(E-Book) มารเร้นกายดับแสงดารา

    ตอนที่ 59 ลอบทำร้าย

    เมื่อได้ยินเสียงมารน้อย สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็กลับมาสมบูรณ์ แม้จะพยายามส่งกระแสจิตหาอีนั่วสักเท่าใด เขากลับไม่ได้ยินเสียงจากอีกฝ่ายเลย


    “มันผู้ใดกล้าทำร้ายลูกเมียข้า” พลังมารชั่วร้ายแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ความโกรธกราดเกรี้ยวยิ่งทำให้พลังที่อยู่รอบตัวเขากลายเป็นยาพิษชั้นดีบ่อนทำลายสัตว์อสูรทีละนิด


    จอมมารสูบกลืนสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเขาเข้าไปโดยไม่รู้ตัวแทบจะหลงลืมไปชั่วขณะว่าเขาคือผู้ใด พลันลึก ๆ ในใจเหมือนมีสายลมพริ้วไหวพัดผ่านต้นไม้แห่งชีวิตของเขา ดวงตาสีม่วงแดงจึงค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ


    “เยว่ชิงหรือ” เขาพึมพำสัมผัสความรู้สึกนั้น “เป็นเจ้าจริงหรือ”


    เขาหลับตาลงปล่อยใจหลงใหลกับสัมผัสอบอุ่นนั้นชั่วขณะ เมื่อพึงพอใจแล้วจึงกลับมาเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรตนนั้นต่อพลางเร่งมือฉกฉวยเอาพลังของมันมาให้เร็วที่สุดจะได้รู้กันเสียทีว่ามันผู้ใดกล้ายุ่งกับคนของเขา


    จ่าฝูงสัตว์อสูรไม่เหลือเรี่ยวแรงต่อกร ครั้งสุดท้ายที่มันโดนดาบประจำกายจอมมารตวัดผ่าน ร่างหนาล้มตึงกับพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน


    จอมมารไม่รอช้าร่ายอาคมยึดเอาพลังสัตว์อสูรมาเป็นของตน แม้จะยังไม่รู้ได้ว่าใครจับตัวพวกเขาไปแต่อย่างน้อยครั้งนี้เขาก็สัมผัสได้แล้วว่าจะสูบกลืนกินพลังจากผู้ใดเป็นลำดับต่อไป


    กงจื่อเย่แสยะยิ้มกางมือแล้วร่ายอาคมคิดสวาปามมารปีศาจและสัตว์อสูรที่อยู่รอบเขาทั้งหมดในคราวเดียว เขาจำเป็นต้องแข็งแกร่งให้มากพอเพื่อปะทะกับศัตรูทั้งห้าในไม่ช้า


    “นายท่าน” โจวเหวินหลงปรากฏตัวต่อหน้าเขาก่อนใคร แต่ไม่ทันได้พูดอะไรก็ถูกจอมมารบีบคอ “นายท่าน”


    หลิวอิงอิงและเฉินซือหยางที่ตามมาทีหลังแทบจะหนีไม่ทันแต่พอรู้ตัวว่าไม่มีทางหนีพ้นจึงเอ่ยปากขอให้เจ้านายของตนใจเย็น


    “นายท่าน พวกข้าพยายามปกป้องนายน้อยกับนายหญิงแล้ว แต่ว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมากเสียจนตั้งตัวไม่ทัน แม้แต่เทพวายุยังรับมือไม่ได้เจ้าค่ะ” หลิวอิงอิงเล่าเรื่องราวตามความเป็นจริงด้วยสีหน้ากังวล


    “แล้วอย่างไร” เขาถามอย่างไม่แยแส


    “เวลานี้ สวีต้าเฟิงกลับสวรรค์เตรียมกองทัพเพื่อค้นหานางแล้วขอรับ” เฉินซือหยางเหลือบตามองมังกรดำที่ยังถูกบีบคอจนแทบจะสิ้นลม


    “ไร้ประโยชน์สิ้นดี” จอมมารตวาดเสียงดังลั่นแล้วเหวี่ยงร่างมังกรดำไปอีกทางหนึ่ง โจวเหวินหลงสูดหายใจเฮือกใหญ่คิดว่าชีวิตตัวเองคงจะสิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้


    “...” สมุนทั้งสามนิ่งเงียบรอฟังคำสั่งไม่กล้าเอ่ยปากแม้แต่นิดเดียวเพราะกลัวจะทำให้เขาไม่พอใจมากกว่าเดิม


    “แยกย้ายกันไปตามหา”


