“พลังแห่งความตายอย่างงั้นเหรอ เจอนี่หน่อยเป็นไง”ชายชราผู้หนึ่งกล่าวจากนั้นก็ได้มีตาข่ายสีทองคอบปีศาจหนุ่มเอาไว้ ปีศาจที่สัมผัสถูกตาข่ายก็จะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา
“นักบวชไห่ ตาข่ายของเจ้ายังคงใช้ได้ดีกลับพวกปีศาจสินะ”หญิงชราพูด นักบวชไห่นั้นใช้มือจับลูกประคำที่คล้องคออยู่ และเริ่มท่องบทสวด แสงลมปราณสีทองเข้าไปปกคุมที่ปีศาจหนุ่ม มันเริ่มที่จะชำละไอแห่งความตายจากปีศาจทีละน้อย
“ผู้อาวุโสกระบี่ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะพลาดท่าให้กลับปีศาจที่มีพลังเล็กจ้อยเพียงนี้”ชายชราอีกคนก็พูดขึ้น
“เจ้าไม่รู้อะไรอย่างพูดมากความเลย”ผู้อาวุโสกระบี่พูดอย่างเย็นชาเขามองไปที่ปีศาจหนุ่งที่โดนพลังของนักบวชไห่ข่มเอาไว้อย่างง่ายดาย แต่เขานั้นรู้ดีว่าปีศาจตนนี้มันนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
ชายชราขมวดคิ้วเขาคือผู้อาวุโสเจ็ดของสำนักหมาป่าสีเงิน เขาและผู้อาวุโสกระบี่นั้นมักจะไม่ลงลอยกันในหลายเรื่อง และในตอนนี้เองก็เช่นเดียวกัน
“ผู้อาวุโสกระบี่เจ้าก็เบิกดวงตาดูซิว่า เพียงผู้อาวุโสไห่ก็สามารถกักตัวปีศาจเอาไว้ได้ ทั้งที่เจ้าก็มีพลังมากกว่าเขา”ผู้อาวุโสเจ็ดกล่าวเยอะเย้ยขึ้น เขานั้นมีรอยยิ้มที่มุมปาก
แต่ทันใดนั้นออร่าแห่งความตายก็ประทุขึ้นอีกครั้ง มันเริ่มที่จะปกคุมภูเขาหลังสำนักที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้ “เจ้านี่มันมีพลังแห่งความตายมากเท่าใดกัน”ผู้อาวุโสไห่ หลังจากที่ตาย่ายถูกทำลายเขาก็กระอักเลือดออกมา ผู้อาวุโสกระบี่มีใบหน้าที่มืดมนในทันที
“คงต้องให้ประมุขเท่านั้นถึงจะสามารถจำจัดปีศาจตนนี้ได้” ผู้อาวุโสกระบี่เรียกกระบี่ออกมาเขานั้นขึ้นไปเยียบบนกระบี่และบินไปยัง ตำหนักของประมุข
ประมุขในตอนนี้เขายืนอยู่บนยอดหลังคาของตำหนักเขานั้นเห็นเหตุการทั้งหมดที่เกิดขึ้น “พลังแห่งความตายแบบนี้มัน ไม่ผิดแน่ ปีศาจตนนี้ต้องมาจากสำนักปีศาจฟ้าดิน”
ผู้อาวุโสเจ็ดที่เห็นผู้อาวุโสกระบี่รีบหนีเขานั้นยิ้มเยาะ “นี่เจ้ากลัวจนต้องรีบหนีเชียวเหรอ” ผู้อาวุโสกระบี่ไม่สนใจคำถากถางจากผู้อาวุโสที่โง่เขลาเช่นผู้อาวุโสเจ็ด
ออร่าแห่งความตายนั้นเริ่มรุนแรงขึ้น “พลังมันเพิ่มขึ้นอีกแล้วงั้นเหรอ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสำนักปีศาจฟ้าดินจะทำเช่นนี้ได้ด้วย”หญิงชราอุทานด้วยใบหน้าที่เหลือเชื่อ นางนั้นปลดปล่อยพลังออกมาจากนั้นก็ได้มีเส้นทางสายหนึ่งปรากฏขึ้น ในเล้นทางนั้นมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่
“อสรพิษเกร็ดดำ”จากนั้นงูขนาดใหญ่ก็ปรากฏออกมามันมีปีกเล็กที่ใบหูร่างกายนั้นมีเกล็ดสีดำอยู่ทั่วร่างกาย มันมีพลังระดับเลือกเส้นทางที่หนึ่ง ประตูบานที่หนึ่งของหญิงชรานั้นได้หลอมจิตวิญญาณพิษเขาไป ดังนั้นจึงทำให้อสรพิษเกล็ดดำนั้นมีพิษที่รุนแรงขึ้น
อสรพิษเกล็ดดำพ้นพิษโจมตีปีศาจ กลิ่นของพิษนั้นเหม็นอย่างมากเมื่อมันสัมผัสเขากับพื้น พื้นดินนั้นก็เริ่มระลายลงไป แต่เมื่อพิษนั้นสัมผัสเข้ากับปีศาจหนุ่ม พิษนั้นก็จางหายไปในทันที
“เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงต้านผิดของอสรพิษเกล็ดดำของข้าได้”หญิงชรารู้สึกสับสน แต่เมื่อสังเกตบรรยาการให้ดีแล้วนางจึงพบว่าห่าจากพื้นดินเพียงหนึ่งเชนติเมตรนั้นได้มีไอเลือดลอยอยู่บางเบา และไอเลือดนั้นก็รวมกันเพื่อป้องกันพิษที่โจมตีไป
“ไอเลือดนี่มันเป็นพิษนี่”หญิงชราเริ่มรู้ตัวนางนั้นรีบกระโจนขึ้นไปบนหัวของอสรพิษเกล็ดดำและยืนดูปีศาจหนุ่มด้วยความน่าเกรงขาม นักบวชไห่เองก็ใช้พลังนักบวชของเขาในการป้องกันโลหิตเช่นกัน
ผู้อาวุโสเจ็ดดูสับสน 'เหตัใดผู้อาวุโสสองถึงหยุดโจมตี' แต่เขาก็ไม่สนใจถึงแม้เขาจะเปิดประตูได้บานที่เก้าแต่เขาก็ไม่รู้สึกกลัวปีศาจหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย เขานั้นเปิดประตูบานที่เก้าออกมาจากนั้นอาวุธที่ทรงพลังก็ออกมา มันคือดาบและมันยังมีพลังสายฟ้าสถิตอยู่ด้วย
ปีศาจหนุ่มยังคงยืนนิ่งและพลังของมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้อาวุโสเจ็ดไม่รอช้าเขาใช้กาบสายฟ้าฟันฝ่าออร่าแห่งความตายเข้าไป และโจมตีเข้าที่หน้าอกของปีศาจ ฉัวะ!! เลือดสีดำพุ่งออกมาจากหน้าอกของปีศาจ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ผู้อาวุโสเจ็ดหัวเราะอย่างผู้ชนะ ผู้อาวุโสสองและนักบวชไห่เองก็เบิกตากว้าง “เขาสามารถโจมตีปีศาจได้งั้นเหรอ”นักบวชไห่อุทาน ทันใดนั้นเขาก็เริ่มท่องบทสวด แสงสีทองนั้นเริ่มเข้าไปห่อหุ่มเข้ากับใบดาบของผู้อาวุโสเจ็ด ประตูบานที่หกของผู้อาวุโสไห่เปิดออกมันมีพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากประตูนั้นด้วย
[ดาบสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์]เสียงระบบทั้งขึ้นทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองยิมออกมา ผู้อาวุโสเจ็ดเริ่มทำการโจมตีปีศาจหนุ่มอีกครั้ง ปีศาจนั้นยังคงไม่ขยับ เลือดสีดำของมันเริ่มที่จะไหลนองทั่วหุบเขาแต่ผู้อาวุโสเจ็ดก็ไม่อาจที่จะฟันร่างกายของปีศาจหนุ่มนั้นขาดได้