“แก้แค้น”
ฉินลู่แค่นหัวเราะอย่างเย็นชา “ฉันจะตั้งตารอนะ”
ฉินลู่นั่งยองๆ มองไปที่หยางซวี่ตงที่สภาพร่อแร่เต็มที จากนั้นฉินลู่ก็ตบหน้าเขาแล้วพูดว่า“วันนี้เรื่องของเรายังไม่จบ ฉันรู้จักสันดานลูกเศรษฐีอย่างแกดีแกต้องคิดจะแก้แค้นฉันแน่นอน แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่กลัว ฉันจะรอนะ”
“และในท้ายที่สุดผลที่ตามมาจะเป็นยังไงมันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำในครั้งต่อไปของแกนั่นแหละเพราะฉะนั้นก็ทำตัวให้มันดีๆ” หลังจากทิ้งคำพูดนี้ไว้ฉินลู่ก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับไปมองที่สังเวียนอีก
ผู้ชมต่างก็แบ่งออกเป็นสองฝั่งเพื่อเปิดทางเดินให้ฉินลู่และมองฉินลู่เดินจากไปด้วยสายตาที่ซับซ้อน
หยางซวี่ตงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก มองไปทางร่างของฉินลู่ที่เดินจากไปและพยายามพูดผ่านซอกฟันของเขา “ฉินลู่! ฉัน...จะฆ่าแกให้ตาย!”
หลังจากเดินออกจากชมรมเทควันโดแล้ว เฉียนเชี่ยนและเซี่ยหลิงก็ตามออกมา
“ฉินลู่ นายรู้ไหมว่าเพิ่งสร้างปัญหาใหญ่มากไว้น่ะ” เซี่ยหลิงมองไปที่ฉินลู่และพูดอย่างกังวล
“ปัญหา?” ฉินลู่กางมือออกและพูดอย่างเฉยเมย “จะมีปัญหาอะไรล่ะ”
“นายยังไม่รู้ถึงความหนักหนาของเรื่องนี้อีกเหรอ” เซี่ยหลิงชี้ไปที่ชมรมเทควันโดที่อยู่ข้างหลังเธอและพูดว่า “หยางซวี่ตงไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลหยางและตระกูลเขาก็มีเงินไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านหยวน นายทำให้ทายาทพวกเขาเป็นเช่นนี้พวกเขาไม่ปล่อยนายไปแน่นอน”
ฉินลู่ยิ้ม “จะมีแต่พวกเขาที่เป็นฝ่ายกระทำฉันเหรอฉันตอบโต้ไม่ได้เหรอ เอากฎเกณฑ์แบบนี้มาจากไหนกัน”
“นายสามารถตอบโต้ได้ แต่ทำไมต้องหนักขนาดนั้นล่ะ” เซี่ยหลิงกังวลจนแทบจะร้องไห้ออกมา“นี่นายกำลังหาเรื่องใส่ตัวนะ”
“ไม่เป็นไรๆ มันไม่มีปัญหาอะไรหรอก” ฉินลู่บิดขี้เกียจ“เพราะช่วงนี้มีเธอคอยช่วยฉันตลอด ฉันว่างเลยรู้สึกเบื่อๆ น่ะก็เลยออกมาหาอะไรสนุกๆ เล่นสักหน่อย”
“เล่นบ้านนายสิ!นี่คุณไม่เข้าใจจริงๆ หรือกำลังแกล้งไม่รู้เรื่องกันแน่เนี่ย”
ฉินลู่โบกมือ “ไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องนี้จบไปแล้ว ไม่ต้องไปสนใจหรอก”
“ฉินลู่...” เฉียนเชี่ยนที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นอย่างเป็นกังวล“หรือว่านายหนีไปดีไหมพวกคนรวยเป็นพวกที่คนธรรมดาอย่างเราจะไปมีเรื่องด้วยไม่ได้นะ นายหนีไปเถอะหนีไปให้ไกล พวกเขาตามนายไปไม่ได้หรอก”
“ทำไมต้องหนีด้วยล่ะ พวกเธอไม่มั่นใจในตัวฉันเลยเหรอ” ฉินลู่ชี้ไปบนท้องฟ้าแล้วพูดว่า“ความยุติธรรมจะมีฟ้าเป็นพยาน”
“เขาหนีไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก” เซี่ยหลิงถอนหายใจ และพูดกับเฉียนเชี่ยน“หยางกรุ๊ปมีอิทธิพลมาก มีพันธมิตรอยู่ทั่วประเทศและยังร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นมากมายถ้าฉินลู่หนีไปก็ยังสามารถประสานงานกับตำรวจและทำให้ชื่อฉินลู่กลายเป็นผู้ลี้ภัยเมื่อถึงตอนนั้นคุณก็จะไม่มีทางกลับมาได้แล้วจริงๆ”
“พระเจ้าช่วย...” เฉียนเชี่ยนปิดปากของเธอด้วยความหวาดกลัว
“ผู้ลี้ภัย?” ฉินลู่ครุ่นคิดอย่างหนัก“นี่ฟังดูน่าสนใจนะ”
“น่าสนใจกับผีน่ะสิ!”เซี่ยหลิงผลักฉินลู่ แล้วพูดอย่างจริงจัง “นายมากับฉันเถอะ”
“ไปกับเธอ?” ฉินลู่หันไปถามเซี่ยหลิงอย่างสงสัย“เธอจะไปไหน”
“ไปกับฉัน ไปที่บ้านของฉัน ตระกูลเซี่ยของฉันปกป้องนายได้น่าจะไม่ทำให้เรื่องมันแย่ลงไปมากกว่านี้”
“ให้ฉันไปเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านเธอเหรอ”
“ถุย!” เซี่ยหลิงหน้าแดง“ฉันกำลังคิดหาทางช่วยนายอยู่นะ ยังจะมาพูดจาเหลวไหลกับฉันอีก”
“ฮ่าๆๆ ...” ฉินลู่หัวเราะเสียงดัง
“ปี๊ ป่อ ปี๊ ป่อ ปี๊ ป่อ ปี๊ ป่อ...”
ทันใดนั้น รถพยาบาลคันหนึ่งก็ขับผ่านไปพร้อมกับไฟสีแดงกะพริบ
ฉินลู่ชี้ไปที่รถพยาบาลคันนั้น “เธอเห็นไหมการตัดสินใจในตอนแรกของฉันฉลาดแค่ไหน สู้เสร็จรถพยาบาลก็มาช่วยได้ทันพอดีบริการแบบครบวงจรสไตล์ราชวงศ์ฉิน”
เซี่ยหลิงกุมขมับ “พระเจ้าช่วย ฉินลู่ วงจรสมองของนายแตกต่างจากคนปกติใช่ไหมตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงนายยังมีกะจิตกะใจล้อเล่นอีกเหรอ รู้ไหมว่าคนของหยางกรุ๊ปสามารถฆ่าคนได้น่ะ!”
“ฆ่าคน!” ความหวาดกลัวบนใบหน้าของเฉียนเชี่ยนยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินลู่จางหายไป เขาพูดนิ่งๆ ว่า“ก็ต้องยอมรับผลตามที่ได้พูดไว้ ในเมื่อหยางซวี่ตงตกลงกับฉันไว้บนสังเวียนเขาก็จะต้องรับผิดชอบผลแพ้ชนะของตัวเอง ถ้าเขาต้องการใช้กฎหมายมาแก้แค้นฉันจริงๆฉันก็จะตอบโต้กลับตามระดับการแก้แค้นของเขา”
“นาย...นายกำลังพูดเรื่องอะไร”เห็นได้ชัดว่าเซี่ยหลิงไม่เชื่อสิ่งที่ฉินลู่พูด
ฉินลู่หยักยิ้มมุมปาก “ตระกูลหยางของเขาต้องการชีวิตฉันงั้นตระกูลนี้ของเขาก็จะไม่เหลือเช่นกัน”
เซี่ยหลิงตกใจกับความเย่อหยิ่งของฉินลู่มาก เธอกำลังจะแย้ง แต่พอเห็นแววตาที่จริงจังของเขาเธอจึงกลืนคำพูดที่ติดอยู่ตรงริมฝีปากกลับไป
“เอาล่ะ” ฉินลู่ยิ้มออกมาอีกครั้งและพูดกับสองสาวสวยเฉียนเชี่ยนและเซี่ยหลิงว่า “ขอบคุณพวกเธอสองคนที่มาร่วมกิจกรรมสนุกสนานนี้กับฉันที่จริงแล้วพวกเธอไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงฉันหรอก ถ้ามันอันตรายจริงๆฉันก็คงไม่ชิลเหมือนตอนนี้”
“เฮ้อ...ฉันไม่รู้จะว่านายยังไงดี”เซี่ยหลิงคว้าเสื้อของฉินลู่ไว้แล้วพูดกับเขาว่า “วันนี้นายไปบ้านฉันเถอะ”
“อะไรเนี่ย ไปทำอะไรที่บ้านเธอ” ฉินลู่สงสัย
“ทำไม ปกป้องให้นายปลอดภัยสักพักไง!”
“ไม่จำเป็น เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอกตอนนี้เราสามคนแยกย้ายกันกลับบ้านเถอะ โอเคไหม”
ทั้งสามคุยไปเดินไป ตอนนี้ก็เดินมาถึงประตูมหาวิทยาลัยหวาชิงแล้ว
“ฉินลู่ นายต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ” เฉียนเชี่ยนพูดกับฉินลู่อย่างกังวลจากนั้นก็ขึ้นรถแท็กซี่ไป
“ไม่ต้องห่วง” ฉินลู่ยิ้มและโบกมือให้เฉียนเชี่ยน
“หรือไม่นายก็ไปบ้านเซี่ยหลิงเถอะ”เฉียนเชี่ยนเปิดหน้าต่างรถพูดกับฉินลู่
“ก๊อกๆ !” ฉินลู่เคาะกระจกรถแล้วพูดกับคนขับ“รีบไปเถอะครับ”
หลังจากนั้นก็มีเสียงเครื่องยนต์ดังรถแท็กซี่ที่เฉียนเชี่ยนนั่งอยู่ก็ค่อยๆ หายไปท่ามกลางภาพแสงสีตอนกลางคืน
“มากับฉันเดี๋ยวนี้”เซี่ยหลิงลากฉินลู่ให้เดินไปที่ที่จอดรถนอกโรงเรียน
รถสปอร์ตอาวดี้จอดอยู่ที่นั่น
เซี่ยหลิงกดรีโมทในมือ เข้าไปนั่งที่เบาะคนขับจากนั้นก็ชี้ไปที่เบาะข้างคนขับและพูดว่า “ขึ้นรถ”
“เธอจะไปส่งฉันกลับบ้านใช่ไหม” ฉินลู่เข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับและพูดว่า“บอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้าเธอกล้าลากฉันไปที่บ้านเธอ ฉันจะกระโดดลงจากรถ”
เซี่ยหลิงสตาร์ตรถอาวดี้ เอนหลังพิงเบาะ และเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงหันไปพูดกับฉินลู่ “นายควรจะรู้สถานการณ์ในตอนนี้สิ ทำไมถึงไม่กลัวเลยสักนิดนายก็ดูออกนี่ แต่นายก็ไม่ได้เสแสร้ง นายไม่ได้เอาเรื่องที่ตระกูลหยางจะมาแก้แค้นมาคิดสักนิดเลยเหรอนายเป็นใครกันแน่ ถือไพ่อะไรอยู่”
“ฉันไม่ได้มีไพ่อะไรทั้งนั้น และฉันก็ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังด้วย” ฉินลู่ยักไหล่และพูดทีเล่นทีจริง“ฉันแค่เชื่อว่าความดีจะสามารถเอาชนะความชั่วได้เท่านั้นเอง”
“ความดีจะสามารถเอาชนะความชั่วได้” เซี่ยหลิงพึมพำจากนั้นเธอก็หัวเราะออกมา “ความดีจะสามารถเอาชนะความชั่วได้ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”
หลังจากพูดจบ เซี่ยหลิงก็เหยียบคันเร่งและขับออกไป
ความแรงของเครื่องยนต์ทำให้ตัวรถพุ่งทะยานออกไปอย่างดุดัน