    พวกเขามองหน้ากันเพราะคิดว่าจะได้ยินคำสั่งมากกว่านี้แต่ในเมื่อจอมมารพยายามสะกดอารมณ์ของตัวเองได้อยู่ก็ควรจะพยักหน้ารับรู้แล้วรีบไปจากตรงนั้นเสียดีกว่า


    กงจื่อเย่ใช้พลังของสัตว์อสูรตนนั้นตรวจสอบมารที่แข็งแกร่งตามลำดับแล้วมุ่งหน้าไปยังป่าดอกท้อของจิ้งจอกพันปีทันที


    การปรากฏตัวของเขาสร้างความแตกตื่นให้เผ่าปีศาจยิ่งนัก เวลานี้กงจื่อเย่ไม่ปิดบังตัวตนว่าเขายังมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ราวกับประกาศให้ผู้ที่จับตัวอีนั่วกับสวีลู่ชิงได้รู้ว่ามันถูกหมายหัวเรียบร้อยแล้ว


    เมื่อไปถึงป่าดอกท้อ เขาไม่รีรอทักทาย ไม่กล่าวคำใดทั้งสิ้น ตรามารปรากฏกลางหน้าผากกงจื่อเย่ ร่ายอาคมปิดล้อมไล่ล่าปีศาจจิ้งจอกเหมือนหมาป่าต้อนลูกแกะไม่หยุดไม่หย่อน กลืนกินพลังของพวกนั้นราวกับมารหิวโหยที่ทำอย่างไรก็ไม่มีวันเติมเต็มความกระหายได้


    เสียงกรีดร้องของผู้พ่ายแพ้ดังระงม ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของปีศาจผู้แข็งแกร่งหนึ่งในหกลำดับก้มศีรษะร้องขอชีวิตจอมมารเลือดเย็น


    ยิ่งสัมผัสกับพลังชั่วร้ายมากขึ้น กงจื่อเย่ยิ่งรู้สึกสนุกสนานกับการเข่นฆ่าเหมือนเช่นวันวาน แม้ส่วนหนึ่งลึก ๆ ของใจจะคอยห้ามปรามตัวเองเอาไว้ก็ตาม


    ทุกครั้งที่เขารับพลังมารปีศาจมา ตัวตนของเขาจะแข็งแกร่งมากขึ้น พลังความชั่วร้ายแทบกลับมาเป็นเหมือนจอมมารคนเดิมที่เพิ่งถือกำเนิด


    กงจื่อเย่ไล่สังหารมารในตำนานลำดับที่สอง สาม สี่ จนสิ้นซาก เกิดข่าวลือสะพัดไปทั่วว่าจอมมารกงจื่อเย่กลับมามีชีวิตอีกครั้งทำให้พวกปลาซิวปลาสร้อยที่คิดว่าตนเองยิ่งใหญ่หดหัวกลับเข้าที่ของตนในทันที


    สิ่งมีชีวิตในภพมารแทบหายไปเกินครึ่ง ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่าจอมมารสามารถกัดกินพวกเดียวกันได้อย่างง่ายดาย


    ข่าวลือไม่ได้จำกัดอยู่ในภพมารเท่านั้น พลังเหลือล้นที่กงจื่อเย่ซึมซับในรวดเดียวคล้ายกับจะระเบิดออกมาในเร็ววันหากเขาไม่สามารถควบคุมมันได้ สามภพคงเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน


    ทหารสอดแนมของกองทัพสวรรค์จึงรายงานเรื่องราวโกลาหลในภพมารให้เทพปฐพีได้รับรู้โดยเร็ว พลันเรียกหารือกับเทียนจวินและผู้อาวุโสเพื่อเตรียมรับมือก่อนที่จะสายไป


    สวีต้าเฟิงไม่คิดว่าจอมมารจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็วเพียงนั้น หากสิ่งที่เขาคิดถูกต้อง เหตุผลที่ทำให้มารปีศาจอย่างเขารีบร้อนกลืนกินพลังชั่วร้ายคงเป็นเพราะการหายตัวไปของสวีลู่ชิงและอีนั่ว เทพวายุจึงเบี่ยงประเด็นจากการป้องกันรับมือเป็นบุกค้นหาบุคคลสูญหายคงจะดีกว่า


    ถ้าจอมมารได้รู้ว่าคนรักของตนยังปลอดภัยและความรู้สึกที่มีต่อนางไม่แปรเปลี่ยน เขาคงยอมสลายตัวตนและพลังอีกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้สวีลู่ชิงถูกพลังเทพบรรพกาลบังคับให้นางสังหารเขาตามคำทำนาย


    กงจื่อเย่เดินทางมาถึงดินแดนใต้พิภพตามสัญชาตญาณของสัตว์อสูรที่รับรู้ได้ว่าที่แห่งนี้มีมารผู้ยิ่งใหญ่อีกตนหนึ่งพลันคิดไปว่ามันต้องเป็นผู้ที่จับอีนั่วกับมารดามาแน่ ๆ


    ทว่า การคาดเดาของเขากลับผิดคาดเพราะมารตนนี้ยังเป็นแค่เพียงไข่ใบใหญ่ที่ยังไม่ฟักตัวออกมาเสียด้วยซ้ำ


    เขาเอื้อมมือไปแตะพื้นผิวไข่สีทองอย่างแผ่วเบาแทนการเตะไข่แตกเพราะหงุดหงิดจึงรอดตัวไปเพราะไข่ใบนั้นคือไข่มังกรมีตัวอ่อนอาศัยอยู่ข้างในอย่างสงบ


    จอมมารคิดในใจ มังกรที่เป็นครึ่งเทพครึ่งมารจากยุคบรรพกาลอย่างนั้นหรือ


    สายฟ้าแลบปรากฏรอบเปลือกไข่ดังกระหึ่มฟาดเข้าหากงจื่อเย่โดยไม่ทันตั้งตัว จอมมารเตรียมจะทุบไข่ใบใหญ่ให้แตกเพราะโมโหแต่ต้องยั้งมือเอาไว้เพราะเห็นภาพราง ๆ ของอีนั่วถูกมัดห้อยหัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง


    มารน้อยในภาพภวังค์ตะโกนลั่น สีหน้าทั้งเกรี้ยวกราดและสั่นกลัวระคนกัน


    “ปล่อยข้า”

    “อย่าทำอะไรท่านแม่นะ”

    “ท่านแม่!!!”


    เสียงแผดร้องของบุตรชาย อีกทั้งไม่รู้ว่าชะตาของสวีลู่ชิงเป็นอย่างไรทำให้จอมมารเผลอระเบิดพลังชั่วร้ายที่สะสมมาไม่กี่ชั่วยามพุ่งไปหาอีกฝ่ายผ่านภาพมโนที่มังกรน้อยสร้างขึ้นมา


    ท้องฟ้ากระหึ่มดังลั่น สายฟ้าผ่าลงมาไม่ขาดสาย เบื้องหน้าของจอมมารคือบุตรชายที่ถูกมัดเป็นเหยื่อล่อ อีกทางหนึ่งคือเทพดาราที่กำลังถูกมารที่ไม่ปรากฏในบัญชีรายชื่อทรมานจนกระอักเลือดเปรอะเปื้อนใบหน้างดงาม


    มารตนนี้ร้ายกาจที่สุดในบรรดาที่เขาเคยพบเจอ มันสามารถอำพรางตนเองไม่ให้ผู้ใดรับรู้ตัวตนของมันได้หลายพันปี เพียงแต่วันนี้มันกลับโลภมากอยากครอบครองพลังที่ไม่ใช่ของมันจึงคิดหลอมรวมอีนั่วและลิ้มรสเลือดเนื้อเทพชั้นสูงให้อิ่มหนำ


    แววตากงจื่อเย่ดุร้ายกว่าเดิมหลายสิบเท่า ร่ายอาคมตัดเชือกมัดมารให้อีนั่วเป็นอิสระพร้อมกับพุ่งตัวเข้าหาสวีลู่ชิงในพริบตา


    มารตนนั้นมีนามว่าหลิ่งปิน ไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งเหยื่ออันโอชะของตนจึงสะบัดพลังเกี่ยวตัวเทพดาราเข้าหาตนเอง


    “อย่าริอาจแตะต้องนาง” เสียงตะโกนดังลั่นเรียกสติของสวีลู่ชิงกลับมาทันใด


    เทพดาราไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พบหน้าจอมมารเร็วถึงเพียงนี้ ใครกันเล่าบอกว่าเขาจะสลายไปพันปีหมื่นปี


    พลังเทพบรรพกาลที่อยู่ในตัวนางตื่นขึ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามารปีศาจที่ร้ายที่สุดคือกงจื่อเย่ เห็นทีครั้งนี้ทั้งนางและเขาจำต้องสลายไปพร้อมกันกระมัง

    คล้ายกับเรื่อง(E-Book) มารเร้นกายดับแสงดารา ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34