“แม่!!..ฮึก…ฮือ!!”ซากิสะดุ้งเฮือกจากฝันร้าย ใบหน้าเปรอะเปรื้อนไปด้วยน้ำตาและเหงื่อที่ซึมไปทั้งทังตัวความเ็ปจากฝันร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าโจมตีเขาอย่างไม่หยุดยั้ง ‘เอาอีกแล้ว เขาฝันแบบนี้อีกแล้ว’ซากิบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงสั่นเครือ มือเรียวยกขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบๆราวกับกำลังพยายามขับไล่ภาพอันโหดร้ายในความฝันให้เลือนหายไปแทบจะทันทีที่เสียงะโอย่างหวาดกลัวของซากิดังขึ้นประตูห้องนอนของเขาถูกเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างสูงของเครอส ชายหนุ่มรูปงามใบหน้าคมคายฉายแววใอย่างเห็นได้ชัด เขาสดุ้งตื่นขึ้นเมื่อได้ยินจึงรีบพุ่งพรวดมาดูด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าฟาด ความห่วงใยฉายชัดในแววตาคู่คม
“ฝันร้ายอีกแล้วหรอ” เครอสเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ แฝงด้วยความอ่อนโยน ร่างสูงใหญ่เดินตรงมานั่งลงที่ขอบเตียงข้างๆมือหนายกขึ้นลูบเรือนผมสีเข้มของซากิอย่างปลอบประโลม ััอบอุ่นแผ่ซ่านคลายความตึงเครียดให้ซากิได้บ้าง
"ไม่เป็อะไรแล้วนะ"เครอสกล่าวขึ้นอย่างแ่เบาท่ามกลางความเงียบและความมืดมิดที่โอบล้อมรอบตัวเขา ซากิรู้สึกว่าใจหล่นวูบลงเล็กน้อยแต่ใบหน้าของเขาก็ยังคงฉายแววความเ็ปและหวาดกลัวดังเดิมถึงแม้จะมีเครอสอยู่ใกล้ๆความฝันนั้นก็ยังคงทิ้งรอยแผลไว้ลึกเกินกว่าจะลบเลือนได้ในพริบตาเครอสรับรู้ได้ถึงความสับสนปนเปในดวงตาคู่สวยของซากิเขารู้ดีว่าความเ็ปจากอดีตไม่สามารถหายไปได้ง่ายๆ เครอสนิ่งไปครู่หนึ่งปล่อยให้ความเงียบเข้าคลอเคลีย เพื่อให้ซากิได้รวบรวมสติก่อนที่ริมฝีปากหยักจะคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าซากิเริ่มผ่อนคลายขึ้นใบหน้าคมคายฉายแววทะเล้นนิดๆ
"จะให้ฉันนอนเฝ้าก็ไม่รังเกียจหรอกนะ"เครอสกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเล็กน้อยเขาไม่ได้คาดหวังให้ซากิยอมให้เขานอนด้วยจริงๆหรอกแค่อยากให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นบ้าง แต่แล้วสิ่งที่เครอสคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นซากิล้มตัวลงนอนพลางเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของเครอสจนร่างสูงใหญ่ของเขาเซถลาล้มลงมาคร่อมร่างบางของซากิไว้พอดิบพอดี ดวงตาคู่สวยของซากิมองสบตาคมของเครอสที่เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา
"จะนอนก็นอนสิ"
คำพูดสั้นๆคำนั้นทำเอาเครอสแข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุอกความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากร่างบางใต้ร่างทำให้เขาแทบลืมหายใจ เครอสรีบขยับตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ทับซากิก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างๆ อย่างระมัดระวัง แขนแกร่งเอื้อมไปโอบรอบเอวบางของซากิเบาๆดึงร่างนั้นเข้ามาชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวซากิทำให้เครอสรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดเขาซบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่ม ปล่อยให้ความรู้สึกอ่อนโยนเข้าครอบงำท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน มีเพียงแสงจันทร์รอดผ่านผ้าม่านเข้ามาเพียงน้อยนิดส่องให้เห็นเงาร่างสองร่างที่ซบกันอย่างอบอุ่น
แม้จะไม่ได้เป็อะไรกันไปมากกว่าเ้านายกับลูกน้อง หรือ เพื่อนร่วมบ้าน ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นตลอด2ปีที่ผ่านมา ั้แ่ที่พ่อของเครอสรับซากิและฮารุมาดูแลก็ทำให้พวกเขาสนิทกันพอสมควร การฝึกต่อสู้ร่วมกัน และกิจกรรมอื่นๆที่ทำด้วยกันเสมอ ยิ่งตอกย้ำความใกล้ชิดนี้ เครอสเองก็รู้ดีว่าเขารู้สึกปลื้มซากิไม่น้อยและพยายามที่จะตีสนิท รวมถึงจีบซากิอย่างจริงจัง เขาดูแลเอาใจใส่ซากิอย่างดีที่สุดแต่สำหรับซากิแล้ว ความรู้สึกยังคงคลุมเครือ เขาไม่ได้รังเกียจเครอส แต่ก็ยังไม่ยอมรับว่าชอบหรืออาจจะยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองด้วยซ้ำ
ค่ำคืนนี้ซากิไม่ได้ฝันร้ายอีกเลยตลอดทั้งคืน เพราะมีอ้อมกอดของเครอสเป็เกราะป้องกันภัยจากเงาอดีตอันมืดมิดเป็อ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยังไม่ชัดเจนแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยและปรารถนาดี
.
.
แสงอ่อนของอรุณรุ่งพาดผ่านเข้ามาในห้องนอนที่เคยเต็มไปด้วยฝันร้ายของซากิเผยให้เห็นร่างใหญ่ที่ยังคงหลับใหลอย่างสงบข้างๆเขา ใบหน้าคมคายจมูกโด่งเป็สันกำลังนอนหลับตาพริ้มอย่างไร้เกราะป้องกันใดๆชายที่มักจะใส่ใจและเป็ห่วงเขาอย่างสม่ำเสมอคนคนนี้ชอบทำให้ซากิรู้สึกแปลกๆอยู่เรื่อยไปรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แปลกประหลาดที่เขาห่างหายมานานซากิทำเพียงนอนจ้องมองใบหน้านั้นอยู่พักหนึ่ง และได้แต่คิดทบทวนอะไรหลายๆภายในใจก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวออกไปวิ่งเหมือนปกติในทุกๆเช้าตามจริงแล้วซากิมีบ้านอยู่หลังหนึ่งขนาดกลางอยู่ใกล้ๆกับตัวเมืองส่วนคฤหาสน์ของเครอสอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตรและทุกวันซากิจะวิ่งจากคฤหาสน์ไปตามทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าร่มรื่นและวิวูเาเขาจะวิ่งตรงไปที่ร้านคาเฟ่ร้านหนึ่ง เพื่อไปซื้อคาราเมลมัคคิอาโต้กับอาหารเช้า 1ชุด ก่อนจะเข้าไปในบ้านของตนเอง
.
แกร๊ก
ประตูสีไม้เปิดออกเผยให้เห็นห้องนั่งเล่นขนาดพอเหมาะที่ประดับไปด้วยโซฟาสีน้ำตาลเข้มและโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมซากิเดินไปที่โต๊ะนั้นก่อนที่จะวางของที่ซื้อมาลงแล้วเดินไปที่ประตูไม้ห้องหนึ่งภายในบ้าน
ก๊อกก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ซากิจะเอ่ยปากว่า
"ฮารุ...พี่ซื้ออาหารเช้ามาให้ ตั้งไว้ที่โต๊ะนะ อย่าลืมกินด้วยล่ะ" ซากิยืนเงียบไปชั่วครู่หนึ่งด้วยสีหน้าหม่นหมอง รู้สึกเสียใจ สับสนและน้อยใจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยต่ออีกว่า
"ถ้างั้นพี่ไปแล้วนะ...อย่าลืมไปเรียนด้วย ห้ามสายล่ะ"
หลังจากนั้นซากิก็ได้วิ่งกลับออกไป เขายังไม่วายวิ่งไปที่คาเฟ่อีกครั้งหนึ่งเพื่อซื้อกาแฟอีก 2 แก้วกลับไปให้คนตัวโตที่ยังนอนรอเขาอยู่ที่คฤหาสน์ไม่นานนักร่างของซากิปรากฏขึ้นที่หน้าคฤหาสน์ด้วยเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเขารีบเดินตรงไปยังห้องครัววางแก้วกาแฟทั้งสองลงบนเคาน์เตอร์พบว่ามีคนตัวโตกำลังนั่งงัวเงียที่เก้าอี้โต๊ะบาร์ เครอสใช้มือหนาขยี้ตาเบาๆเมื่อเห็นซากิยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมแก้วกาแฟสองแก้วรอยยิ้มกว้างก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของเขา
"ไหนบอกจะไปวิ่งไง?ทำไมถึงเอาของมาส่งถึงที่ล่ะ" เครอสเอ่ยแซวพร้อมกับรอยยิ้มทะเล้นซากิยื่นแก้วกาแฟให้เครอสโดยไม่พูดอะไร ใบหน้ายังคงนิ่งเรียบแต่เครอสก็เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของอีกฝ่าย
"ขอบคุณครับ"เครอสรับแก้วกาแฟมา พลางจ้องมองซากิที่กำลังยืนนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้น
