ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันอย่างอึ้งๆ เมื่อกี้นี้ถ้าพวกเขามองไม่ผิดดูเหมือนว่าจะมีเปลวเพลิงสีแดงผุดขึ้นมาที่ปลายนิ้วชี้ของเขา แล้วปรมาจารย์หลินก็ใช้มันวาดไปยังความว่างเปล่าที่อยู่เบื้องหน้าจนก่อเกิดเป็นวงแหวนสีแดงและหลังจากนั้นเขาก็ใช้มือดันมันเข้าไปภายในร่างของแร้งมัจจุราชตัวนั้น ต้องบอกก่อนว่าที่พวกเขาเห็นสักครู่นี้พวกเขาไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง การที่มีพลังจิตยุทธวิญญาณขั้นที่หนึ่งแต่กลับสามารถสร้างสัญลักษณ์แปลกๆให้ลอยอยู่บนอากาศได้เช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ตื่นตะลึงซะจนพวกเขาพูดไม่ออก
หลินตงเมื่อเห็นว่าเสร็จแล้วก็พยักหน้าอย่างพอใจจากนั้นเขาก็ค่อยๆหันมาอย่างช้าๆพร้อมกับพูดขึ้น
"เรียบร้อยแล้ว มันตอนนี้เชื่อฟังคำสั่งของท่านหวูหนานอย่างเบ็ดเสร็จเลยเชียวนะ อ่อ ไอ้เรื่องที่พวกท่านเห็นเมื่อกี้นี้ก็เก็บไว้เป็นความลับหน่อยนะ"
ชายหนุ่มยกมือจุ๊ปากของตนเหมือนจะบอกว่าให้ทั้งสองคนเงียบปากไว้ หลินหยวนกับหวูหนานพยักหน้ารับรัวๆราวกับเด็กน้อย พวกเขายิ่งหวั่นเกรงในตัวของชายหนุ่มมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะกับหลินหยวนที่ตอนนี้ยกย่องเขาให้เป็นเทพเจ้าไปแล้ว
ภายในใจของพวกเขาตอนนี้เต้นตุบๆอย่างรวดเร็วเลยเชียวละ ให้ตายสิ เมื่อกี้นี้มันอะไรกันเนี่ย เป็นวิชาฝึกฝนสัตว์อสูรของท่านปรมาจารย์หลินตงอย่างงั้นเหรอ
ขณะนั้นพวกเขาก็พลันได้สติถึงประโยคเรียกที่ว่าเชื่อฟังอะไรนะ มันสำเร็จแล้วหรอ
"ทะ.ทะ.ท่านปรมาจารย์บอกว่ามันเชื่อฟังข้าแล้วหรอ มันคือเรื่องจริง..!!"
หวูหนานรีบพุ่งมายังเบื้องหน้าของชายหนุ่มในพริบตาพร้อมกับตะโกนก้องออกมาอย่างยินดี ท่าทางของเขาตอนนี้ไม่เหมือนกับผู้ใหญ่ที่ดูดุดันแต่ทว่าเขาตอนนี้กลายเป็นเหมือนเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นใหม่
"แน่นอน เชิญท่านเอามันออกมาจากกรงขังได้เลย จะขี่มันบินไปบนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่หรืออะไรก็ตามสบาย"
"เอ่อ แร้งมัจจุราช ลองเต้นให้พวกเขาดูหน่อยซิว่าเจ้านั้นหล่อเหลาเพียงใด..!!"
ชายหนุ่มพูดขึ้นและค่อยๆเคาะไปยังกรงขังนั่นให้เป็นจังหวะ แร้งมัจจุราชที่ดุร้ายก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นเหมือนกับลูกแมวที่เชื่องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในกรงขังมันกลับโยกส่ายตัวไปมาด้วยท่าทางที่มันเชื่อว่าดูดีที่สุดแถมมันยังส่งเสียงที่แหลมเฟี้ยวออกมาเป็นจังหวะอีกด้วย ปีกทั้งสองข้างที่ใหญ่โตก็จะกระพือตามท่าทางแต่ทว่าด้วยกรงขังที่เล็กจึงทำให้มันไม่สามารถกางปีกได้ดังใจนึก จึงทำให้มันไม่พอใจอยู่บ้างที่ไม่ได้ปลดปล่อยตนเองเช่นนี้
ทั้งสองคนที่เห็นก็ทำได้เพียงอ้าปากค้างอย่างช่วยไม่ได้ แร้งมัจจุราชสัตว์อสูรระดับสี่บินได้ที่ทรงพลังตอนนี้กำลังเต้นส่ายตูดของมันอยู่ไปมา คราบของสัตว์อสูรที่ดุร้ายตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ถ้าทุกคนมาเห็นละก็จะต้องอ้าปากค้างแบบพวกเขาเช่นเดียวกันอย่างแน่นอน เพียงแค่ปรมาจารย์บอกให้มันทำเช่นนี้ มันถึงกับทำตามอย่างว่านอนสอนง่ายอย่างไม่ปฏิเสธ
"ฮ่าๆ ท่านปรมาจารย์ ข้านับถือท่านจริงๆเลย ในเมื่อมันเชื่องเช่นนี้แล้วข้าขอเปิดกรงเลยละกัน..!!"
หวูหนานพลันได้สติก็รีบรุดหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว หลินก็ผายมือให้เขาพลางถอยไปด้านข้างเพื่อที่จะจ้องมองผลงานของตน
ไม่มีปัญหาอะไรเลยแม้แต่นิด ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองภพของท่านอาจารย์สามารถบงการได้ทุกสรรพสิ่ง การที่ตั้งเงื่อนไขให้มันรับใช้หวูหนานก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ทว่าภายในใจของเขาก็เริ่มครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆ หลังจากนี้เขาคงจะต้องหาสัตว์อสูรบินได้หรือสายพันธุ์ที่ทรงพลังมั้งแล้วละ ไม่ว่าจะเป็นแร้งมัจจุราชหรือเจ้าเสี่ยวหลินนั่นก็ยิ่งทำให้เขาอยากจะได้พวกมันมาเป็นอย่างมาก
และที่ทวีปชิิงหลงแห่งนี่แทบจะทั้งหมดจะใช้สัตว์อสูรในการเดินทาง ผู้ทรงพลังก็เช่นเดียวกันพวกเขาจะโอ้อวดอสูรของตนกันยกใหญ่
ขณะเดียวกันเมื่อหวูหนานมาถึงเบื้องหน้ากรงขังแล้วก็เริ่มยกแขนทั้งสองข้างและประกบฝ่ามือของตนขึ้น คลื่นพลังยุทธถูกปลดปล่อยออกมาเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่รอช้าที่จะยื่นฝ่ามือนึงของตนไปสัมผัสเข้ากับกรงขังนั่น
เพียงชั่วครู่เดียวกรงขังที่ทรงพลังก็เริ่มแปรเปลี่ยนรูปร่าง มันขดเคี้ยวไปมาอย่างช้าๆพร้อมกับเปิดช่องทางให้ใหญ่มากพอ
หลินตงเมื่อเห็นโลหะเปลี่ยนรูปเช่นนี้ก็ยิ่งสนใจมันมากขึ้น เจ้าพวกนี้คือโลหะเหล็กกล้าที่มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ตามแต่ผู้ที่อัดพลังยุทธเข้าไป พวกมันมีหลายระดับมากมายตามแต่ขั้นพลัง ต้องบอกก่อนว่าการสร้างกรงขังสัตว์อสูรนั่นตัวของผู้จ้างวานก็จะต้องมีส่วนช่วยในการดำเนินการสร้างด้วย พวกเขาจะต้องผสานพลังยุทธเข้าไปยังโลหะชิ้นนั่นๆเพื่อที่จะให้พวกมันจดจำได้เพียงแค่คลื่นพลังยุทธนี้แด่เพียงผู้เดียว สำหรับเรื่องนี้มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ไม่มีใครสามารถเปิดกรงขังได้ยกเว้นก็แต่ผู้เป็นนายของโลหะเท่านั้น ส่วนอีกกรณีนึงก็อย่างที่บอกไปถ้ามีพลังมากเพียงพอก็จะสามารถทำลายมันได้ง่ายๆโดยที่ไม่ต้องสนใจคลื่นพลังยุทธที่ผนึกไว้อยู่
ด้านในกรงขังแร้งมัจจุราชเมื่อเห็นว่าเจ้านายของมันเปิดกรงให้แล้วก็รีบจ้ำอ้าวออกมาอย่างรวดเร็ว
และเมื่อมันออกมาสู่โลกภายนอกแล้วมันก็กรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวาน ปีกทั้งสองข้างของตนถูกกางออกอย่างสง่างาม ปีกที่มีขนสีดำทมิฬในแต่ละด้านมีความยาวเกือบสิบเมตร ยิ่งมันกางปีกออกสุดเช่นนี้ด้วยแล้วก็ต้องบอกได้เลยว่าดูยิ่งใหญ่นัก ด้วยท่าทางและรูปลักษณ์ที่อหังการเช่นนี้ทำให้หวูหนานต้องใจเต้นระรัว มันออกมาแล้วจริงๆ สัตว์อสูรที่ดุร้ายตนนั่น
ส่วนหลินหยวนก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ สมแล้วที่เป็นท่านปรมาจารย์หลินตง เมื่อมันออกมาแล้วก็ไม่ทำร้ายพวกเขาจริงๆ ถึงแร้งมัจจุราชจะมีเอกลักษณ์ที่ไม่สวยงามเหมือนสัตว์อสูรสายพันธุ์บินได้อื่นๆแต่ทว่ามันตอนนี้ในสายตาของเขากลับดูเท่ห์ยิ่งนัก สัตว์อสูรสายพันธุ์บินได้ระดับสี่นี้อาจจะเทียบกับเสี่ยวหลินของเขาเลยก็ว่าได้
"แร้งมัจจุราช ข้าขอขี่เจ้าหน่อยได้รึไม่..!!"
ชายวัยกลางคนหวูหนานก็เริ่มกล้าๆกลัวๆขึ้นแต่เมื่อเห็นว่ามันตอนนี้ไม่ทำอันตรายตนก็กัดฟันแน่นพร้อมกับพูดออกมาในทันที ในใจของเขาตอนนี้เชื่อมั่นใจตัวของปรมาจารย์ถึงขีดสุดจึงทำให้เขาถามออกไปแบบนั่น
"กี้ๆ"
ร่างที่ใหญ่โตสีดำทมิฬหุบปีกทั้งสองของตนกลับมาอย่างรวดเร็วและก้มหัวของตนลงไปมองหวูหนาน มันจ้องมองอยู่แปปนึงเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ ความคิดของมันบอกว่าหลังจากนี้มันจะต้องฟังคำสั่งแต่เขาเพียงผู้เดียว
เมื่อมันเห็นว่าเจ้านายของตนไม่มีอะไรผิดปกติก็พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง มันค่อยๆโน้มตัวลงเพื่อที่จะให้ชายวัยกลางคนได้ขึ้นขี่มันอย่างง่ายๆ ปีกด้านนึงถูกกางออกมาจนติดพื้นเสมือนกับเป็นบันไดให้ชายวัยกลางคนนั่นก้าวขึ้นมา
"เยี่ยมมาก..!!"
หวูหนานที่เห็นว่ามันเชื่อฟังเขาก็ตะโกนก้องออกมาด้วยความยินดี เขากระโดดโลดเต้นราวกับเด็กน้อยพร้อมกับเข้าไปกอดคอของเจ้าแร้งมัจจุราชอย่างแนบแน่น วันนี้สำหรับเขานั่นคือวันที่โชคดีมากที่สุดครั้งนึงในชีวิตเลยก็ว่าได้ หลังจากนี้เขาจะมีแร้งมัจจุราชเป็นพาหณะในการเดินทางแล้ว ชั่งน่ายินดีอะไรเช่นนี้