“วันเสาร์ก็ไปทำงานเหรอ”
“อื้ม ยังไม่เก่งก็ต้องตั้งใจทำงานสิ”
คิมชอลซูที่นั่งสวมรองเท้าอยู่ตรงธรณีประตูพยักหน้าตอบ
“อื้ม ต้องแบบนั้นสิ เดี๋ยวสักวันก็ต้องมีเ้านายสังเกตเห็น”
“อื้ม ไปนะ”
“ไปดีมาดีล่ะ วันนี้ก็กลับดึกเหรอ”
“อืม”
ยุนจินซุกกำลังเก็บสำรับอาหารเช้าหลังจากคิมชอลซูออกไปแล้วขณะที่คิมยองซูซึ่งเพิ่งอาบนํ้าเสร็จก็เดินออกมาพร้อมธนบัตรหมื่นวอนห้าใบ
“แม่ อันนี้เงินค่าขนมผมเหรอ”
ยุนจินซุกมองธนบัตรที่อยู่ในมือของคิมยองซูพลางส่ายหน้า
“พี่เขาวางไว้มั้ง”
“อื้อ พอพี่ได้งานทำแล้วดีจังเลย”
“เงินเดือนยังไม่ออก แล้วไปเอาเงินมาจากไหนกัน”
“งั้นอันนี้ของผมใช่ไหม”
“อื้อ รีบแต่งตัวไปโรงเรียนได้แล้ว”
“วู้ แฮปปี้!”
ยุนจินซุกที่กำลังเก็บกวาดโต๊ะอาหารสังเกตเห็นซองสีขาววางอยู่ใต้เก้าอี้ที่ตัวเองนั่งจึงหยิบขึ้นมาบนนั้นมีข้อความเขียนไว้
‘รองเท้าแม่ส้นสึกหมดแล้ว ถ้าใส่รองเท้าแบบนั้นจะเจ็บขาเอา รู้ใช่ไหมถ้าแม่เจ็บขาแล้วผมจะลำบาก’
ยุนจินซุกเอาแขนปาดนํ้าตาโดยไม่รู้ตัว
ไอ้ลูกคนนี้ทำไมชอบทำให้แม่ร้องไห้นะ
คิมชอลซูที่มาถึงบริษัทตอนเจ็ดโมงเช้าและเข้าไปออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายที่ยิมก่อนกลับมาเข้าออฟฟิศประมาณเก้าโมง
และ่นี้เองที่ข่าวลือเกี่ยวกับคิมชอลซูได้กระจายไปทั่วบริษัท
คนที่ไม่มีคุณสมบัติแต่ได้เข้ามาในบริษัทด้วยเหตุผลแค่ว่าท่องHYMS ได้ตอนสัมภาษณ์แถมยังถูกส่งไปยังทีมขายที่เรียกได้ว่าเป็แผนกหลักของฮันยองเทรดดิ้งอีก
คนส่วนใหญ่คิดว่าคิมชอลซูเป็ร่มชูชีพ[1] แต่ไม่มีใครรู้ว่าคนที่ทำให้คิมชอลซูเป็ร่มชูชีพคือใคร
“สวัสดีครับ ผู้จัดการคิม”
“สวัสดีครับ ผู้ช่วยผู้จัดการยู!”
“สวัสดีครับ ผู้ช่วยผู้จัดการพัค!”
คิมชอลซูเดินเข้าไปทักทายทั้งสามคนที่นั่งอยู่ในออฟฟิศอันกว้างใหญ่อย่างนอบน้อมแต่ว่าทุกคนกลับมองเขาด้วยสายตาเ็า
คิมชอลซูไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไรเพราะอย่างน้อยเขาก็ได้แสดงภาพลักษณ์ที่ดีต่อหัวหน้าอันจองกยู ผู้จัดการพโยอิลซูและผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักไปแล้ว
เขาเริ่มเผยพัฒนาการให้คนที่คิดว่าตัวเขาไม่ได้เื่ไปแล้วและถ้าทำเื่ที่คิดว่าเป็ไปไม่ได้ให้เป็ไปได้ทีละเื่ผลลัพธ์ที่คนภายนอกได้เห็นก็จะดูยิ่งใหญ่กว่าที่จินตนาการเข้าไปอีก
คิมชอลซูนั่งลงที่โต๊ะพร้อมเปิดคอมพิวเตอร์ดูวันสำคัญต่าง ๆ ของคนในทีมที่ทำเป็ไฟล์เก็บไว้
อืมวันจันทร์เป็วันครบรอบแต่งงานของหัวหน้าอันจองกยู ส่วนเดือนหน้าก็มีวันเกิดภรรยาของผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮัก
ถ้าอยากจะเล่นการเมืองในที่ทำงานเป็ก็ต้องสร้างสายสัมพันธ์กับบุคคลที่เหนือกว่าและมีผลประโยชน์ร่วมกันไม่ต้องถึงกับพยายามประจบประแจง แค่แสดงออกว่า ‘ผมใส่ใจในตัวคุณมากครับ’ ก็พอแล้วการใส่ใจดูแลเื่วันสำคัญของอีกฝ่าย แม้จะเป็เื่เล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะทำให้ไม่เป็ปฏิปักษ์ต่อกัน
ไม่จำเป็ต้องเป็ของขวัญแพงๆ โดยเฉพาะหัวหน้าอันจองกยูที่ไม่สนใจเื่วันสำคัญอยู่แล้วทำให้เขาโดนภรรยาด่าเพราะลืมวันครบรอบ จึงมักจะอารมณ์เสียและเอามาลงในที่ทำงาน
เมื่อหัวหน้าหงุดหงิดอารมณ์เสียผู้จัดการพโยอิลซูหรือผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักก็จะอารมณ์ขุ่นมัวไปด้วยเพราะเื่ไม่เป็เื่ และน้องเล็กก็ต้องเป็คนที่รับกรรมทั้งหมด
ต้องทำให้เต็มที่อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อตัวเอง
ต่อมาคิมชอลซูก็เริ่มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวของประธานใหญ่ฮันยองกรุ๊ปทางอินเทอร์เน็ต
เขาเก็บบันทึกข่าวลือเกี่ยวกับตระกูลของประธานใหญ่ที่พวกพนักงานพูดกันปากต่อปากไว้ทั้งหมดแม้แต่ข่าวลือที่มาจากแหล่งเล็ก ๆ อย่างเช่น ข่าวหรือว่าหนังสือพิมพ์ภูมิภาคนำมาตัดแปะแล้วเซฟลงคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
บริษัทไม่ได้ปกครองแบบประชาธิปไตยและอำนาจก็ไม่ใช่ 1/N[2]
การได้รับการสนับสนุนจากเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้แปลว่าจะมีอำนาจ
แม้จะได้รับความสนใจจากเพื่อนร่วมรุ่นจำนวนมากก็ไม่เท่าความสนใจจากผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักแค่คนเดียวถึงผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักจะได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมรุ่นมากแต่ก็ไม่เท่าการสนับสนุนจากผู้จัดการพโยอิลซูและต่อให้บรรดาผู้จัดการในบริษัทชอบคิมชอลซู แต่คำพูดเดียวของหัวหน้าอันจองกยูก็มีอำนาจมากกว่า
เมื่อมองขึ้นไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วแก่นแท้ของอำนาจก็คือชเวคยองฮุน ประธานใหญ่ของฮันยองกรุ๊ป
ต่อให้ทุกคนจะคัดค้านแต่ถ้าประธานใหญ่ตกลง ทุกอย่างก็จบ
ต่อให้ทุกคนเกลียดแต่ถ้าประธานใหญ่ชอบ ชีวิตในบริษัทก็เบ่งบาน
การเมืองในบริษัทเป็แบบนี้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือผู้อำนวยการพัคจุนฮยอง
อีกด้านหนึ่งการที่สร้างธุรกิจให้ใหญ่โตได้ขนาดนี้จากที่ไม่มีอะไรเลย ก็หมายความว่าความสามารถของเขาย่อมอยู่เหนือกว่าคนทั่วไป
ถ้าต้องให้ความเคารพใครในบริษัทก็ต้องเป็ท่านประธานใหญ่ที่มีอำนาจมากที่สุดในบริษัทอย่างแน่นอน
ถ้าถามว่าอยากเรียนรู้กับใครก็ต้องเป็ท่านประธานใหญ่เท่านั้น
ต้องแบบนี้เท่านั้นเมื่อได้ขึ้นไปอยู่ตำแหน่งผู้จัดการหรือสูงกว่า ก็จะสามารถคิดแบบท่านประธานใหญ่ได้และต้องคิดแบบนั้นให้ได้ก่อน ถึงจะได้รับเลือกจากพวกกรรมการบริหารได้
คิมชอลซูเริ่มตั้งใจเพื่อค้นหาอะไรบางอย่างเกี่ยวกับชเวคยองฮุน
สองทุ่มของวันนั้น หลังจากเข้ามาที่บลูเฮาส์ได้ไม่นาน ชเวฮเยนาก็เข้ามาที่ห้องพักพนักงาน
ชเวฮเยนากวาดตามองคิมชอลซูด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์
ความยาวกางเกงยีนก็ไม่ได้แถมยังพร้อมจะหลุดลงมาตลอด แล้วก็ไม่ได้เข้ากับเสื้อเชิ้ตลายทางที่ใส่สักนิดทรงผมก็เหมือนจะเซตมา แต่ทำไมถึงได้ทุเรศขนาดนั้นนะ
ไหนจะถุงเท้าขาวกับรองเท้าดำอีก!!!
“นี่คือดีที่สุดแล้วเหรอคะ”
คำพูดของชเวฮเยนาทำเอาคิมชอลซูได้แต่ยิ้มแห้งพลางเกาศีรษะแกรกๆ
“ครับ”
“เซนส์ด้านแฟชั่นแย่มากจริง ๆ นะคะ ไม่มีชุดอื่นแล้วเหรอคะ”
“มีแต่สูทน่ะครับ”
“งั้นเปลี่ยนเป็สูทดีกว่าค่ะ เปลี่ยนแล้วไปนั่งตรงนั้นนะคะ”
แม้ชเวฮเยนาจะบ่นกระปอดกระแปดแต่นั่นไม่ใช่คำบ่นที่คิมชอลซูได้ยินแล้วจะรู้สึกไม่ดี
คิมชอลซูขึ้นมาบนเวทีได้ไม่นานโต๊ะที่ชั้นหนึ่งก็เต็มไปด้วยผู้คนซึ่งส่วนใหญ่ก็กำลังดื่มดํ่ากับเพลงที่เขาร้องมากกว่าจะเลือกดื่มเหล้าและคุยกัน
ชเวฮเยนาซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสมาเป็เวลานานไม่ค่อยชอบเพลงของเหล่าไอดอลเกาหลีเท่าไรนักและตอนอยู่ยุโรปหากอยากฟังดนตรีสดเมื่อไรก็หาฟังได้ตลอดแต่ที่เกาหลีไม่ค่อยมีสถานที่ให้ฟังดนตรีสดเท่าไรนัก
ดังนั้นร้านนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาเพียงเพราะว่าเธออยากฟังดนตรีสดเฉยๆ ขณะเดียวกันก็ถือโอกาสทำธุรกิจไปด้วยเลย
และไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เพชรนํ้างามขนาดนี้มา
ชเวฮเยนานั่งจิบแชมเปญพร้อมกับกลายเป็ผู้ชมของคิมชอลซูไปโดยไม่รู้ตัวอยู่ที่ห้องวีไอพีชั้นสอง
คืนวันอาทิตย์
“ที่รัก! ผมกลับมาแล้ว ขอนํ้าหน่อย!”
อันจองกยูเปิดประตูอพาร์ตเมนต์เข้ามาพร้อมกับหายใจหอบแฮกๆ
วันนี้เขาไปขึ้นเขาโซโยกับพวกกรรมการผู้จัดการและรองประธานทั้งยังต้องไปส่งพวกกรรมการบริหารจนถึงบ้านไม่มีจังหวะให้ได้ซื้อนํ้าดื่มดับกระหายสักขวด
ซงอินซุกมองนาฬิกาที่บอกว่าเวลาเลยห้าทุ่มแล้วก่อนกดนํ้าจากเครื่องกรองนํ้าส่งให้อันจองกยูเขารับนํ้ามาโดยไม่มีคำว่าขอบคุณสักคำ แล้วก็ดื่มดังอั้ก ๆจากนั้นก็ทิ้งตัวนั่งลงที่หน้าประตูอย่างหมดแรง
“เฮ้อ...ลูก ๆ ล่ะ”
“หลับแล้วค่ะ อย่านั่งแบบนั้น รีบถอดเสื้อผ้าไปอาบนํ้าเถอะค่ะฝุ่นเต็มตัวไปหมดแล้ว”
อันจองกยูััได้ว่านํ้าเสียงของภรรยาเริ่มเปลี่ยนไป
“อื้ม ไปแล้ว ๆ”
“ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดแบบนี้ แล้วไอ้พุงนั่นจะหายไปเมื่อไหร่คะ”
ซงอินซุกจิกกัดเื่พุงนุ่มนิ่มของเขาอันจองกยูรู้ว่าภรรยากำลังโกรธจึงรีบลุกขึ้น
“ก็นั่นน่ะสิ เดี๋ยวรีบไปอาบนํ้าก่อน”
อันจองกยูไม่ชักช้าวางกระเป๋าขึ้นเขาไว้ที่พื้นหน้าประตู แล้วรีบถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแค่ชุดชั้นในก่อนจะวิ่งเข้าห้องนํ้าไป
หากช้ากว่านั้นอีกนิดอาจได้ยินเสียงก่นด่ามาจากภรรยาคนสวยที่อายุน้อยกว่าตั้งแปดปีก็ได้
หลังอาบนํ้าเสร็จอันจองกยูก็ค่อย ๆ ย่องขึ้นเตียงที่ภรรยานอนอยู่ เขากอดซงอินซุกที่กำลังงอนจากข้างหลังเพื่อเอาใจ
“ขอโทษ ถ้าเลื่อนตำแหน่งเป็ผู้อำนวยการแล้ว จะหาเวลาให้มากกว่านี้นะ”
“หึ ทำเป็พูดไป ไม่รู้เหรอคะว่าตอนเป็ผู้อำนวยการจะยุ่งกว่าตอนนี้อีกน่ะ”
“คราวนี้พูดจริง ถ้าเป็ผู้อำนวยการก็จะได้เงินเพิ่มอีกปีละยี่สิบล้านวอนจากนั้นเราก็ขายบ้านนี้แล้วกู้เพิ่มอีกนิดหน่อยไปซื้ออพาร์ตเมนต์แถวคังนัม ลูก ๆจะได้เรียนมัธยมปลายที่คังนัมไง”
เมื่อได้ยินแบบนั้นซงอินซุกที่กำลังโกรธก็สงบลง
“แล้วเมื่อไหร่จะได้เป็ผู้อำนวยการคะ”
“ต้องทำให้ได้ในปีนี้สิ”
“แน่ใจใช่ไหมคะ”
อันจองกยูนึกถึงคิมชอลซูก่อนจะรีบลบเขาออกไปจากหัว
“แน่นอนสิ ฉันอันจองกยูนะ อันจองกยู”
คำพูดกระซิบอย่างมั่นใจของอันจองกยูทำให้ซงอินซุกหายเคืองขุ่น
ความจริงแล้วเธอกับเขาก็ไม่ได้หลับนอนด้วยกันมาระยะหนึ่งแล้วซงอินซุกจึงหมุนตัวหันมาด้วยความคาดหวังเล็กน้อย แต่กลับได้ยินเสียง
“ครอก...ฟี้...”
ซงอินซุกกระชากผ้าห่มอย่างแรงดวงตาของเธอราวกับจะส่องแสงสีแดงออกมาได้
อีตาคนนี่จริง ๆ เลย...เดี๋ยวคอยดูพรุ่งนี้นะ
“สวัสดีครับ! หัวหน้า!”
เมื่อได้ยินคำทักทายเสียงดังกังวานของคิมชอลซูอันจองกยูก็หาวพร้อมโบกมือให้
ผู้จัดการพโยอิลซูกับผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักรับคำทักทายพร้อมวางกระเป๋าเอกสารไว้ใต้โต๊ะตัวเองแล้วเปลี่ยนรองเท้าเป็สลิปเปอร์
“หัวหน้า รับอเมริกาโนไหมครับ”
คิมชอลซูยื่นกาแฟเย็นแบรนด์ทั่วไปมาให้ดวงตาของอันจองกยูก็เป็ประกายขึ้นมา เขาเห็นทุกคนกำลังดื่มกาแฟอยู่และดูแล้วก็น่าจะเป็คิมชอลซูที่ซื้อมา
ซึ่งเขาเองก็กำลังอยากดื่มกาแฟเย็นๆ อยู่พอดี
“ขอบใจนะ”
อันจองกยูพูดขอบคุณจากนั้นก็เอาหลอดที่ปักอยู่ที่แก้วใส่ปาก ดูดนํ้าทันที
โอ๊ยดีจัง
“เอาละ ประชุมกัน”
เมื่ออันจองกยูะโทุกคนก็มารวมตัวกันที่โต๊ะประชุม
อันจองกยูมองหน้าพโยอิลซูกับอีจุนฮักแล้วถาม
“ทำไมทุกคนถึงได้หน้าบานกันจัง”
“ก็วันนี้คือวันนั้นไม่ใช่หรือครับ”
“วันนั้น?”
“อ้าว ก็วันเงินเดือนออกไงครับ”
ผู้จัดการพโยอิลซูยิ้มพลางบอกอันจองกยูพยักหน้าตอบ
“สลิปเงินเดือนออกแล้วเหรอ”
“ครับ ส่งมาทางอีเมลครับ”
“เห็นพวกนายยิ้มกันั้แ่เช้า ฉันก็พลอยอารมณ์ดีไปด้วยเลยนะ ชอลซูทำไมไม่มานี่”
เมื่ออันจองกยูเรียกคิมชอลซูเขาก็หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วเดินมาทุกคนต่างมองของที่อยู่ในมือของคิมชอลซู
“สุขสันต์วันครบรอบครับ หัวหน้า”
คิมชอลซูส่งของสิ่งนั้นให้อันจองกยูอันจองกยูมองเขาอย่างงุนงงพลางถาม
“นี่อะไร ยินดีอะไร”
“วันนี้วันครบรอบแต่งงานไม่ใช่หรือครับ!”
“อ้อ!!!”
อันจองกยูได้ยินคิมชอลซูพูดอย่างนั้นแล้วก็คิดได้ว่าวันนี้คือวันอะไรพลันนึกภาพภรรยาที่ตัดแต่งเล็บด้วยบรรยากาศอึมครึมบอกไม่ถูกั้แ่เช้าขึ้นมาได้
หากคิมชอลซูไม่ทำให้นึกได้วันนี้ก็คงจะกลับบ้านไปทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าวันนี้คือวันอะไรแล้ว
และเื่นี้ก็สามารถเป็ประเด็นทำให้บ้านแตกได้เลยทีเดียว
เอื๊อก!
“ฮะ ๆ ๆ!! ใช่แล้ว! วันนี้วันครบรอบแต่งงานน่ะสิ! ขอบใจนะ!”
“ไม่เป็ไรครับ อันนี้เป็สปาร์กลิงไวน์[3] ผมไม่รู้ว่าคุณภรรยาหัวหน้าจะถูกใจไหมนะครับ”
ผู้จัดการพโยอิลซูพยักหน้าพลางพูด
“ภรรยาหัวหน้าชอบสปาร์กลิงไวน์อยู่แล้ว ไหนดูซิ”
พโยอิลซูดูขวดไวน์ที่อยู่ข้างใน
Cremantde Bourgogne
“จุนฮัก นี่เป็ไวน์ที่คุณนายชอบที่สุดใช่ไหม”
อีจุนฮักมองขวดไวน์ที่อยู่ในถุงกระดาษพลางพยักหน้า
“ครับ ใช่ครับ คุณนายชอบอันนี้ที่สุดเลยครับ”
“ชอลซูของเรานี่เซนส์ดีสุดยอดจริง ๆ”
“นั่นน่ะสิครับ”
ความจริงอันจองกยูไม่รู้หรอกว่าภรรยาชอบไวน์นี้หรือเปล่าแต่พอได้ยินคำพูดของพโยอิลซูกับอีจุนฮัก เขาถึงจำได้อีกครั้ง
อันจองกยูมองคิมชอลซูด้วยสีหน้าพอใจแล้วพูดว่า
“ขอบใจนะ พนักงานคิมชอลซู รู้วันครบรอบแต่งงานฉันได้ยังไง”
คิมชอลซูตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไม่เลยครับ หัวหน้าเพราะรู้สึกขอบคุณหัวหน้าที่ปฏิบัติกับผมที่เข้ามาแบบไม่ได้มีพื้นฐานอย่างอบอุ่นอยู่เสมอก็เลยคิดว่าจะแสดงความขอบคุณได้ยังไงบ้างน่ะครับ ขอบคุณมากครับ หัวหน้า”
แน่นอนว่าอันจองกยูไม่มีทางมองออกหรอกว่านั่นคือการแสดงของคิมชอลซู
เพราะดูอย่างไรก็เห็นเป็แค่พนักงานใหม่ที่ไฟแรงสีหน้ากระตือรือร้นกับคำพูดที่ดูจริงใจ ทำให้อันจองกยูรู้สึกซาบซึ้งใจ
ไอ้เด็กนี่...
“อื้ม รู้แล้ว มาประชุมกันเถอะ”
อันจองกยูนำไวน์ที่ได้รับเป็ของขวัญจากคิมชอลซูเก็บไว้ใต้โต๊ะหลังจากนั้นก็มองหน้าสมาชิกในทีมแล้วเอ่ยขึ้น
“วันนี้มาเลิกงานหกโมงเย็นกัน ทำได้ใช่ไหม”
คำพูดของอันจองกยูทำให้สีหน้าของผู้จัดการพโยอิลซูกับผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักเบิกบานมีชีวิตชีวาขึ้นทันที
“แน่นอนครับ!”
หลังจากประชุมทีมเสร็จแล้ว หัวหน้าอันจองกยูก็เข้าประชุมคณะกรรมการบริหาร ผู้จัดการพโยอิลซูสะกิดไหล่ของคิมชอลซูที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ
“ครับ! ผู้จัดการพโย”
เมื่อเห็นผู้จัดการพโยทำมือชวนไปสูบบุหรี่คิมชอลซูก็รีบลุกจากเก้าอี้
ผู้จัดการพโยอิลซูเห็นเขาเตรียมไฟแช็กและหมากฝรั่งที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานก็พยักหน้าพร้อมออกจากออฟฟิศไป
ผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักที่ตามมาทีหลังเข้ามากอดคอคิมชอลซูแล้วพูด
“โอ้โฮ! เด็กใหม่ เก่งนี่”
“ไม่เลยครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮัก”
“ถ้าหัวหน้าลืมวันครบรอบแต่งงานไปนายก็จะได้รู้ซึ้งถึงความปากร้ายของหัวหน้ารวมทั้งความโมโหทั้งหมดที่มีในโลกรวมกันแล้วว่ามันน่ากลัวขนาดไหนไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีนักหรอก”
รู้อยู่แล้วละครับ
“ไม่สูบบุหรี่เหมือนเดิมใช่ไหม”
“ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”
“อย่าสูบเลย มันไม่ดีต่อสุขภาพ และก็อย่าหลงดีใจที่ได้คำชมด้วยล่ะ คะแนนโทอิกเก้าร้อยน่ะจำได้ใช่ไหม”
คิมชอลซูตอบอีจุนฮัก
“ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี ผมกำลังตั้งใจอยู่ครับ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นอีจุนฮักจึงผละมือออกแล้วรีบเดินไปหาผู้จัดการพโยอิลซูที่อยู่ไกลๆ
วันเสาร์วันอาทิตย์ก็มาทำงานเหรอไอ้เด็กนี่...ไฟแรงสุดยอด
มุมปากของอีจุนฮักที่ไม่แสดงสีหน้าอะไรกลับยกขึ้นเล็กน้อย
[1] คนที่ได้ตำแหน่งหรือโอกาสจากความช่วยเหลือของผู้มีอำนาจหรือการใช้เส้นสายบางอย่างโดยที่ไม่ได้ใช้ความสามารถของตัวเอง
[2] หมายถึง 1 ส่วนต่อ N ส่วน โดย Nเป็ค่าที่ใช้แทนจำนวนใดก็ได้
[3] ไวน์ที่มีความซ่าหรือมีฟอง เช่นแชมเปญ