"เหนื่อยไหม? มานั่งพักก่อนสิ"เขายื่นมือไปตบที่ว่างข้างๆ ซากิลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็เดินไปทรุดตัวนั่งลงอย่างเงียบๆ
บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบงันแต่เป็ความเงียบที่ไม่ได้อึดอัด เครอสมองซากิที่กำลังถอนหายใจแ่เบาร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการวิ่งสะท้อนอยู่บนใบหน้าถึงแม้จะไม่ได้แสดงออกทางอารมณ์มากนักเครอสรู้ดีว่าซากิกำลังแบกรับอะไรมากมายไว้ในใจ ทั้งาแในอดีตที่ฝังลึกและความรับผิดชอบที่ต้องดูแลทุกอย่าง
"วันนี้มีประชุมกับพวกคนใหญ่คนโตนะ"ซากิเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาคมกริบของเขามองตรงไปยังเครอส"เตรียมตัวให้พร้อมด้วย"
"แน่นอน"เครอสตอบ พลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ดวงตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาของซากิความรู้สึกบางอย่างที่ยังไม่ชัดเจนแล่นผ่านระหว่างพวกเขาเครอสอยากจะเอื้อมมือไปลูบผมของซากิอีกครั้ง แต่ก็ต้องยับยั้งใจไว้
การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งมันไม่ใช่แค่การพูดคุยทางธุรกิจ แต่เป็การแสดงอำนาจและอิทธิพลที่เครอสต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้สืบทอดตระกูลเครอสรู้ดีว่าเขาต้องพึ่งพาซากิเป็อย่างมากในสถานการณ์เช่นนี้ซากิผู้ซึ่งเป็มากกว่าลูกน้อง เขาคือเสาหลักที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเครอส
แผลใจที่ฝังลึกจากอดีตยังคงเป็เหมือนเงาตามหลอกหลอนซากิการต้องสูญเสียครอบครัว การที่พ่อของเครอสรับเขาเข้ามาดูแลแต่แล้วก็ต้องเสียอาร์คัสไปอีกคนทำให้ซากิแบกรับความรู้สึกมากมายและความรับผิดชอบอย่างหนักอึ้งการดูแลเครอสและฮารุ คือหน้าที่ที่ซากิเลือกที่จะแบกรับไว้คนเดียวส่วนความสัมพันธ์กับฮารุ น้องชายที่ดูเหมือนจะห่างเหินออกไปทุกทีก็ยังคงเป็อีกหนึ่งาแในใจของซากิ เขาอยากจะปกป้องฮารุจากโลกมืดนี้แต่ก็รู้ดีว่ามันคงเป็ไปไม่ได้
ขณะที่ซากิกำลังจะลุกออกไปเครอสก็คว้าข้อมือของเขาไว้เบาๆ "ซากิ..."เครอสเอ่ยเสียงแ่ ใบหน้าของเครอสเต็มไปด้วยความจริงจัง"นาย...โอเคใช่ไหม?"
ซากินิ่งไปชั่วขณะก่อนจะหันกลับมามองเครอส ดวงตาของเขาประสานกันััที่ข้อมือของเครอสทำให้ใจของซากิสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้เขาพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้านิ่งเรียบยังคงฉาบด้วยความไม่แสดงออกแต่แววตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย
"ฉันโอเค"ซากิตอบสั้นๆ ก่อนจะดึงมือออกช้าๆ และเดินออกจากห้องไปทิ้งให้เครอสนั่งมองแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและปรารถนาดี