ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 192 คลั่ง

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 192  คลั่ง



        ร่างในชุดสีดำจ้องมองหน่วยทหารฝั่งตรงข้ามด้วยรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุก สายตาที่มันมองมาราวกับเด็กยามเมื่อเห็นของเล่นใหม่ เพียงแต่ดูไม่เหมือนเด็กปกติสักเท่าไหร่


        “ฮิๆๆ มาเถอะ ข้าจะใช้คนเพียงเท่านี้ อยากจะดูซิว่าพวกเจ้าจะดิ้นรนกันได้มากเพียงไหน เอลเบอร์เจ้าจับตาดูพวกมันเฉยๆ พอ อย่าให้มันเที่ยววิ่งไปทั่ว ข้าขี้เกียจจะต้องมาวิ่งตาม” ชายในชุดดำยังคงยิ้มไม่หุบ มันหันไปพูดกำชับกับสัตว์อสูรร่างใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง โดยที่ได้การตอบรับเป็นการพ่นลมหายใจแรงๆ มาหนึ่งที


        สิ้นคำพูด กลุ่มทหารที่เป็นอเวกระดับสูงของดาร์กฮอไรซอนก็ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ พร้อมกับเกร็งพลังเอาไว้เต็มที่


        ทางหน่วยพิเศษที่นำโดยไคโฮเอง ก็หันหลังชนกันช้าๆ ขมวดคิ้วจ้องมองศัตรูที่อยู่รายรอบด้วยความกังวล ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเริ่มลงมือตอนไหน


        ฝุบ


        การเคลื่อนไหวแรกมาจากทหารจากดาร์กฮอไรซอน มันโจมตีเข้าใส่อเวกระดับเจ็ดที่อยู่ในกลุ่มของคาลอส


        “อั่ก!” แม้จะตั้งรับไว้ก่อนแล้ว แต่ระดับพลังมันต่างกันมากจนเกินไป แรกกระแทกจึงส่งร่างผู้โชคร้ายให้ถอยไปด้านหลัง ปะทะเข้ากับฝูงชนที่อยู่ใกล้ๆ


        ไม่มีเวลาให้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมรบ หลังจากการโจมตีแรกเกิดขึ้น การโจมตีระลอกต่อไปก็พุ่งเข้ามาทันที สมาชิกหน่วยพิเศษจากเขต B ต้องรับมือการโจมตีของอเวกระดับแปดและระดับเก้านับสิบคน ต่อให้พวกเขาจะมีจำนวนมากกว่าแต่ก็ไม่มีความได้เปรียบเลยแม้แต่น้อย


        ปั่ก ปั่ก เพล้ง


        ไม่ว่าจะเป็นเสียงหมัดกระทบเนื้อ หรือคมอาวุธฟาดฟันกันล้วนมีให้ได้ยินหมด คาลอสเองก็ต้องหยิบอาวุธประจำตัวขึ้นมาฟาดฟันศัตรูด้วยเช่นกัน


        สถานการณ์ตอนนี้ร้ายแรงมาก แม้กลุ่มศัตรูที่อยู่โดยรอบจะมีจำนวนไม่มาก แต่กลับทรงพลังจนยากที่จะปราบปราม ยังไม่นับสัตว์อสูรขนขาวที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัว มันน่าเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่คาลอสเคยเจอมา คาลอสรู้สึกว่าแม้แต่ตัวตนระดับไคโฮก็ไม่ได้ทำให้มันรู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย


        คาลอสพยายามสังเกตรอบตัวขณะฟาดฟันขวานเพลิงสุริยันออกไป ด้วยทักษะการต่อสู้อันยอดเยี่ยมของเขา ทำให้ต่อกรกับศัตรูได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำ แม้ในหมู่ของศัตรูจะมีอเวกระดับที่เก้ารวมอยู่ด้วยก็ตาม


        แต่ต้องอย่าลืมว่าหน่วยของเขามีด้วยกันกว่าสามสิบคน คาลอสไม่ได้รับภาระทั้งหมดเพียงคนเดียว


        ในระหว่างที่ทหารภายในหน่วยกำลังต่อสู้กับศัตรูอย่างดุเดือด ไคโฮก็จ้องมองไปยังชายในชุดดำที่จับจ้องมาทางตนตาไม่กะพริบ ถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้ปลดปล่อยไอพลังออกมา แต่กลับทำให้ไคโฮหวาดระแวงอย่างยิ่ง เขาไม่กล้าละสายตาออกจากอีกฝ่ายแม้แต่วินาทีเดียว


        จริงๆ กลุ่มทหารของศัตรูที่เป็นเพียงอเวกระดับแปดและระดับเก้าไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเลย หากมีเขาร่วมต่อสู้ไปด้วย ทั้งหน่วยคงจัดการคนเหล่านั้นได้ไม่ยาก แต่กับชายชุดดำที่อยู่ตรงหน้า...มันทำให้หัวหน้าหน่วยอย่างไคโฮไม่กล้าปลีกตัวไปช่วยควบคุมสถานการณ์


        ตอนนี้หน่วยของพวกเขานับว่าทำภารกิจได้ดีพอสมควร อย่างน้อยก็สร้างความวุ่นวายให้กับส่วนหลังของกองทัพศัตรูได้บ้าง ตัวตนระดับสูงก็ยังต้องใช้เวลากับพวกตนไปพอสมควร แต่ปัญหาคือ...ดูเหมือนพวกมันจะเต็มใจลงมาเล่นด้วยตัวเองเสียมากกว่า


        เมื่อได้ฟังจากปากของชายชุดดำ ว่ามีหน่วยที่คล้ายๆ หน่วยของเขามาตายอยู่ที่นี่แล้วถึงสามหน่วย มันทำให้จิตใจของไคโฮสั่นสะท้านเล็กน้อย


        ดูเหมือนการที่เขต B ส่งหน่วยลับมาปั่นป่วนกองทัพศัตรูจะไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ของกองทัพหลักดีขึ้นเลย ก่อนที่ไคโฮจะมาถึงที่นี่ กองทัพหลักของเขต B แทบจะยันศัตรูเอาไว้ไม่ไหว


        นั่นหมายความว่าหน่วยลับทั้งสามที่เดินทางมาก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำให้การบัญชาการของทัพศัตรูมีปัญหาเลยแม้แต่น้อย พวกมันยังสั่งการการรบได้อย่างเป็นระบบระเบียบ แผนการทุกอย่างดำเนินได้สำเร็จทุกขั้นตอน จนถึงขนาดที่เขต B ส่งกำลังเสริมมาเพิ่มแล้วแต่ก็ยังสะกดกองทัพของศัตรูไม่ได้


        ไคโฮจับจ้องชายชุดดำไม่วางตา ในขณะที่อีกฝ่ายกลับยืนยิ้มหน้าระรื่นด้วยอาการผ่อนคลาย ทั้งคู่เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว โดยมีฉากหลังเป็นการต่อสู้ที่ดูวุ่นวายของทหารทั้งสองฝั่ง


        พรึ่บ


        เพียงชายวัยกลางคนกะพริบตา ร่างในชุดดำก็หายไปจากจุดเดิมและมาโผล่ที่ด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว การเคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างยิ่งและมีเพียงเสียงเสื้อผ้าที่สะบัดไปตามลมเท่านั้นที่ดังออกมา


        ปัง!


        แรงปะทะจากหมัดของชายชุดดำทำเอาไคโฮถอยครูดกลับไปสามถึงสี่ก้าว ชายชุดดำไม่ได้ตามไปซ้ำ เพียงหยุดยืนมองไคโฮด้วยรอยยิ้ม


        แขนของไคโฮชาวาบไปหมด เขายกแขนขึ้นมาป้องกันได้ทันเพราะระวังตัวอยู่แล้ว แต่หมัดที่ดูสบายๆ ของอีกฝ่ายกลับรุนแรงไม่ใช่เล่นๆ


        แน่นอนว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าไคโฮ เขารู้ได้ตั้งแต่วินาทีที่อีกฝ่ายปลดปล่อยพลังและเหวี่ยงหมัดเข้าใส่


        แข็งแกร่งกว่า แต่ก็ยังเป็นอีโวลระดับที่หนึ่ง


        ซึ่งความแข็งแกร่งระดับนี้อาจจะเป็นอีโวลระดับที่หนึ่งขั้นสูงสุด...แต่แล้วอย่างไรเล่า ระดับที่หนึ่งธรรมดาหรือระดับหนึ่งขั้นสูงสุด อย่างไรก็เป็นระดับที่หนึ่ง ในที่สุดไคโฮก็มีความหวังที่จะรอดออกไปจากที่นี่แล้ว!


        ดวงตาของไคโฮสว่างวาบเมื่อได้รู้ความแข็งแกร่งของศัตรู ก่อนจะค่อยๆ เหลือบสายตาไปมองสัตว์อสูรร่างใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล นั่นทำให้ร่องรอยความสดใสในดวงตามืดหม่นลงเล็กน้อย


        สัตว์อสูรที่ยืนคุมเชิงอยู่นี้ไม่อ่อนแอเลย คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่สำหรับไคโฮที่เป็นอีโวลระดับหนึ่งเขารู้สึกได้เลยว่ากลิ่นอายที่มันปล่อยออกมานั้นไม่ได้อ่อนแอไปกว่าตัวเองเลย เผลอๆ จะแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำเพราะมันเป็นสัตว์อสูร


        ถ้าให้เดา สัตว์อสูรขนขาวตัวนี้น่าจะเป็นสัตว์อสูรระดับที่สิบเอ็ด ถ้านับกันตามความแข็งแกร่งก็เทียบเท่าได้กับอีโวลระดับที่หนึ่งขั้นสูงสุด ส่วนหนึ่งมาจากความแข็งแกร่งด้านร่างกาย


        สัตว์อสูรมีร่างกายที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม เพราะฉะนั้นมันไม่จำเป็นต้องค้นหาวิธีก้าวข้ามไปสู่ขอบเขตใหม่เหมือนมนุษย์ เพียงเติบโตตามปกติ จากสัตว์อสูรระดับเก้าเข้าสู่ระดับสิบ ซึ่งเป็นเหมือนกับช่วงเปลี่ยนผ่าน มีพลังเทียบเท่ามนุษย์ครึ่งก้าวเข้าสู่อีโวล ก่อนที่จะพัฒนากลายเป็นสัตว์อสูรระดับสิบเอ็ดที่แสนทรงพลัง


        ด้วยพลังอันน่าพรั่นพรึงของสัตว์อสูร ต่อให้มันเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ระดับที่สิบเอ็ด ความแข็งแกร่งก็เทียบเท่าอีโวลระดับที่หนึ่งขั้นสูงสุดไปแล้ว... หมายความว่าตอนนี้ไคโฮและหน่วยในการปกครองนั้นอยู่ต่อหน้าตัวตนอันตรายที่ทรงพลังมากกว่าหัวหน้าหน่วยอย่างเขาถึงสองตัวตนด้วยกัน


        หากมีเพียงชายชุดดำ ไคโฮค่อนข้างแน่ใจว่าเขาสามารถหลบหนีไปได้ แม้จะต้องทิ้งสมาชิกในหน่วย...


        แต่สำหรับตอนนี้ แม้เขาจะทิ้งสมาชิกทั้งหน่วย ก็ไม่น่าจะหนีรอดออกจากกองทัพศัตรูไปได้


        นี่ยังไม่รู้ว่าฝั่งของศัตรูมีฝ่ายบัญชาการเหลืออยู่อีกหรือไม่ ที่ทุกคนยังรอดชีวิตได้จนถึงตอนนี้ก็เป็นเพราะชายชุดดำต้องการเล่นสนุก แต่หากยังไม่รีบหลบหนีไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ ปล่อยเวลาให้นานออกไป โอกาสรอดชีวิตจะยิ่งน้อยลงทุกขณะ


        ดวงตาของไคโฮหรี่เล็ก ตอนนี้โอกาสรอดชีวิตของเขามีไม่มาก...แต่หากมีสิ่งนั้นล่ะก็ หากเขาเป็นเจ้าของอาวุธนั้น การหนีออกไปจากที่นี่จะไม่ใช่เรื่องยากเลย และเจ้าหนุ่มนั้นจะต้องภูมิใจแน่ที่อาวุธของมันมีประโยชน์ช่วยให้คนในหน่วยหนีรอดไปได้


        อย่างน้อยก็หนีรอดไปได้หนึ่งคนล่ะนะ...


        ชายชุดดำสังเกตเห็นปฏิกิริยาทั้งหมดของชายตรงหน้า มันประหลาดใจเล็กน้อย ดูเหมือนหลังจากที่รู้ว่าตนเองตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย อีกฝ่ายกลับไม่สิ้นหวังเลยแม้แต่น้อย เขาเห็นได้ถึงความรู้สึกกังวล ยินดี และอาการครุ่นคิดในใจ เหมือนกับว่าอีกฝ่ายมีแผนการบางอย่างในใจ


        'โอ้ ดูน่าสนใจดีนี่' ชุดดำคิด และต้องการดูว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อไป บางทีมันอาจจะสร้างความประหลาดใจให้ตัวของมันสักเล็กน้อยก็เป็นได้


        ไคโฮเห็นว่าศัตรูยืนมองตนเองนิ่งๆ ก็สบายใจ ด้วยความประมาทและคิดว่าตนเองสูงส่งกว่าคนอื่นเช่นนี้นี่แหละที่จะช่วยให้หัวหน้าหน่วยลับผู้นี้หลบนี้ไปได้ 'ขอโทษพวกเจ้าด้วยก็แล้วกัน แต่โชคชะตากำหนดให้ข้ารอดออกไปเพียงผู้เดียว!'


        ไคโฮหันหน้าไปมองสถานการณ์ด้านหลังชั่วเสี้ยววินาที ตอนนี้หน่วยที่เขาสังกัดเริ่มย่ำแย่แล้ว แม้จะพอรับมือได้ในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป อเวกระดับที่เจ็ดทั้งหลายเริ่มล้มตายไปทีละคนเพราะไม่อาจรับการโจมตีซ้ำๆ ของผู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้


        ส่วนอเวกระดับแปดหลายคนก็ได้รับบาดเจ็บ หนักบ้างเบาบ้างแตกต่างกันไป แต่เมื่ออเวกระดับเจ็ดเริ่มตกตายกันไปทีละคน ความได้เปรียบด้านจำนวนก็เริ่มหายไป และแม้แต่นายทหารที่อยู่ในระดับแปดเองก็ต้านการโจมตีของศัตรูไม่ไหวแล้ว


        สถานการณ์ย่ำแย่กว่าที่ไคโฮคิด แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องสนใจ ต่อให้ทหารในหน่วยจะต้านรับศัตรูได้นานขึ้นหรือสั้นลง มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับไคโฮอีกต่อไป เขาไม่จำเป็นต้องสนใจกลุ่มคนที่กำลังจะตาย


        เขาเป็นหัวหน้าหน่วยที่ดีมาตลอด แต่นั่นก็เป็นเพียงช่วงเวลาปกติ หากอยู่ในช่วงวิกฤติความเป็นความตาย ใครจะยังมาทำตัวเป็นคนดีอยู่อีก? ชีวิตของอีโวลคนหนึ่งมีค่ามากกว่าอเวกนับร้อย ทำไมเขาจะต้องเอาชีวิตตนเองไปเสี่ยงด้วยเล่า


        “คาลอส! ส่งขวานของเจ้ามาให้ข้า! ไม่เช่นนั้นพวกเราจะตายกันหมด” ไคโฮคำรามลั่น มีเพียงแต่จะต้องได้รับอาวุธชิ้นนั้นมา เขาจึงจะมั่นใจว่าตนเองสามารถต่อสู้กับตัวตนทั้งสองที่แข็งแกร่งกว่าตนเองได้


        หัวหน้าหน่วยวัยกลางคนหันมองคาลอสสลับกับชายชุดดำอยู่ตลอดเวลา เพราะระแวงว่าอีกฝ่ายจะใช้เวลานี้เล่นงานเขา แต่ดูเหมือนชายชุดดำจะทำเพียงมองภาพตรงหน้าด้วยความสนใจเท่านั้น มันต้องการให้ไคโฮดิ้นรนอย่างเต็มที่ให้มันเห็น


        มันเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่า หากมดปลวกพวกนี้ดิ้นรนจนถึงที่สุด มันจะสร้างความสนุกให้ตนเองได้บ้างไหม


        คาลอสที่กำลังป้องกันชีวิตตนเองและผองเพื่อนรอบข้างถึงกับเสียจังหวะในการต่อสู้ไปเพราะเสียงตะโกนดังลั่นนั่น โชคดีที่เขายังขยับมือป้องกันตนเองได้ทันจึงไม่ได้เป็นอะไรมาก


        คาลอสขมวดคิ้ว ในฐานะที่เขาเป็นทหารภายในหน่วย การทำตามคำสั่งของหัวหน้าหน่วยเป็นสิ่งพึงกระทำ แต่นี่คืออาวุธส่วนตัวของเขา และภายในใจลึกๆ ของคาลอสได้เตือนว่า หากส่งมันออกไปเกรงว่าจะไม่มีทางได้คืน ซึ่งหากไม่มีอาวุธชิ้นนี้ แม้แต่ชีวิตของเขาเอง ก็ไม่รู้ว่าจะรักษาไว้ได้หรือไม่


        เมื่อเห็นความลังเลใจของคาลอส ไคโฮก็ไม่คิดพูดอะไรให้เสียเวลาอีก เขามองไปที่ชายชุดดำชั่วแวบหนึ่งก่อนจะพุ่งตัวเข้าหากลุ่มทหารที่ต่อสู้ตะลุมบอนกันอยู่ด้านหลัง


        เป้าหมายเดียวที่หัวหน้าหน่วยวัยกลางคนเล็งเอาไว้มีเพียงคาลอสเท่านั้น คนอื่นมันไม่ได้สนใจเลยสักนิด


        ปัง ปัง ปัง ปัง


        ด้วยพลังของอีโวลระดับที่หนึ่ง การจะแหวกฝูงชนเข้าไปไม่ใช่เรื่องยาก หมัดของไคโฮฟาดเข้าใส่ทุกคนที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู


        นี่ทำให้สมาชิกในหน่วยที่ไม่คาดคิดว่าหัวหน้าหน่วยของตนจะกระทำการเช่นนี้ พากันตกตายกลายเป็นก้อนเนื้อนอนนิ่งอยู่กับพื้น

คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน