ยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว)

    ตอนที่ 38 จอมเวทย์เมฆา-เมฆินทร์

    “ ไม่น่าเป็นไปได้ เจ้าสำนักยังกักตนอยู่ในสำนัก ข้าเห็นมากับตา คงมีคนเอาเสื้อท่านมาใส่ พวกเราไปลองดื่มน้ำอมฤตกันดีกว่า” อาจารย์ฮุ่ยหลิน จูงมือ หยงเอ๋อไปที่บ่อน้ำทันที

    วิญญาณที่นั่งสมาธิอยู่ลืมตา มองเฟยหลง แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วเอ่ยออกมาทางจิต ซึ่งเฟยหลงได้ยินเพียงคนเดียวว่า

    “ ในที่สุด เจ้าก็มาเสียที”

    “ ท่านผู้อาวุโส ท่านรู้จักข้าด้วยรึ?”

    “ ข้าไม่รู้จักเจ้าหรอก แต่ข้าพยากรณ์เอาไว้แล้ว ว่าเจ้าจะมาในวันนี้”

    “ ท่านคือ จอมเวทย์เมฆา ใช่หรือไม่?”

    “ ใช่ ข้าเอง”

    “ ถ้าเช่นนั้น เจ้าสำนักที่ เก็บตัวอยู่ที่ สำนักราชวงศ์โจว เป็นใครกัน?”

    “ มันคือน้องชายฝาแฝดของข้า ชื่อว่า จอมเวทย์เมฆินทร์”

    “ อ้อ ....ดูเหมือนว่าเขาจะสวมรอยเป็นท่านนะ?”

    “ กงล้อชีวิตของคนแต่ละคน นั้นไม่เหมือนกัน พวกเราถึงจะเป็นแฝดกัน แต่ว่าความคิด ความอ่านก็แตกต่างกัน เมฆินทร์นั้น ชอบใช้อำนาจเวทย์มนตร์ดำ พวกเราศึกษากับอาจารย์ตั้งแต่เด็ก เขาหมกมุ่นเรื่องเช่นนี้ จนบางครั้งทำให้จิตมารเข้าแทรก ข้าเองหลอกขังเขาเอาไว้ในที่นี้ ไม่อยากให้เขาไปภายนอก 

    แต่ว่า สุดท้ายข้าเองก็ถูกมนตร์ดำ ของมัน ทำร้าย สุดท้ายก็ตายอยู่ที่นี่ มันก็เลยหนีออกไปจากที่นี่ได้”

    “ ท่านสู้เขาไม่ได้เลยรึ?” 

    “ หลังจากที่ข้าไปจับตัวจักรพรรดิต้าหลี่ทำสัญญาเลือด ข้าก็สูญสิ้นพลังไปกว่าครึ่ง พอกลับมา น้องชายข้าก็ถูกจิตมารครอบงำ แล้วลอบทำร้ายข้าจนตาย แล้วก็ทำการขังวิญญาณของข้าเอาไว้ในที่แห่งนี้” ท่านเจ้าสำนักมองแผ่นดินมีแต่อักขระยันต์ที่สะกดวิญญาณของเขาเอาไว้  เฟยหลงมองที่พื้นดินแล้วเอ่ยว่า

    “ อักขระยันต์กักขัง?”

    “ เจ้ารู้จักด้วย  อืม เจ้าเข้ามาที่นี่ได้ คงรู้เรื่องอักษรรูน ที่กำแพงแล้วใช่ไหม?”

    “ ขอรับ”

    “ อืม น้อยนักที่เด็กอย่างเจ้า จะเรียนรู้ได้ ข้ากับน้องชายสองคน ใช้เวลาหลายสิบปี กว่าจะแปลความหมายและเข้ามาใน แดนกลางป่าเวทย์ได้ แต่เจ้ากลับใช้เวลาไม่นาน กลับแปลความหมายและเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว”

    เฟยหลงที่ไดเข้ามาเพราะว่ามี คู่มือเดินทางเลยง่ายต่อการเข้ามาในที่นี้

    หยวนซื่อเอ่ยถามเฟยหลงหลายคำ แต่เห็นเฟยหลงนิ่งเฉยเลยเข้ามาใกล้ ๆ แล้วจับไหล่แล้วถามว่า

    “ เฟยหลง เจ้าเป็นอะไร”  เวลานี้ อาจารย์ฮุ่ยหลิน กำลังดื่มน้ำในบ่อ ไปหลายอึกแล้ว เหมือนนางจะเข้าใจว่า น้ำในบ่อนี้เป็นน้ำอมฤต

    “ ไม่เป็นไร”

    “ ไปลองดื่มน้ำอมฤตกันหน่อยไหม”

    “ นั่นเป็นเหล้าน้ำผึ้ง หาใช่ น้ำอมฤตไม่”

    “ หา !!  ถึงว่าหยงเอ๋อ เมาหลับไปแล้ว”

    “ มา  พวกเจ้ารออะไรกันอยู่ มาดื่มน้ำอมฤตกัน ข้าไม่เคยดื่มน้ำอะไรที่อร่อยเช่นนี้เลย” อาจารย์ฮุ่ยหลินเริ่มมีอาการเมา ใช้มือตักน้ำเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

    “ บนยอดเขามีต้นผลไม้มากมายพวกมันหล่นไปในสระน้ำด้านบน หมักการอยู่นานจนกลายเป็นเหล้า แล้วไหลมารวมกับรังผึ้ง ที่พวกผึ้งมาทำรังอยู่มากมายบนยอดเขา เพราะว่ามันได้กลิ่นผลไม้ พอกิ่งไม้มันแห้ง รังผึ้งจำนวนมากก็ตกมาในสระด้วย ทำให้น้ำที่ไหลเข้ามาในบ่อนี้กลายเป็นเหล้าผลไม้หมักด้วยน้ำผึ้ง เป็นเครื่องดื่มของเทพโอดิน”

    “ เจ้านี่รู้เยอะจังนะ” หยวนซื่อเอ่ยจบก็เข้าไปลองจิบดูบ้าง แล้วค่อยๆ ประคองน้องสาวที่เมาหลับคาบ่อ เหล้าน้ำผึ้งไปแล้ว

    เฟยหลงหันไป คุยกับ ท่านจอมเวทย์เมฆาต่อ

    “ แล้วท่านรอข้าเพื่ออะไร มีอะไรให้ข้าช่วยหรือเปล่า”

    “ ดี พูดตรงๆ เลย เวลานี้ สำนักราชวงศ์โจว คงถูกกองทัพต้าลี่ บุกเข้ามาแล้ว คนที่จะช่วยพวกเขาได้มีเพียงเจ้าเท่านั้น”

    “ ท่านเมฆินทร์ ไม่ออกมาช่วยสำนักราชวงศ์โจวเลยหรือ?”

    “ นับตั้งแต่เขาถูกจิตมารครอบงำ  เขาไม่สนใจชีวิตผู้คนอื่น นอกจากตัวของเขาเอง ข้าเกรงว่าจิตมารจะเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลังนี้ทั้งหมด”

    “ จิตมาร?”

    “ ใช้มารตนนี้เป็นมารหมาป่าเฟ็นรี ผู้ที่สังหารเทพโอดิน มันมีพลังควบคุมจิตของน้องชายข้า บัดนี้ครบสิบปีแล้วมันน่าจะหลอมรวมวิญญาณกับน้องชายของข้าได้หมดแล้ว”

    “ ข้าจะหยุดมันได้ยังไงกัน”

    “ ข้าจะมอบพลังที่ข้าสะสมมาทั้งหมดให้กับเจ้า แล้วจากนั้นเจ้าก็จะสามารถต่อกรกับมันได้”

    เฟยหลงมองวิญญาณตรงหน้า ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงวิญญาณเลยแม้แต่น้อย

    “ พลังของข้าอยู่ในกระดูกของเข้า เจ้านำร่างของข้าเผาไฟ จนกลายเป็นขี้เถ้า มันจะกลายเป็นอัฐิธาตุ เจ้าก็นำไปดูดซับ พลังที่ข้าสะสมมาทั้งหมด ก็จะเป็นของเจ้า”

    “ ได้ ถ้าเช่นนั้น ข้าจะลองดู” เฟยหลงนำกระดูกของ ท่านเจ้าสำนักออกมาตั้งบนแท่นศิลา แล้วใช้ยันต์อัคคี เผาร่างของเจ้าสำนักจนเหลือแต่ ขี้เถ้า แล้วทำการดูดซับพลังของ จอมเวทย์เมฆา ก็ค่อยๆ เข้าซึมซับเข้ามาในร่างของเฟยหลง ทั้งความรู้ และพลังทั้งหมด ทำให้พลังจิต ของเฟยหลง เพิ่มโดดขึ้นมา อยู่ในระดับ 7

    เวลานี้เขาเขียนยันต์ได้มากมาย โดยที่พลังไม่ลดลงไปเหมือนเช่นที่ผ่านมา

    แล้ว ร่างวิญญาณของท่านจอมเวทย์เมฆา ก็ค่อยสลายหายไป

    “ ข้าสัญญาจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” เฟยหลง คุกเข่าไปที่พื้น ทำความเคารพศพเป็นครั้งสุดท้าย  จากนั้น ก็เตรียมตัวเดินทางกลับ แต่พบว่า ทั้งสามคนบัดนี้ เมาแล้ว นอนหลับคาบ่อเหล้าน้ำผึ้งกันทั้งสามคน

    เฟยหลงเห็นเจ้าม้ามังกรเข้ามา มันเข้าไปกินเหล้าน้ำผึ้งกับเขาด้วย แล้วทันใดนั้น มันก็มีปีกออกมาจากด้านข้างของมัน

    “ นี่เจ้าบินได้ด้วยหรือ?  ดี ต่อไปเจ้าก็ติดตามข้าก็แล้วกัน” 

    ม้ามังกรยินดีพุ่งขึ้นบินไปมาอย่างมีความสุข เฟยหลงดึงเหล้าน้ำผึ้งมาเก็บเอาไว้ในแหวนมิติ แล้วก็ทำการปลุกทั้งสามคน ให้หายเมา

    “ รีบกลับกันเถอะ ที่สำนักเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

    “ เรื่องอะไร นี่เราได้กินน้ำอมฤตแล้ว ต่อไปพวกเราต้องเป็นอมตะไม่ตายแล้ว” อาจารย์ฮุ่ยหลินเอ่ยอย่างมีความสุข

    “มันใช่ที่ไหนเล่า มันแค่เพิ่มพลังจิตให้มีสมาธิมากขึ้นเท่านั้น แต่ต้องจิบเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่ดื่มกันแบบนี้”  เฟยหลงอธิบายตามที่ รู้มาในคู่มือ

    “ อ้าว นี่พวกเราโดนหลอกหรือนี่?”   อาจารย์ฮุ่ยเอ๋อ เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์

    “ เดี๋ยว สำนักของเรา เกิดเรื่องใหญ่อะไร?”  หยวนซื่อเอ่ยถามด้วยความสงสัย

    “ สำนักของเรา ถูกโจมตี เมืองหลวงก็ถูกล้อมด้วยกองทัพต้าหลี่แล้วด้วย”

    “ นี่เจ้ารู้ได้ยังไง?”  อาจารย์ฮุ่ยเอ๋อเอ่ย

    “ จอมเวทย์เมฆา บอกกับข้า”

    “ เดี๋ยว จอมเวทย์เมฆา เจ้าสำนักยังกักตนอยู่เลย จะมาอยู่นี่ได้อย่างไร” 

    “ นั่นเป็นน้องชายฝาแฝดของเขา ตอนนี้ถูกจิตมารเข้าครอบงำแล้วด้วย ไม่แน่เขาอาจจะเป็นผู้ชักนำทัพตาลี่เข้ามาในแคว้นต้าโจวก็ได้"

    “ บ้า ...เจ้า บ้าไปแล้ว พวกเรารีบกลับสำนัก หากไม่จริง ข้าจะตีก้นเจ้าแน่”

    อาจารย์ฮุ่ยหลินเอ่ยขู่เฟยหลง

    “ ม้ามังกร ขยายร่าง” 

    ม้ามังกร 8 ขา มันขยายร่างใหญ่โต เฟยหลงพาทั้งสามขี่ม้ามังกร 8 ขา บินด่วนออกจากป่าเวทย์อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตื่นเต้น ไม่คิดว่าเจ้าม้ามังกร 8 ขาจะขยายตัวได้ใหญ่เช่นนี้  ทั้งหมดออกประตูป่าเวทย์บรรพกาล ก็พบว่าตึกอักขระเวทย์ที่เคยใหญ่โตตั้งตระหง่านนั้น บัดนี้กลายเป็น เศษซาก ปรักหักพังไปจนหมด

    มีศพคนตายเกลื่อน ไปทั่ว มองไปด้านล่าง พบกองทหารเกราะดำ หลายร้อยคนใช้ทวนไล่ฆ่าฟัน ศิษย์ภายในสำนักราชวงศ์โจว อย่างทารุณ  อาจารย์ฮุ่ยหลินร่ำร้องออกมาอย่างไม่อายที่เห็นเหล่าลูกศิษย์ถูกฆ่าตาย ต่อหน้าแบบนี้ บอกให้เฟยหลงพานางลงไป เพื่อช่วยลูกศิษย์ในสำนัก  เฟยหลงกำชับให้ทุกคนใช้ยันต์ป้องกันตัวเอาไว้ แล้วมอบยันต์ระเบิดให้กับทุกคน เอาไว้เพื่มอีกคนละ ห้าสิบใบ แล้วร่อนลงบนพื้นดิน 

    ทหารเกราะดำนนับสิบคน  เห็นพวกของเฟยหลงมา ก็ตรงรี่เข้ามาทำร้าย เฟยหลงยิงยันต์อัสนีพิฆาตออกไปสิบแผ่น พุ่งเข้าร่างของทหารเกราะดำ ตูม !!  ร่างทหารเกราะดำ ถูกทำลายออกเป็นชิ้นๆ กลายเป็นหุ่นดินเหนียวตัวเล็กๆ สิบตัว ไหม้เกรียมทุกตัว

    “ หุ่นพยนต์?”

    ทันใดนั้นเอง ก็มีภารกิจด่านที่ 7 ปรากฏขึ้นมาว่า จัดการหุ่นพยนต์ ทั้งหมด ห้าร้อยตัวที่ในสำนักราชวงศ์โจวแล้วช่วยเหลือ องค์ชายสาม 

    “หุ่นยนต์ 500 ตัว แล้วช่วยองค์ชายสาม? ” เฟยหลงมองไปรอบ ๆ เต็มไปด้วยกลุ่มควันไฟ ลอยล่องไปทั่วสำนัก เหตุการณ์วุ่นวานไปหมด แล้วนำยันต์ออกมา 6 แผ่น 

    “ ออกมาได้”  ยันต์วิญญาณหุ่นเทพทั้ง 5 และ เหมียวน้อยออกมา พร้อมกันทั้งหมด

    “ จัดการหุ่นทหารเกราะดำให้หมด”  หุ่นทั้ง ห้าตัว แยกกันไปจัดการกับหุ่นพยนต์เกราะดำทันที จากนั้นเฟยหลงก็เขียนยันต์ติดตาม องค์ชายสาม แล้วปล่อยออกไป ยันต์ล่องลิ่วไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

    “ เหมียวน้อย ม้ามังกร ไปกันเร็ว” เฟยหลงขี่ม้ามังกร ไปกับเหมียวน้อย ตามยันต์ไป   จนมาพบว่า ทหารเกราะดำกำลัง ทำลายตึกแห่งหนึ่ง ซึ่งด้านในมีคนองค์ชายหลบซ่อนอยู่ พร้อมทหารองครักษ์กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่ดูเหมือนว่า ทหารเกราะดำจะแข็งแกร่งกว่า ทหารองครักษ์ไม่อาจต้านทานได้แล้ว

    “ พวกเราลุยมันเลย”  เฟยหลง ม้ามังกร และ เหมียวน้อย เข้าไปจัดการหุ่นทหารเกราะดำ กว่าห้าสิบคน จนราบคาบภายในไม่กี่อึดใจ แล้ว องค์ชายกับคู่หมั้น ก็ออกมา

    “ เจ้าได้ช่วยข้าอีกแล้ว”

    “ เรื่องเล็กน้อย ปลอดภัยก็ดีแล้ว”

    “ เราจะทำอย่างไรต่อไปดี ไม่รู้ว่า วังหลวงเสด็จพ่อจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้”

    “ ไม่ต้องห่วงพวกเขา หรอก ห่วงตัวเองก่อนเถอะ”

    เฟยหลงมอบยันต์ป้องกันเอาไว้ให้ทั้งสองคน เสร็จแล้วก็ขี่ ม้ามังกรไปบนท้องฟ้าแล้ว ใช้ยันต์ทองแดงออกมา แล้วเขียนอักขระยันต์ขึ้นมาใหม่ เป็นค่ายกลอัสนี 8 ทิศ  เฟยหลงใช้พลังของเซียนเมฆา เขียนไปทั้งหมด 8 อัน แล้วขว้างไปทั้งหมด 8 ทิศทาง แสงจากยันต์ทองแดง ส่องลงมาที่พื้นของ ภายในสำนัก  ถูกหุ่นพยนต์กว่าห้าร้อยตัว ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นหุ่นดินเหนียวกันไปหมด 

    “ เรียบร้อย”  ขีดสีขาวเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ผ่านด่านที่ 7 ได้เรียบร้อยแล้ว

    รองเจ้าสำนัก ถูกอาจารย์ฮุ่นหลิน พยุงร่างออกมายืนหน้า ลานหน้าอาคารเจ้าสำนัก ลูกศิษย์ทั้งหมด ก็เข้ามาหาพร้อมๆ กัน รองเจ้าสำนักประกาศว่า

    “ อาจารย์เจ้าสำนัก ถูก จอมเวทย์เมฆินทร์สังหารไปแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะดูแลรักษาการเจ้าสำนักไปก่อน บัดนี้ สำนักของเรามียันต์อัสนีป้องกันเอาไว้ทั้ง 8 ทิศแล้ว ทุกคนมั่นใจได้ ไม่มีใครเข้ามาทำร้ายพวกเราได้อีก”

    เฟยหลงส่งกระแสจิตไปบอกว่า ได้สร้างยันต์อัสนีป้องกัน 8 ทิศแล้ว ให้รองเจ้าสำนักประกาศให้ทุกคนสบายใจได้

    ภายในอาคารเจ้าสำนัก

    “ เฟยหลง ที่เจ้าบอกว่า ท่านเจ้าสำนักเมฆา บอกว่า จอมเวทย์เมฆินทร์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เจ้ามีหลักฐานอะไรหรือเปล่า”

    “ ไม่มี เพียงแต่ อาจารย์เมฆา ท่านบอกมาแบบนี้”

    “  เราไม่มีหลักฐาน ไปกล่าวหาท่านเช่นนี้ไม่ได้ ยังไงท่านก็เป็นถึงน้องเจ้าสำนัก เวลานี้ ท่านก็ยังกักตนอยู่ ถึงแม้จะแอบอ้างเป็นเจ้าสำนัก แต่ว่า การเปิดทางให้ทหารต้าลี่บุกเข้ามาในเมืองนั้น เท่ากับเป็นกบฏ โทษถึงตาย เรื่องใหญ่เช่นนี้ต้องรอให้ท่านออกจากฝึกตนออกมาก่อน แล้วค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้ กองทัพต้าลี่บุกมาแล้ว

    พวกเราต้องออกไปช่วยกัน ป้องกันเมือง ข้าขอเป็นตัวแทน ราชวงศ์โจวขอให้เจ้าช่วยเขียนยันต์ปราบหุ่นพยนต์ และ ยันต์เพิ่มพลัง ยันต์ป้องกัน เพื่อมอบให้ทหารทุกคนด้วย” รองเจ้าสำนักเอ่ยขอร้องเฟยหลง องค์ชายสามก็ลุกขึ้นขอร้องด้วยอีกคน เฟยหลงไม่ได้ปฏิเสธอะไร แต่ว่าจะให้เขียนยันต์แจกทหารนับพัน นับหมื่นเช่นนี้ คงจะไม่ไหวแน่  คงไม่ทันเวลา เพราะตอนนี้ทัพต้าลี่  บุกเข้ามาประชิดเมืองหลวงได้แล้ว หากว่า บุกเข้าใจกลางเมืองหลวงได้ ก็จบกันแต่เฟยหลงยังสงสัยว่าทำไม ทหารเกราะดำถึงได้ บุกเข้ามาในสำนักราชวงศ์โจว ได้ก่อน

    “ ท่านรองเจ้าสำนักทราบไหม ว่า ทหารหุ่นพยนต์นี้ เข้ามาในสำนักของเราได้อย่างไร ทั้งๆ ที่กองทัพต้าลี่ ยังประชิดเมืองอยู่ด้านนอก”

    “ พวกมันส่ง เรือเหาะมาหลายลำ มีอยู่ลำหนึ่ง ลองมาแล้วตกที่สำนักของเรา สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เจ้าเห็น”

    “ ได้  ข้าจะช่วยเอง”

    “ ดี ถ้าเช่นนั้น ท่านเข้าวังไปกับข้า เสด็จพ่อต้องดีใจแน่ ที่ได้เจ้ามาช่วยครั้งนี้”

    เฟยหลงเดินทางเข้าวังอย่างเร่งด่วน ภายใต้การนำขององค์ชายสาม เฟยหลงก็มีโอการเข้าเฝ้า จักรพรรดิ ต้าโจว

    “ ถวายบังคม เสด็จพ่อ”

    “ ลูกสามคนนี้น่ะหรึอ เซียนจอมเวทย์ที่เจ้ากล่าวถึง ทำไมดูอ่อนเยาว์ยิ่ง”

    “ เขาเป็นทายาทของ ท่านจอมเวทย์เมฆา ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว” องค์ชายสามได้ยิน อาจารย์ฮุ่ยหลินเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ ประวัติของ เฟยหลง

    “ ท่านราชครูถัง ช่วยตรวจสอบเขาหน่อยว่า เขาแน่จริงหรือไม่”

    ราชครูถัง ถือไม้เท้างู แต่งกายด้วยผ้าคลุมสีน้ำเงิน มองหน้าเฟยหลง แล้วปล่อยยันต์ใส่เฟยหลงทันที

    ซึ่งเฟยหลงเห็นแล้วเป็นยันต์คำสาปให้กลายเป็นหมู  มากเกินไปแล้ว ! ข้ามาช่วยแท้ๆ คิดจะใช้ยันต์สาปให้ข้าเป็นหมู ทดสอบแบบนี้แรงไปหรือเปล่า  เฟยหลงยิงยันต์คำสาปสะท้อนกลับไป  ตูม ! ยันต์สะท้อนกลับกระทบตัวของราชครู  ร่าง ราชครูถังกลายเป็นหมูไปแล้ว  สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนยิ่งนัก

    “ ข้าเชื่อเจ้าแล้ว เจ้าช่วยราชครูกลับมาเป็นดั่งเดิมได้หรือไม่” จักรพรรดิรีบเอ่ยอย่างตกใจ

    “ ยันต์คำสาปนี้ เป็นของราชครูถัง ไม่ใช่ของข้า ต้องรอเวลา 1 ชั่วยาม แล้วจะคืนร่างเอง ขออภัยข้าช่วยไม่ได้” เฟยหลงช่วยได้แต่ ไม่ยอมช่วย

    จักรพรรดิและคนทั้งหลาย ต่างไม่กล้า ดูแคลนเฟยหลงอีก

    “ เวลานี้เหตุการณ์คับขับ กองทัพหน้าพวกมันจ่อประชิด พร้อมตีเมืองหลวงตลอดเวลา พวกเรากลัวว่า หากทัพหลวงมาถึง  จอมเวทย์ อู่เก้อปา แห่งต้าลี่มาถึง พวกเราแย่แน่”  แม่ทัพใหญ่เอ่ยอย่างรีบด่วน แล้วมองไปยังราชครูถังที่กลายเป็นหมูน้อย นอนหงายท้องกลางท้องพระโรงอย่างเศร้าใจ

    “ เรื่องนี้ต้องให้ ท่านจอมเวทย์น้อยต้อง ออกศึกแล้ว เพราะบัดนี้ ราชครูกลายเป็นหมูไปแล้ว คงช่วยอะไรไม่ได้” จักรพรรดิต้าโจวส่ายหัว อย่างไม่สบายใจ

    “ พาข้าไปที่หน้ากำแพงเมืองก่อน” เฟยหลงบอกกับแม่ทัพใหญ่......

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธ์จ้าวจักรวาล เทียนภาค 5 (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน