ตอนที่ 30 ข้าอยากกินเนื้อมนุษย์
.......................................................................................................................
หนึ่งเดือนต่อมา
ฟงอวิ๋นและสัตว์ลี้ยงทั้งสองของเขา รวมสามชีวิตเดินทางออกจากถ้ำบนเทือกเขาที่เคยพักอยู่มานานกว่า2 เดือนสัตว์อสูรสองตัวเดินลัดเลาะเพื่อค้นหาสัตว์อสูรชั้นปฐพีตัวหนึ่งที่อยู่ห่างไปประมาณ10กิโลเมตรจากถ้ำที่พักเดิมของพวกเขา
ร่างของฟงอวิ๋นนั่งอยู่บนหลังของสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวผู้โดยมีสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวเมียเดินตามมาเงียบๆ
สัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินทั้งคู่ในปัจจุบันมีภูมิปัญญาเทียบเท่ากับมนุษย์ที่มีอายุประมาณ7-8 ปี สามารถใช้การสื่อสารทางจิตระหว่างเจ้านายและสัตว์เลี้ยงได้แล้วแต่ยังไม่สามารถพูดกับคนอื่นๆได้
ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้พูดคุยและสื่อสารได้สะดวกฟงอวิ๋นจึงได้ตั้งชื่อให้กับสัตว์เลี้ยงทั้งสองโดยสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวผู้เขาตั้งชื่อให้มันว่า “เสี่ยวกงเป้า”และสัตว์อสูรพยัคฆ์ลายเงินตัวเมียเขาให้ชื่อว่า “เสี่ยวฉือเป้า”
ช่วงเช้าตรู่ก่อนออกเดินทางฟงอวิ๋นได้เรียกทั้งสองมาเพื่อสอบถามถึงข้อมูลเกี่ยวกับบรรดาสัตว์อสูรระดับปฐพีที่ครอบครองอาณาเขตในบริเวณรอบนอกของดันเจี้ยนป่าดึกดำบรรพ์ว่ามีใครและอยู่ที่ไหนกันบ้างรวมทั้งข้อมูลฝูงสัตว์อสูรต่างๆในพื้นที่
"ฮืม!..สัตว์อสูรฝูงนี้ไม่ใหญ่เท่าที่คาดหวังห่วยจริงๆ !" ฟงอวิ๋นครุ่นคิดในใจ หลังจากพวกเขาเดินทางมาถึงบนหน้าผาสูงชันในเขตภูเขาแห่งหนึ่งซึ่งสัตว์เลี้ยงทั้งสองพามาเขาเพ่งมองดูฝูงสัตว์ที่อาศัยอยู่ด้านล่างของหน้าผาพร้อมกับได้ส่งกระแสจิตตรวจสอบพื้นที่บริเวณรอบๆ
มีฝูงสัตว์อสูรหมาป่าเขี้ยววายุ ฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ด้านล่างโดยมีจ่าฝูงกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่บนโขดหินใต้ต้นไม้ใหญ่
“ภูเขาแห่งนี้มีสัตว์อสูรเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นจากกลิ่นอายของสัตว์อสูรเหล่านี้ควรมีสัตว์อสูรชั้นปฐพี ประมาณหนึ่งตัว อืม! ส่วนสัตว์อสูรรอบๆตัวน่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นอีกประมาณสิบตัวนอกจากนี้ก็ยังมีสัตว์อสูรชั้นสามัญอีกประมาณ 50-60 ตัวใช่รึเปล่า"ฟงอวิ๋นส่งเสียงถามสัตว์เลี้ยงทั้งสอง
"ใช่แล้วนายท่าน" เสี่ยวกงเป้าตอบด้วยกระแสจิตผ่านระบบสัตว์เลี้ยง
"แต่..ไม่สำคัญหรอกเพราะมีพวกเราสองตัวอยู่ข้างๆนายท่าน"เสี่ยวฉือเป้ากล่าว
"เสี่ยวฉือเป้ากล่าวถูกต้องก่อนอื่นเราจะเข้าไปพบสัตว์อสูรที่ปกครองภูเขาแห่งนี้เสียก่อนฉันคาดหวังว่าสัตว์อสูรที่อยู่ข้างในจะไม่แข็งแกร่งมากนัก"ฟงอวิ๋นพูดก่อนจะหัวเราะเบาๆ
"มีสัตว์อสูรชั้นปฐพีระดับต่ำเพียงแค่ตัวเดียวและสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นอีกนิดหน่อยแบบนี้พวกเราทั้งสองสามารถกำราบได้อย่างง่ายดายแต่ถึงอย่างไรก็ตามมังกรผู้มาเยือนไม่ประมาทงูเจ้าถิ่นจะว่าไปแล้วพวกเขามีจำนวนมากกว่าเรา ถ้าอย่างนั้นก็มาลองดูกันหน่อยเถอะ"เสี่ยวกงเป้ากล่าว
"เยี่ยม!..ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ"ฟงอวิ๋นชี้ลงไปยังฝูงสัตว์อสูรด้านล่าง
ร่างของพยัคฆ์ทั้งสองกระโดดลงไปตามโขดหินเล็กๆที่งอกออกมาจากหน้าผาลงไปในพื้นที่โล่งด้านล่างพร้อมกับขยับเข้าใกล้จุดที่ฝูงสัตว์อสูรหมาป่าเขี้ยววายุอาศัยอยู่ด้วยความเร็วสูง
สัตว์อสูรหมาป่าร่างใหญ่ขนสีดำตัวหนึ่งกำลังนอนอยู่บนโขดหินอย่างเงียบๆ
จู่ๆ สัตว์อสูรหมาป่าก็ยกหัวเงยหน้าขึ้นก่อนจะหันหน้าไปยังทิศทางที่ฟงอวิ๋นและสัตว์เลี้ยงเคลื่อนที่เข้ามาในดวงตามีแสงสว่างอันน่าสยดสยองสาดส่องออกมาแต่แล้วไม่นานมันก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว
สัตว์อสูรหมาป่าร่างใหญ่ขนสีดำลุกขึ้นยืนเพ่งตามองออกไปด้านนอกอันเป็นลานโล่งด้วยจิตสัมผัสของมันดูเหมือนว่ามันจะสามารถรับรู้และมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในพื้นที่บริเวณหุบเขาแห่งนี้ช่วงสองเดือนก่อนมักจะมีมนุษย์เดินทางเข้ามายังอาณาเขตของมันเพื่อโจมตีบริวารของมันสุดท้ายถูกมันสังหารไปหลายคนและขับไล่มนุษย์เหล่านั้นจนแตกพ่ายหลบหนีหายไป
เมื่อสองเดือนก่อนสัตว์อสูรหมาป่าร่างใหญ่ได้ลิ้มลองสาระสำคัญของเนื้อมนุษย์ซึ่งทำให้พละกำลังของมันมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก
แต่หลังจากเวลาผ่านไปสักหนึ่งเดือนเหล่ามนุษย์ที่เคยมาในระยะแรกได้ค่อยๆหายไปอย่างไร้ร่องรอยอาจเพราะรู้ว่ามีมันอาศัยอยู่ที่นี่จึงหลบเลี่ยงสถานที่แห่งนี้จนหมด
มันเคยออกค้นหาเหล่าอาหารอันโอชะเหล่านั้นบ้างเหมือนกันเพียงแต่อาณาเขตของมันในปัจจุบันยังเล็กเกินไปและมันไม่กล้าข้ามไปยังอาณาเขตของสัตว์อสูรตัวอื่นๆที่แข็งแกร่งกว่ามันดังนั้นมันจึงไม่เคยพบเจอมนุษย์อีกเลย
ตลอดเวลามันได้แต่คาดหวังว่าอีกเมื่อไหร่ที่มันจะได้พบกับมนุษย์ที่โง่เขลาอีกสักคนหนึ่งที่จะหลงมาเป็นอาหารเพิ่มพลังให้มัน
จากวันนั้น....จนถึงวันนี้ มันก็นานมากแล้ว!
สุดท้ายวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง……….วันนี้มีกลิ่นอายของมนุษย์โชยมาถึงจมูกของมันอีกครา!
อาหารอันโอชะ...มาเสิร์ฟถึงที่
น้ำลายเริ่มหยดลงจากริมฝีปาก....ดังติ๋งๆ
สักพักน้ำลายที่หยดลงก็เริ่มเหนียวและหยุดลงอย่างรวดเร็วมันพบว่านอกจากมนุษย์ที่เป็นอาหารอันโอชะของมันแล้วยังมีกลิ่นอายที่แปลกประหลาดและน่ากลัวอีกสองร่างซึ่งเดินทางมาพร้อมกัน
สิ่งที่มันค่อนข้างกังวลก็คือ..กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของสัตว์อสูรอีกสองร่างที่มาพร้อมกันกับมนุษย์นั้นด้วยระดับของมันยังประเมินระดับชั้นของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้...ในชีวิตนี้มันยังไม่เคยพบสัตว์อสูรที่มีกลิ่นอายน่ากลัวแบบนี้
มันไม่เคยพบและไม่รู้จัก!
เพราะแม้ว่าสัตว์อสูรหมาป่าร่างใหญ่ขนสีดำจะเป็นสัตว์อสูรชั้นปราณปฐพีระดับต่ำ แต่ว่ามันก็เพิ่งเจาะทะลุผ่านชั้นปราณเมื่อไม่นานมานี้นี่เองเรียกว่ายังขาดประสบการณ์
มันไม่แน่ใจว่ามันจะสามารถสู้ได้รึไม่!
ในช่วงนั้นเองสัตว์อสูรหมาป่าชั้นสามัญก็เดินเข้ามาพร้อมกับคาบเศษขาของสัตว์อสูรกวางดาวข้ามาหาสัตว์อสูรหมาป่าที่เป็นจ่าฝูง
"โฮ่งๆๆ(นายท่านอาหารครับ)"สัตว์อสูรหมาป่าชั้นสามัญวางชิ้นเนื้อขากวางลงมันนำอาหารมาเสิร์ฟเจ้านายของมันตามหน้าที่เมื่อมองเห็นว่าจ่าฝูงตื่นขึ้นและมีน้ำลายไหลย้อยลงจากริมฝีปากดังติ๋งๆ
สัตว์อสูรหมาป่าจ่าฝูงใช้ปากคาบเศษเนื้อและเริ่มเคี้ยวมันสักพักแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
"อ้า! รสชาติแย่จริงๆเนื้อกวางนี้รสจืดเกินไป ข้าอยากกินเนื้อมนุษย์ซึ่งรสชาติดีกว่ามาก "สัตว์อสูรหมาป่าจ่าฝูงส่งเสียงด้วยภาษาเผ่าพันธุ์หมาป่า
"ใช่" สัตว์อสูรหมาป่าชั้นสามัญที่อยู่ข้างนอกตอบกลับด้วยเสียงแหลมสูง
"มนุษย์สามารถกินเนื้อสัตว์ของพวกเราเหล่าสัตว์อสูรและในความเป็นจริงมนุษย์ผู้ฝึกบำเพ็ญตนระดับสูงบางคนได้สร้างตราประทับวิญญาณสัตว์เพื่อบังคับให้พวกเราเป็นทาสทำให้เราต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานจากความโหดเหี้ยมและไร้ความปราณีของพวกมนุษย์ชั้นต่ำดังนั้นพวกเราเหล่าสัตว์อสูรก็สามารถกินเนื้อมนุษย์ได้เช่นกันและในความเป็นจริงพวกมนุษย์ก็ควรจะกลายเป็นทาสของพวกเราด้วยเช่นกันเนื่องจากมีตราประทับวิญญาณสัตว์ร้ายอยู่ทำไมจึงไม่สามารถมีตราประทับวิญญาณมนุษย์” สัตว์อสูรหมาป่าจ่าฝูงกล่าวด้วยความทะเยอทะยาน เมื่อก่อนมันเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับต่ำจึงไม่มีความคิดตอนนี้มันเป็นสัตว์อสูรชั้นปฐพีซึ่งมีความคิดคล้ายเด็กอายุ 4-5 ขวบแล้ว
ในทุกๆปีสำนักพยัคฆ์มังกรมักจะส่งเหล่าสาวกที่ต้องการทดสอบเลื่อนสถานะเข้ามายังดันเจี้ยนแห่งนี้มานานกว่า 1,000 ปีแล้วทำให้สัตว์อสูรหมาป่าจ่าฝูงเคยเห็นเหตุการณ์เกี่ยวกับผู้ฝึกตนที่มาต่อสู้และปราบปรามเหล่าสัตว์สูรบ่อยครั้งตั้งแต่ที่ยังเป็นสัตว์อสูรระดับต่ำ แต่เมื่อก่อนมันยังมีสติปัญญาไม่สูงไม่มีความเข้าใจเรื่องราวคราวนี้มันมีสติปัญญาสูงขึ้นและได้ลิ้มรสเนื้อมนุษย์อันโอชะจึงพาลคิดเพ้อฝันไปเรื่อยเปื่อย
ดังนั้นมันจึงคาดฝันไปตามประสบการณ์อันน้อยนิดและคิดไปตามประสบการณ์ที่มันเคยพบเห็นมาไม่นาน
สัตว์อสูรหมาป่าจ่าฝูงกำลังคิดเพ้อฝันอยู่ครู่หนึ่งจู่ๆมันก็คิดขึ้นได้ว่ามีมนุษย์และสัตว์อสูรที่มีกลิ่นอายน่ากลัวอีกสองตัวเข้ามาในอาณาเขตของมัน
“ฮะ..โฮ่...ง..”ขณะที่สัตว์อสูรหมาป่าจ่าฝูงกำลังอ้าปากเตรียมส่งเสียงเตือนบริวารในฝูงร่างของพยัคฆ์ลายเงินทั้งสองและฟงอวิ๋นที่นั่งอยู่บนหลังเสี่ยวกงเป้าก็ปรากฏร่างโผล่ออกจาจากชายป่าทันทีทำให้สัตว์อสูรหมาป่าจ่าฝูงตื่นตกใจเล็กน้อยเลยหุบปากทันที
“หงิงงงงงง...”
ร่างของฟงอวิ๋นพร้อมสัตว์เลี้ยงทั้งสองเดินผ่านเหล่าสัตว์อสูรระดับต่ำที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆเพราะตอนนี้เสี่ยวกงเป้าและเสี่ยวฉือเป้ากำลังปลดปล่อยกลิ่นอายสัตว์อสูรชั้นสวรรค์ออกมากดดันอย่างรุนแรง
"โฮ่งๆๆปรู๊วๆๆแง่งงงๆๆ..... (มนุษย์บังอาจลุกล้ำอาณาเขตของเราราชันย์ผู้นี้วันแห่งความตายของเจ้าได้มาถึงแล้ว)"สัตว์อสูรหมาป่าจ่าฝูงส่งเสียงร้องด้วยทักษะราชันย์ซึ่งเป็นทักษะประจำตัวของจ่าฝูงผู้ครอบครองอาณาเขตโดยทักษะนี้จะมีผลลบล้างความหวาดกลัวในใจของบริวาร 100 เปอร์เซ็นต์รวมทั้งสร้างความฮึกเหิมในใจของสมาชิกทุกตัวในฝูง 200 เปอร์เซ็นต์
เหล่าสัตว์อสูรระดับต่ำบริวารของสัตว์อสูรหมาป่าจ่าฝูงที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงกก็เริ่มหายเป็นปกติและเริ่มยืนขึ้นรายล้อมฟงอวิ๋นและสัตว์เลี้ยงพร้อมกับเริ่มส่งเสียงข่มขู่อย่างเอาเป็นเอาตาย
"โฮ่ง! (ตาย!)" สัตว์อสูรหมาป่าจ่าฝูงออกคำสั่งโจมตีทันที
"โจมตี" ฟงอวิ๋นพยักหน้าพร้อมออกคำสั่งให้เสี่ยวฉือเป้าโจมตี
โฮก!...
เสี่ยวฉือเป้าแยกคมเขี้ยวคำรามออกมาด้วยความหงุดหงิด!เปลวไฟสีขาวเริ่มที่จะรวบรวมในปากของมัน บรรยากาศโดยรอบเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว มันถึงกับใช้ทักษะบอลเยือกแข็ง ซึ่งเป็นทักษะประจำตัวที่ได้รับมาใหม่ๆตอนที่บรรลุชั้นปราณสวรรค์เพื่อแสดงศักยภาพทันที มันเปิดปากพร้อมกับยิงบอลที่เต็มไปด้วยรังสีของแสงสีขาวออกมา
บอลสีขาวที่เย็นยะเยือกพุ่งเข้าโจมตีร่างของสัตว์อสูรหมาป่าสามัญซึ่งอยู่ด้านหน้าสุดของฝูงซึ่งพุ่งร่างเข้ามาก่อนเพื่อนตามคำสั่งของจ่าฝูง
ตู้ม!
เปรี๊ยะๆๆๆๆ....แคร๊กๆๆๆ....
กระแสพลังความหนาวเย็นที่ต่ำกว่าศูนย์องศาสัมบูรณ์ซึ่งสามารถแช่แข็งร่างของสัตว์อสูรหมาป่าเขี้ยววายุตัวแรกที่พุ่งร่างเข้ามาก่อนเพื่อนทันทีจากนั้นพลังแห่งความเย็นยะเยือกก็แผ่ซ่านกระจายออกไปทันทีพร้อมกับร่างของสัตว์อสูรหมาป่าเขี้ยววายุที่อยู่ใกล้ๆจุดที่บอลเยือกแข็งระเบิดต่างก็แข็งกระด้างกลายเป็นตุ๊กตาหิมะทันทีกว่า 10 ตัว