เทียนมองเห็นอู่เม่ยเทียนจุน สวมชุดเกราะถือไม้เท้าหัวมังกรออกมา มีศิษย์เอกที่มีแต่สตรี ถืออาวุธ ครบมือมีกำลังพลประมาณพันคน เทียนมองแล้วคิดถึงท่านแม่เฒ่าเสอไช่ฮัว ประมุขหญิงตระกูลหยาง คุมภรรยาม่ายของขุนศึกตระกูลหยางเตรียมออกรบ
ในขณะที่ฝ่ายตรงข้าม มีจักรพรรดิน้ำแข็ง ที่บรรลุเป็นเทียนจุน แล้ว มาพร้อมกับเทียนจุนอีกสองคน คนหนึ่งสวมชุดดำสนิทมีผ้าคลุมหัวปิดบังหน้าเอาไว้ อีกคนเปิดหน้าออกมา เป็นชายหน้าขาว ทาชาดสีแดงที่ปาก ใครเห็นก็ต้องบอกว่าเป็นชายที่หน้าสวยคนหนึ่งทีเดียว มาพร้อมกับกองทัพหลายพันคน แต่ละคมสวมชุดเกราะหนังแล้วสวมขนสัตว์สีขาว มีแต่อาวุธหนัก ๆ ทั้งหนั้น ตั้งแต่ขวานยักษ์ หอกยาว ดาบใหญ่
“ ยอมสยบต่อข้าเถอะ อู่เม่ย ข้าจะแต่งเจ้าเป็นราชินี ลูกศิษย์ของเจ้าทั้งหมดก็จะปลอดภัย ข้าจะให้คนของข้า ทำการทะนุถนอมศิษย์สาวของเจ้าไม่ให้บอกช้ำแม้แต่นิดเดียว” จักรพรรดิน้ำแข็ง เอ่ยจบก็มีเสียงคนของกองทัพน้ำแข็งหัวเราะออกมา เทียนมองเห็นหน้า ของกองทัพน้ำแข็งเหล่านี้ หน้าตาเหมือนคนก็จริงแต่มันกลับมี ร่างกายใหญ่กว่ามนุษย์ เหมือนพวกมันถูกบางสิ่งครอบงำเอาไว้
ทำให้พวกมันเหลือสมองไว้คิดเพียงนิดเดียว มีแต่อารมณ์รุนแรงคล้ายสัตว์ร้ายมากกว่า
“ จักรพรรดิน้ำแข็ง ข้าไม่รู้ว่าเจ้าใช้วิธีอะไร ถึงได้บรรลุขั้นเทียนจุนได้ แต่ข้ามั่นใจว่า วิธีที่เจ้าฝึกฝนนั้น ต้องเป็นวิถีของเผ่ามารอย่างแน่นอน เจ้าถอนตัวเสีย อย่าถลำลึกไปกว่านี้เลย” อู่เม่ยเอ่ยเตือน
ในขณะที่ทั้งสองคนลอยตัว อยู่บนฟ้าปะทะคารมอยู่อย่างนั้น กองทัพภูตนรกโลกันต์นับร้อย ต่างก็พริ้วกาย ผ่านหน้าระหว่างสองกองทัพ เพื่อหนี การไล่ล่าของไท่ซี ที่ใช้ขวดน้ำเต้าดูดวิญญาณไล่จับกองทัพภูตนรกไปติดๆ โดยมีกองทัพหุ่นเฝ้าบ้านอย่างหมีเพนด้าน้อย หมาป่าน้อย หุ่นหิมะ หุ่นพยัคฆ์น้อยตามกันไปเป็นพรวน คอยป้องกันไม่ให้ไท่ซีได้รับอันตราย
ทั้งสองกองทัพต่างก็มองตามการไล่ล่าของเด็กน้อยกับภูตนรกโลกันต์ จนหายลับตาไป ด้วยความมึนงง แล้วหันไปถามคนของตนเองว่าเด็กน้อยคนนี้เป็นใครกับ
“ เป็นบุตรของท่านเซียนน้อย หลี่เทียนเจ้าค่ะ” คนของอู่เม่ยรีบรายงานทันที
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า กองทัพภูตนรกอันน่ากลัวของพวกเจ้า เวลานี้ วิ่งหนีเด็กสามขวบหัวซุกหัวซุน แล้วยังกล้ามาบอกว่า จะจัดการกับพวกข้าอีกหรือ?” อู่เม่ยเทียนจินเอ่ยดูแคลนฝ่ายตรงข้ามทันที
“ ฮึ่ม รองแม่ทัพหิมะทมิฬ พาคนของเจ้า ไปตามจับเด็กคนนั้นมาให้ได้” จักรพรรดิโกรธแค้นยิ่งนักรีบสั่งให้ลูกน้องคนสนิท ไปจัดการเรื่องนี้อย่างโดยเร็ว
“ อู่เม่ยในเมื่อเจ้าไม่ยอมสยบ อย่าหาว่าข้าโหดเหี้ยมก็แล้วกัน ฆ่ามันให้หมด”
กองทหารทั้งหมดของจักรพรรดิน้ำแข็งบุกเข้าโจมตีกำแพงสำนักของอู่เม่ยทันที
เกิดการปะทะกันแล้ว ชายหน้าขาว บุกเข้ามาโจมตีภายในสำนัก ส่วนจักรพรรดิน้ำแข็ง ร่วมมือกับ ชายชุดดำ เข้าโจมตี อู่เม่ยเทียนจิน เหล่าศิษย์ที่เหลือต่างบุกเข้าประจันบาน กันเลือดสาดเลือดไหลนองไปทั่ว เทียน ปล่อยยันต์สายฟ้าลงมาทันที เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กองทัพของ จักรพรรดิน้ำแข็งถูก ฟ้าผ่านอนดิ้นพล่านไปกว่าครึ่ง ชายหน้าขาวปากแดง เห็นเช่นนั้นพุ่งร่างเข้ามาหาเทียนใช้ ทวนสั้นทิ่มแทงเทียนที่หน้าอกทันที ฉัวะ ! แขนที่ถือทวนของชายหน้าขาวขาดสะบั้น
เลือดทะลักออกมา ไม่มีใครเห็นว่าอะไรเกิดขึ้นแม้แต่ ชายหน้าขาวเอง ที่แท้เป็นเทียนเคลื่อนไหวด้วยความเร็วกว่าเสียง สะบัดกระบี่ไปทีเดียวแค่นั้นเอง เทียนถีบเข้าสีข้างจนร่างชายหน้าขาวกระเด็นไปหน้าทิ่มดิน
มันลุกขึ้นมาได้ใบหน้าที่ขาวใสเต็มไปด้วยขี้โคลน ปากที่แดงกลายเป็นสีดำมืด
“ ไอ้เด็กนรก แกยังไม่รู้จักข้า เทพสองวิญญาณ เอ้อกุ่ยเฉิน วันนี้ข้าจะแสดงพลังเทียนจุนกำราบเจ้า ตายเสียเถอะ” แขนที่ถูกตัดขาดกับมาเป็นเหมือนเดิม มันยกแขนขึ้นกางออก มีพายุหมุนรอบๆ ตัวอย่างรุนแรง แล้วมีพลังอันมหาศาลพุ่งเข้ามาล็อคตัวของเทียนเอาไว้ ไม่ให้ขยับไปไหนได้ พายุที่หมุนอย่างรุนแรงพุ่งเข้าใส่เทียน มันคิดว่า หากเทียนตกอยู่ในพายุหมุนร่างต้องแหลกเป็นชิ้น ๆ แน่
เทียนกลับไม่เป็นอะไรทั้งสิ้นกลับรวมร่างกับพายุ แล้วหายตัววับไป กระบี่สวรรค์ของเทียนปาดคอ เอ้อกุ่ยเฉิน คอขาดออกจากกันทันที ร่างเอ้อกุ่ยเฉินยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น โดยที่หัวมันยังกะพริบตามองเทียนด้วยความโกรธ เทียนขว้างเข็มสังหารปักกลางหัว มันไม่สามารถขยับไปไหนได้ แถมถูกพิษสามเซียนร้องไห้โหยหวนอย่างทรมาน เทียนใช้ฝ่ามือกระแทกร่างจนร่างระเบิดเป็นจุน ดูซิมันจะสร้างร่างใหม่ได้อย่างไร ถ้าเหลือแต่หัวอย่างเดียว มันหลับตาแล้วยอมระเบิดหัวตัวเอง
เทียนสังเกตเห็นมีเส้นใยบางๆ มารวมตัวกันใหม่อย่างรวดเร็ว
หรือนี่เป็นพลังอมตะของเทียนจุน เทียนยังตกใจไม่นาน ร่างของเอ้อกุ่ยเฉินก็ปรากฏขึ้นใหม่อีกครั้ง
“ ถ้าเช่นนั้นแกก็ไม่ต้องตาย แต่อยู่อย่างทรมานไปก็แล้วกัน”
เทียนเคลื่อยไหวจี้จุดเข้าร่างที่เพิ่งกำเนิดใหม่ของเอ้อกุ่ยเฉิน แล้วเขียนยันต์สายฟ้ากักขังไปอีกรอบ สายฟ้าผ่าร่างเอ้อกุ่ยเฉินไปหลายทีจนมันทนไม่ไหว ยอมระเบิดร่างตัวเองตายไปอีกครั้ง เพื่อกำเนิดใหม่
“ อะไรวะ ระเบิดตัวตาย เพื่อกำเนิดใหม่ แล้วจะฆ่ามันได้อย่างไรนี่”
เทียนนำโล่อีจิสออกมาส่องใส่เอ้อกุ่ยเฉินทันทีที่กลับมากำเนิดใหม่ คราวนี้ร่างของเอ้อกุ่ยเฉินกลายเป็นหินไปอย่างรวดเร็ว เหลือแต่เพียงดวงจิตที่ยังคงมึนงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น พอนึกได้ว่าถูกสาปกลายเป็นหินไปแล้วก็จะระเบิดตัวเองอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ทันแล้ว ถูกเทียนใช้ฝ่ามือเข้ามาสัมผัสที่หัวแล้วทำลายวิญญาณอย่างทันท่วงที สุดท้ายวิญญาณถูกทำลาย หมดสิทธิใช้พลังเทียนจุนได้อีกเลย
แล้วเทียนก็รู้ว่า พวกมันใช้วิธีอะไร ในการได้มาของพลังระดับเทียนจุน
ที่แท้พวกมันกลืนวิญญาณของ เซียนสวรรค์ 9 คน แล้วใช้จิตตัวเองควบคุมไว้ แล้วใช้วิถีมาร หลอมรวม ร่างทั้งสิบคน จนได้พลังเทียนจุนออกมา แต่ว่ามีข้อเสียคือ
อายุขัยมันจะเหลือแค่ 10 ปีเท่านั้น เทียนหันไปมองคนรอบ ๆ ตัว บัดนี้พวกทหารของจักรพรรดิถูกฟ้าผ่าตายไปหมดแล้ว เหลือแต่เหล่ารองแม่ทัพหิมะทมิฬ อยู่อีกไม่ถึงสิบคน ที่กำลังหนีการไล่ล่า จาก ไท่ซี โดยที่ไท่ซีนำ ตรีศูลสายฟ้าไล่จี้ลูกน้องและรองแม่ทัพทมิฬ จนถูกสายฟ้าร่างระเบิดไปทีละคน แม้บางคนจะหนีแยกไป เพียงแค่ไท่ซีชี้ไปแล้ว สายฟ้าก็ยังตามไปสังหารจนได้
โดยที่พวกมันไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ตรีศูลสายฟ้านี้ คนที่สร้างคือ เทพเฮเฟตัส เทพเจ้าแห่งศาสตรวุธ คนที่สร้างอาวุธสายฟ้าให้กับ เทพซีอุส ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนโอลิมปัส เทียนเห็นเสี่ยวหลงอยู่กับไท่ซี สองคนช่วยกันไล่จัดการกับพวกทหารของจักรพรรดิน้ำแข็งเทียนก็อุ่นใจ เหลือแค่การปะทะกัน ของ จักรพรรดิน้ำแข็งกับชายชุดดำ กับ อู่เม่ยเทียนจุนเพียงคนเดียว โดยที่ทั้งสองสู้กัน สำนักพังไปเกือบครึ่งแล้ว อู่เม่ยเริ่มเสียเปรียบ เทียนเห็นเช่นนั้นคว้าธนูโฮ่วอี้ ยิงใส่เทียนจุนทั้งสองคนทันที ฟิ้ว ฟิ้ว ทั้งสองคนใช้มือรับธนูที่เทียนยิงไว้ได้ แล้วแสยะยิ้มใส่เทียน
“ ฝีมือกระจอกคิดลอบสังหารหรือ?” ทั้งสองเหมือนจะพูดทำนองเดียวกัน เทียนเอ่ยตอบไปว่า
“ ระเบิด” ตูม ! ตูม ! ลูกธนูที่จับไว้ระเบิดร่างของทั้งสองคนระเบิดเป็นชิ้น ๆทันที มันกำเนิดใหม่อีกครั้ง แล้วมองเทียนด้วยความโกรธแค้น ชายคลุมหน้าเปิดเผยหน้าออกมาแล้ว มันไม่ใชมนุษย์ เป็นคนของโลกวิญญาณ ปีศาจโครงกระดูก มันสะบัดผ้าออกมา แล้วปล่อยพลังระดับเทียนจุนพุ่งเข้าใส่เทียนพร้อมกับกรงเล็บที่แหลมคมปล่อยตามมาด้วย
เทียนเห็นมันเป็นวิญญาณก็เกิดความมั่นใจว่า จัดการมันได้อย่างแน่นอน จึงปล่อยมโนภาพเยือกแข็งเข้าใส่ร่างวิญญาณโครงกระดูก ทำให้มันกลายเป็นน้ำแข็งทันที แล้วพยายามจะสลายน้ำแข็ง แต่ไม่ทันแล้ว เทียนหายวับเข้ามา พร้อมลอยตัวกระโดดแล้วฟาดด้วยกระบองปราบมาร
ตูม ! ร่างน้ำแข็งสุดขั้ว จากมโนภาพ ถูกทุบไปพร้อมกับวิญญาณโครงกระดูกสลายไปจนหมด
เวลานี้ทั้งกองทัพที่บุกมาเหลือแต่ จักพรรดิน้ำแข็งแต่เพียงผู้เดียว ที่กำลังใช้พลังสู้กันอยู่กับอู่เม่ย เทียนจุน ไม่ช้าก็สู้พลังที่แท้จริงของอู่เม่ยเทียนจิน ไม่ได้
ร่างระเบิดหายไป วิญญาณลอยล่องออกไปเพื่อที่จะกำเนิดใหม่อีกครั้งแต่ ว่ากำลังจะสร้างตัว บรรยากาศก็แข็งไปหมด แม้กระทั่งวิญญาณก็ไม่สามารถรวมพลังฟ้าดินเพื่อจะกำเนิดใหม่ ภาพมโนทัศน์จุดเยือกแข็งมันชำแรกไปถึงจุดเล็กๆ ของสสารในอากาศ เทียนใช้กระบองปราบมารทุบไปที่จิต ของจักรพรรดิน้ำแข็งจนระเบิดออกมา ตูม ! ร่างวิญญาณหายไปในอากาศไม่เหลืออะไรเลย
ไท่ซี ขี่พยัคฆ์ขาวเข้ามาหาเทียนทันที
“ ท่านพ่อ ข้าจัดการคนชั่วหมดแล้ว” เทียนอุ้มไทซีขึ้นมากอด อู่เม่ย เทียนจุนกล่าวขอบคุณเทียนกับบุตรชายทั้งสองของเทียนที่ได้ช่วยสำนักในครั้งนี้้
“ ไม่เป็นไร แต่รู้สึกว่าพวกมันน่าจะมีอีกนะ จากที่ข้าสัมผัสวิญญาณพวกมัน แหล่งซ่อมสุมของพวกมันอยู่ในโลกวิญญาณ ไม่รู้พวกมันออกมาได้อย่างไร”
เทียนเริ่มเป็นห่วง
“ ที่น่าห่วงกว่า คือพวกมันใช้วิถีมารสร้างพลังเทียนจุน ได้อย่างรวดเร็ว”
เทียนก็เล่าวิธีสร้างของพวกมันให้ท่านอู่เม่ยฟังจนหมด
“ ชั่วช้าจริงๆ กลับใช้วิชามารดูดกลืนวิญญาณผู้อื่นมาเป็นของตัวเอง เรื่องนี้ข้าต้องปรึกษากับเทียนจุนทั้ง หกแล้ว”
เทียนกำลังจะบอกเรื่อง จ้าวกวง กับ หงอู่ ร่วมมือคิดสังหารตนให้ฟังดีไหม แต่ว่าไม่บอกดีกว่าเราไม่มีหลักฐาน ค่อยกลับไปบอกแค่อาจารย์คนเดียวก็พอ
ก่อนจากสำนักอู่เม่ย สาวๆในสำนักต่างพากันขออุ้มไท่ซีเล่นกันอย่างสนุกสนานเหมือนเป็นตุ๊กตา แล้วหอมแก้มจนหน้าไท่ซีแดงไปหมด ไท่ซีได้มองมาทางเทียนเหมือนจะบอกให้ช่วยด้วย เทียนเลยต้องดึงตัวไท่ซีกลับ แล้วลาเจ้าสำนักอู่เม่ยแล้วกลับไปสำนักอารามเมฆาเขียวทันที
พอไปถึงก็เข้าพบอาจารย์หลี่ตงปิน แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
“ อืมนึกไม่ถึงว่า จ้าวกวงกับหงอู่ จะเป็นคนเลวเยี่ยงนี้ เฮอะ ดีที่เจ้าไม่เป็นอะไรมิเช่นนั้นข้าจะไปถล่มสำนักมันให้ราบเลย” อาจารย์หลี่ตงปินฟังแล้วไม่พอใจอย่างยิ่ง
“ แต่เราก็ไม่มีหลักฐานอะไร เอาไว้ศิษย์เป็นเทียนจุนก่อน ค่อยไปจัดการพวกมันทั้งสองเอง” เทียนตั้งใจแก้แค้นด้วยตัวเอง
“ อืม เรื่องนี้ต้องมีคนจากโลกวิญญาณเกี่ยวข้องกับพวกมันแน่ ๆ มิเช่นนั้นพวกมันจะเรียกใช้ภูตนรกโลกันต์เหล่านี้ได้อย่างไร เอาล่ะ ช่วงนี้เจ้าตะลอนไปทั่วคงจะเหนื่อย เจ้าไปพักก่อน ข้าจะถ่ายทอดกระบี่มายาให้เจ้า ต่อไปเจ้าก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสำนึกกระบี่ จะมีอานุภาพมากกว่านี้” อาจารย์หลี่นำฝ่ามือปล่อยวิชากระบี่มายาเข้ามาในสมองของเทียนจนหมด
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
เทียนกลับมาที่พักบนชั้นบนสุดคือชั้นที่ 88 ภายในห้องพักมีห้องนอนถึงสี่ห้องนอนมีห้องโถงกว้างขวางมีห้องนั่งสมาธิฝึกตน อากาศเย็นสบายวิวมองเห็น360องศามีเทียนอยู่คนเดียวในชั้นนี้ เทียนเข้าไปในเจดีย์สร้างสระเหมันต์
สระอัสนีสายฟ้า สระโลหิตเซียน สระวิญญาณจ้าวอสูร พอสร้างเสร็จก็ให้ไท่ซี กับเสี่ยวหลงลงไปแช่ทุกวันเพื่อร่างกายจะได้แข็งแรง และมีพลังจิตเข้มแข็งขึ้น เทียนคิดว่า เวลานี้ทรัพยากรเซียนน่าจะได้ครบแล้ว ครั้งก่อนเทียนไปซื้อไว้เพียง 5 ชุด บัดนี้เทียนมีคะแนนความดีมากถึง ห้าสิบกว่าล้านแล้ว เลยไปซื้อชุดทรัพยากรมาเพื่มอีก 15 ชุดเลย กลายเป็น 20 ชุดเผื่อไว้ให้พวก หนิงซวน อู๋เซินอู๋ซวงและเสี่ยวหลิน
เทียนทิ้งร่างแปลงไว้ฝึกฝนแดนสวรรค์ แล้วไปที่สำนักอักษรเพื่อไปหาซื้อ ทรัพยากรของแดนเทพยุทธ์ พอมาถึงสำนักอักษรก็รวมร่างแปลงทันที จากนั้นมาดูลูกศิษย์ทั้งสี่คน ที่ต่างมุ่งมันเพื่อจะให้ผ่านแดนเทพยุทธ์กันให้ได้ ซึ่งเทียนมองดูแล้ว คงอีกไม่นานพวกเขาทั้งสี่คน น่าจะเข้าด่านเซียนได้
เทียนมาร้านค้าขายสมุนไพรและทรัพยากร เพิ่มพลังยุทธ์ เทียนกวาดซื้อไปยี่สิบชุดเพราะว่าเหลือดีกว่าขาด พอกลับไปสำนักอักษรเทียนตรวจชะตาของทั้งเก้าคนทันที ว่ามีปัญหาในการใช้ชีวิตกันหรือไม่ หลังจากตรวจสอบดูแล้ว ทุกคนล้วนกำเนิดออกมาแล้ว ในปัจจุบันเริ่มอายุได้สองขวบแล้ว เทียนจำได้ว่าเพิ่งปล่อยจิตไปกำเนินแค่ 5 เดือนเอง หรือเวลาที่มิติที่พวกเขาอยู่เร็วกว่าโลกที่เทียนอยู่ ถึง5เท่า แต่เทียนมองดูดวงดาวที่รอบๆ ตัวเทียนรู้สึกว่า มีดวงดาวดวงหนึ่งกำลังหม่นหมองอย่างมากไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่
แล้วร่างแปลงที่โลกมนุษย์ก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ อาเปา เทียนรีบไปยังโลกมนุษย์ทันที ซึ่งเวลานี้อาเปาได้ถูกส่งเข้าตัวเข้าโรงพยาบาลโลตัส อาหลี่หลิงถามอาการเบื้องต้นเพราะ อาเปานอนหลับไม่มีรู้สึกตัวใดๆเลย ตรวจร่างกายพบว่ามีอาการบอบช้ำที่หน้าอก จึงทำให้กระอักเลือดออกมา
“ อาเปาไปโดนอะไรกระแทกหน้าอกมาก่อนหรือเปล่า”
“ ไม่มีอะไรเลย เมื่อวานยังดีๆอยู่เลย ตอนเช้าเขาไม่ตื่นก็คิดว่าเขาคงนอนดึก อาเปียวบอกว่าพวกเขามีเรียนบ่าย ก็เลยไม่ได้ไปปลุก พอตอนเที่ยงจะไปปลุก ก็เห็นมีอาการกระอักเลือดออกมาปลุกเท่าไร ก็ไม่ยอมตื่น อาหลิงช่วยหลานด้วยนะ”
“ อาหลิง ฝากด้วยนะ” ลุงสามพ่ออาเปาเอ่ยกับอาหลี่หลิง
อาหลิงเข้าไปตรวจอาการของอาเปา มีซี่โครงหักไป 1 ซี่ แต่ยังไม่มีเลือดตกใน
แต่ว่าทำไม อาเปาถึงไม่รู้สึกตัวสักที ส่งไปแอกซเรย์สมองก็แล้ว ไม่มีอาการผิดปกติ แถมยังมีรอยช้ำที่หน้าอกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาเปาเริ่มกระอักเลือดออกมารอบสอง อาหลี่หลิงออกมาด้านนอกห้องไอซียู แล้วถามหาเทียนทันที
“ อาเทียนมาด้วยหรือเปล่า”
“ เขาเรียนหนังสืออยู่เย็นๆ คงกลับมีอะไรหรือเปล่า” ป้าสะใภ้สามถามกลับ หลี่หลิงไม่สนใจใช้มือถือโทรหาเทียนทันที
“ อาเทียนรีบมาที่โรงพยาบาลด่วนเลย เธอรู้แล้วใช่ไหม ได้.. อาจะรอที่ห้องฉุกเฉินนะ” พอคุยกับเทียนจบ ก็หันมาบอกกับทุก ๆคนว่า
“ เวลานี้ อาเปากระอักเลือดอีกแล้ว กระดูกซี่โครงหักไปแล้วหนึ่งซี่ แถมมีรอยช้ำที่หน้าอกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากขึนช้ากว่านี้อาเปาอาจช้ำในตาย คงต้องรอให้อาเทียนมาช่วยรักษาแล้ว”
“ อาเทียนยังเป็นนักศึกษา จะรักษาได้ยังไง” ลุงสามเอ่ยออกมาพร้อมๆ กัน
รอให้เขามาก่อนแล้วค่อยอธิบายละกัน....