ผู้สืบทอดสายเลือดพระเจ้าแท้จริง

    ขโมย

          เส้นด้ายสีทองที่ชิงเฟิงได้แผ่ออกมานั้นค่อยๆชอนไชลงสู่พื้นดินอย่างช้าๆและได้เข้าไปโอบล้อมบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายใต้พื้นดิน 


          สิ่งๆนี้เป็นกลุ่มก้อนแสงพลังงานสีขาวนวลราวกับน้ำนม ในเวลานี้กลุ่มก้อนแสงพลังงานนั้นกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจก็มิปาน 


          เส้นด้ายสีทองได้เข้าไปโอบล้อมกลุ่มก้อนแสงสีขาวนวลนั้นอย่างจะช้าๆ ราวกับงูเหลือมที่กำลังค่อยรัดร่างของเหยื่อ ใช้เวลาเพียงไม่นานเส้นด้ายสีทองก็โอบล้อมจนมิดทั่วทั้งกลุ่มแสงสีขาวนวลนั้นทั้งหมด  


          ฟุบ!


          ชิงเฟิงได้เรียกเส้นด้ายของตัวเองกลับมา และในเวลานี้กลุ่มก้อนแสงสีขาวนวลก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนมือของเขา ชิงเฟิงพลิกฝ่ามือเล็กน้อยก่อนที่ไม่นานก้อนเเสงสีขาวนวลนั้นจะหายไปในพริบตา ในกระบวนการทั้งหมดนี้ชิงเฟิงใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจเท่านั้นเอง


          "ศิษย์น้องชิง! เจ้าไม่ควรแสดงพฤติกรรมแบบนั้นออกมา ตอนนี้เจ้าลำบากแล้วล่ะ"ในเวลานั้นเสียงที่ฟังดูเป็นกังวลก็ได้ดังขึ้นมาด้านหลังของชิงเฟิง แน่นอนว่าคนที่พูดก็คือเซิงกวง 


          "หมายความว่ายังไง?"ชิงเฟิงก้าวเท้าออกจากเรือนของผู้อาวุโสโห่วพร้อมกันนั้นเขาก็ได้หันกลับมามองเซิงกวง 


          "เอาไว้หลังจากที่ข้าพาเจ้าไปที่เรือนที่เจ้าได้รับเจ้าก็จะรู้เอง"เซิงกวงตอบกลับมาพร้อมกับมองไปที่ชิงเฟิงด้วยท่าทางที่สงสารเละเห็นใจ 


          ผู้อาวุโสโห่วได้มอบเรือนหลังเขาให้กับชิงเฟิง ฟังดูแล้วอาจเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันอาจเป็นสถานที่ที่ดูจะน่าจะสงบและอาจเหมาะแก่การบ่มเพาะ 


          แต่ความจริงนั้นไม่เลย! ในเรือนหลังเขาแห่งนั้นเป็นสถานที่ที่คนส่วนมากมักจะพยายามหลีกเลี่ยงมัน ส่วนเหตุผลนั้นมันก็เป็นเพราะว่าเรือนหลังเขาแห่งนั้นเป็นสถานที่ที่ถูกสาป! 


          ชิงเฟิงสังเกตสีหน้าที่แสดงถึงความเห็นใจของเซิงกวงเขาก็พอจะจินตนาการได้ว่าเรือนหลังเขาที่เขาได้รับมานั้นน่าจะไม่ใช่สถานที่ที่น่าอยู่เท่าไหร่แน่นอน 


          ไม่นานทั้งสองคนก็ได้มุ่งหน้าไปยังเรือนหลังเขา และในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังมุ่งหน้าไปยังเรือนหลังเขานั้น 


          ทางด้านผู้อาวุโสโห่ว 


          หลังจากที่ถูกชิงเฟิงทำให้อารมณ์เสีย เขาในตอนนี้กำลังรถน้ำดอกไม้อยู่ที่เรือนของตัวเองอย่างสบายใจ เขามองไปที่มวลดอกไม้ที่ตัวเองปลูกและอดไม่ได้ที่ยิ้มออกมา"อ่าา เรือนแห่งนี้มันช่างดีจริงๆ ข้าเริ่มที่จะติดใจที่จะอยู่ที่นี่และไม่อยากออกไปไหนอีกเลย" 


          ด้วยพลังปราณที่หนานแน่นของเรือนแห่งนี้เป็นธรรมดาที่เขาจะกล่าวเช่นนี้ออกมา 


          เรือนแห่งนนี้มีพลังปราณที่ค่อนข้างหนาแน่นซึ่งมันสามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะของคนๆหนึ่งได้ และไม่เพียงแค่นั้นมันยังช่วยปรับบรรยากาศให้สภาพแวดล้อมของเรือนให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น 


          ผู้อาวุโสโห่วรดน้ำอย่างสบายใจและค่อยๆลืมเรื่องของชิงเฟิงที่ทำตัวไร้มารยาทกับตัวเองอย่างช้าๆ 


          และในขณะนั้นเองในระหว่างที่ผู้อาวุโสโห่วกำลังรดน้ำอย่างสบายใจนั้นจู่ๆเขาก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง 


          "หืม เกิดอะไรขึ้น?ทำไมข้ารู้สึกเหมือนกับว่าพลังปราณภายในเรือนของข้าค่อยๆเบาบางลง เรื่องนี้มันจะเป็นไปได้ยัง!"ผู้อาวุโสโห่วหยุดรดน้ำดอกไม้และใช้สัมผัสของตัวเองเพื่อที่จะสัมผัสถึงพลังปราณที่อยู่ภายในเรือน 


          ในขณะนั้นเองใบหน้าของผู้อาวุโสโห่วก็ค่อยๆเคร่งขรึมมากยิ่งขึ้นและไม่นานหลังจากนั้นมันก็เปลี่นกลายมาเป็นน่าเกลียดขึ้นเรื่อยๆ 


          "บัดซบ!!! มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!! ทำไมพลังปราณของเรือนข้าถึงได้ค่อยๆเบาบางลง"


          "เป็นไปไม่ได้ จู่ๆมันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? หรือว่า..."


          ผู้อาวุโสโห่วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาพุ่งตัวออกไปยังสถานที่หนึ่งด้วยความรวดเร็วจนเกิดเป็นกระแสลมกรรโชกขึ้นมา และทำให้ดอกไม้ที่เขาปลูกนั้นกระจัดกระจายเนื่องจากถูกลมพัด


          หลังจากมาถึงด้านหน้าสนามหญ้าผู้อาวุโสโห่วก็ลงมือใช้พลังปราณของตัวเองขุดพื้นดินขึ้นมาราวกับว่ากำลังหาบางสิ่งบางอย่าง 


          หลังจากที่ขุดมาได้สักพักใบหน้าที่น่าเกลียดอยู่แล้วของผู้อาวุโสโห่วก็ได้เพิ่มความน่าเกลียดมากยิ่งขึ้นไปอีก! 


          "ห..หายไป!..ชีพจรปราณของข้าหายไปแล้ว!!!"


          "อ๊าก..!! ใคร!!! ใครมันบังอาจมาขโมยชีพจรปราณของข้า!!"


          "หัวขโมยหน้าไหนโผล่ออกมาเดี๋ยวนี้!!! ชีพจรปราณของข้า...อ๊ากก!!!" 


          ในเวลานี้ผู้อาวุโสโห่วราวกับได้เสียสติไปหลังจากพบว่าชีพจรปราณที่ฝังอยู่ใต้พื้นดินของตัวเองได้หายไปแล้ว 


          ชีพจรปราณนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรือนของเขามีพลังปราณที่หนาแน่นมากกว่าที่อื่น แต่ในตอนนี้มันได้หายไปแล้ว 


          อารมณ์ความโกรธของผู้อาวุโสโห่วพุ่งขึ้นสูงจนเกือบจะเสียสติไปอย่างสมบูรณ์ 


          "อ๊าก!!!" 


          เสียงคำรามของเขาได้ดังสนั่นไปทั่วจนศิษย์ที่อยู่รอบๆต่างก็มองไปที่ทิศทางของเรือนผู้อาวุโสโห่วอย่างสงสัย 


          ในขณะเดียวกันในตอนนี้ชิงเฟิงได้มาถึงบริเวณหลังเขาเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่มาถึงเขาก็ได้มองเห็นเรือนไม้แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางพื้นป่าที่ล้อมรอบโดยรอบ 


          หลังจากมองไปที่เรือนนั้นอย่างพิจารณาแล้วชิงเฟิงก็ได้ขมวดคิ้วของตัวเองขึ้นมาเล็กน้อย 


          "ถึงแล้ว ตอนนี้เจ้าคงจะเข้าใจแล้วสินะถึความลำบากที่ข้าได้เคยกล่าวเอาไว้"เซิงกวงกล่าวออกมาจากนั้นเขาก็กล่าวต่อ"เจ้าคงจะสัมผัสได้ว่าที่แห่งนี้มีพลังปราณที่เบาบางเป็นอย่างมากซึ่งหลังจากที่เจ้าบ่มเพาะในสถานที่แห่งนี้แล้วเป็นเรื่องที่ยากมากที่เจ้าจะเพิ่มระดับการบ่มเพาะของตัวเองขึ้น"


          "ความลำบากที่เจ้าหมายถึงมีแค่นี้เองอย่างงั้นหรอ?"แน่นอนว่าชิงเฟิงสัมผัสได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีพลังปราณที่เบาบางเป็นอย่างมาก แต่เขาก็คิดว่ามันไม่น่าจะมีเพียงแค่นี้ 


          และก็เป็นเช่นนั้น หลังจากได้ยินคำถามของชิงเฟิงเซิงกวงก็แสดงสีหน้าที่ลังเลออกมาเล็กน้อยราวกับว่ากำลังชั่งใจว่าควรจะเล่าออกมาดีหรือไม่ 


          ชิงเฟิงเห็นสีหน้าที่ลังเลของเซิงกวงเขาก็ได้กล่าวออกมา"เจ้าพูดออกมาเถอะ" 


          เซิงกวงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยจากนั้นก็กล่าวออกมา"ศิษย์น้องชิงอันที่จริงแล้วสถานที่แห่งนี้มีบางอย่างที่แปลกประหลาด" 


          "อะไรอย่างงั้นหรอ"ชิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะถามออกมาอย่างสงสัย 


          "เมื่อก่อนนั้นได้มีศิษย์คนหนึ่งเคยมาอาศัยอยู่ในเรือนไม้หลังนี้ ในตอนแรกศิษย์คนนั้นก็ไม่ได้เป็นอะไรสามารถบ่มเพาะได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าหลังจากนั้นประมาณไม่กี่วันหลังจากที่เขาได้เข้ามาอยู่ในเรือนไม้หลังนี้ ไม่เพียงแค่ศิษย์คนนั้นไม่สามารถเพิ่มระดับการบ่มเพาะของตัวเองได้แล้วในทางกลับกันพลังบ่มเพาะของศิษย์คนนั้นกลับลดลงมาเรื่อยๆอย่างแปลกประหลาด" 


          "ศิษย์คนนั้นได้รายงานเรื่องนี้กับผู้อาวุโสซึ่งหลังจากที่ผู้อาวุโสมาตรวจสอบเขาก็ไม่พบสิ่งใดที่ผิดปกติ เมื่อศิษย์คนนั้นได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสเขาก็พยายามฝืนอยู่ที่เรือนหลังนี้ต่อไป จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีคนมาพบว่าศิษย์ที่อาศัยอยู่ที่เรือนไม้หลังนี้ได้ตายไปแล้ว โดยสภาพศพของเขานั้นผอมแห้งเหลือแต่กระดูกราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างดูดซับร่างกายไป" 


          "ซึ่งแน่นอนว่าผู้อาวุโสก็สันนิษฐานว่าเรื่องทั้งหมดอาจเป็นความผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับวิชาบ่มเพาะ จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์เช่นเดิมก็เกิดซ้ำขึ้นมา มีคนพบศพที่ผอมแห้งเหลือแต่กระดูกภายในเรือนไม้หลังนี้อีกครั้ง"


          "ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเรือนไม้หลังเก่าแห่งนี้ก็ถูกผู้คนขนามนามว่าเป็นเรือนต้องสาป ใครก็ตามอาศัยอยู่ที่นี่จะต้องถูกสาป" 








    #ขอโทษที่หายไปนานครับ เนื่องจากว่าติดปัญหาเรื่องเรียนนิดหน่อยและถือโอกาศพักผ่อนด้วย ต่อจากนี้จะพยายามอัพลงเรื่อยๆนะครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ


     

    คล้ายกับเรื่องผู้สืบทอดสายเลือดพระเจ้าแท้จริง ที่คุณอ่าน