บทที่ 18 หญิงสาวช่วยบุรุษงาม
ภายในงานได้ถูกจัดแบ่งเป็ฝั่งชาย และฝั่งหญิง เมื่อเข้ามาถึงในงาน จิวฮวาก็โดนฮูหยินผู้เฒ่าลากไปจนทั่วงาน เพื่อแนะนำตัวกับบรรดาเหล่าฮูหยินต่างๆ ในที่สุดใน่เวลาที่เ้าบ่าวออกไปรับเ้าสาวที่จวนสกุลจ้าว ฮูหยินผู้เฒ่าก็ตัดสินใจปล่อยให้จิวฮวาได้เป็อิสระ ให้เธอได้ไปพูดคุยทำความรู้จักกับคุณหนูจากสกุลต่างๆ
จริงๆั้แ่เข้างานมาก็มีแต่สายตาจับจ้องมาที่จิวฮวา มีทั้งสายตาชื่นชมและอิจฉาริษยา เพราะหากจะเปรียบเทียบจิวฮวากับผู้หญิงคนอื่นๆนั้นถือได้ว่า จิวฮวาเป็คนที่สวยโดดเด่นเป็อย่างยิ่ง หน้าตาของเธอเป็การผสมผสานกันอย่างลงตัว ของตะวันตก และตะวันออก เธอไม่ได้ดูรูปร่างใหญ่โตจนเกินไป และไม่ได้มีจมูกที่โด่งเกินไป หรือมีตาที่รูปทรงแตกต่างแบบชาวตะวันตก หากแต่เธอกลับดูสวยหวาน คมเข้มเสียมากกว่า หากบอกว่าเธอเป็ตุ๊กตาที่เดินได้ ก็น่าจะมีคนเชื่อ
ตลอด่เวลารอคอย แม้จะต้องสนทนากับเหล่าคุณหนูจากตระกูลต่างๆ จิวฮวาก็ยังพยายามมองหาพระเอกของเธอองค์ชายรองที่รัก ที่ควรจะวิ่งเล่นผ่านมาแถวนี้บ้างสิ แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นจะโผล่มาเลย
และแล้ว่เวลารอคอยก็มาถึง เมื่อองค์ชายสาม เซวียนเฟยหลิงไปรับตัวเ้าสาวจ้าวหลินหลันมาแล้ว และกำลังจะเริ่มทำพิธีคำนับฟ้าดิน ตามเนื้อเื่จะเริ่มกล่าวถึงองค์ชายรอง เซวียนเฟยหรงใน่จังหวะนี้ที่มองการทำพิธีแล้วก็เบื่อจึงลุกออกไป
ดังนั้นองค์ชายรองก็ควรจะปรากฏให้เห็นในฉากได้แล้ว จิวฮวาไล่สายตาไปตามผู้คน และแล้วเธอก็สบตาเข้าไปชายผู้หนึ่ง เขานั่งอยู่ในแถวของแขกผู้ใหญ่ในฝั่งชาย เนื่องด้วยฮ่องเต้และฮองเฮาไม่สามารถมาร่วมงานได้ ดังนั้นประธานในพิธีฝ่ายชายจึงเป็องค์รัชทายาท เซวียนเฟยฮุ่ยและพระชายา ส่วนองค์ชายรองก็นั่งเป็ส่วนหนึ่งอยู่ฝั่งญาติผู้ใหญ่ดังคาด
ใน่เวลาที่สบตากันเพียงชั่วครู่ จิวฮวาก็ถึงกับใจกระตุก แต่เมื่อนึกดูดีๆ บริเวณที่เธอยืนอยู่มีแขกตั้งเยอะแยะ คงเป็เธอที่คิดไปเองที่ได้สบตากับเซวียนเฟยหรง
องค์ชายรองรูปร่างหน้าตาเป็ดังที่ถูกบรรยายไว้ในนิยายทุกประการ คือชายหนุ่มผู้มีรูปร่างสูงสง่า ใบหน้าสวยคมได้รูป คิ้วคมเค้ม ดวงตาหงส์ ปากกระจับสวยงาม หากแต่เพราะยังมีกลิ่นอายของความเป็เด็ก ทำให้ไม่อาจััถึงเสน่ห์ของบุรุษเพศได้ เพราะแววตานั้นช่างใส่กระจ่างราวกับเด็กน้อยนั่นเอง
แต่สำหรับจิวฮวากับรู้สึกว่า นี่มันโคตรหล่อ ใครบอกว่าััเสน่ห์ความเป็ชายไม่ได้ ใจข้านี่ไงเต้นจนจะกระเด็นออกมาจากอกอยู่แล้ว หากเซวียนเฟยหรงไปอยู่ในยุคที่เธอจากมาล่ะก็ เขาจะต้องกลายเป็ดาราชื่อดัง หรือไอดอลได้แน่ๆ
และแล้วก็เป็ไปดั่งบทในนิยาย ที่กล่าวไว้ว่าองค์ชายรองรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับพิธีการ เมื่อเห็นมีผีเสื้อบินผ่านหน้า ก็ะโเล่นไล่จับตามผีเสื้อออกไป จิวฮวาหันไปมองหน้าฮูหยินผู้เฒ่า แล้วกระซิบบอกเบาๆ “ท่านยายเ้าคะ หลานปวดหนัก ขอตัวสักครู่นะเ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้ารับ ก่อนที่จะกระซิบตอบกลับเสียงเบา “ไปรีบไปเร็วเ้า แล้วก็รีบกลับมา อย่าไปยืนเถลไถลที่ไหน”
“เ้าค่ะ” จิวฮวากล่าวตอบ หลังจากได้รับอนุญาตแล้ว จิวฮวาก็รีบวิ่งถลาออกไปจากเรือนที่กำลังทำพิธีการทันที โดยมีสาวใช้ทั้งสองตามไปด้วย ทิ้งให้ฮูหยินผู้เฒ่าที่หันมองตามได้แต่ส่ายหัวเบาๆ สงสัยจะปวดหน้าจริงๆ
หลังจากเดินหลงทางกว่า 2เค่อ ในที่สุดจิวฮวาก็เจอศาลาริมสระบัวที่นิยายได้กล่าวถึง สถานที่องค์ชายรองกำลังนั่งพัก และจะได้ช่วยเสิ่นิฮวาที่กำลังตกน้ำ แผนของเธอก็คือจะชิงตกน้ำก่อนเสิ่นิฮวา และให้องค์ชายรองทำการช่วยเหลือเธอแทน จากนั้นเหล่าฮูหยินก็จะเดินมา และก็จะเป็ไปดั่งกลอุบาย
หากแต่เพราะมัวแต่หลงทาง เหตุการณ์จึงได้เริ่มดำเนินต่อไปแล้ว ตามเื่ราวที่อยู่ในนิยาย จิวฮวามองเห็นฝั่งตรงข้ามเสิ่นิฮวากำลังเดินหัวร่อต่อกระซิกมากับบรรดาบ่าวไพร่ และกำลังจะก้าวขึ้นไปบนสะพาน
หากแต่จังหวะนั้นเอง ที่เสิ่นิฮวาควรที่จะเดินขึ้นมาบนสะพานแล้วสะพานก็หักลง กลับกลายเป็เซวียนเฟยหรง ที่ลุกขึ้นมาไล่ผีเสื้อไปกลางสะพาน แล้วสะพานก็หักลงแทน องค์ชายรองกรีดร้องดังลั่นก่อนที่จะล่วงน้ำลงไป เสิ่นิฮวาที่ยังไม่ทันได้ก้าวขึ้นสะพานจึงแคล้วคลาดปลอดภัย
“ไม่นะเฟยหรง” จิวฮวาอุทานออกมาด้วยความใ ก่อนที่จะวิ่งถลาไปยังบ่อบัว ไม่ทันได้คิดอะไรให้มากความ ว่าตามเนื้อเื่นั้นองค์ชายรองว่ายน้ำเป็ เธอก็ะโลงน้ำตามไปแล้ว ว่ายท่าฟรีสไตล์เข้าไปหาองค์ชายรองที่กำลังพยายามตีแขนตีขาตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดทันที
จิวฮวานั้นลืมไปสนิทว่าตนมีเวทย์ลม หากใช้เวทย์ลมก็คงจะลอยไปดึงองค์ชายรองขึ้นมาแบบสวยๆได้ หรือจะใช้เวทย์น้ำผสานเวทย์ลม ห่อหุ้มองค์ชายรองขึ้นมาจากน้ำก็ได้ สุดท้ายเธอก็เลือกใช้วิธีที่ไม่ต้องใช้เวทย์ใดๆในการช่วยเหลือ นั่นคือะโลงน้ำแล้วว่ายท่าฟรีสไตล์เข้าไปหาอย่างตอนนี้
ทางเซวียนเฟยหรง หลังจากเหลือบดูว่ามีคนกำลังเข้ามาช่วยเหลือแล้ว แถมยังเลือกว่ายน้ำเข้ามา จึงคิดไปว่าคงจะเป็บ่าวไพร่เพราะหากเป็ลูกหลานขุนนางนั้น คงจะเลือกใช้เวทย์มนต์มากกว่าว่ายน้ำเข้ามาช่วย จึงตัดสินใจจะปล่อยตัวให้จมน้ำไป
ในตอนนั้นเองเมื่อจิวฮวาเห็นเซวียนเฟยหรงจมน้ำหายไปก็ใแทบสิ้นสติ ไม่รอช้าดำน้ำตามลงไปทันที
เป็อีกครั้งที่ทั้งสองได้สบตากัน เมื่อดำน้ำลงมาแล้ว เซวียนเฟยหรงจึงได้เห็นว่าคนที่ดำตามลงมาไม่ใช่บ่าวไพร่ หากแต่ดวงหน้านี้เขากับจำได้ดี นั่นคือสีจิวฮวา หญิงสาวที่ช่วยทำให้เขาจำเหตุการณ์ในอดีตของชาติที่แล้วได้ ถึงจะอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมสีจิวฮวาไม่ใช้เวทย์มนต์ แต่เมื่อพิจารณาดูก็รู้สึกว่าตระกูลสีเป็ตระกูลที่อยู่ฝั่งราชวงศ์เซวียน สามารถไว้ใจได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ต่อต้าน หากแต่แสดงต่อไปว่าจมน้ำหมดสติไปแล้ว
จิวฮวาในที่สุดก็ว่ายมาถึงร่างของเซวียนเฟยหรง เธอคว้าข้อมือของเขาไว้ ก่อนที่จะใช้แรงดึงร่างที่หมดสติของเซวียนเฟยหลงเข้ามากอด แล้วตีขาขึ้นไป แต่มาได้เพียงครึ่งทาง ชุดแบบโบราณที่อมน้ำนั้นแสนหนักอึ้ง นอกจากนั้นยังมีคนเกาะมาด้วยอีกคนเธอก็เริ่มหมดแรง ในตอนที่กำลังจะแพนิกก็นึกขึ้นมาได้พอดีว่าตัวเองนั้นมาอยู่ในโลกที่มีพลังเวทย์มนต์แล้ว จึงทำการใช้เวทย์ลมผสานกับเวทย์น้ำดันน้ำรอบตัวออกไป ก่อให้เกิด่ว่าง แล้วจึงใช้เวทย์ลมช่วยพยุงร่างกายให้เบาขึ้น
จากนั้นด้วยความที่กลัวจะอุ้มเซวียนเฟยหรงไม่ไหว จึงได้ใช้เวทย์ลมพยุงร่างของเขาด้วย แล้วทำการรวบร่างเข้าขึ้นมาอุ้ม ในท่าอุ้มเ้าสาว แล้วถีบตัวขึ้นไปจนพ้นน้ำ
เมื่อเสิ่นิฮวามองลงไปในน้ำก็พบฟองอากาศ ในตอนแรกเธอนั้นจะใช้เวทย์มนต์เข้าช่วยเซวียนเฟยหรว หากแต่มีคนะโลงน้ำตัดหน้าไปก่อน นึงไม่กล้าที่จะทำอะไร
และใน่จังหวะนั้นเอง ก็ปรากฏร่างสองร่างพุ่งทยานขึ้นมาเหนือน้ำ โดยร่างหนึ่งเป็หญิงสาวในชุดสีมพู ตัดเหลืองอ่อน เพราะเปียกน้ำชุดจึงลู่แนบสนิทไปตามเนื้อกาย ทำให้เห็นทรวดทรงที่เย้ายวนอย่างชัดเจน ในอ้อมแขนของเธอมีเซวียนเฟยหรงที่กำลังหมดสติ ถูกอุ้มเอาไว้ในอ้อมแขนของจิวฮวา ด้วยท่าอุ้มเ้าสาวข้ามธรณีประตู
จากนั้นร่างนั้นก็ค่อยๆลอยลงบนฝั่งช้าๆ แลคล้ายกับนางฟ้ากำลังส่งเทวดากลับจากสรวง์ บรรดาบ่าวไพร่ที่เห็นภาพต่างก็พากันอ้าปากค้างด้วยความตกตลึงในความงดงาม
จิวฮวาวางร่างของเซวียนเฟยหรงลงบนพื้นข้างริมสระ ก่อนที่จะทำการตบหน้าเขาเบาๆเพื่อปลุกให้เขาตื่น “องค์ชายรอง องค์ชายรองเพคะ”
จากนั้นเธอจึงเหลือบไปเห็น เสิ่นิฮวาทำทีเป็รีบวิ่งเข้ามาให้การช่วยเหลือ หากแต่จิวฮวากลับะโเสียงดังห้ามไว้ก่อน “พวกเ้าหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ ห้ามเข้ามาใกล้ ข้า้าพื้นที่ให้ผู้ป่วยหายใจ” เมื่อได้ยินดังนั้นเสิ่นิฮวาก็ได้แต่ยืนอยู่กับที่ด้วยความขัดใจ
หากแต่จิวฮวาก็หาได้สนใจไม่ เธอทำการตรวจเช็คการหายใจของเซวียนเฟยหรง ตรวจสอบจมูกและปากว่ามีเศษหญ้า หรือสิ่งสกปรกใดๆอุดตันปิดการหายใจหรือไม่ เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจแล้ว ว่าเซวียนเฟยหรงนั้นยังหายใจ หากแต่ยังไม่ได้สติ
เธอก็เริ่มกระบวนการทำซีพีอาร์ ตามที่เคยอบรมมาสมัยเรียนทันที โดยการวางสันมือลงบนกระดูกหน้าอกบริเวณครึ่งล่างของประดูกหน้าอก ศอกตั้งตรง เตรียมโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อเริ่มนวดหัวใจ แต่แล้วเธอก็หยุดชะงักไป
ผู้ป่วยจมน้ำนี่ควรนวดหัวใจก่อน หรือทำการผายปอดก่อนกันแน่นะ ด้วยความที่ตายและเกิดใหม่มาแล้วหลายปีทำให้จิวฮวาหลงลืมวิธีช่วยคนเบื้องต้น แต่จากนั้นก็นึกได้ว่าถ้าตามในนิยายก็ควรทำการผายปอดก่อนสิ และตอนนี้เธอก็อยู่ในนิยาย ดังนั้นเธอจะทำการผ่ายปอดก่อนเป็อับดับแรก ในเมื่อเธอตรวจเช็คแล้วว่าเซวียนเฟยหรงนั้นยังหายใจ เธอก็คงยังไม่ต้องนวดหัวใจ
จริงๆแล้วเขาก็แค่สลบไป ถ้าเธอปล่อยเข้าไว้เฉยๆเขาก็คงฟื้นขึ้นมาเองได้ แต่เมื่อจิวฮวาคิดได้ว่า นี่มันคือฉากเซอร์วิสแฟนๆนะ ถ้าเธอไม่คว้าเอาไว้เธอไม่กลายเป็คนโง่หรือ ดังนั้นเธอจึงเริ่มกระบวนการผายปอดทันที ด้วยการใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้มือซ้ายทำการบีบจมูกเซวียนเฟนหรงให้สนิท จากนั้นก็ใช้มืออีกข้างเชยคางของเขาขึ้นมา ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปแล้วเอาปากประกบกับปากของเซวียนเฟยหรงจนแนบสนิททันที
ในขั้นตอนนี้เซวียนเฟยหรงก็ลืมตาโพร่งขึ้นมาด้วยความใแล้ว หากแต่เพราะจิวฮวามัวแต่จดจ่ออยู่กับขั้นตอนการผายปอดที่เคยเรียนมาอยู่ก็เลยไม่ทันได้สังเกตว่าผู้ป่วยได้ฟื้นแล้ว เธอไม่รอช้ารีบเป่าลมช้าๆยาวๆ เข้าไป ในขณะที่สายตาคอยสังเกตว่าหน้าออกของเซียนเฟยหรงยกตัวสูงขึ้นหรือไม่
แต่เซวียนเฟยหรงนั้นยังไม่ทันได้ขัดขืน ก็มีเสียงกรี๊ดด้วยความใของคนบางคนดังขึ้นเสียก่อน แน่นอนว่าคนนั้นไม่ใช่เสิ่นิฮวา แต่เป็ฮูหยินกลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านมาทางนี้ต่างหาก และก็บังเอิญเหลือเกินที่หนึ่งในนั้นดันเป็ท่านยายของเธอด้วย