กๆเห็นชิงเถาพี่สาวใจดีที่แจกข้าวต้มให้พวกเขาเมื่อวันก่อนเดินเข้ามาหาจึงรีบเข้ามารุมล้อมนางแล้วก็ชักชวนนางไปเล่นด้วยพวกเขาเห็นนางนอนเล่นอยู่ใต้ต้นไม้คนเดียวแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปชวนเหล่าพ่อแม่พวกเขาก็บอกว่าไม่ให้ไปรบกวนนางจึงไม่มีใครกล้าไปใกล้แต่ตอนนี้นางมาหาพวกเขาเองจึงได้โอกาสชวนมาเล่นด้วยกัน
“ข้าไม่ได้จะมาเล่นกันพวกเจ้าแต่จะมาชวนพวกเจ้าไปเล่นด้วยกันต่างหากล่ะ” ชิงเถาเอ่ยบอกพวกเขายิ้มๆ เด็กๆพวกนี้มีตั้งแต่เด็กที่แค่เพียงเริ่มวิ่งแข็งดี ไปจนถึงเด็กเจ็ดแปดขวบได้ส่วนโตกว่างนี้สงสัยไปช่วยงานพ่อแม่แล้ว
“เล่นอะไรหรือขอรับพี่สาวสนุกหรือไป” เด็กชายคนหนึ่งถามชิงเถาออกมาอย่างสนใจ
“นั่นสิสนุกกว่าวิ่งไปจับกันหรือไม่”เด็กสาวอีกคนก็ถามออกมาอย่างสนใจ
“สนุกสิมันมีชื่อว่าเล่นเป็นอาจารย์และนักเรียน” ชิงเถาตอบเด็กๆออกไปด้วยท่าทางน่าตื่นเต้นหลอกให้เหล่าเด็กๆ สนใจสิ่งที่นางพูดไปด้วย
“ข้าเล่นได้หรือไม่ขอรับ”
“ข้าก็อยากเล่นเจ้าค่ะ”
“ข้าอยากเล่นเป็นนักเรียนขอรับ”
“ข้าก็ด้วย”
เหล่าเด็กๆได้ยินก็พากันยกไม้ยกมือเสนอตัวเล่นกันนางด้วยกันทั่วหน้า ชิงเถาเห็นแบบนี้ก็อดจะยิ้มกว้างไม่ได้ไม่รู้พวกเขาอยากเป็นนักเรียนจริงๆ หรือแค่เพราะนางบอกว่าเป็นการเล่นกันแน่จะจึงได้พากันสนใจเพียงนี้
“ได้สิเช่นนั้นทุกคนก็ตามข้ามาเลย เราจะได้เริ่มเล่นกัน” ชิงเถาเอ่ยบอกยิ้มๆแล้วเดินนำเหล่าเด็กๆ ไปยังใต้ต้นไม้ที่พักของนางทันที