หลังจากอำลาแม่ทัพเซเรียสแม่ทัพอาสุกับแม่ทัพอาวุก็นำกองกำลังที่เหลือวิ่งตะบันอย่างรวดเร็วผ่านช่องเขาเสียงโศกเมื่อทัพหน้าของพวกเขาได้ผ่านส่วนหน้าของแนวเขาไปแล้วนั้นอยู่ๆท้องฟ้าอันมืดครึ้มก็ปรากฏแสงสีแดงสว่างจ้าจนแม่ทัพอาสุมองเห็นทุกอย่างเป็นสีแดงด้วยลางไม่ดีเขาตระโกณเสียงดังเพื่อเร่งให้กองทัพที่เหลือผ่านช่องเขาให้ได้เร็วที่สุดแต่แล้วเมื่อตัวเขาได้ผ่านไปและกองกำลังส่วนใหญ่มาถึงปากทางเข้าช่องเขาในขณะเดียวกันนั้นเองลำแสงสีแดงและเสียงระเบิดดังกำปะนาศก็เกิดขึ้นแรงกระแทกได้พัดเอาแม่ทัพทั้งสองปลิวออกไปไกลแม่ทัพอาสุในสภาพที่นอนหงายแหงนหน้าไปข้างบนก็พบเขากับก้อนหินขนาดใหญ่ที่กำลังหล่นลงมายังช่องเขาและนั้นก็เป็นภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นก่อนที่จะสลบไป
“คะ แคก แคก” แม่ทัพอาสุรู้สึกคอแห้งและเจ็บไปทั่วทั้งตัว เขาเจ็บจนเขาแทบขยับตัวไม่ได้แต่ก็รู้สึกได้ว่าตัวเองอยู่บนหลังของวาร์ค เขาพยายามลืมตาแต่ก็ไม่สำเร็จ
“แคก แคก”
“อาสุใจเย็นๆเจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องขยับ ไม่ต้องขยับ”
“มะ มีคนรอดกี่คน แคก แคก” แม่ทัพอาสุสำลักเลือดเสียออกมา
“ตอนนี้เหลือเรากี่คน”
“รวมข้ากับเจ้าแล้ว ตอนนี้เราเหลือไม่ถึงสองร้อย” เสียงของแม่ทัพอาวุตอบอย่างแผ่วเบา
“อาา ข้าทำแม่ทัพเซเรียสผิดหวัง” อาสุตอบน้ำตาลูกผู้ชายของเขาไหลออกมา เสียงของเขาเหมือนเขาหมดอาลัยตายอยากจนแม่ทัพอาวุเป็นห่วง
“ไม่ เจ้าต้องบอกว่าเราช่วยชีวิตได้ตั้งสองร้อยคน นั้นมันมากมายแล้ว”
“ไม่ต้องปลอบข้า แคก แล้วนี้เราอยู่ที่ไหน”
“ข้ามเนินฟาเมตนี้ไปเราก็จะไปถึงเมืองซากันแล้วละ” ในขณะนั้นเองวาร์คที่พวกเขาขี่มาก็มีท่าทีแตกตื่นและเมื่อพวกเขาขึ้นไปบนเนินฟาเมตเขาก็ต้องเจอเข้ากับภาพเมืองซากันที่กำลังลุกไหม้และที่กลางเมืองเขาก็เห็น combat walkerของมนุษย์ยืนตระหง่านและล้อมรอบไปด้วยเปลวเพลิงประหนึ่งเทพปีศาจเพลิงที่ชั่วร้าย บนท้องฟ้ายังมียานรบที่มีขนาดกว่าห้าร้อยเมตรลอยเด่นเหนือเมืองที่เผาไหม้ เมืองซากันของพวกเขาจบสิ้นแล้วและไม่นานพวกเขาก็เช่นกันเมื่อฝูงบินไทป์ไฟเตอร์ค่อยๆลอยลำล้อมพวกเขาไว้และลำแสงพิฆาตก็ถูกปล่อยใส่พวกเขา
ณ ยานรบประเภท Destroyer
“ท่านดยุกฟากัส เราเจอหนูกลุ่มหนึ่งขอรับ” เสียงดังจากเจ้าหน้าที่ประจำยานรายงานดยุกฟากัสผู้ที่ได้ชื่อว่าคมดาบแห่งแดนเหนือ
“ส่งฝูงบินไปจัดการให้เรียบร้อย ข้าจะรายงานไปยังองค์ราชา” ชายร่างสูงใหญ่เหมือนคนเถื่อนมีผมสีแดงเพลิงและดวงตาสีแดงดุจเลือดได้กล่าวแล้วลุกขึ้นยืนก่อนที่จะกางม่านพลังป้องกันปกปิด
“เรียนองค์ตะวันของอาณาจักรภูลิอันที่รัก ข้าฟากัส เออ ลองกัสขอนอบน้อมแด่พระองค์”
“ไม่ต้องมากพิธีดยุกฟากัสสถานการของท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
“เรียบร้อยดีพะยะคะฝ่าบาท”
“งั้นรึ สมแล้วที่เป็นท่าน ท่านปู่”
“อะแฮ่ม!! มิสมควรฝ่าบาทกระหม่อมแค่ทำตามพระประสงค์ของท่าน”
“รักษาพระองค์ด้วยฝ่าบาท”
“ท่านก็เช่นกัน” หลังจากติดต่อกับราชาริชาร์ดเสร็จดูเหมือนว่าอารมณ์ของดยุกฟากัสจะดีขึ้นเป็นพิเศษถึงขนาดฮำเพลงออกมาเบาๆ
“ท่านดยุกดูอารมณ์ดีจังเลยนะครับ” เสียงของผู้ช่วยได้ดังขึ้นมาจากด้านหลังของดยุกฟากัส
“แน่นอนอยู่แล้วข้าอุตสาได้คุยกับหลานรักของข้าเลยนะ แล้วหนูพวกนั้นละจัดการเสร็จแล้วรึยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับ”
“ดี งั้นเราเก็บข้าวของแล้วไปรอที่จุดนัดพบ” เมื่อผู้ช่วยได้ยินคำกล่าวที่สุดแสนจะบ้านๆของดยุกก็ได้แต่ส่ายหัวก่อนที่จะดำเนินการเรียกกองกำลังทั้งหมดกลับขึ้นยาน ห่างออกไปจากเมืองซากันหลายกิโลเมตรภาพเมืองที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงได้ปรากฏอยู่ทุกที่ในคืนเดียวกันเมืองใหญ่ทั้งสี่ของอาณาจักรก็อบลินได้ถูกทำลายประชากรก็อบลินหลายแสนได้ถูกฆ่าและที่สูญหายก็ไม่อาจนับได้หลังจากแสงของเพลิงได้ดับลงโลกก็กลับมาสู่ความมืดมิดอีกครั้ง