ซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล]

    ตอนที่ 51 ฉันจะตั้งตารอนะ

    “แก้แค้น”

            ฉินลู่แค่นหัวเราะอย่างเย็นชา “ฉันจะตั้งตารอนะ”

            ฉินลู่นั่งยองๆ มองไปที่หยางซวี่ตงที่สภาพร่อแร่เต็มที จากนั้นฉินลู่ก็ตบหน้าเขาแล้วพูดว่า“วันนี้เรื่องของเรายังไม่จบ ฉันรู้จักสันดานลูกเศรษฐีอย่างแกดีแกต้องคิดจะแก้แค้นฉันแน่นอน แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่กลัว ฉันจะรอนะ”

            “และในท้ายที่สุดผลที่ตามมาจะเป็นยังไงมันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำในครั้งต่อไปของแกนั่นแหละเพราะฉะนั้นก็ทำตัวให้มันดีๆ” หลังจากทิ้งคำพูดนี้ไว้ฉินลู่ก็เดินออกไปโดยไม่หันกลับไปมองที่สังเวียนอีก

            ผู้ชมต่างก็แบ่งออกเป็นสองฝั่งเพื่อเปิดทางเดินให้ฉินลู่และมองฉินลู่เดินจากไปด้วยสายตาที่ซับซ้อน

            หยางซวี่ตงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก มองไปทางร่างของฉินลู่ที่เดินจากไปและพยายามพูดผ่านซอกฟันของเขา “ฉินลู่! ฉัน...จะฆ่าแกให้ตาย!”

            หลังจากเดินออกจากชมรมเทควันโดแล้ว เฉียนเชี่ยนและเซี่ยหลิงก็ตามออกมา

            “ฉินลู่ นายรู้ไหมว่าเพิ่งสร้างปัญหาใหญ่มากไว้น่ะ” เซี่ยหลิงมองไปที่ฉินลู่และพูดอย่างกังวล

            “ปัญหา?” ฉินลู่กางมือออกและพูดอย่างเฉยเมย “จะมีปัญหาอะไรล่ะ”

            “นายยังไม่รู้ถึงความหนักหนาของเรื่องนี้อีกเหรอ” เซี่ยหลิงชี้ไปที่ชมรมเทควันโดที่อยู่ข้างหลังเธอและพูดว่า “หยางซวี่ตงไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลหยางและตระกูลเขาก็มีเงินไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านหยวน นายทำให้ทายาทพวกเขาเป็นเช่นนี้พวกเขาไม่ปล่อยนายไปแน่นอน”

            ฉินลู่ยิ้ม “จะมีแต่พวกเขาที่เป็นฝ่ายกระทำฉันเหรอฉันตอบโต้ไม่ได้เหรอ เอากฎเกณฑ์แบบนี้มาจากไหนกัน”

            “นายสามารถตอบโต้ได้ แต่ทำไมต้องหนักขนาดนั้นล่ะ” เซี่ยหลิงกังวลจนแทบจะร้องไห้ออกมา“นี่นายกำลังหาเรื่องใส่ตัวนะ”

            “ไม่เป็นไรๆ มันไม่มีปัญหาอะไรหรอก” ฉินลู่บิดขี้เกียจ“เพราะช่วงนี้มีเธอคอยช่วยฉันตลอด ฉันว่างเลยรู้สึกเบื่อๆ น่ะก็เลยออกมาหาอะไรสนุกๆ เล่นสักหน่อย”

            “เล่นบ้านนายสิ!นี่คุณไม่เข้าใจจริงๆ หรือกำลังแกล้งไม่รู้เรื่องกันแน่เนี่ย”

            ฉินลู่โบกมือ “ไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องนี้จบไปแล้ว ไม่ต้องไปสนใจหรอก”

            “ฉินลู่...” เฉียนเชี่ยนที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นอย่างเป็นกังวล“หรือว่านายหนีไปดีไหมพวกคนรวยเป็นพวกที่คนธรรมดาอย่างเราจะไปมีเรื่องด้วยไม่ได้นะ นายหนีไปเถอะหนีไปให้ไกล พวกเขาตามนายไปไม่ได้หรอก”

            “ทำไมต้องหนีด้วยล่ะ พวกเธอไม่มั่นใจในตัวฉันเลยเหรอ” ฉินลู่ชี้ไปบนท้องฟ้าแล้วพูดว่า“ความยุติธรรมจะมีฟ้าเป็นพยาน”

            “เขาหนีไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก” เซี่ยหลิงถอนหายใจ และพูดกับเฉียนเชี่ยน“หยางกรุ๊ปมีอิทธิพลมาก มีพันธมิตรอยู่ทั่วประเทศและยังร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นมากมายถ้าฉินลู่หนีไปก็ยังสามารถประสานงานกับตำรวจและทำให้ชื่อฉินลู่กลายเป็นผู้ลี้ภัยเมื่อถึงตอนนั้นคุณก็จะไม่มีทางกลับมาได้แล้วจริงๆ”

            “พระเจ้าช่วย...” เฉียนเชี่ยนปิดปากของเธอด้วยความหวาดกลัว

            “ผู้ลี้ภัย?” ฉินลู่ครุ่นคิดอย่างหนัก“นี่ฟังดูน่าสนใจนะ”

            “น่าสนใจกับผีน่ะสิ!”เซี่ยหลิงผลักฉินลู่ แล้วพูดอย่างจริงจัง “นายมากับฉันเถอะ”

            “ไปกับเธอ?” ฉินลู่หันไปถามเซี่ยหลิงอย่างสงสัย“เธอจะไปไหน”

            “ไปกับฉัน ไปที่บ้านของฉัน ตระกูลเซี่ยของฉันปกป้องนายได้น่าจะไม่ทำให้เรื่องมันแย่ลงไปมากกว่านี้”

            “ให้ฉันไปเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านเธอเหรอ”

            “ถุย!” เซี่ยหลิงหน้าแดง“ฉันกำลังคิดหาทางช่วยนายอยู่นะ ยังจะมาพูดจาเหลวไหลกับฉันอีก”

            “ฮ่าๆๆ ...” ฉินลู่หัวเราะเสียงดัง

            “ปี๊ ป่อ ปี๊ ป่อ ปี๊ ป่อ ปี๊ ป่อ...”

            ทันใดนั้น รถพยาบาลคันหนึ่งก็ขับผ่านไปพร้อมกับไฟสีแดงกะพริบ

            ฉินลู่ชี้ไปที่รถพยาบาลคันนั้น “เธอเห็นไหมการตัดสินใจในตอนแรกของฉันฉลาดแค่ไหน สู้เสร็จรถพยาบาลก็มาช่วยได้ทันพอดีบริการแบบครบวงจรสไตล์ราชวงศ์ฉิน”

            เซี่ยหลิงกุมขมับ “พระเจ้าช่วย ฉินลู่ วงจรสมองของนายแตกต่างจากคนปกติใช่ไหมตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงนายยังมีกะจิตกะใจล้อเล่นอีกเหรอ รู้ไหมว่าคนของหยางกรุ๊ปสามารถฆ่าคนได้น่ะ!”

            “ฆ่าคน!” ความหวาดกลัวบนใบหน้าของเฉียนเชี่ยนยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก

            รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินลู่จางหายไป เขาพูดนิ่งๆ ว่า“ก็ต้องยอมรับผลตามที่ได้พูดไว้ ในเมื่อหยางซวี่ตงตกลงกับฉันไว้บนสังเวียนเขาก็จะต้องรับผิดชอบผลแพ้ชนะของตัวเอง ถ้าเขาต้องการใช้กฎหมายมาแก้แค้นฉันจริงๆฉันก็จะตอบโต้กลับตามระดับการแก้แค้นของเขา”

            “นาย...นายกำลังพูดเรื่องอะไร”เห็นได้ชัดว่าเซี่ยหลิงไม่เชื่อสิ่งที่ฉินลู่พูด

            ฉินลู่หยักยิ้มมุมปาก “ตระกูลหยางของเขาต้องการชีวิตฉันงั้นตระกูลนี้ของเขาก็จะไม่เหลือเช่นกัน”

            เซี่ยหลิงตกใจกับความเย่อหยิ่งของฉินลู่มาก เธอกำลังจะแย้ง แต่พอเห็นแววตาที่จริงจังของเขาเธอจึงกลืนคำพูดที่ติดอยู่ตรงริมฝีปากกลับไป

            “เอาล่ะ” ฉินลู่ยิ้มออกมาอีกครั้งและพูดกับสองสาวสวยเฉียนเชี่ยนและเซี่ยหลิงว่า “ขอบคุณพวกเธอสองคนที่มาร่วมกิจกรรมสนุกสนานนี้กับฉันที่จริงแล้วพวกเธอไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงฉันหรอก ถ้ามันอันตรายจริงๆฉันก็คงไม่ชิลเหมือนตอนนี้”

            “เฮ้อ...ฉันไม่รู้จะว่านายยังไงดี”เซี่ยหลิงคว้าเสื้อของฉินลู่ไว้แล้วพูดกับเขาว่า “วันนี้นายไปบ้านฉันเถอะ”

            “อะไรเนี่ย ไปทำอะไรที่บ้านเธอ” ฉินลู่สงสัย

            “ทำไม ปกป้องให้นายปลอดภัยสักพักไง!”

            “ไม่จำเป็น เธอไม่ต้องเป็นห่วงหรอกตอนนี้เราสามคนแยกย้ายกันกลับบ้านเถอะ โอเคไหม”

            ทั้งสามคุยไปเดินไป ตอนนี้ก็เดินมาถึงประตูมหาวิทยาลัยหวาชิงแล้ว

            “ฉินลู่ นายต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ” เฉียนเชี่ยนพูดกับฉินลู่อย่างกังวลจากนั้นก็ขึ้นรถแท็กซี่ไป

            “ไม่ต้องห่วง” ฉินลู่ยิ้มและโบกมือให้เฉียนเชี่ยน

            “หรือไม่นายก็ไปบ้านเซี่ยหลิงเถอะ”เฉียนเชี่ยนเปิดหน้าต่างรถพูดกับฉินลู่

            “ก๊อกๆ !” ฉินลู่เคาะกระจกรถแล้วพูดกับคนขับ“รีบไปเถอะครับ”

            หลังจากนั้นก็มีเสียงเครื่องยนต์ดังรถแท็กซี่ที่เฉียนเชี่ยนนั่งอยู่ก็ค่อยๆ หายไปท่ามกลางภาพแสงสีตอนกลางคืน

            “มากับฉันเดี๋ยวนี้”เซี่ยหลิงลากฉินลู่ให้เดินไปที่ที่จอดรถนอกโรงเรียน

            รถสปอร์ตอาวดี้จอดอยู่ที่นั่น

            เซี่ยหลิงกดรีโมทในมือ เข้าไปนั่งที่เบาะคนขับจากนั้นก็ชี้ไปที่เบาะข้างคนขับและพูดว่า “ขึ้นรถ”

            “เธอจะไปส่งฉันกลับบ้านใช่ไหม” ฉินลู่เข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับและพูดว่า“บอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้าเธอกล้าลากฉันไปที่บ้านเธอ ฉันจะกระโดดลงจากรถ”

            เซี่ยหลิงสตาร์ตรถอาวดี้ เอนหลังพิงเบาะ และเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงหันไปพูดกับฉินลู่ “นายควรจะรู้สถานการณ์ในตอนนี้สิ ทำไมถึงไม่กลัวเลยสักนิดนายก็ดูออกนี่ แต่นายก็ไม่ได้เสแสร้ง นายไม่ได้เอาเรื่องที่ตระกูลหยางจะมาแก้แค้นมาคิดสักนิดเลยเหรอนายเป็นใครกันแน่ ถือไพ่อะไรอยู่”

            “ฉันไม่ได้มีไพ่อะไรทั้งนั้น และฉันก็ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังด้วย” ฉินลู่ยักไหล่และพูดทีเล่นทีจริง“ฉันแค่เชื่อว่าความดีจะสามารถเอาชนะความชั่วได้เท่านั้นเอง”

            “ความดีจะสามารถเอาชนะความชั่วได้” เซี่ยหลิงพึมพำจากนั้นเธอก็หัวเราะออกมา “ความดีจะสามารถเอาชนะความชั่วได้ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”

            หลังจากพูดจบ เซี่ยหลิงก็เหยียบคันเร่งและขับออกไป

            ความแรงของเครื่องยนต์ทำให้ตัวรถพุ่งทะยานออกไปอย่างดุดัน

    คล้ายกับเรื่องซูเปอร์ดอกเตอร์แห่งห้องพยาบาล [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน